วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปัดส่งทหารข่มขู่ ท้ามี'คลิป'ส่งมา

มาร์ครับเชิญ-‘ปู’เมิน สาวมือโพสต์ซัดบิ๊กตู่ อ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์!

คสช.ปัดส่งทหารบุกบ้าน 14 นศ.ข่มขู่ผู้ปกครอง แค่ไปเคลียร์ปมที่รัฐบาลต้องจับกุม ยันไม่กระทำ อะไรเยี่ยงโจร “บิ๊กตู่” อ้อนทุกฝ่าย อย่าเป็นศัตรูกันเลย เล็งให้ นศ. 2 ขั้วออกสื่อเคลียร์ใจดีกว่ายกพวกตีกัน “มาร์ค” คว้าหมับคำเชิญไปจ้อ เสธ.ทบ.จัดคิวด่วนจี๋ 13 ก.ค. ออกช่อง 5-ช่อง 11 รายการเดินหน้าปฏิรูป “ปึ้ง” เชื่อ “ปู” ไม่ไปจ้อด้วย เพราะเข็ดมากโดนอ่วมมาสารพัดคดี “บิ๊กอ๊อด” เปิดโต๊ะแถลงจับมือโพสต์นายกฯซุกแบงก์สิงคโปร์หมื่นล้าน ผู้ต้องหาสารภาพสิ้นก๊อบจากไลน์โพสต์ใส่เฟซบุ๊ก อ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ “ฮอร์ นัมฮง” ลองแล้วชอบโลชั่นสมุนไพรไทยซื้อกลับไปใช้ที่กัมพูชา

จากกรณีมีการกล่าวหาว่า ทหารเข้าไปข่มขู่ผู้ปกครองของ 14 นักศึกษากลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ที่เพิ่งได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพถึงบ้านนั้น

คสช.ปัดส่งทหารขู่ครอบครัว 14 นศ.

เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข เสนาธิการทหารบก ในฐานะรองเลขาธิการ คสช. กล่าวถึงกรณีที่ถูกกล่าวหาว่า ทหารเข้าไปข่มขู่ผู้ปกครอง 14 นักศึกษาที่บ้านว่า ขอยืนยันว่า คสช.ไม่ได้ส่งทหารไปข่มขู่ครอบครัวนักศึกษาแต่อย่างใด เพียงแต่ทหารเข้าไปทำความเข้าใจกับครอบครัวนักศึกษาที่ถูกควบคุมตัวเพื่อให้ครอบครัวได้ทราบถึงเหตุผลที่นักศึกษาถูกรัฐบาลจับกุม และชี้แจงถึงข้อกฎหมายว่า ทำผิดคำสั่ง คสช.ที่ต้องการรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ

ยันไม่ใช่มาเฟีย-ท้ามีคลิปส่งมา

พล.อ.ฉัตรเฉลิมกล่าวว่า คสช.ไม่เคยสั่งห้ามใครพูดหรือคิดเห็นที่แตกต่างเพราะเข้าใจดีว่า ทุกคนมีความคิดเป็นของตัวเอง ทุกคนคิดเห็นไม่เหมือนกัน แต่อยากให้เข้าใจว่า สถานการณ์บ้านเมืองต้องการความสงบ และสร้างบรรยากาศที่ปรองดอง เพราะหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพูดหรือคิดแล้วแสดงออกที่สุดโต่ง อีกฝ่ายก็จะออกมาตอบโต้ บ้านเมืองจะหวนกลับสู่ภาวะความขัดแย้งแบบเดิม ทหารไม่สามารถไปข่มขู่ใครได้ เพราะหากกระทำเช่นนั้นก็ไม่ต่างไปจากโจรหรือมาเฟีย เพราะทหารยังถืออาวุธจะข่มขู่ใครไม่ได้ หากพบว่าทหารที่ถูกส่งไปทำความเข้าใจพูดจาไม่สุภาพ หากมีคลิปหรือมีหลักฐานให้ส่งมาที่กองทัพบกได้ทันที ตนเองจะเป็นคนสอบสวนด้วยตัวเอง

