วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตร.พบรถ จยย. พันคดีฆ่าสมยศ

จอดทิ้งไว้! ‘คลองตัน’ ตรวจสอบ หาเจ้าของ

ชุดสืบสวนนครบาลพบ หลักฐานสำคัญคดีสังหารเจ้าพ่อคาเฟ่ “สมยศ สุธางค์กูร” เป็นรถ จยย.ซูซูกิ สแมช ที่ทีมมือปืนใช้ในวันสังหาร ถูกทิ้ง ไว้ในพงหญ้าข้างถนนถาวรธวัช ย่านคลองตัน ซึ่งตรงกับเส้นทางหลบหนีของคนร้าย เรียก รปภ.ร้านเฮง หูฉลาม พยานที่เคยเห็นรถ จยย.คันดังกล่าวมาดู ชี้ยืนยันว่าตำหนิตรงกัน รีบนำทีม พฐ.มายกไปตรวจสอบลายนิ้วมือและเก็บดีเอ็นเอผู้ต้องหาไว้เป็นหลักฐาน ตรวจสอบชื่อเจ้าของเป็นชายอาศัยอยู่ใน จ.นนทบุรี เตรียมเรียกตัวมาสอบด่วน ด้านชุดสืบสวนกองปราบฯแย้มพบพิรุธคำให้การคนใกล้ชิด ทำให้ปมสังหารชัดเจนมากขึ้น

กรณี 2 มือปืนโหดบุกจ่อยิงนายสมยศ สุธางค์กูร อายุ 62 ปี อดีตเจ้าพ่อคาเฟ่ เสียชีวิตคาที่ ขณะกำลังเดินมาขึ้นรถเมอซิเดส เบนซ์ ทะเบียน ฌร 3636 กรุงเทพมหานคร ที่จอดอยู่บริเวณลานจอดรถหลังร้านเฮง หูฉลาม ถนนพัฒนาการ แขวงและเขตสวนหลวง เมื่อค่ำวันที่ 29 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตั้งประเด็นไว้หลายเรื่อง โดยเฉพาะประเด็นความขัดแย้งเรื่องหนี้สินการพนัน ปัญหาคดีความที่ผู้ตายรับเป็นทนายวิ่งเต้นคดี ขณะที่พนักงานสอบสวน สน.คลองตัน ขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องสงสัยจากภาพสเกตช์ 2 คนไว้แล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 10 ก.ค. ร.ต.ท.สันต์ปกรณ์ หนูกัน พนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก รับแจ้งพลเมืองดีพบรถ จยย.ซูซูกิ สแมช สีแดงดำ สภาพเก่า ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดทิ้งไว้ในพงหญ้าข้างถนนถาวรธวัช ซึ่งเป็นถนนย่อยจากอุโมงค์คลองตัน ถนนพัฒนาการมุ่งหน้าซอยรามคำแหง 24 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ จึงประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก สน.คลองตัน และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เนื่องจากลักษณะรถ จยย.ตรงกับที่คนร้ายใช้ก่อเหตุยิงนายสมยศ สุธางค์กูร ที่เกิดเหตุบริเวณพงหญ้าริมถนน เลยทางออกอุโมงค์คลองตันประมาณ 100 ม. พบรถ จยย.คันดังกล่าวจอดอยู่ลักษณะใช้ขาตั้งจอดไว้ปกติ เจ้าหน้าที่ พฐ.จึงเก็บลายนิ้วมือแฝงที่รถ จยย. และพิมพ์ลายนิ้วมือพยาน 4 คน ที่พบและสัมผัสรถ เป็นช่างซ่อมรถยนต์ 3 คนและชาวบ้านอีก 1 คน พร้อมนำรถ จยย.ไปตรวจหาดีเอ็นเออย่างละเอียดที่ พฐ. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ต่อมา พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผกก.สน.หัวหมาก และ พ.ต.อ.ชัยพล เอกกุล ผกก.สน.คลองตัน เดินทางมาตรวจสอบจุดพบรถต้องสงสัย พล.ต.ต.ชาญเทพเผยว่า หลังจากเจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุจึงมาตรวจสอบพบว่ารถคันดังกล่าวใกล้เคียงกับรถคันที่ใช้ก่อเหตุทั้งสี รุ่น และยี่ห้อ นอกจากนี้ ถนนดังกล่าวก็อยู่ในเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้เป็นเส้นทางหลบหนี เนื่องจากกล้องวงจรปิดเห็นคนร้ายบริเวณหลังสนามราชมังคลา– กีฬาสถาน ส่วนผู้พบเห็นรถคันนี้จะเห็นคนร้ายด้วยหรือไม่ต้องรอการสอบปากคำ อย่างไรก็ตาม ได้รับการยืนยันจากเด็กในอู่รถว่า เห็นรถคันนี้ตั้งแต่วันเกิดเหตุ ขณะนี้มีความเป็นไปได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ที่จะเป็นรถคันก่อเหตุ

