วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ส่ง 'อุยกูร์' ไปให้จีน 'บิ๊กตู่' แจง ยึดประโยชน์ชาติ

ประท้วงลาม-เข้าเยอรมัน เชิญกาชาดสากลตามไปดู สหรัฐร่วมวงประณามไทย

กต.แจงยิบส่ง 109 อุยกูร์ให้จีนตามเอกสารแจ้งความผิด-พิสูจน์สัญชาติ เตรียมเชิญกาชาดสากลร่วมทีม สมช.ไทย ไปดูความเป็นอยู่ชาวอุยกูร์ในจีน เผยจีนยันปฏิบัติเป็นธรรม ขณะที่สถานทูตไทยในเบอร์ลินผวาด้วย หลังได้รับแจ้งมีกลุ่มประท้วงหน้าสถานทูต เตือนคนไทยให้ระวังตัว-เลี่ยงวิจารณ์หวั่นกระแสลามในยุโรป ด้านสหรัฐฯโดดร่วมวงประณามไทยเรื่องส่งกลับอุยกูร์ “บิ๊กตู่” ลั่นส่งอุยกูร์ไปจีนยึดประโยชน์ชาติ ขณะที่จีนไม่ยืนยันรับอุยกูร์ ชี้เป็นผู้ทำผิดกฎหมาย

ความคืบหน้าการประท้วงของชาวมุสลิมอุยกูร์ในตุรกี ที่บุกพังทำลายสถานกงสุลไทยในนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี ได้รับความเสียหาย ซึ่งมีสาเหตุมาจากความไม่พอใจที่ไทยส่งตัวชาวอุยกูร์ที่หนีจากจีน เข้าไทยมาอย่างผิดกฎหมาย กลับไปยังประเทศจีน ทั้งยังไปชุมนุมปิดล้อมสถานทูตไทยประจำตุรกีที่กรุงอังการา พร้อมกันนี้รัฐบาลตุรกี ยังได้ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของรัฐบาลไทย และเหตุการณ์ลุกลามบานปลายไปยังประเทศเยอรมนี โดยมีผู้เตรียมจะชุมนุมประท้วงจากเหตุเดียวกันนี้ ที่สถานทูตไทยในกรุงเบอร์ลินและนครแฟรงก์เฟิร์ตด้วย

กต.ไทยแจงเหตุส่งอุยกูร์กลับจีน

เมื่อวันที่ 10 ก.ค. นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงถึงกรณีประเทศไทยส่งตัวชาวอุยกูร์ที่หลบหนีเข้าเมือง 109 คน กลับไปยังประเทศจีน ว่า กระทรวงฯ ขอแจ้งข้อมูลว่า ตั้งแต่เดือน มี.ค.2557 ชาวอุยกูร์ 300 กว่าคน ได้หลบหนีเข้าประเทศไทย รัฐบาลจีนเรียกร้องให้รัฐบาลไทยส่งบุคคลเหล่านี้กลับไปยังจีน เพราะคนเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายในจีน ซึ่งรัฐบาลไทยได้ขอให้จีนส่งหลักฐานการกระทำผิดและการพิสูจน์สัญชาติให้ไทยพิจารณาก่อนส่งตัว ซึ่งไทยได้ทำเรื่องนี้อย่างรอบคอบ คำนึงถึงหลักมนุษยธรรมควบคู่กับหลักสิทธิมนุษยชนและพันธกรณีระหว่างประเทศของไทย