“ผมไม่เคยสั่งนะ ไม่เคยมีวิธีการแบบนั้น ไม่เคยให้ทำ ไม่เคยส่งทหารไปข่มขู่ใคร แต่ส่งทหารไปทำความเข้าใจกับครอบครัวของนักศึกษาว่าถูกจับเพราะอะไร เพราะน้องๆเขากระทำผิดเข้าข่ายล้มล้างรัฐบาลผิดกฎหมาย ต้องชี้แจงว่าตอนนี้บ้านเมืองต้องการความสงบ ผมไม่ได้ห้ามพูด ตอนนี้ทุกอย่างก็แย่ถ้าไม่ทำตามโรดแม็ป ขอให้เชิงสร้างสรรค์อย่าสร้างการยั่วยุให้เกิดปัญหา พูดให้คนสามัคคีดีกว่า” พล.อ.ฉัตรเฉลิมกล่าว

“บิ๊กตู่” วอนทุกฝ่ายอย่าเป็นศัตรูกันเลย

เมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ถึงกรณีปัญหาความมั่นคงว่า ตนไม่ใช่นักการเมือง ไม่ใช่รัฐบาลที่มาจากการเมือง หรือการเลือกตั้ง แต่เป็นรัฐบาลเพื่อการปฏิรูป หยุดการขัดแย้ง เพื่อเดินหน้าประเทศ ซึ่งในสิ่งที่ต้องใช้ความเร่งด่วนในการแก้ไขนั้น ต้องใช้กฎหมายพิเศษบ้าง ตนไม่ต้องการสร้างความขัดแย้งใหม่ให้เกิดขึ้น แต่ต้องการแก้ปัญหาให้ประเทศเดินหน้าได้ ส่วนเรื่องความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ความมีเสถียรภาพของประเทศ เป็นปัจจัยสำคัญ ที่จะทำให้ทุกอย่างเดินหน้าไปได้ อยากขอความร่วมมือจากคนไทยทุกกลุ่มทุกฝ่าย ทุกระดับ อย่าเป็นศัตรูกันอีกเลย ขอให้มาหารือ ร่วมมือกัน อยากให้ทุกคนรับรู้ถึงความเสียหายต่างๆของประเทศที่เกิดขึ้นจากการเป็นประชาธิปไตยที่ไม่สมบูรณ์ วันนี้เรากำลังสร้างประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ก็ต้องช่วยกัน ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองหรืออะไรก็แล้วแต่ ถ้าจะเลือกตั้งต่อ ไม่มีความผิดอะไรต่างๆก็เข้ามา ตนไม่ได้ไปรังเกียจท่านอยู่แล้ว

จะให้ นศ. 2 ขั้วออกสื่อเคลียร์ใจ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนการเปิดเวทีให้ทุกฝ่ายมาพูดคุยกัน มีความมุ่งหมายต้องการให้โอกาสทุกคน จะมีโอกาสให้นิสิต นักศึกษา ทั้งที่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย มาคุยกันออกสื่อ ทั้งที่สนับสนุนและไม่สนับสนุนรัฐบาล จะเอาทั้ง 2 พวกมาคุยกัน ไม่ใช่มาตีกัน แล้วดูว่าจะทำความเข้าใจกันอย่างไร ที่ผ่านมาประเทศไทยทุกเรื่องจะเก็บมาเป็นปัญหาได้หมด ทำให้ทำงานอะไรไม่ได้ ถ้าทุกคนมี 100 ปัญหา แล้วไปกันไม่ได้สักปัญหา มันเดินไม่ได้สักเรื่อง คุยกันก็ไร้ประโยชน์ ตีกันทุกวัน แต่ถ้า 100 คน 100 ปัญหา ก็ลดลงเหลือสัก 20 ปัญหา แล้วทำ 80 ปัญหาร่วมกันได้ อีก 20 ปัญหาก็แก้ค่อยๆ แก้ไป เดี๋ยวมันก็ลดลงเอง วันนี้บางทีปัญหาไม่มี แต่ต้องหาเรื่องใหม่มาจนได้ ให้เกิดปัญหาเรื่องใหม่มาอีก ตนก็ตามแก้ทุกวัน

โล่งใจแรงกดดันลดลงไปได้บ้าง

“คิดว่าทุกอย่างแนวโน้มน่าจะดีขึ้น มีความเข้าใจมากขึ้น ลดการกดดันตนลงไปพอสมควร แต่คนที่เคยกดดันอยู่แล้ว ก็กดดันอยู่เหมือนเดิม ไม่รู้จะว่าอย่างไร อย่าให้ตนต้องบังคับใช้กฎหมายมากนักเลย ทำให้เกิดปัญหาหมด เดี๋ยวก็เกิดความรุนแรงเกิดขึ้น กระบวนการยุติธรรมก็เสียหาย เจ้าหน้าที่ก็ทำงานไม่ได้ การปฏิรูปก็ไม่เกิด แล้วใครจะรับผิดชอบให้ตน เพราะฉะนั้น ใครทำรับผิดชอบก็แล้วกัน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

คณาจารย์บายศรีสู่ขวัญ นศ.