สอบสวนนายภูมิ ชมจันทร์ อายุ 39 ปี เจ้าของอู่รถยนต์ช่างภูมิ ให้การว่า ประมาณเกือบ 2 อาทิตย์ก่อน เวลาประมาณ 21.00 น. จำไม่ได้ว่าวันไหนแน่ พบรถ จยย.คันดังกล่าวจอดอยู่บนถนนใกล้หน้าบ้าน แต่ไม่ได้สงสัยอะไร นึกว่าเป็นคนเมาเอารถ จยย.มาจอด ตื่นเช้ามายังเห็นจอดอยู่จึงเข็นเข้าในไว้พงหญ้าข้างทาง เนื่องจากกีดขวางการจราจร หลังผ่านไปหลายวันไม่มีคนมาเอารถ จึงเริ่มสงสัยแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ

ต่อมาเมื่อเวลา 16.00 น. พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบ.ตร. เดินทางมาจุดพบรถ จยย.เผยว่า หลังพบรถ จยย.คันดังกล่าว และนำตัว รปภ.ร้านเฮง หูฉลาม มาดูรถได้รับการยืนยันว่า รถ จยย. มีตำหนิคล้ายกับรถที่คนร้ายจอดรอและใช้หลบหนีในวันเกิดเหตุ หลังจากนี้จะนำรถไปตรวจหลักฐาน แล้วนำไปเปรียบเทียบกับพยานหลักฐานที่มีอยู่เพื่อติดตามคนร้าย และจะประชุมชุดคลี่คลายคดีที่ บก.สส.บช.น. เวลา 19.00 น. วันนี้ (10 ก.ค.)

รายงานข่าวแจ้งว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเลขทะเบียนรถดังกล่าวแล้วพบว่าเป็นป้ายทะเบียน ปมฉ 540 กรุงเทพมหานคร เลขเครื่อง e440-th115049 เป็นของนายหลง สายแดง อยู่เลขที่ 30/16 ม.5 ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งพนักงานสอบสวนจะติดตามตัวมาสอบสวนหาข้อมูลต่อไป

ด้าน พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. เผยว่า ตำรวจติดตามเบาะแสจนเจอรถ จยย.ต้องสงสัย ยี่ห้อซูซูกิ รุ่นสแมช สีดำแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ที่คาดว่าเป็นของคนร้ายใช้เป็นพาหนะก่อเหตุ เบื้องต้นให้กองพิสูจน์หลักฐานกลางเข้าตรวจสอบ เพื่อตรวจหารอยนิ้วมือแฝงและเก็บดีเอ็นเอ เพื่อนำมาเทียบกับดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัย เมื่อถามว่ามีการควบคุมผู้ต้องสงสัยไว้แล้วกี่ราย พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า ให้ไปถามกองปราบปราม เมื่อถามว่ามีประเด็นความขัดแย้งเพิ่มเติมที่จะเป็นปมการสังหารนายสมยศหรือไม่ พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า ตรวจสอบเรื่องที่ดินแปลงหนึ่งย่านชานเมืองที่เป็นของครอบครัวของอดีตเจ้าพ่อคาเฟ่อีกคน และมีข้อมูลว่านายสมยศอยากได้ที่ดินแปลงนี้มาก ซึ่งกองปราบปรามไปตรวจสอบเรื่องนี้อยู่

