วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
 'ลูกจ้าง' แสบ ฉกทอง15ล.

'ลูกจ้าง' แสบ ฉกทอง15ล.

  • Share:

กบดานเงียบ5เดือน กองปราบฯแกะรอย รวบกลาง‘เมืองกรุง’

ตำรวจ บก.ป.จับผู้ต้องหา “สันดานโจร” ก่อเหตุลักทรัพย์และยักยอกทรัพย์นายจ้าง หมายจับติดตัวเพียบ ตระเวนสมัครงานร้านทอง จนเจ้าของไว้ใจให้นำทองคำรูปพรรณ ต่างหูทองคำ และกรอบพระเลี่ยมทอง รวม 15 ล้าน ไปตระเวนขายร้านทองพื้นที่ภาคเหนือ อาศัยจังหวะลูกจ้างอีก 3 คนเข้าห้องน้ำ ขโมยทั้งรถและทองคำหลบหนีเข้าเมืองกรุง ก่อนไปหลอมเป็นทองคำก้อนที่โรงหลอมทองคำเถื่อนย่านบางขุนเทียน นำไปขายให้โรงรับจำนำได้เงินมากว่า 3 แสน เจ้าของร้านทอง 1 ในผู้เสียหายรุดมอบกระเช้าดอกไม้ชุดจับกุมยันไม่ได้ยัดเงิน จนท.ให้ตามจับ

บก.ป.เจ๋งรวบโจรแสบขโมยทองนายจ้าง 15 ล้านบาท เปิดเผยเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 10 ก.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.สุทิน ทรัพย์พ่วง พ.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย ผกก.4 บก.ป.แถลงจับกุมนายปุณณวิทย์ หรือตั้ม ชะตารุ่ง อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35 หมู่ 4 ต.เจดีย์หัก อ.เมืองราชบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพิษณุโลก ที่ จ.116/2558 ลงวันที่ 19 มิ.ย.58 ข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ที่เป็นของนายจ้างหรืออยู่ในความครอบครองของนายจ้าง และหมายจับศาลแขวงจังหวัดนครปฐมที่ 27/2558 ลงวันที่ 17 ก.พ.58 ข้อหายักยอกทรัพย์ พร้อมของกลางทองคำก้อน 99% กรอบพระทองคำ และต่างหูทองคำ รวมมูลค่า 15 ล้านบาท รถเก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว ทะเบียน 3 กศ 1225 กรุงเทพมหานคร จับกุมได้ที่ห้องพักภายในซอยมหาดไทย แขวงวังทองหลาง เขตบางกะปิ รามคำแหง กทม.

พ.ต.อ.อัคราเดชกล่าวว่า สำหรับนายปุณณวิทย์ หรือตั้ม ผู้ต้องหาเป็นพนักงานขายทองของร้านทองแห่งหนึ่ง ก่อนเกิดเหตุได้ลักทรัพย์ทองคำรูปพรรณและกรอบพระเหลี่ยมทองที่ทางเจ้าของร้านได้มอบ หมายให้ผู้ต้องหาพร้อมกับพนักงานขายอีก 3 คน นำไปขายให้กับร้านทองตามจังหวัดต่างๆในเขตพื้นที่ภาคเหนือ ระหว่างที่แวะจอดรถโอนเงินค่าขายทองจำนวนหนึ่งให้กับทางเจ้าของร้านที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.พิษณุโลก นั้น นายปุณณวิทย์อาศัยจังหวะที่พนักงานขับรถเข้าห้องน้ำ แอบนำกุญแจสำรองไปเปิดรถและขับรถยนต์ของกลางพร้อมถุงทองคำหลบหนีไป ก่อนจะนำรถดังกล่าวไปจอดทิ้งไว้ที่ รพ.กรุงเทพ จ.พิษณุโลก จากนั้นนั่งรถไฟหลบหนีมากรุงเทพฯ และเช่าบ้านพักอยู่ภายในซอยมหาดไทย รามคำแหง เจ้าหน้าที่จึงได้นำกำลังเข้าจับกุม

สอบสวนนายปุณณวิทย์รับสารภาพว่าอาศัยความไว้วางใจจากเจ้าของร้านให้นำทองไปจำหน่ายต่อให้กับร้านทองตามต่างจังหวัดทางภาคเหนือ ระหว่าง นำทองไปขายเกิดความโลภอยากได้เงินเพื่อนำไปเล่นการพนันไพ่บาคาร่าออนไลน์กับแทงพนันฟุตบอลออนไลน์ หลังก่อเหตุทยอยนำทองคำที่ขโมยมาได้ไปแปรสภาพหลอมเป็นทองคำก้อนบริสุทธิ์ที่โรงหลอมทองคำเถื่อนย่านบางขุนเทียน ที่หาข้อมูลได้จากอินเตอร์เน็ต ก่อนจะนำไปขายต่อให้กับโรงรับจำนำย่านมีนบุรี ย่านสุขุมวิท และย่านลาดพร้าว ได้เงินกว่า 3 แสนบาท

นายปุณณวิทย์ให้การอีกว่า ก่อนหน้านี้เคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันนี้มาแล้วหลายครั้งในหลายพื้นที่ อาทิ จ.พิษณุโลก จ.นครปฐม จ.สตูล จ.สมุทรสงคราม และ กทม. โดยทำทีไปสมัครงานตามบริษัทต่างๆ ที่ได้ประกาศรับสมัครงานผ่านเว็บไซต์ และจะเลือกเจาะจงเป็นพนักงานขายของบริษัท ห้างร้านต่างๆ ก่อนจะหาจังหวะสบโอกาสยักยอกเงินของนายจ้างแล้วหลบหนีไป อย่างไรก็ดีเคยไปสมัครงานเป็นพนักงานขายของบริษัททรูฯก่อนที่จะขโมยโทรศัพท์มือถือไปกว่า 4 แสนบาท จนถูกออกหมายจับตามศาลแขวงจังหวัดนครปฐมดังกล่าว

ด้าน น.ส.เอื้อการย์ ซาฮี อายุ 37 ปี เจ้าของร้านทองทรัพย์ทวีทอง ย่านเสาชิงช้า หนึ่งในผู้เสียหาย เผยว่า หลังเกิดเหตุเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับทาง บก.ป. ให้ช่วยตามจับนายปุณณวิทย์ กระทั่งทราบข่าวว่าเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมคนร้ายได้ ทั้งนี้ ได้เขียนเรื่องราวไปโพสต์ในโซเชียลเน็ตเวิร์ก จนมีหลากหลายกระแสบอกว่า จ่ายเงินไปเท่าไรละ ตำรวจถึงทำงานตามจับคนร้ายได้ ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าไม่ได้มีการจ่ายเงินแต่อย่างใด ต้องขอขอบคุณ พล.ต.ท.ฐิติราช พ.ต.อ.อัคราเดช พ.ต.อ.สันติ และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามทุกท่าน ที่ช่วยติดตามคดีจนสามารถจับกุมคนร้าย พร้อมกับนำของกลางมาคืนได้ ทำให้เชื่อว่าประเทศไทยมีตำรวจดีๆที่พร้อมจะช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงข่าวทางผู้เสียหายได้มอบกระเช้าดอกไม้ให้กับทาง พล.ต.ท.ฐิติราช และ พ.ต.อ.อัคราเดช เพื่อขอบคุณในการช่วยติดตามคดี

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้