เมื่อเวลา 17.45 น.ที่ตึกกิจกรรมนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เครือข่ายคณาจารย์ผู้ห่วงใยศิษย์ นำโดยอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา จัดกิจกรรมบายศรีรับขวัญ ให้กลุ่ม นศ.ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ท่ามกลางการจับตาเข้มของเจ้าหน้าที่ข่าวกรอง ทั้งทหาร ตำรวจ สำหรับงานนี้มีนักวิชาการที่สนับสนุนกลุ่มเอ็นดีเอ็มเข้าร่วมคับคั่ง ส่วนกลุ่มมวลชนที่สนับสนุนขบวนการนักศึกษา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มมวลชนเสื้อแดงเข้าร่วม ทั้งนี้พิธีเริ่มด้วยทางกลุ่มคณาจารย์ได้กล่าวเชิดชูการต่อสู้ของ นศ.ก่อนชวนกันนำด้ายสีขาวผูกข้อมือพร้อมให้ศีลให้พรท่ามกลางบรรยากาศอันชื่นมื่น หลังจบงานกลุ่มเอ็นดีเอ็มเดินทางไปที่มูลนิธิเสฐียรโกเศศ ถนนเจริญนคร เพื่อเลี้ยงส่งกลุ่มดาวดิน

ดาวดินลั่นจะยกระดับต่อสู้ขึ้นอีก

นายรังสิมันต์ โรม นศ.คณะนิติศาสตร์ มธ. กล่าวว่า พวกตนได้รับการบายศรีรับขวัญมาแล้วเป็นครั้งที่ 2 และอนาคตน่าจะคงได้จัดอีก ตอนนี้เรายังไม่ชนะและยังต้องต่อสู้ต่อ คสช.และกลไกกติกาที่เขาตั้งนั้นยังอยู่ การปล่อยพวกเราไม่ใช่ไม่มีเงื่อนไข คดีความยังต้องเคลื่อนต่อไป อนาคตไม่ใช่แค่เอ็นดีเอ็มแต่ยังคงต้องมีประชาชนอีกมากที่ต้องได้รับผลกระทบ

นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา กล่าวว่า สมาชิกกลุ่มดาวดินบางส่วนเดินทางกลับ จ.ขอนแก่นไปแล้ว ส่วนตนและเพื่อนๆที่เหลือจะเดินทางกลับวันที่ 10 ก.ค.ยืนยันว่ากลุ่มดาวดินจะกลับไปเคลื่อนไหวต่อสู้ร่วมกับชาวบ้านตามที่เคยปฏิบัติ เพื่อรอวันหนึ่งที่เหมาะสมจะกลับมาร่วมกับกลุ่ม นศ.เอ็นดีเอ็ม ใน กทม.และมองว่าน่าจะมีการยกระดับขึ้นอีกในอนาคต

“มาร์ค” ยินดีจ้อพร้อม “บิ๊กตู่-ปู”

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ระบุฝากสื่อถามนายอภิสิทธิ์และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯว่าพร้อมจะแสดงความเห็นผ่านทางโทรทัศน์หรือไม่ว่า ตนไม่เคยมีปัญหา ทุกครั้งที่ คสช.หรือศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) ขอความร่วมมือก็ให้ความร่วมมือทุกครั้ง ที่ผ่านมาได้ให้ข้อเสนอแนะมาตลอด ไม่ใช่พูดแต่ปัญหา แต่อยู่ที่ว่ารัฐบาลหรือ คสช.จะทำหรือไม่ เป็นการตัดสินใจของรัฐบาลหรือ คสช.เอง ดังนั้น ถ้าจะให้ไปแสดงความเห็นในเวทีเดียวกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็พร้อม ตนไม่มีปัญหา