มีรายงานว่า ชุดสืบสวนคลี่คลายคดีหาปมสังหาร นายสมยศ ขณะนี้พุ่งเป้าไปที่นักโทษคดียาเสพติดรายหนึ่งในเรือนจำกลางเขาบิน จ.ราชบุรี ที่เคยว่าจ้างให้นายสมยศวิ่งเต้นคดีแล้วทำไม่ได้ แถมคืนเงินให้ไม่เต็มจำนวน ชุดสืบสวนกำลังตรวจสอบความเชื่อมโยงและยังให้ความสำคัญว่า อาจเป็นมูลเหตุการจ้างวานฆ่านายสมยศ นอกจากนี้ ชุดสืบสวนได้เบาะแสจากการสอบปากคำพยานทราบว่า นายสมยศเคยข่มขู่จะอุ้มบุตรสาวนางศุภนิดา หรือก้อย นรรัตน์ คนสนิทนายสมยศ เนื่องจากไม่พอใจที่รับเงินเคลียร์คดีและหักเปอร์เซ็นต์ไปแล้ว แต่นำเงินมาให้นายสมยศไม่เต็มจำนวน จึงขู่ว่าถ้าไม่หาเงินมาคืนจะอุ้มลูกสาวที่นางศุภนิดารักและหวงมาก ชุดสืบสวนสอบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบและเชิญนางศุภนิดามาสอบถามอีกครั้งว่า กรณีดังกล่าวขัดแย้งกันถึงขั้นไหน

ส่วน พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. เผยว่า สำหรับประเด็นชนวนเหตุการสังหารขณะนี้ยังไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง แต่ให้น้ำหนักตามความสำคัญ มุ่งประเด็นไปที่ความขัดแย้งด้านคดีที่ผู้ตายเข้าไปเกี่ยวข้องเป็นลำดับต้น ประเด็นนี้เจ้าหน้าที่ติดต่อให้ผู้เกี่ยวข้องหรือมีส่วนรู้เห็นการว่าจ้างให้ผู้ตายไปว่าความคดีต่างๆ ให้นำเอกสารรายละเอียดคดีมามอบให้เจ้าหน้าที่ รวมทั้งเข้ามาให้ปากคำเกือบครบทุกคดีแล้ว ส่วนใหญ่ยังคงเป็นคดีเกี่ยวกับยาเสพติดที่มีมูลค่าหลัก 10 ล้านบาทขึ้นไป ยังเหลืออีกไม่กี่คดีที่ผู้เกี่ยวข้องยังไม่มา เนื่องจากบางคดีมีผู้ที่เกี่ยวข้องมากกว่า 1 คน หรือตัวผู้เกี่ยวข้องอยู่ต่างจังหวัดยังติดต่อไม่ได้ แต่คดีส่วนใหญ่ที่ผู้ตายรับมายังไม่พบว่า ชนะคดี และมีการขอคืนเงินไปบ้างแล้ว แต่มีบางส่วนที่ยังคืนไม่ครบ อีกทั้งยังมีคดีใหม่ที่ตรวจสอบพบเพิ่มอีก

ส่วนกรณีที่ชุดสืบสวนพุ่งประเด็นการสังหารไปที่เรื่อง การช่วยเหลือวิ่งเต้นคดีนักโทษยาเสพติดที่ปรากฏอยู่ ในสมุดบันทึกผู้ตาย คดีที่ชุดสืบสวนให้ความสนใจคือ คดีที่เจ้าของสนามไดร์ฟกอล์ฟชื่อดังแห่งหนึ่งว่าจ้างผู้ตายช่วยเหลือด้านคดีเป็นเงินสูงถึง 15 ล้านบาท และจ่ายเงินล่วงหน้ามาแล้ว 6 ล้านบาท แต่ศาลชั้นต้นกับศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุกตลอด ชีวิตจนเกิดความขัดแย้ง พล.ต.ต.สมบัติ เผยว่า กรณีนี้เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำแล้ว แต่ยังไม่ชัดเจนถึงขนาดที่ทำให้เป็นชนวนสังหาร สำหรับประเด็นเรื่องที่ผู้ตายถูกโกงพนันได้เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำครบหมดแล้ว ส่วนประเด็นอื่นๆที่ชุดสืบสวนตั้งไว้ เช่น ข้อพิพาทเรื่องที่ดินให้น้ำหนักลดลง เนื่องจากอยู่ในขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมแล้ว

“สำหรับหลักฐานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับตัวผู้ตาย ภรรยาและลูกสาวนำมามอบให้น่าจะครบหมดแล้ว ส่วนใหญ่เป็นหลักฐานเรื่องการเงินกับสมุดบันทึกของผู้ตาย ตรวจสอบอย่างละเอียดมีเล่มสีน้ำเงินที่สำคัญที่สุด เพราะผู้ตายเขียนด้วยลายมือตัวเอง เป็นการบันทึกเกี่ยวกับคดีความต่างๆที่รับว่าความ ตรวจสอบก็มีครบต่อเนื่องไม่มีหน้าไหนถูกฉีกออก

