วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ยลโฉม 24+3 มรดกโลกแห่งใหม่ของยูเนสโกปี 2015 (ตอนจบ)

ยลโฉม 24+3 มรดกโลกแห่งใหม่ของยูเนสโกปี 2015 (ตอนจบ)

  • Share:

คณะกรรมการมรดกโลกของ องค์การยูเนสโก ได้บรรจุสถานที่แห่งใหม่ 24 แห่งเข้าสู่บัญชีมรดกโลก และขยายพื้นที่เพิ่มเติมอีก 3 แห่ง ซึ่งไทยรัฐออนไลน์ได้รวบรวมมาให้ผู้อ่านได้ชมที่นี่แล้ว...

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. คณะกรรมการมรดกโลกของ องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ได้บรรจุสถานที่ต่างๆ อีก 24 แห่ง เข้าสู่บัญชีมรดกโลก และขยายพื้นที่ของมรดกโลกที่มีอยู่เดิมอีก 3 แห่งด้วย โดยใน 'ยลโฉม 24+3 มรดกโลกแห่งใหม่ของยูเนสโกปี 2015 ตอนที่ 1' ท่านผู้อ่านได้ชมมรดกโลกแห่งใหม่ประจำปีนี้ไปแล้ว 14 แห่ง และต่อไปนี้คือมรดกแห่งใหม่อีก 10 แห่งที่เหลือ และแถมท้ายด้วยมรดกโลก ที่ได้รับการขยายพื้นที่ให้กว้างขวางกว่าเดิมอีก 3 แห่ง

15. สะพานส่งน้ำของบาทหลวงเตมเบลเก (เม็กซิโก)

สะพานส่งน้ำของบาทหลวงเตมเบลเก (ภาพ: AFP)

เป็นสะพานส่งน้ำที่สร้างขึ้นในยุคศตวรรษที่ 16 ตั้งอยู่ระหว่างรัฐบาลเม็กซิโกและรัฐฮีดัลโก บนที่ราบสูงตอนกลางของประเทศเม็กซิโก ประกอบไปด้วยพื้นที่กักเก็บน้ำ, น้ำพุ, คลองหลายสาย, แท็งก์จ่ายน้ำ และสะพานส่งน้ำ สถานที่แห่งนี้ริเริ่มสร้างโดยนักบวชฟรานซิสกัน และบาทหลวงเตมเบลเก รวมทั้งได้รับการสนับสนุนจากชนพื้นเมือง

ระบบการส่งน้ำนี้เป็นแบบอย่างของการแลกเปลี่ยนอิทธิพล ระหว่างการใช้พลังงานน้ำของโรมัน และเทคนิคการก่อสร้างแบบดั้งเดิมของชาวเมโซอเมริกัน ซึ่งรวมทั้งการใช้อิฐดิบด้วย

16. ภูเขาเบอร์คาน คาลดุน และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์โดยรอบ (มองโกเลีย)

พิธีบูชาภูเขา (ภาพ: whc.unesco.org)

ภูเขาลูกนี้ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศมองโกเลีย อยู่ตอนกลางของเทือกเขาเคติอิ ที่ซึ่งที่ราบอันกว้างใหญ่ของมองโกเลียไปบรรจบกับป่าสนเขา ไซบีเรียน ไทกา ของรัสเซีย

ภูเขาเบอร์คาน คาลดุน มีความเชื่อมโยงกับการบูชาภูเขาศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้ง แม่น้ำ และ โอวู (Ovoo: กองหินของคนทรง) ด้วยพิธีการต่างๆ ซึ่งเกิดจากการผสมผสานกันระหว่างพิธีกรรมของคนทรงในยุคโบราณ และพิธีการของศาสนาพุทธ ภูเขาแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ที่เชื่อกันว่า เป็นที่เกิดและที่ฝังศพของ เจงกีส ข่าน ผู้ก่อตั้งจักรวรรดิมองโกล และพบหลักฐานว่า เจงกีส ข่าน สร้างการบูชาภูเขาขึ้น เพื่อสร้างความสามัคคีแก่ชาวมองโกล

17. เขตมรดกอุตสาหกรรม รูคัน-โนทอดเดน (นอร์เวย์)

รูคัน-โนทอดเดน เมืองในหุบเขา (ภาพ: whc.unesco.org)

ตั้งอยู่ในภูมิประเทศที่ห้อมล้อมไปด้วยภูเขา, น้ำตก และแม่น้ำสายต่างๆ นอกจากนี้ยังมีโรงงานไฟฟ้าพลังงานน้ำ, สายนำสัญญาณ, โรงงานต่างๆ, ระบบการขนส่งและเมืองหลายแห่ง โดยโรงงานและสิ่งปลูกสร้างต่างๆ เหล่านี้ถูกสร้างขึ้นโดยบริษัท นอร์ก-ไฮโดร เพื่อผลิตปุ๋ยเคมีจากไนโตรเจนในอากาศ เพื่อนำไปใช้เพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ให้ทันความต้องการของโลกตะวันตกที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20