เมื่อถามว่า หากมี พล.อ.ประยุทธ์ร่วมด้วยจะเป็นโอกาสดีสำหรับประชาชนในการรับทราบจุดยืนของแต่ละฝ่ายหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์ ถ้าท่านมาร่วมด้วยก็จะเป็นผลดีต่อประชาชนเพราะจะมีความหลาก หลาย เพราะที่ผ่านมาไม่มีเวทีแลกเปลี่ยน

เตือนเจ้าอารมณ์บั่นทอนงาน

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า รู้สึกเห็นใจรัฐบาลเพราะเวลานี้มีปัญหารุมเร้าหลายเรื่อง โดยเฉพาะเงื่อนไขเศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญ เวลาเศรษฐกิจไม่ดีประชาชนก็หงุดหงิดง่าย ทำให้เกิดความไม่พอใจ ฉะนั้น ถ้าคลายเงื่อนไขนี้ได้ก็จะช่วยได้มาก ส่วนการเคลื่อนไหวต่างๆหรือปัญหาจากภายนอกเป็นเรื่องปกติที่เราควบคุมไม่ได้ เช่นวิกฤติต่างประเทศหรือเรื่องตุรกี และจีนที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนจึงยากที่จะมีคำตอบที่ถูกใจต่อทุกฝ่าย เมื่อถามว่า มีคำแนะนำอะไรให้นายกฯหรือไม่ เพราะเห็นหงุดหงิดทุกวันจากสารพัดปัญหา นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เชื่อว่านายกฯสามารถควบคุมไม่ให้สิ่งเหล่านี้บั่นทอนการทำงาน แต่เข้าใจว่าทุกคนเป็นปุถุชนธรรมดา เมื่อทำงานก็เหนื่อยหงุดหงิดเป็นธรรมดา สมัยตนเป็นนายกฯเวลาเหนื่อยและหงุดหงิดก็จะไม่พยายามนำเรื่องของอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องเพราะรู้ตัวว่า มีหน้าที่ที่ต้องทำอะไร

“มาร์ค” ได้คิว 13 ก.ค.-“ปู” ยังไม่เชิญ

พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข เสนาธิการทหารบก ในฐานะรองเลขาธิการ คสช.กล่าวถึงกรณีที่ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) ได้ทำหนังสือเชิญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี มาร่วมรายการเดินหน้าปฏิรูป ทางสถานีโทรทัศน์กองทัพ บกช่อง 5 และเอ็นบีที ว่าเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะศูนย์ปรองดองตั้งใจเชิญอดีตรัฐมนตรีในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ และนายอภิสิทธิ์มาร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อสร้างความปรองดองสู่การปฏิรูปประเทศ แต่เมื่อได้รับการตอบรับที่ดีจากหัวหน้าพรรคการเมืองที่ให้ความร่วมมือสร้างความปรองดองเป็นเรื่องที่น่ายินดี โดยนายอภิสิทธิ์ได้ตอบรับมาร่วมออกรายการเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาประเทศในวันที่ 13 ก.ค. ในหัวข้อปัญหาในระบบราชการไทย

“ส่วนของคุณยิ่งลักษณ์ขณะนี้ยังไม่ได้เชิญ เพราะเหมือนว่าเขายังไม่พร้อม แต่หากมีประเด็นหรือเรื่องไหนที่เกี่ยวข้องด้วย ก็อาจจะเชิญ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่เหมาะสมและความพร้อมของเขา ยืนยันว่าไม่ได้กดดันหรือบีบให้คุณยิ่งลักษณ์ต้องมาร่วมรายการ” พล.อ.ฉัตรเฉลิมกล่าว