ส่วนเล่มอื่นๆส่วนใหญ่เป็นเรื่องส่วนตัวหรือชีวิตประจำวัน สำหรับไฟล์เสียงการสนทนาระหว่างติดต่อกับบุคคลต่างๆ จากการตรวจสอบเป็นการสนทนาเรื่องคดีความ ไม่มีน้ำเสียงทะเลาะหรือขัดแย้ง ส่วนเรื่องการตรวจสอบข้อมูลกลุ่มมือปืน บช.ก.และกองปราบปรามเข้าไปตรวจสอบแล้ว ทั้งใน จ.ชุมพรและจังหวัดอื่นๆใกล้เคียง รวมทั้งภาคเหนือและภาคตะวันออก แต่ยังไม่ได้รับรายงานว่าพบกลุ่มผู้ต้องสงสัย แต่ชุดสืบสวนพอจะสามารถจำกัดวงกลุ่มบุคคลต้องสงสัยให้แคบลง แต่ยังไม่มีพยานหลักฐานมัดตัวแน่ชัด ขอเวลาหาหลักฐานให้ชัดเจนก่อน” พล.ต.ต.สมบัติกล่าว

ด้าน พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเน้นการสืบสวนแบบควบคู่กันเพื่อให้เกิดความรอบคอบ ต้องรวบรวมเอกสารหลักฐานและคำให้การของพยานเพื่อเรียงลำดับความน่าจะเป็น ส่วนการตรวจสอบกลุ่มมือปืนในพื้นที่ อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร สั่งการให้ชุดปฏิบัติการลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว สำหรับประเด็นใหม่เกี่ยวกับกรณีที่ดินย่านชานเมืองของครอบครัวอดีตเจ้าพ่อคาเฟ่อีกคน ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าจะเป็นปมที่ทำให้เกิดการสังหารหรือไม่ ส่วนกรณีที่ผู้ตายเคยรับจ้างเคลียร์คดีให้นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม เบื้องต้นไม่ได้เรียกนายชนม์สวัสดิ์มาสอบปากคำ เนื่องจากทนายนายชนม์สวัสดิ์เข้าชี้แจงกับเจ้าหน้าที่แล้วว่า ได้ว่าจ้างผู้ตายจริง แต่ภายหลังผู้ตายคืนเงินว่าจ้างให้เรียบร้อยแล้ว

พล.ต.อ.เรืองศักดิ์กล่าวอีกว่า วันนี้เตรียมเรียก 7 หน่วยงานสำคัญที่ร่วมทำคดีเข้าประชุมสรุปปมสังหารจาก 3 ประเด็นหลัก เน้นการนำเอกสารหลักฐานและผลการสอบปากคำพยานทั้งหมดมาสรุป เพื่อหาปมสังหารที่ชัดเจน พร้อมนำข้อมูลการลงพื้นที่หาข่าวตัวมือปืนของกองปราบฯมาร่วม

สรุปหาความคืบหน้าด้วย ส่วนที่ พ.ต.อ.ขจรเกียรติ ศริพันธุ์ ผกก.สถานีตำรวจทางด่วน 2 เข้าพบ พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. หลังพบว่า นายตำรวจคนดังกล่าวใช้บัตรประจำตัวประชาชนเข้าตรวจสอบประวัติของนายสมยศก่อนวันเกิดเหตุ แต่เป็นเพียงการปฏิบัติตามหน้าที่เพื่อส่งใบค่าปรับเท่านั้น และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี

ขณะที่ น.ส.ณัฐธิดา สุธางค์กูร บุตรสาวของ นายสมยศ เผยว่า ขณะนี้ทางครอบครัวได้นำเอกสารหลักฐานทางการเงิน รวมถึงสมุดบันทึกและไฟล์บันทึกเสียงโทรศัพท์ของบิดามอบให้ทางเจ้าหน้าที่หมดแล้ว และเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ร้องขอเอกสาร หรือเรียกทางครอบครัวเข้าให้ปากคำเพิ่มเติม