เมืองรูคัน และเมืองโนทอดเดน แสดงให้เห็นความช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างคนงาน และการเชื่อมโยงของสถาบันทางสังคมด้วยรถรางและเรือข้ามฟากไปยังท่าเรือต่างๆ เมืองทั้ง 2 แห่งยังมีความเด่นชัดในเรื่องการผสมผสานระหว่างความเป็นอุตสาหกรรม และทิวทัศน์ของธรรมชาติ นับเป็นแบบอย่างที่โดดเด่นของอุตสาหกรรมโลกยุคใหม่ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20

18. ภาพศิลปะบนก้อนหินในแคว้นฮาอิล (ซาอุดีอาระเบีย)

ภาพบนก้อนหินที่เนินเขา จาบาล อัล-มันยอร์ (ภาพ: whc.unesco.org)

มรดกโลกแห่งนี้ ตั้งอยู่ในทะเลทรายในซาอุดีอาระเบีย ประกอบด้วยสถานที่ 2 แห่งคือ เนินเขา จาเบล อุมม์ ซินมัน ในยุบบาห์ และเนินเขา จาบาล อัล-มันยอร์ กับเนินเขา จาบาล ราอัต ในชูเวย์มิส โดยเมื่อครั้งอดีตเคยมีทะเลสาบอยู่บริเวณตีนเขาอุมม์ ซินมัน แต่ปัจจุบันแห้งเหือดไปหมดแล้ว ทะเลสาบแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นแหล่งน้ำสำหรับผู้คนและสัตว์ในพื้นที่ทางใต้ของทะเลทรายผืนนี้

บรรพบุรุษของชาวอาหรับในยุคปัจจุบัน ได้ทิ้งร่องรอยของการเดินทางของพวกเขาเอาไว้ ในรูปแบบภาพวาดและข้อความจารึกบนก้อนหิน แสดงให้เห็นภาพมนุษย์และสัตว์ในช่วงประวัติศาสตร์ 10,000 ปี

19. สวนพฤกษชาติสิงคโปร์

สวนพฤกษชาติสิงคโปร์ (ภาพ: whc.unesco.org)

ตั้งอยู่ใจกลางเมืองสิงคโปร์ แสดงให้เห็นวิวัฒนาการของพืชสวนเขตร้อนตั้งแต่สมัยที่สิงคโปร์ยังเป็นดินแดนอาณานิคมของอังกฤษ แต่ปัจจุบันสวนพฤกษชาติแห่งนี้กลายเป็นสถาบันสมัยใหม่ระดับโลกที่ถูกใช้สำหรับการวิจัย และอนุรักษ์พันธุ์พืชไปแล้ว พื้นที่มรดกทางวัฒนธรรมแห่งนี้อุดมไปด้วยเค้าโครง, พืชพรรณ และสิ่งปลูกสร้างทางประวัติศาสตร์มากมาย ที่แสดงให้เห็นพัฒนาการของสวนแห่งนี้ นับตั้งแต่มันถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1859 และเชื่อมโยงกับการเพาะปลูกยางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาตั้งแต่ปี 1875

20. อีฟีซัส (ตุรกี)

โรงละครใหญ่ (ภาพ: whc.unesco.org)

เป็นเมืองโบราณซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นปากแม่น้ำ เคย์สตรอส เมือง อีฟีซัส ประกอบไปด้วยที่อยู่อาศัยของคนสมัยเฮเลนิสติกและชาวโรมันตามลำดับ โดยสร้างที่อยู่ขึ้นตามริมฝั่งแม่น้ำไล่ไปทางทิศตะวันตก ผลจากการขุดค้นทางโบราณคดี มีการค้นพบอนุสาวรีย์สมัยโรมันเรืองอำนาจมากมาย ทั้งห้องสมุดเซลซัส และโรงละครใหญ่ (Great Theatre) นอกจากนี้ยังพบซากที่หลงเหลือของวิหารแห่งอาร์ทีมิส 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ซึ่งปัจจุบันดึงดูดผู้คนทั่วเมดิเตอร์เรเนียนให้เดินทางไปแสวงบุญ ณ ที่แห่งนี้ เช่นเดียวกับที่ บ้านของพระแม่มารี ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปราว 7 กม.