ส่งกลับเพราะมีหลักฐานทำผิด

นายเสขกล่าวอีกว่า จากหลักฐานของทุกฝ่าย สรุปว่า ได้แยกชาวอุยกูร์ดังกล่าวเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรก 172 คน ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับการกระทำผิดกฎหมาย และต้องการจะเดินทางไปตุรกี ขณะที่รัฐบาลตุรกีก็พร้อมรับ จึงได้ส่งชาวอุยกูร์ 172 คน ให้กับรัฐบาลตุรกี เพื่อไปตั้งถิ่นฐานในตุรกีแล้ว เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ส่วนชาวอุยกูร์กลุ่มที่ 2 จำนวน 109 คน เป็นส่วนที่รัฐบาลไทยได้รับหลักฐานการกระทำผิดและการพิสูจน์สัญชาติจากรัฐบาลจีน เมื่อวันที่ 9 ก.ค. รัฐบาลไทยตัดสินใจส่งชาวอุยกูร์ 109 คน ให้กับฝ่ายจีน กลุ่มที่ 3 คือ ชาวอุยกูร์ประมาณ 60 คน ยังอยู่ในขั้นตอนการพิสูจน์สัญชาติและกระบวนการยุติธรรม อยู่ในความดูแลของรัฐบาลไทย ซึ่งยังไม่มีหลักฐานเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย รัฐบาลไทยจะพิจารณาอย่างรอบคอบและดำเนินการตามความเหมาะสมต่อไป

จีนรับรองความปลอดภัย

นายเสขกล่าวว่า ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลว่า ชาวอุยกูร์ที่ถูกส่งกลับจีน อาจถูกลงโทษอย่างรุนแรงจนตาย รัฐบาลจีนยืนยันกับรัฐบาลไทยว่า จะปฏิบัติต่อบุคคลเหล่านี้ด้วยความเป็นธรรม และรับรองความปลอดภัย ส่วนผู้ที่ไม่มีความผิดจะได้รับการดูแลให้กลับคืนสู่สังคมและหาที่ทำกินให้ตามความเหมาะสมต่อไป ซึ่งจีนยินดีเชิญให้รัฐบาลไทยส่งผู้แทนไปติดตามผลการปฏิบัติ โดยสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะส่งผู้เกี่ยวข้องจากหน่วยราชการต่างๆ และจะเชิญองค์กรระหว่างประเทศ อาทิ คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ไอซีอาร์ซี) เข้าร่วมกับฝ่ายไทยเดินทางไปตามคำเชิญของรัฐบาลจีนต่อไป

ไม่มี จนท.เจ็บเหตุปิดล้อมสถานทูต

นายเสขกล่าวด้วยว่า ตามที่มีข่าวว่ากรณีที่สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงอังการา ประเทศตุรกี ถูกผู้ชุมนุมปิดล้อมเมื่อวันที่ 9 ก.ค. มีเจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูตไทยฯ ติดอยู่ภายใน จำนวน 7 คนนั้น ได้ตรวจสอบแล้ว พบว่าไม่เป็นความจริง เจ้าหน้าที่ของสถานทูตมาทำงานตามปกติ แต่ปิดทำการในส่วนงานกงสุล เพื่อคนไทยไม่ต้องเดินทางมายังสถานทูต โดยให้ติดต่อผ่านโทรศัพท์ ขณะนี้รัฐบาลตุรกีได้เพิ่มการอารักขารักษาความปลอดภัยของสถานทูตไทยและชุมชนชาวไทยมากขึ้นแล้ว

ประท้วงลามไปถึงเยอรมัน

ขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่ง สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี แจ้งผ่าน เฟซบุ๊กสถานทูต มีข้อความระบุว่า สถานเอกอัครราชทูตไทยได้รับแจ้งจากตำรวจในท้องที่ว่า ได้มีผู้ยื่นขออนุญาตทำการประท้วงในบริเวณใกล้อาคารที่ ทำการของสถานทูตฯ ในวันที่ 10 ก.ค. ระหว่างเวลา 15.00-17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อการที่รัฐบาลไทย ตัดสินใจส่งกลุ่มผู้ลักลอบเข้าเมืองชาวมุสลิมที่อ้างว่าเป็นชาวตุรกี (ชาวอุยกูร์) ให้กับรัฐบาลจีนเมื่อวันที่ 8 ก.ค.2558 สถานเอกอัครราชทูตฯ จึงขอความร่วมมือชุมชนไทยหลีกเลี่ยงการติดต่อราชการกับสถานเอกอัครราชทูตฯ ในวันที่ 10 ก.ค. และขอให้ชุมชนชาวไทยเพิ่มความระมัดระวังตัวและติดตามข่าวสารจากสถานเอกอัครราชทูตฯ อย่างใกล้ชิดต่อไปด้วย