“เต้น” ฉะ “มาร์ค” ดาวยั่ว-ตัวยุยง

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.กล่าวว่า เป็นงานถนัดของนายอภิสิทธิ์จึงต้องเร่งสร้างเรตติ้งด้วยการกดดันรัฐบาลให้เร่งฟ้องแพ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ในคดีจำนำข้าว ทั้งๆที่มีหน่วยงานรับผิดชอบกำลังพิจารณาอยู่แล้ว อีกทั้งที่ผ่านมาคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ถูกเร่งรัดจัดเต็มแซงหน้าคดีนายอภิสิทธิ์ ตนเห็นข่าวมีกลุ่มดาวดินออกมาต่อต้านเผด็จการ แต่ไม่นึกว่าจะมีกลุ่มดาวยั่วคอยยุยงรัฐบาลให้จัดการฝ่ายตรงข้าม วันนี้อดีตนายกฯผู้ถูกยึดอำนาจยังคงหนักแน่นไม่แสดงอาการใดๆแต่อดีตนายกฯอีกคนที่เคยได้รับการอุ้มชูจากกลุ่มผู้มีอำนาจในขณะนี้กลับเรียกร้องจะให้ซ้ำเติมอีกฝ่าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ยืนยันตลอดจะต่อสู้ทุกข้อกล่าวหาก็ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม นายอภิสิทธิ์เล่นแบบนี้เกิดอีกฝ่ายขอให้เร่งรัดคดีหนีทหาร คดี 99 ศพขึ้นมาบ้าง บรรยากาศบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร

“ปึ้ง” เชื่อ “ปู” เข็ดมาก-ไม่ไปจ้อ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯและอดีต รมว.ต่างประเทศ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่ ศปป.จะเชิญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไปออกรายการเดินหน้าปฏิรูป ก่อนหน้านี้มีอดีตรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยไปออกรายการแล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดประโยชน์แค่ไหนอย่างไรในเรื่องการปรองดอง ล่าสุดทราบว่านายอภิสิทธิ์ตอบรับไปออกรายการ ก็เป็นเรื่องของนายอภิสิทธิ์ แต่ในส่วนของ น.ส.ยิ่งลักษณ์นั้น ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาท่านเป็นฝ่ายถูกกระทำอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องการไม่ได้รับความเป็นธรรม คดีความต่างๆมากมายจนถึงขั้นถูกถอดถอน ดังนั้นการที่จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดคือควรให้ความเป็นธรรมกับอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์มากกว่าการเชิญไปพูดในรายการจะไม่เกิดประโยชน์ หากสิ่งที่พูดไปไม่มีคนฟัง ผู้มีอำนาจไม่นำไปปฏิบัติ ตนยกตัวอย่างให้เห็นง่ายๆ เมื่อครั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯเป็น รมว.กลาโหม ผบ.ทบ.ตอนนั้นยังไม่ฟัง แล้วตอนนี้มาเป็นนายกฯคุมอำนาจเบ็ดเสร็จ จะฟังสิ่งที่อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์พูดหรือ

“ถ้าเป็นผมเมื่อรู้ว่าไปแล้วไม่เกิดประโยชน์ ไปพูดแล้วไม่มีคนฟัง หรือนำไปปฏิบัติ ก็คงไม่ไปแน่นอน และก็เชื่อว่าอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ก็คงไม่ไป เพราะไม่เกิดประโยชน์ ปล่อยให้เป็นเวทีของคนชอบพูดหรือคนดีแต่พูดไปจะดีกว่า”

“จาตุรนต์” สบช่องจี้ชี้เลิกจำกัดสิทธิ

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ โพสต์เฟซบุ๊กว่าตามที่ พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข เสนาธิการทหารบก ในฐานะรองเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้คุยกับตนเรื่องการปรองดอง เกรงว่าเข้าใจคลาดเคลื่อนถึงความหมายและกระบวนการปรองดอง ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องทำความเข้าใจความหมายให้ตรงกันก่อน ไม่ใช่มาอธิบายแบบง่ายๆคือทำยังไงก็ได้ไม่ให้คนทะเลาะกัน จัดประชุมร่วมกันพันๆครั้ง ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) ยังขาดการรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย การจัดเสวนาเพื่อสำรวจองค์ความรู้เกี่ยวกับกระบวน การปรองดอง เชิญอดีตรัฐมนตรี นักการเมือง มาร่วมก็ช่วยได้บ้าง แต่หากจะให้กระบวนการปรองดองเริ่มได้จริง ทางที่ดีไม่ควรใช้มาตรการใดๆไปจำกัดการแสดงความเห็นแตกต่าง แต่ควรส่งเสริมให้มีการแสดงความเห็นมากขึ้นด้วยซ้ำ และใน 1-2 วันนี้ ตนจะเผยบทความ “ความสงบที่ไม่ยั่งยืน” จะเห็นปัญหาการปรองดอง

แถลงจับมือโพสต์นายกฯซุกหมื่น ล.

