วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ศุกร์เข้าเสาร์แทรก

ศุกร์เข้าเสาร์แทรก

  • Share:

ว่าไปแล้วก็เห็นใจผู้นำประเทศไม่น้อย เพราะเจอปัญหาทั้งในและนอกประเทศถาโถมเข้ามาตลอดเวลาจนนั่งแทบไม่ติด “อุยกูร์”–“ฟองสบู่” จีนก็จู่โจมจนตั้งตัวไม่ติด ตั้งรับให้ดีก็แล้วกัน

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้หลังจาก 14 นักศึกษาได้รับการปล่อยตัวทำให้สถานการณ์การเมืองที่กดดันรัฐบาลเริ่มคลายตัวลงไป

“การเมืองนำการทหาร การเมืองนำ กฎหมาย”

จึงทำให้ทุกอย่างคลี่คลายไปในทางที่ดี ทำให้รัฐบาล คสช.ไม่ต้องวิตกกังวลหันกลับไปแก้ไขปัญหาที่รุมเร้าไปรอบๆด้วย

ล่าสุด ตลาดหุ้นจีนร่วงอย่างน่าตกใจทำให้เม็ดเงินหายไปก้อนใหญ่ แต่เนื่องจากการแก้ไขถูกจุดถูกวิธีจึงผ่านจุดสลบไปได้

แต่อาการ “ฟองสบู่แตก” ยังเป็นเรื่องน่ากังวล

ทว่า สิ่งที่เกิดขึ้นรัฐบาลจะต้องเตรียม รับมือให้ดี เพราะมันเกี่ยวข้องกับไทยเต็มประตู เนื่องจากจีนนั้นเป็นประเทศที่ไทยส่งออกอันดับ 1 รวมถึงการเข้ามาลงทุนในประเทศไทยด้วย

หากจีนเกิดความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจขึ้นมาไทยจะเจ๊กอั้กอย่างไม่ต้องสงสัยและมันจะยุ่งกันไปทั้งระบบเศรษฐกิจของโลกด้วย

ที่น่าห่วงก็คือ นักท่องเที่ยวจากจีนที่เป็น “ลูกค้าหลัก” ในการเดินทางมาไทยจนทำให้เป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยให้ยืนอยู่ได้ในขณะนี้

ขนาดหุ้นร่วงเพียงวันเดียวนักท่องเที่ยวจีนของดเดินทางมาไทยราว 20% แต่เมื่อจีนยังตั้งลำได้จึงพอจะมั่นใจได้ว่าน่าจะเพียงระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น

เป็นความล่อแหลมที่น่าสะพรึงยิ่งนัก

ถัดจากนั้นยังเกิดปัญหา “อุยกูร์” เข้ามาสอดแทรกอีกและเป็นเรื่องแก้ไขยากและละเอียดอ่อนมาก

เมื่อไทยส่งอุยกูร์จำนวนหนึ่งไปยังตุรกีนั้นไม่มีปัญหาอะไร แต่อีกจำนวนหนึ่งกลับประเทศจีนโดยพิจารณาจากประเด็นข้อกฎหมายและจากการตรวจ

ดีเอ็นเอแล้ว พบว่ามาจากแดนมังกร

เหตุสำคัญก็คือ คำร้องขอจากจีนที่ให้ไทยส่งตัวกลับและยืนยันว่าจะดูแลและให้ความปลอดภัยอย่างเต็มที่

นั่นทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาทันทีเมื่อชาวตุรกีไม่พอใจต่อการกระทำของไทยจึงมีการชุมนุมและโจมตีกงสุลไทยที่อิสตันบูลเพื่อเป็นการประท้วง

นอกจากนั้น ยังมีความเคลื่อนไหวทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ประท้วงรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีน ทำท่าจะลุกลามบานปลายกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา

มิหนำซ้ำยูเอ็นเอชซีอาร์ องค์กรสิทธิมนุษยชนยังออกโรงโจมตีรัฐบาลไทยที่ไม่ควรส่งตัวกลับไปยังจีน

เพราะรู้กันดีว่า รัฐบาลจีนนั้นได้ปราบปรามพวก “อุยกูร์” มาตลอดจนเกิดปัญหาความขัดแย้งและเชื่อด้วยว่ามีผลกระทบต่อความมั่นคง

ประเด็นนี้ประเทศไทยต้องตกอยู่ในฐานะที่ลำบากยากยิ่งแบบเนื้อไม่ได้กินหนังไม่ได้รองนั่ง แต่ต้องเอากระดูกมาแขวนคอ

เพราะเส้นแบ่งในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการจัดการปัญหานี้มันอยู่ที่มุมของแต่ละฝ่าย

จากนี้ไปหากดับเหตุและทำความเข้าใจไม่ได้มันจะทำให้ไทยตกอยู่ในฐานะพูดไม่ออกบอกไม่ถูก

แต่การเจรจาทางการทูต การแสดงความจริงใจและภาวะที่ไทยต้องประสบอยู่นั้น น่าจะทำให้ได้รับความเข้าใจและเห็นใจซึ่งพอจะชี้แจงกันได้

เช่นกัน การเดินทางเข้าประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นอุยกูร์ โรฮีนจา จึงต้องมีการ ตรวจสอบกันอย่างจริงจังและเข้มงวด

เป็นเรื่องของมนุษยธรรมที่ทำให้ไทยต้องเจ็บปวดมานานแล้ว!!!

“ลิขิต จงสกุล”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้