สอท.แฟรงก์เฟิร์ตเตือนคนไทย

เช่นเดียวกับสถานกงสุลใหญ่นครแฟรงก์เฟิร์ต ได้ออกประกาศเตือนคนไทยในยุโรปเช่นกันโดยระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจมีการขยายเหตุความไม่พอใจ ไปสู่ชุมชนตุรกีขนาดใหญ่ในประเทศต่างๆ ในยุโรปได้ จึงขอความร่วมมือชาวไทย ที่พำนักในเขตอาณาของสถานกงสุลใหญ่ฯ ระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการแสดงความคิดเห็นหรือโต้เถียงใดๆ ในเรื่องดังกล่าวกับชาวตุรกี รวมทั้งใช้ความระมัดระวังดูแลความปลอดภัยตนเอง ตลอดจนแจ้งเตือนเพื่อนชาวไทยให้ทราบด้วย หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินเรื่องดังกล่าว ติดต่อสถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต ได้ที่หมายเลข Hotline คือ 0175-124 1026 (เฉพาะกรณีฉุกเฉินเท่านั้น) หากเป็นกรณีเวลาทำการปกติติดต่อที่ 069-69 86 8 205

กำชับทุกสถานทูตทั่วโลกระมัดระวัง

ต่อมานายเสขให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า กระทรวงการต่างประเทศได้สั่งกำชับไปยังสถานเอกอัคร– ราชทูตและกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลก ให้ติดต่อประสานเครือข่ายสมาคมคนไทยในต่างประเทศ เพื่อดูแลคนไทยในประเทศนั้นๆอย่างเต็มที่ รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวัง รักษาความปลอดภัยให้กับสถานเอกอัครราชทูต เนื่องจากขณะนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์แสดงความไม่พอใจต่อการดำเนินการกับกลุ่มผู้ลักลอบเข้าเมืองชาวมุสลิม ที่อ้างว่าเป็นชาวตุรกี ส่วนกรณีที่จะมีผู้ชุมนุมรวมตัวประท้วงหน้าสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เจ้าหน้าที่ตำรวจเยอรมนีได้เพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัย อารักขาสถานทูตฯ โดยที่ผู้ชุมนุมประท้วงในช่วงเวลาที่ได้ยื่นขอกับทางการเยอรมนี ภายใต้กฎหมายของประเทศ

กต.สหรัฐฯประณามไทย

ขณะเดียวกัน การส่งชาวมุสลิมอุยกูร์ราว 100 คนกลับประเทศจีนของไทย ซึ่งยังคงเหลืออีก 50 คน ที่ยังต้องรอการระบุสัญชาตินั้น นายจอห์น เคอร์บี โฆษกประจำกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ เผยว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ผิดหวังอย่างรุนแรงและขอประณามการตัดสินของรัฐบาลไทยและรัฐบาลประเทศอื่นที่ส่งชาวมุสลิมอุยกูร์กลับจีน พร้อมเรียกร้องให้ทุกรัฐบาลหยุดการกระทำดังกล่าว เพราะอาจทำให้ชาวมุสลิมอุยกูร์ต้องตกอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่จากจีน อีกทั้งเรียกร้องไปถึงรัฐบาลจีนให้ดูแลชาวมุสลิมอุยกูร์อย่างเหมาะสม พร้อมขอให้ไทยส่งตัวชาวอุยกูร์ที่เหลืออยู่ ไปยังประเทศที่บุคคลเหล่านั้นมีความประสงค์ต่อไป อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ขอประณามการบุกทำลายสถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ของไทย ที่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี หวังว่าทุกฝ่ายจะสามารถหารือร่วมกันได้อย่างสันติในอนาคต