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.และ พล.ต.ต.ศิริพงษ์ ติมุลา ผบก.ปอท. ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมตัว นางรินดา ปฤชาบุตร อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40/1299 หมู่บ้านพฤกษา 24 หมู่ 4 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังการตรวจสอบพบว่าเป็นผู้เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในชื่อ “รินดา พรศิริพิทักษ์” เมื่อวันที่ 6 ก.ค.มีข้อความว่า “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและภรรยา นำเงินหลายหมื่นล้านไปฝากธนาคารในประเทศสิงคโปร์” ข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ตามมาตรา 14 (2) พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใด อันมิใช่ เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญหรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบให้เกิดในราชอาณาจักร ตามมาตรา 116 ประมวลกฎหมายอาญาและแกล้งบอกเล่าความเท็จให้เลื่องลือจนเป็นเหตุให้ประชาชนตื่นตกใจ ตามมาตรา 348 ประมวลกฎหมายอาญา

“บิ๊กอ๊อด” ชี้อย่าแค่นึกสนุก–สะใจ

พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า นางรินดา เป็นผู้โพสต์ข้อความที่เป็นข่าวมาโดยตลอด ซึ่งอาจจะเป็นเพราะไม่รู้หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิด เพราะเป็นการไปกระทบสิทธิของผู้อื่น ดังนั้นอะไรที่ผิดกฎหมาย ทำไปแล้วผลที่เกิดขึ้นจะสร้างความเสียหายกับตัวเองและบุคคลอื่น เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีทางที่จะหลีกเลี่ยงได้ต้องบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะนักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่ออกมาแสดงความคิดเห็น บางครั้งวันนี้มีความสุขสนุกสนานสะใจ ไปกับเพื่อน หรือมีใครมายุแหย่ ยุยง ส่งเสริมให้ทำ ตลอดจนมีค่าจ้าง หรือเป็นการกระทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ ต้องไตร่ตรองและใคร่ครวญให้ดี ว่าสิ่งนั้นทำได้หรือไม่ อยู่ในกรอบของกฎหมายหรือไม่ และไปกระทบสิทธิของคนอื่นหรือไม่

ผู้ต้องหาสารภาพก๊อบจากไลน์ส่งต่อ

นางรินดารับสารภาพว่า สำหรับกรณีดังกล่าวยอมรับว่าเป็นผู้ก๊อบปี้ข้อความลงในเฟซบุ๊กของตัวเองจริง แต่ไม่ได้เป็นผู้เขียนข้อความด้วยตนเอง ด้วยไม่ได้มีเจตนามุ่งหวังให้เกิดความวุ่นวายปั่นป่วนในบ้านเมือง เพียงแต่เห็นว่าในฐานะประชาชนคนหนึ่งก็มีสิทธิ์ที่จะวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลหรือผู้นำรัฐบาล ที่แม้จะมาจากการเลือกตั้งหรือไม่ก็ตาม ในฐานะที่ท่านดำรงตำแหน่งเป็นบุคคลสาธารณะ โดยข้อความที่ก๊อบปี้ไปนั้นอาจจะไม่เป็นความจริงหรือหมิ่นเหม่ต่อการกระทำความผิดต่อ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จึงอยากจะเตือนเพื่อนๆทุกคนว่า ในการแสดงความคิดเห็นถ้าเรามีจุดยืนของเราสามารถทำได้ แต่ต้องระวังเพราะ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เป็นอะไรที่อ่อนไหวและหมิ่นเหม่ แต่ก็เชื่อว่าเรามีสิทธิในความเป็นประชาชน ตนเล่นเฟซบุ๊กไม่เป็น ส่วนข้อความที่ได้มาคาดว่าน่าจะได้มาจากไลน์ เพราะตนใช้ไลน์ในการทำธุรกิจด้วยในไลน์จึงมีเพื่อนเยอะมาก ตนคงไม่ได้อ่านข้อความดังกล่าวละเอียดจึงก๊อบปี้ข้อความดังกล่าวส่งออกไป ตนทำลงไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ยกร่างฯตัดคำนิยาม “เงินแผ่นดิน”

