วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


เป็นโสดหรือมีคู่ ควรเลือกทางไหน?

โดย เมอร์ลิน

เห็นเพื่อนคนหนึ่งโพสต์ข้อความขำๆ แต่โดนใจหลายคนจากทวิตเตอร์ว่า “ยิ่งอายุเยอะขึ้น ยิ่งรู้สึกไม่ต้องการความรัก แต่ต้องการเงินมากกว่า” ทำให้สาวๆแสดงความเห็นคล้อยตามว่า “มันใช่มากอ่ะค่ะ” และ “ช่างถ่ายทอดความในใจได้ตรงเป๊ะ”, “อ่านแล้วอยากแชร์ต่อเลย” โอ้ ช่างเป็นข้อความชวนคิดจริงๆนะ

แล้วเจ้าความรู้สึกนี้ไม่ได้มีแต่เฉพาะผู้หญิงเท่านั้นที่เห็นด้วย เพราะปรากฏว่า หนุ่มบางคนก็เป็นไปกะเค้าด้วย ผู้ชายท่านนึงให้ความเห็นว่า “หากหาสาวที่ถูกใจมาวิวาห์เหาะ......เอ้ย เข้าสู่ประตูวิวาห์ด้วยกันยากนัก ผมก็ไม่ได้สนใจหรอกว่าต้องแต่งงาน ไม่แต่งก็ได้ฮะชีวิตนี้ แต่อาจมีกิ๊กแล้วใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเฉยๆ หากการอยู่ด้วยกันโดยไม่แต่งงานมันดีกว่า ผมก็เลือกทางนี้นะ” อ่ะจ้ะเกิดเป็นชายจะเลือกแบบไหนก็ได้ ได้เปรียบกว่าอยู่แล้ว แต่เกิดเป็นผู้หญิงนี่สิฮ้า แม้เป็นคนหัวเสรีนิยมแค่ไหน ก็อดคิดไม่ได้ว่า หากมีแฟนและคบกันจริงจัง ถ้าจะอยู่ด้วยกันอย่างถาวร ทั้งคู่ก็ควรจัดพิธีแต่งงานให้เป็นเรื่องเป็นราว เพื่อให้เกียรติกับพ่อแม่ของฝ่ายหญิงไรงี้

นั่นคือสาวๆส่วนมาก หากปักใจรักใครแล้วและแฟนก็รักเธอด้วยล่ะก็ ย่อมอยากให้ฝ่ายชายบอกญาติผู้ใหญ่ของเขาให้มาสู่ขอเพื่อแต่งงานกันตามประเพณี ทั้งนี้ เหตุผลสำคัญได้แก่ฝ่ายหญิงมีพ่อแม่ที่ยังไง้ ยังไงก็ต้องให้ความเคารพ ส่วนสาวใดไม่แคร์เรื่องงานวิวาห์ (แต่อยู่กับแฟนไปเรื่อยๆ) ก็คงมีนะ แสดงว่าหัวสมัยใหม่มาก, มั่นใจในตัวเองมาก, ไม่แคร์สังคมและคนแวดล้อมก็ตามสบายค่ะ เพราะเป็นชีวิตของคุณอยู่แล้วแต่บางทีการไม่ผูกมัดให้ลงล็อกกันไปเลย อาจเป็นช่องโหว่ ทำให้เกิดการนอกใจกันได้ เพราะเห็นเดี๋ยวนี้คนเราขนาดแต่งงานแล้วยังมีกิ๊กได้เลยแล้วชาย-หญิงที่ตกลงอยู่ด้วยกันเฉยๆ จะไม่มีกรณีนี้เกิดขึ้นรึ? แต่ถ้าไม่มีก็ดีไปนะ เกรงว่าจะมีน่ะซี! ส่วนคนจิตใจมั่นคงแน่วแน่เพียงเธอผู้เดียวมีแน่ แต่น้อยจนต้องงมเข็มในมหาสมุทร...อิอิ

หากพิจารณาตามข้อความข้างบน เดี๋ยวนี้สาวใดที่พออายุมากขึ้น แล้วหาคนที่คู่ควรจะมารักกันไม่ได้สักที (เอ๊ะ หรือไม่มีใครมาจีบ, ไม่มาแสดงความสนใจก็ไม่รู้ดิ) พวกหล่อนก็ไม่แคร์ที่จะอยู่เป็นโสดนะ ขอเพียงให้ชั้นมีสตางค์อาจไม่ต้องถึงกับร่ำรวยเข้าขั้นมหาเศรษฐี แต่อยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งใครก็พอ หากเป็นโสดก็สามารถเอนจอยกับชีวิตได้ เพราะการมีแฟนใช่ว่าจะทำให้มีความสุขเสมอไป พวกมีแฟนแล้วต้องมารับใช้แฟนก็เยอะ กลายเป็นนางทาสก็มีให้เห็น หรืออยู่ๆกันไปปรากฏว่าวันนึงเกิดเบื่อกันขึ้นมาก็มี