ชี้ตุรกีควรขอบคุณไทยที่ช่วยอุยกูร์

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงสถานการณ์ที่ชาวอุยกูร์บุกทำลายสถานกงสุลไทยในกรุงอิสตันบูล ประจำประเทศตุรกี ว่า ล่าสุดยังไม่ลุกลามบานปลายสามารถควบคุมได้ ไม่ถึงขั้นต้องอพยพคนไทยกลับประเทศ ส่วนที่รัฐบาลตุรกีได้ออกแถลงการณ์ประณาม ไทยคงไม่ตอบโต้อะไร แต่อยากทำความเข้าใจว่า ก่อนที่จะออกแถลงการณ์ควรคิดให้รอบคอบว่า ที่ผ่านมาไทยให้การช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกชาวอุยกูร์ที่ได้รับการพิสูจน์สัญชาติไปแล้วอย่างไร เวลามีกระแสกดดันจากสังคมในลักษณะนี้หากรัฐบาลนิ่งเฉยก็จะสูญเสียเรื่องความนิยม ไม่อยากให้นำปัญหาการเมืองในประเทศมาปะปนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ตุรกีควรจะออกหนังสือขอบคุณเราด้วยซ้ำ ว่าสิ่งที่เราทำให้ส่งผลดีต่อเขาอย่างไร ได้พูดคุยกับเอกอัครราชทูตตุรกีประจำประเทศไทยถึงสถานการณ์ ข้อกังวล และท่าทีต่างๆที่ออกมา ซึ่งกระทบต่อความรู้สึก ไม่ทำให้เรื่องนี้กระทบต่อความสัมพันธ์ อย่างน้อยต้องมีการสื่อสารว่าท่าทีแบบนี้เหมาะสมถูกต้องหรือไม่

พ้อเวลาช่วยไม่ชมส่งกลับถูกด่า

เมื่อถามว่า สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอชซีอาร์ ออกแถลงการณ์แสดงความตกใจ ที่ทางการไทยส่งชาวอุยกูร์ไปยังประเทศจีน พล.ต.วีรชนกล่าวว่า เรามีคำชี้แจง เมื่อชาวอุยกูร์เข้ามา จีนก็ได้ขอให้เราส่งไปทั้งหมด ได้ปฏิเสธว่าทำไม่ได้ ต้องมีการพิสูจน์สัญชาติก่อน แต่ในกรณีที่ติเตียนไทยว่าไม่คำนึงถึงหลักมนุษยธรรมนั้น เป็นเรื่องที่ต้องชี้แจงให้ทราบ เร็วๆนี้ฝ่ายความมั่นคงไทยจะส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงไปเยี่ยมเยียน

ผู้ที่ถูกส่งตัวกลับว่ามีความเป็นอยู่อย่างไร จีนเองก็เห็นชอบ กำลังหารือกับจีนว่าจะเชิญองค์กรนานาชาติ เข้ามาร่วมรับรู้สถานการณ์ชาวอุยกูร์ที่ถูกส่งกลับจีน เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์ไทยไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่เวลาที่เราต้องแบกภาระในการดูแลคนเหล่านี้กลับไม่ชมเชย เชื่อว่าหากเป็นประเทศอื่นก็คงตัดสินใจไม่แตกต่างจากเรา