สำหรับความคืบหน้าในการยกร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อเวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ เป็นประธานในการประชุม วาระพิจารณาปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ภาค 2 ผู้นำการเมืองที่ดีและสถาบันการเมือง หมวด 5 การคลังและการงบประมาณ ที่ประชุม กมธ.ยกร่างฯ คงตามหลักการเดิมตามร่างแรก เพื่อทำให้เกิดวินัยการเงินการคลังและป้องกันการใช้จ่ายแบบนโยบายประชานิยม แต่ได้มีการเขียนบัญญัติเพิ่มเติมให้มีความรัดกุมมากขึ้น นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ตัดการนิยามความหมายของคำว่า “เงินแผ่นดิน” ในมาตรา 200 เพราะหากเขียนบัญญัติไว้เกรงว่าจะเกิดปัญหาการตีความในอนาคต หากมีการเขียนนิยามไว้ไม่ครบสมบูรณ์ เนื่องจากเชื่อว่าในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ส่วนในหมวด 6 ความสัมพันธ์ระหว่างข้าราชการ นักการเมือง และประชาชน ที่ประชุมได้ตัดมาตรา 209 ว่าด้วย “การสั่งการในการบริหารราชการแผ่นดินให้กระทำเป็นลายลักษณ์อักษร เว้นแต่ในกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเร่งด่วน อาจสั่งการด้วยวาจาได้” ตามที่ ครม.เสนอคำขอแก้ไขเพิ่มเติม โดยให้เหตุผลว่า แนวทางดังกล่าวมีอยู่แล้วในพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 จึงไม่จำเป็นต้องเอามาบัญญัติในรัฐธรรมนูญอีก

2 กมธ.รุมค้านนายกฯคนนอก

นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สปช.กล่าวถึงการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญว่า กรณีที่มานายกรัฐมนตรีนั้น กมธ.ยกร่างฯไม่ได้ปรับเปลี่ยนตามคำขอของ กมธ.ปฏิรูปการเมืองและ กมธ.ปฏิรูปกฎหมายฯ จึงต้องขอดูรายละเอียดทั้งหมดให้ชัดเจนก่อน ส่วนการตัดคณะกรรมการกลั่นกรอง ส.ว.เลือกตั้งนั้น เป็นสิ่งถูกต้องแล้ว ถือเป็นทิศทางที่ดีที่ กมธ.ยกร่างฯพยายามลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นให้น้อยลง แต่ต้องดูว่า จะตอบโจทย์การแก้ปัญหาได้แค่ไหน เช่น เรื่องการมีเสถียรภาพของรัฐบาล ถ้ายังมีเจตนาให้มีรัฐบาลผสม มีพรรคการเมืองหลายพรรค เสถียรภาพของรัฐบาลก็ไม่มี ถือเป็นการกำหนดแนวทางที่ผิดพลาด

นายดิเรก ถึงฝั่ง สปช. ในฐานะรองประธาน กมธ.ปฏิรูปการเมือง สปช. กล่าวว่า อยากเห็นภาพรวมของร่างรัฐธรรมนูญออกมาให้ครบทุกด้านก่อน แต่กรณีที่ กมธ.ยกร่างฯยังให้มีนายกฯคนนอก เรายืนยันว่า ไม่เห็นด้วย

“มาร์ค” อัด “วิษณุ” มึนฟ้องแพ่งข้าว

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย ระบุถึงการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ขาดทุนมากกว่า 6 แสนล้านบาทว่า ตนไม่ทราบว่านายวิษณุคิดอย่างไร ที่ระบุเอาค่าธรรมเนียมศาลมาเป็นปัจจัยในการพิจารณาว่าจะคุ้มค่าต่อการยื่นฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายหรือไม่ ทั้งที่ทุกอย่างต้องปฏิบัติตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน และเวลานี้คดีอาญาก็เดินอยู่มีความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ผู้เสียหายคือรัฐและประชาชน รัฐจึงต้องทำหน้าที่แทนประชาชนคือ ต้องเดินหน้าฟ้องในเรื่องนี้ เข้าใจว่าที่รัฐบาลยังไม่สรุปยอดความเสียหายทั้งหมด เพราะยังไม่นิ่ง คือยังขายข้าวไม่หมด แต่ก็สามารถใช้ผลการประมูลข้าวที่ผ่านมา การเสื่อมสภาพของข้าวในสต๊อกมาประมาณการได้ว่ามีความเสียหายอย่างไร ขณะนี้เชื่อว่าสามารถคำนวณสรุปยอดความเสียหายได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องรอถึงปี 2560 กระทรวงการคลังและพาณิชย์ควรประชุมร่วมกัน ไม่ใช่ต่างฝ่ายต่างคำนวณจะยิ่งสับสน