แฟนหนุ่มบางคนก็เป็นพวกเห็นแก่ความสุขส่วนตัวมากกว่าความสุขของเราด้วยการไปขลุกอยู่กับเพื่อนของเขา เพราะรู้สึกว่าอยู่กับเพื่อนสนุกกว่าอยู่กับแฟน ได้ดูกีฬาที่ชอบด้วยกัน, ได้กินอาหารตามที่ตัวเองชอบ, ได้แสดงความบ้าบอคอแตกในสไตล์ตอนอยู่กับเพื่อนฝูงก็ด้วย แต่ย้ำว่าเป็นแค่หนุ่มบางคนไม่ใช่ทุกคน กระนั้นสาวใดคบกับหนุ่มลักษณะนี้ คงไม่แฮปปี้แน่ งั้นควรเลือกกันให้ดีก่อนคบค่ะ

กลับมาพูดถึงสาวโสดต่อ สาวๆส่วนใหญ่คงไม่ได้มุ่งมั่นที่จะเป็นโสดตั้งแต่เกิดหรอกนะ หากเจอคนถูกใจก็เปลี่ยนจุดยืนกันได้ ไม่ถึงกับยึดมั่นถือมั่น แต่พอได้ยินได้ฟังตัวอย่างไม่ดีของชีวิตคู่จึงกลัวว่าเหตุการณ์นั้นจะเกิดกับตัวเองบ้าง จึงไม่กระตือรือร้นจะหาคนมารักกันไงล่ะ แหม หากมีแฟนแล้ว ชีวิตมีแต่ดี, ดีมาก และดีเยี่ยม แบบนี้ใครๆก็รีบมีแฟนไปหมดแล้ว เผอิญการมีคู่ไม่ได้มีการออกใบรับประกันคุณภาพ ซะด้วย.....เสียดายจัง งั้นเอางี้ละกัน หากสาวใดอยากสละโสดมีคู่บ้างล่ะก็ เรามีคำแนะนำเป็นแนวทางให้คุณลองเลือกคนแบบที่จะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ จะได้ไม่ผิดหวัง (แต่ไม่รับประกันตอนจบนะ) เช่น.......

1.ลองสังเกตหนุ่มที่มาจีบคุณ (ฝ่ายหญิง) นะว่า เขาพูดคุยกับคุณแล้วถูกคอกันหรือเปล่า?

เอ.....หรือว่าเป็นฝ่ายหญิงที่ไปจีบเขากันแน่ แต่เอาเถอะ จะอย่างไร ให้สังเกตแล้วกันค่ะว่า พวกคุณคุยกันครั้งนึงแล้วอยากคุยกันอีกหรือเปล่า? หรือคุยกันแล้ว ไม่อยากให้การสนทนาจบลงเลยใช่ไหม? หากใช่ก็แสดงว่า คุณทั้งสองคนเหมาะสมกัน เพราะการชอบคุยกับเขานี่แหละ แสดงว่าคุณเปิดใจ ให้เขาแล้ว

2.ต่อมาคงต้องพิจารณาที่นิสัยใจคอ ว่าคุณยอมรับนิสัยตามตัวตนที่เขาเป็นได้รึเปล่า?

เช่น ถ้าเขาไม่ชอบสัตว์เลี้ยงเพราะแพ้ขนสัตว์ แต่คุณกลับรักที่จะเลี้ยงสุนัข, แมว, กระรอกและอื่นๆ อย่างนี้เห็นทีคงไปกันไม่ได้นาน ยกเว้นเขาจะเปลี่ยนมาเอ็นดูมันทีละนิด จนอยู่ร่วมกันได้ในที่สุด ตรงข้าม คุณจะไม่เลี้ยงสัตว์เพื่อเขาไหมล่ะ? เอ้า สาวบางคนยอมนะ โอ้ย อย่าให้พูดเลยสาวบางรายยอมผู้ชายมากกว่านี้ซะอีก

3.เขาเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นบ้างไหม หลังจากคบหาคุณมาได้สักพักแล้ว

เช่น จากที่เคยชอบไปสังสรรค์กับเพื่อนทุกวัน ก็ลดลงด้วยการนานๆไปที แต่หันมาเอาใจใส่ฝ่ายหญิงมากขึ้น แบบนัดกันว่า ในเมื่อไม่ได้ทำงานที่เดียวกัน ก็ควรเจอกันอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งเขาก็ตกลง และทำได้ไม่บิดพลิ้วซะด้วย แสดงว่า เขาเป็นคนใช้ได้ อีกทั้งเขาขยันขันแข็งสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยไหม? ถ้าใช่ก็ยิ่งดี

4.เมื่อคุณมีเรื่องไม่สบายใจ เขาคอยให้กำลัง ใจหรือไม่สนใจ? ถ้าไม่สนใจก็อย่าคบเสียเวลา.

@@@

11 ก.ค. 2558 10:33 11 ก.ค. 2558 10:33 ไทยรัฐ