“บิ๊กตู่” ลั่นส่งอุยกูร์ไปจีนยึดประโยชน์ชาติ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ กรณีหลายประเทศตำหนิทางการไทยที่ส่งชาวอุยกูร์ให้จีนว่า ใครประท้วง แล้วเวลามีปัญหากับที่อื่นไทยเคยประท้วงคนอื่นบ้างหรือไม่ เวลาที่มีการทำอะไรให้ประเทศไทยเสียโอกาส เคยชี้แจงแทนรัฐบาลบ้างไหม เรื่องดังกล่าวได้พูดไปแล้วว่าอะไรถูกหรือผิด เราต้องปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ในฐานะที่เรามีพันธสัญญาและกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งมีทั้งประเทศตุรกีและจีน ถามว่าเราทำอะไรไม่เป็นธรรมได้หรือไม่ ซึ่งวันนี้เหตุประท้วงที่ประเทศตุรกีมีการทำลายสถานกงสุลแล้ว ประเทศอื่นโดนด้วยหรือไม่ รู้หรือไม่ว่ามีการทำลายสถานทูตจีนไปแล้ว เรื่องนี้ต้องดูว่าอะไรคือผลประโยชน์ของชาติ กฎหมายระหว่างประเทศเราทำทุกอย่าง แต่ต้องดูกฎหมายของไทยที่เข้ามานั้นอย่างไรเป็นการอพยพมาหรือไม่ เมื่อหนีมาแล้วเข้าประเทศได้อย่างไร การหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายหรือไม่ และกฎหมายที่กระทำต่อผู้หลบหนีเข้าเมืองจะต้องทำอย่างไร ซึ่งต้องจับตัวไว้ก่อน ส่วนกรณีดังกล่าวมีความละเอียดอ่อนอยู่แล้ว เมื่อมีความละเอียดอ่อนและอ่อนไหว ดังนั้นสื่อต้องระมัดระวังในการนำเสนอ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้พยายามชี้แจงทำความเข้าใจ รัฐบาลเองก็พยายามขอร้อง และพยายามพูด แต่พูดมากนักก็ไม่ได้เพราะมีผลกระทบต่อทั้งสองประเทศ ขณะเดียวกันประเทศไทยก็จะเสียผลประโยชน์ด้วย

ไม่แบกรับภาระจี้อุยกูร์-จีน-ตุรกีหาทางออก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สิ่งที่ต้องดูคือ 1.คนเหล่านี้ทำผิดกฎหมายหรือไม่ 2.คนเหล่านี้มีชาติกำเนิดอย่างไร เพราะแม้ว่าจะเป็นประเทศใดที่หลบหนีเข้าเมืองถือว่าผิดกฎหมาย ขั้นตอนต่อไปของกฎหมายทุกประเทศคือการพิสูจน์สัญชาติ เมื่อพิสูจน์แล้วว่าใครอยู่ที่ไหน หากมีกรณีความผิดต้องส่งกลับประเทศหรือไม่ หรือจะให้ไปไหนก็ได้ก็ต้องไปหาทางคุยกันให้ได้ ทั้งอุยกูร์- จีน-ตุรกี โดยต้องหาทางแก้ปัญหาร่วมกัน เพราะรัฐบาลไทย ไม่สามารถรับภาระเหล่านี้ได้อีกต่อไป แต่โดยขั้นต้นเราดูแลได้ เพราะเรารับดูแลมากี่ปีแล้ว จนมีลูกมีหลานเยอะแยะไปหมด

มั่นใจจีนไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายประเทศไม่มั่นใจในความปลอดภัยเมื่อส่งชาวอุยกูร์กลับประเทศจีน พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ประเทศจีนบอกจะดูแลความปลอดภัยให้ ทำไมต้องถามซ้ำ ถ้าอยากรู้ก็ไปถามจีน เพราะจีนรับรองมากับฝ่ายความมั่นคงแล้วว่าจะดูแลความปลอดภัยให้ดีที่สุด โดยคนที่เราส่งตัวกลับไปจีนจะพิสูจน์เพื่อทราบอีกครั้งหนึ่งว่าเกี่ยวข้องกับคดีต่างๆหรือไม่ ถ้าไม่เกี่ยวข้องจะปล่อยหมด โดยจีนพร้อมที่จะให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ของไทย และองค์กรระหว่างประเทศเข้าไปดูแลว่าปฏิบัติต่อคนเหล่านี้อย่างไร ในเมื่อแถลงไปแล้ว จะเอาอะไรกันอีก ต้องไปดูว่าจีนลงโทษจริงหรือเปล่า ลงโทษถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และเขายืนยันว่าต้องทำตามกระบวนการยุติธรรม จีนไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อน