เมืองอีฟีซัสถือเป็นแบบอย่างอันยอดเยี่ยมของเมืองท่าของจักรวรรดิโรมัน ที่มีทางน้ำเชื่อมออกสู่ทะเล และอ่าวของท่าจอดเรือ

21. ป้อมปราการเมือง ดิยาร์บาเคียร์ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมสวนเฮฟเซล (ตุรกี)

ป้อมปราการเมือง ดิยาร์บาเคียร์ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมสวนเฮฟเซล (ภาพ: whc.unesco.org)

ตั้งอยู่ทางตอนบนของลุ่มแม่น้ำไทกรีส เป็นส่วนหนึ่งของภูมิภาครูปพระจันทร์เสี้ยว “Fertile Crescent” พื้นที่อุดมสมบูรณ์ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางสภาพแห้งแล้งของเอเชียตะวันตก เมืองป้อมปราการ ดิยาร์บาเคียร์ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมโดยรอบ เป็นศูนย์กลางที่สำคัญตั้งแต่ยุคสมัย เฮเลนิสติก ผ่านยุคโรมัน, ซาสซานิด, ไบแซนไทน์, อิสลามและออตโตมัน มาจนถึงปัจจุบัน

กำแพงเมืองดิยาร์บาเคียร์เรียกว่า อามิดา เมาด์ หรือ อิชคาเล มีความสูง 5.8 ม. ประกอบด้วยหอคอยและประตูเมืองหลายจุด ทั้งยังมีรอยจารึก 63 รอยจากยุคสมัยต่างๆ และมีสวนเฮฟเซล พื้นที่สีเขียวที่เชื่อมระหว่างเมืองแห่งนี้กับแม่น้ำไทกรีส เป็นแหล่งน้ำและอาหารแก่เมืองดิยาร์บาเคียร์

22. ภูมิทัศน์ผสมอุตสาหกรรม-วัฒนธรรม เฟรย์ เบนตอส (อุรุกวัย)

เมือง เฟรย์ เบนตอส (ภาพ: AFP)

เป็นแผ่นดินที่ยื่นเข้าไปในแม่น้ำอุรุกวัย ทางตะวันตกของเมืองเฟรย์ เบนตอส เป็นที่ตั้งของอาคารอุตสาหกรรมซึ่งสร้างขึ้นภายหลังการก่อตั้งโรงงานแห่งแรกในปี 1859 เพื่อแปรรูปเนื้อที่หามาได้จากทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ที่อยู่ไม่ไกล สถานที่แห่งนี้แสดงให้เห็นกระบวนการทั้งหมด ทั้งการจัดหาเนื้อ, การแปรรูป, การบรรจุ และการส่งสินค้า นอกจากนี้ยังมีอาคารและอุปกรณ์ของบริษัท เลบิก เอ็กซ์เทรกท์ ออฟ มีต (เลมโค) ซึ่งส่งออกน้ำซุปเนื้อและเนื้อบดไปยังตลาดในยุโรปตั้งแต่ปี 1865 และโรงงาน แองโกล มีต แพ็กกิ้ง ซึ่งส่งออกเนื้อแช่แข็งมาตั้งแต่ปี 1924

23. สะพาน ฟอรธ บริดจ์ (สหราชอาณาจักร)

สะพาน ฟอรธ บริดจ์ (ภาพ: whc.unesco.org)

เป็นสะพานทางรถไฟข้ามแม่น้ำฟอร์ธในแคว้นสกอตแลนด์ ถือเป็นสะพานแบบมีหลักยึดข้างเดียวหลายช่วงกว้าง ที่มีความยาวมากที่สุดในโลก เปิดใช้ตั้งแต่ปี 1890 และยังใช้งานขนส่งผู้โดยสารและสินค้ามาจนถึงปัจจุบัน สะพานแห่งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของการออกแบบสะพาน และการก่อสร้างในยุคสมัยที่รถไฟมีอิทธิพลอย่างมากต่อการเดินทางระยะไกลทางบก

24. ซาน อันโตนิโอ มิชชั่นส์ (สหรัฐอเมริกา)

อลาโม มิชชั่น (ภาพ: AFP)

มรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งนี้ประกอบด้วยอาคารสำนักเผยแพร่ศาสนา 5 หลัง ตั้งอยู่ตามแนวลุ่มแม่น้ำ ซาน อันโตนิโอ ทางตอนใต้ของรัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา และยังรวมไปถึงฟาร์มปศุสัตว์ที่อยู่ห่างออกไปทางใต้อีก 37 กม.ด้วย สถานที่แห่งนี้มีทั้งสิ่งก่อสร้างทางโบราณคดีและสถาปัตยกรรม, ฟาร์ม, ที่อยู่อาศัย, โบสถ์, ยุ้งฉาง และระบบแบ่งสันปันส่วนน้ำ

อาคารเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นโดยคณะนักบวชคาทอลิก ฟรันซิสกัน ในช่วงศตวรรษที่ 18 แสดงให้เห็นถึงความพยายามของสเปนที่ต้องการเข้ามาบุกเบิกอาณานิคม, ชักชวนคนให้หันมานับถือศาสนาคริสต์ และการปกป้องพื้นที่แนวหน้าตอนเหนือแห่งนี้ ซาน อันโตนิโอ มิชชั่นส์ ยังเป็นตัวอย่างการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมของสเปนและชนพื้นเมืองอเมริกัน เห็นได้จากหลายจุด เช่น เครื่องประดับตกแต่งโบสถ์

มรดกโลกที่ได้รับการขยายพื้นที่ อีก 3 แห่ง ได้แก่

1. ภูมิภาค เคป ฟลอรัล

ภูมิทัศน์ส่วนหนึ่งของ เคป ฟลอรัล (ภาพ: wikipedia)

ภูมิภาคซึ่งเต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์แห่งนี้ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2004 ตั้งอยู่ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของแอฟริกาใต้ เป็นหนึ่งในศูนย์กลางความหลากหลายทางชีวภาพที่ใหญ่ที่สุดในโลก ยูเนสโกได้ขยายพื้นที่มรดกโลกแห่งนี้ให้ครอบคลุมอุทยาน, เขตอนุรักษ์ธรรมชาติ, พื้นที่รกร้าง, ป่าสงวน และแหล่งน้ำบนภูเขาอีกหลายแห่ง

สถานที่ที่เพิ่มเข้ามาเหล่านี้ ประกอบไปด้วยสายพันธุ์เฉพาะถิ่นมากมาย ทั้งไม้พุ่มไฟน์บอส, พืชใบแข็งจำพวก สเคลอโรฟิล ในทุ่งหญ้าสเตปป์ ซึ่งสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศของเมดิเตอร์เรเนียนและต่อสู้กับไฟป่าที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวได้

2. เส้นทางเมืองซานติอาโก เด กอมโปสเตลา : กามิโน ฟรังซีส และเส้นทางนอร์เทิร์น สเปน

มหาวิหารในเมือง ซานติอาโก เด กอมโปสเตลา (ภาพ: whc.unesco.org)

เป็นเครือข่ายเส้นทางแสวงบุญ 4 สาย ในภาคเหนือของสเปน โดยยูเนสโกได้ตัดสินใจเพิ่มเส้นทางแสวงบุญยุคแรกเข้าไปในเส้นทาง ซานติอาโก เด กอมโปสเตลา ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี 1993 โดยเครือข่ายเหล่านี้มุ่งหน้าสู่สุสานซึ่งเชื่อกันว่าฝังพระศพของนักบุญ เจมส์ 1 ใน 12 อัครทูตของพระเยซูเอาไว้ ที่มหาวิหารแห่ง ซานติอาโก เด กอมโปสเตลา

การขยายพื้นที่ทำให้ครอบคลุมเครือข่ายเส้นทางแสวงบุญความยาวกว่า 1,500 กม. ทั้งยังครอบคลุมสิ่งปลูกสร้างที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่สร้างขึ้นเพื่อสนองความต้องการของผู้แสวงบุญ เช่น มหาวิหาร, โบสถ์, โรงพยาบาล, หอพัก หรือแม้แต่สะพาน

3. อุทยานแห่งชาติ ฟ็องญา-แก๋บ่าง (เวียดนาม)

อุทยานแห่งชาติ ฟ็องญา-แก๋บ่าง (ภาพ: whc.unesco.org)

อุทยานแห่งชาติ ฟ็องญา-แก๋บ่าง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 2003 ครอบคลุมพื้นที่ 857.54 ตร.กม. แต่จากการขยายขอบเขตครั้งล่าสุด ทำให้มรดกโลกแห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่ 1,262.36 ตร.กม. ตั้งอยู่ในอำเภอโบ๊จักและอำเภอมิญฮว้า จังหวัดกว๋างบิ่ญ และติดชายแดนประเทศลาว ห่างจากกรุงฮานอยมาทางใต้ประมาณ 500 กม. และติดกับเขตอนุรักษ์ธรรมชาติ หินน้ำนอ ในแขวงคำม่วน ของประเทศลาว

อุทยานแห่งชาติแห่งนี้ เป็นที่ราบสูงหินปูนและป่าเขตร้อน มีความเด่นชัดด้านความหลากหลายทางธรณีวิทยา มีสถานที่ที่น่าตื่นตาตื่นใจหลายแห่ง เช่น ถ้ำจำนวนมาก และแม่น้ำใต้ดิน นอกจากนี้ อุทยานฯ ฟ็องญา-แก๋บ่าง ยังมีความหลากหลายทางชีวภาพและมีสายพันธ์ุเฉพาะถิ่นมากมาย

ติดตาม ยลโฉม 24+3 มรดกโลกแห่งใหม่ของยูเนสโกปี 2015 (ตอนที่ 1) ได้ ที่นี่

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้