ส่วนกองบังคับการปราบปราม พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป.กล่าวว่า ขณะนี้สั่งการให้ชุดคลี่คลายคดีกองปราบฯสนธิกำลังตรวจสอบซุ้มมือปืนตามพื้นที่จังหวัดต่างๆ เน้นไปที่ จ.เพชรบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ อำเภอปราณบุรี รวมทั้งในพื้นที่ บช.ภ.7 และ บช.ภ.8 ทั้งนี้ สาเหตุที่ต้องให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าวตามพื้นที่ต้องสงสัย เนื่องจากแนวทางการสืบสวนพบว่า ตัวละครที่เกี่ยวข้องกับผู้ตายมีความเชื่อมโยงกับพื้นที่เหล่านี้ อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้อยู่ระหว่างหาข่าวเพื่อหาความชัดเจน ยืนยันว่า ยังไม่ได้ตัวมือปืนที่ก่อเหตุ หรือระบุได้แน่ชัดว่า มือปืนมาจากซุ้มไหน สำหรับปืนที่คนร้ายใช้เป็นชนิดรีวอลเวอร์ หัวกระสุนขนาด.38 สามารถใช้ได้ทั้งปืนขนาด.38 รีวอลเวอร์ หรือ.357 ส่วนของประเด็นปมสังหารประสานข้อมูลและทำงานร่วมกับตำรวจนครบาล ถึงตรงนี้คงต้องบอกว่า มีความคืบหน้าไปมาก ขณะนี้ยังคงให้น้ำหนักไปที่ 4 ประเด็นหลักอยู่ นอกจากนี้ ยังพบพิรุธจากคำให้การของบุคคลใกล้ชิดผู้ตาย ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ แต่ยอมรับว่าแนวทางการสืบสวนสามารถพุ่งเป้าปมสังหารได้ชัดเจนมากขึ้น

ที่ บก.สส.บชน.เมื่อเวลา 18.00 น. พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบ.ตร.เรียกประชุมชุดคลี่คลายคดีฆ่านายสมยศ สุธางค์กูร ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. พล.ต.อ.เรืองศักดิ์กล่าวว่า คดีคืบหน้าไปมากกว่า 60% ล่าสุด พบหลักฐานเพิ่ม มีช่างทาสีพบรถจักรยานยนต์ซูซูกิสแมช สีดำแดง จอดอยู่ลักษณะผิดปกติ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมาก ไปตรวจสอบพบว่า คล้ายกับรถ จยย.ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ จึงประสานให้ฝ่ายสืบสวน สน.คลองตัน มาตรวจสอบและให้พยานมายืนยันว่าเป็นรถคันดังกล่าวจริง เพราะจำตำหนิได้ ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.)นำไปตรวจลายนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอ จากการตรวจสอบเลขคอรถ จยย.ทราบว่า เจ้าของคือนายหลง สายแดง อายุ 32 ปี อยู่เลขที่ 58/1 หมู่ 8 ต.ปากเกร็ด อ.ปาก– เกร็ด จ.นนทบุรี เบื้องต้นไม่ได้แจ้งหายไว้ ส่วนข่าวที่ว่า ตำรวจควบคุมผู้ต้องสงสัยได้แล้ว ไม่เป็นความจริง

รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบปากคำนายหลง เจ้าของรถ จยย.ให้การว่า ซื้อรถ จยย.คันดังกล่าวเมื่อปี 45 ใช้อยู่ 3-4 ปีแล้วนำไปขายให้ร้านสุเมธไซเคิ้ล ย่านปากเกร็ด จนร้านขายให้เจ้าของรายใหม่แล้ว นอกจากนี้ ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณซอยรามคำแหง 24 แยก 2 พบมีชาย 2 คน ขี่รถ จยย.คันก่อเหตุมาจอด ก่อนมีรถ จยย.อีกคันมารับไป หลังจากนี้ต้องตรวจสอบเส้นทางการหลบหนี

ชุดสืบสวนนครบาลพบ หลักฐานสำคัญคดีสังหารเจ้าพ่อคาเฟ่ “สมยศ สุธางค์กูร” เป็นรถ จยย.ซูซูกิ สแมช ที่ทีมมือปืนใช้ในวันสังหาร ถูกทิ้ง ไว้ในพงหญ้าข้างถนนถาวรธวัช ย่านคลองตัน ซึ่งตรงกับเส้นทางหลบหนีของคนร้าย เรียก รปภ.ร้านเฮง หูฉลาม 11 ก.ค. 2558 00:48 11 ก.ค. 2558 04:05 ไทยรัฐ