ถามคนไทยช่วยเลือกทางออก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า อยากจะฝากว่าการที่ไปทำลายสถานทูตและสถานกงสุล มันคงไม่ใช่ เพราะเรายังคงปกป้องทุกคนที่อยู่ในประเทศ และเมื่อวันที่ 9 ก.ค. ก็ได้ส่งคนไปดูแลสถานทูตตุรกีในไทยแล้ว นี่คือบทบาทที่ไทยจะต้องยืนยันในหลักการของเรา ไทยกับตุรกีไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งกันเลย ทูตของตุรกีก็บอกว่าพร้อมจะลงทุนกับรัฐบาล แล้วมีเหตุผลใดที่ตนจะต้องไปทำลายการลงทุนระหว่างไทยกับตุรกี หรืออยากให้ตนทำลายความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนด้วยจะให้ตนเลือกทางใด จะเอาอย่างไร คนทั้งประเทศตอบมา

ยกอดีตไทยยืนหยัดสิทธิมนุษยชน

เมื่อถามว่า คิดว่าทำไมท่าทีของต่างประเทศถึงให้ความสำคัญกับการส่งผู้อพยพกลับจีนมากกว่าการทำลายสถานกงสุลของไทย พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “มาตรฐานของต่างประเทศเขาดูด้วยโลกปัจจุบัน หลักสิทธิมนุษยชน ต้องถามว่าได้มาดูคนอพยพทั้งหมดแสนสี่หรือสี่แสนเมื่อ 30 ปีก่อนเหมือนเราหรือไม่ใครประท้วงเรา ใครที่ยื่นว่าเราทำอย่างโน้นอย่างนี้ ว่าไม่ถูกต้อง ใคร ก็ UNSCR (สำนักข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ) นั่นล่ะ ดูให้มันครบ ผมไม่ได้ไปทะเลาะกับใคร จะให้ผมไปทะเลาะแล้วถามว่าประเทศได้อะไร ก็ไม่เห็นได้อะไรสักอย่าง สื่อต้องช่วยผม คลายปัญหาเหล่านี้ด้วยหลักการของกฎหมายไทย กฎหมายระหว่างประเทศ สิทธิมนุษยชน ดูทุกอัน บวกกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยสองถึงสามประเทศนี้ เป็นมิตรที่ดีต่อกันหมด แล้วจะให้รบกันหรืออย่างไร หรือจะพ่วงเรื่องศาสนาเข้าไปอีกของเก่ายังแกะกันไม่ออก ปัญหาเยอะแยะไปหมด ทำไมต้องสร้างปัญหา รัฐบาลต้องทำงาน พอบอกว่าดูแลไม่ดี คนแออัด แล้วถามว่าได้ส่งคนเหล่านี้ไปตุรกีด้วยหรือไม่ก็ส่งไปก่อนอีก แล้วจะเอาอะไรอีก” เมื่อถามว่า ปวดหัวกับปัญหานี้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบแบบใส่อารมณ์ว่า “อย่ามาถามผม” ก่อนเดินเลี่ยงไปทันที