“ฮอร์ นัมฮง” ชอบโลชั่นสมุนไพร

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายฮอร์ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศกัมพูชา เข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.โดย พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการหารือว่า นายกฯขอบคุณและยินดีที่กระทรวงการต่างประเทศจะมีพิธีส่งมอบโบราณวัตถุคืนให้กับกัมพูชาในวันที่ 11 ก.ค.นี้ เพื่อแสดงถึงความจริงใจและไมตรีจิตที่มีต่อกัน อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 ฝ่ายได้หารือถึงปัญหาด้านแรงงานที่ไทยขอให้กัมพูชาเร่งรัดการตรวจสัญชาติและการออกหนังสือเดินทางแก่แรงงานชาวกัมพูชา และพร้อมจะร่วมมือเร่งผลิตผู้จบการศึกษาสายวิชาชีพ เพื่อผลประโยชน์ในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของทั้ง 2 ประเทศ นอกจากนี้ นายกฯจะเร่งเปิดจุดผ่านแดนหนองเอี่ยน-สตึงบท จ.สระแก้ว ให้สำเร็จโดยเร็วเพื่อบรรเทาความแออัดของจุดผ่านแดนอรัญประเทศ-ปอยเปต จากนั้น พล.ต.วีรชนได้นำนายฮอร์ นัมฮง ไปเดินชมตลาดเมืองสุขภาพดีวิถีชุมชน ข้างทำเนียบรัฐบาล โดยนายฮอร์ นัมฮงสนใจผลิตภัณฑ์แปรรูปสมุนไพรทดลองทาโลชั่น และซื้อติดมือกลับไปด้วย

“บิ๊กตู่” ไม่ตามใจ คปพ.ค้าน ก.ม.ปิโตรฯ

พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มเครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมและร่าง พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียมของกระทรวงพลังงานที่ ครม.อนุมัติ และส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาส่งเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ว่า เรื่องนี้จะต้องถาม สนช.จะว่าอย่างไร แต่ที่ผ่านมากระทรวงพลังงานมีการชี้แจงและตอบปัญหาต่างๆอยู่ตลอด และหากมัวตามใจกลุ่มต่างๆ ที่ออกมาเรียกร้อง อะไรๆก็คงไม่เกิดขึ้นสักอย่าง ทั้งนี้การพิจารณาเรื่องนี้จะต้องคำนึงถึงหลายอย่าง ทั้งการลงทุนที่ต้องมีแรงจูงใจให้ต่างประเทศ รวมทั้งด้านผลประโยชน์ที่เท่าเทียมและใกล้เคียงกัน แต่ถ้าอยากได้ผลประโยชน์ทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ต้องลงทุนขุดเอง

สัปดาห์หน้าสรุปสอบ “หมอณรงค์”

นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี สรุปผลสอบสวน นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ก่อนหน้านี้มีคำสั่งย้ายให้มาช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรีว่า เรื่องดังกล่าวไม่ได้ติดขัดข้อกฎหมาย แต่เป็นการมอบให้นายวิษณุไปดูข้อมูลให้ชัดเจนว่ายังมีอะไรอีกหรือไม่ โดยนายกฯได้ให้กรอบเวลา 15 วันไปสรุปมา คาดสัปดาห์หน้าคงทราบผลสอบ

คสช.ปัดส่งทหารบุกบ้าน 14 นศ.ข่มขู่ผู้ปกครอง แค่ไปเคลียร์ปมที่รัฐบาลต้องจับกุม ยันไม่กระทำ อะไรเยี่ยงโจร “บิ๊กตู่” อ้อนทุกฝ่าย อย่าเป็นศัตรูกันเลย เล็งให้ นศ. 2 ขั้วออกสื่อเคลียร์ใจดีกว่ายกพวกตีกัน “มาร์ค” คว้าหมับคำเชิญไปจ้อ 11 ก.ค. 2558 00:49 11 ก.ค. 2558 04:05 ไทยรัฐ