ระดมกำลัง ตร.ป้องสถานทูตตุรกีในไทย

พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ ผบก.น.2 เปิดเผยถึงการดูแลสถานทูตตุรกีประจำประเทศไทยหลังมีกลุ่มมุสลิมอุยกูร์ในตุรกีชุมนุมทำลายสถานกงสุลไทยในกรุงอิสตันบูล ว่า ได้ตรวจสอบบริเวณสถานทูตตุรกีประจำประเทศไทย ซึ่งอยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบของ สน.สุทธิสาร อย่างเข้มข้น เหตุการณ์ยังเป็นปกติ และได้ประสานเจ้าหน้าที่สถานทูตทั้ง 2 แห่ง คือตุรกีและจีน พบว่าไม่มีการร้องขอกำลังเพิ่มเติมในการดูแล ได้สั่งการให้สายตรวจ สน.สุทธิสาร จัดกำลังรถสายตรวจลงพื้นที่ดูแล ด้าน พ.ต.อ.ไกรเลิศ บัวแก้ว รอง ผบก.น.1 ดูแลงานป้องกันปราบปราม กล่าวว่าในส่วนของการดูแลพื้นที่สถานทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ซึ่งอยู่ในพื้นที่ สน. ห้วยขวาง กำชับให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันปราบปรามและสืบสวนลงพื้นที่ต่อเนื่องและกำชับให้เพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติ ซึ่งสถานการณ์ยังเป็นปกติ

ให้คนไทยเที่ยวตุรกีระวังตัว

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงการดูแลนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศตุรกีว่า ขอให้ทำตามคำแนะนำของกระทรวงการต่างประเทศที่ขอให้ติดตามสถานการณ์และระมัดระวังตัวในการเดินทางมากขึ้น และให้ตรวจสอบข้อมูลข่าวสารด้วย และการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทยรายงานว่าในตอนนี้ยังไม่มีนักท่องเที่ยวไทยในตุรกีมีปัญหาแต่อย่างใด ส่วนนักท่องเที่ยวตุรกีที่เดินทางมาเที่ยวประเทศไทยจะมีปีละ 4-5 หมื่นคน และยังไม่มีการแจ้งยกเลิกมาไทย

ปิดสถานทูตไทยและกงสุลชั่วคราว

ด้านสำนักข่าวต่างประเทศรายงานความเคลื่อน ไหวเหตุการณ์ความรุนแรงของกลุ่มผู้ประท้วงชาวตุรกีที่ไม่พอใจกับการปฏิบัติชาวมุสลิมอุยกูร์ของรัฐบาลจีนและการเนรเทศชาวมุสลิมอุยกูร์ในเมืองไทยกลับจีน จนลุกลาม ทำร้ายร่างกายนักท่องเที่ยวชาวเอเชีย รวมถึงบุกทำลายข้าวของทรัพย์สินภายในสถานทูตไทยในกรุงอังการาจนเสียหายนั้น เมื่อ 10 ก.ค. รัฐบาลไทยประกาศสั่งปิดสถานทูตไทยในกรุงอังการา และกงสุลในนครอิสตันบูลเป็นการชั่วคราวแล้ว ขณะที่ พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เตรียมเดินทางไปยังตุรกีสัปดาห์หน้าเพื่อติดตามความคืบหน้าการเดินทางกลับของชาวไทย

จีนไม่รับอุยกูร์ถือเป็นผู้ลี้ภัย

นางหัว ชุนยิง โฆษกหญิงประจำกระทรวงต่างประเทศของจีน แถลงโต้กลับที่กรุงปักกิ่งว่า กลุ่มชาวมุสลิมอุยกูร์ที่ถูกเนรเทศจากไทยกลับจีนนั้น เป็นกลุ่มที่ลอบออกนอกประเทศ ถือเป็นผู้ลี้ภัยผิดกฎหมาย และเป็นการประสานงานด้านกฎหมายทั่วไป ระหว่างรัฐบาลจีนกับรัฐบาลไทยเกี่ยวกับการปราบปรามผู้ลี้ภัยผิดกฎหมาย นอกจากนี้ หนังสือพิมพ์ เดอะ โกลบอล ไทม์ส สื่อสิ่งพิมพ์ของรัฐบาลคอม– มิวนิสต์จีน เขียนบทความโดยอ้างแหล่งข่าวจากกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีนว่า มีประเทศหนึ่งออกหนังสือเดินทาง หรือพาสปอร์ตสำหรับการพิสูจน์สัญชาติให้กับชาวมุสลิมอุยกูร์ เพื่อให้ลอบเดินทางออกจากประเทศจีนได้ แม้บทความดังกล่าวไม่ได้ระบุว่าเป็นประเทศใด แต่ก็เห็นชัดเจนว่าระบุเป็นประเทศตุรกี อีกทั้งยังเผยว่า ส่วนใหญ่กลุ่มคนเหล่านี้เตรียมเดินทางถึงตุรกีผ่านประเทศต่างๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมุ่งหน้าไปยังซีเรียและอิรักเพื่อร่วมกับกลุ่มก่อการร้าย อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี เรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน แห่งตุรกี ซึ่งเตรียมเดินทางไปจีนภายในเดือน ก.ค.นี้ ก็ตั้งใจหยิบยก สถานการณ์ชาวมุสลิมอุยกูร์ขึ้นมาพูดคุย นอกจากนี้ นายเออร์โดกันยังวิจารณ์ถึงเหตุโจมตีนักท่องเที่ยวชาวเอเชียในตุรกี และเผยว่าผู้ที่ทำร้ายนักท่องเที่ยวถือว่าทรยศต่อนิสัยแสดงความยินดีต้อนรับที่ชาวเติร์กกระทำกันมาช้านาน

ชาวอุยกูร์ที่สะเดายังปกติ

ที่อาคารกักตัวของ ตม.สงขลา หมู่ 7 ต.สำนัก–ขาม อ.สะเดา จ.สงขลา สถานที่กักตัวชาวอุยกูร์ 23 คนที่หลบหนีเข้าเมืองสภาพเงียบเหงาไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ สอบถาม พ.ต.ท.ประยุทธ์ ดิฐษปัญญา สว.ตม.ทำหน้าที่ดูแลห้องกัก ตม.สะเดา กล่าวว่าสถานการณ์ทั่วไปเป็นปกติ ผู้ต้องกักชาวอุยกูร์ 23 คนใช้ชีวิตปกติ กลางวันถือศีลอด ตอนเย็นตื่นมาละศีลอดและทำพิธีทางศาสนาจนถึงรุ่งเช้า สำหรับชาวอุยกูร์ชาย เจ้าหน้าที่ได้จัดให้มีการพบปะกับครอบครัวซึ่งเป็นชาวอุยกูร์ผู้หญิงที่บ้านพักเด็กสงขลาโดยให้เวลาพบปะรับประทานอาหารร่วมกัน

ขณะที่นายจาง อี้หมิง อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยกล่าวว่า หลักจากมาพิสูจน์สัญชาติชาวอุยกูร์เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาพบส่วนใหญ่ชาวอุยกูร์เป็นคนเชื้อชาติจีนซึ่งประเทศจีนมีหลายเผ่าพันธุ์ ทั้งหมดถูกขบวนการค้ามนุษย์หลอกมา ชาวอุยกูร์ส่วนใหญ่ที่หลบหนีเข้าประเทศไทยผ่าน ลาว เวียดนามและกัมพูชา ผ่านมาเลเซียเพื่อไปประเทศตุรกีตามจุดมุ่งหมาย ทางรัฐบาลจีนรับประกันในเรื่องความปลอดภัยสำหรับคนที่ถูกส่งกลับจีนเพราะอุยกูร์ทุกคนเป็นคนของประเทศจีนและพร้อมให้ความเป็นธรรม ไม่ต้องห่วงเรื่องการตกไปเป็นข้อต่อรองทางการเมือง

กต.แจงยิบส่ง 109 อุยกูร์ให้จีนตามเอกสารแจ้งความผิด-พิสูจน์สัญชาติ เตรียมเชิญกาชาดสากลร่วมทีม สมช.ไทย ไปดูความเป็นอยู่ชาวอุยกูร์ในจีน เผยจีนยันปฏิบัติเป็นธรรม ขณะที่สถานทูตไทยในเบอร์ลินผวาด้วย หลังได้รับแจ้งมีกลุ่มประท้วง 11 ก.ค. 2558 00:49 11 ก.ค. 2558 04:06 ไทยรัฐ