วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จริงหรือ..? เล่ห์การตลาดนมผง ทำเด็กไทยกิน'นมแม่'ไม่ครบเกณฑ์

นมแม่ดีที่สุด! ในช่วงไม่กี่ปีมานี้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่กลายเป็นเทรนด์ฮิตของคุณแม่ลูกอ่อนหลายๆ คน หลังจากที่เปิดทุกมิติของนมแม่ ใน ฟังให้รอบด้าน เสี่ยงจริงไหม? นมจากอกให้ลูกคนอื่น และ คนเป็นแม่ต้องรู้! นมผง VS นมเต้า ความต่างราวฟ้ากับเหว วันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะพาทุกท่านไปเจาะลึกถึงสาเหตุที่ทำให้เด็กไทยไม่ได้รับสารอาหารอันมากล้นในนมแม่ ทั้งที่ทำให้เด็กแข็งแรงกว่าเด็กที่ทานนมผง ...

บริษัทนมผงรุกหนัก แจก-แถม ตั้งแต่ในโรงพยาบาล

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ได้ทำการสำรวจโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง 5 แห่ง ในกรุงเทพมหานคร พบว่า ในโรงพยาบาลทั้ง 5 แห่ง มีการแจกตัวอย่างนมผงให้กับแม่และทารกแรกคลอดในโรงพยาบาล ผ่านรูปแบบของขวัญที่เรียกว่า "กิฟต์เซต" ซึ่งประกอบด้วย กระเป๋า ของเล่น ของใช้เด็กทารก และผลิตภัณฑ์ตัวอย่างนมผงจากบริษัทต่าง ๆ

การแจกตัวอย่างนมผงเกิดขึ้นทั้งในโรงพยาบาลเอกชนทั่วไปและโรงพยาบาลที่สนับสนุนนมแม่ แต่ในโรงพยาบาลที่มีนโยบายสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ จะมีการพาทารกมาหาแม่เพื่อกระตุ้นน้ำนมในทุก 3-4 ชั่วโมง และยังไม่ให้นมชงแก่ทารกแรกคลอด ส่วนการเลือกระหว่างการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และนมผง ขึ้นอยู่กับแม่เป็นคนเลือก แต่โรงพยาบาลที่ไม่ได้สนับสนุนนมผงจะมีการนำนมชงให้ทารกกินในเนิร์สเซอรี่ของโรงพยาบาล ซึ่งทำให้เด็กติดขวดและปฏิเสธการดูดนมแม่ได้

บุคลากรทางแพทย์ท่านหนึ่ง (ไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อ) ระบุว่า การส่งเสริมการตลาดของบริษัทนมผง เป็นปัจจัยขัดขวางที่ทำให้แม่นั้นตัดสินใจเลือกเลี้ยงด้วยนมตนเอง โดยการส่งเสริมการตลาดประกอบด้วย การโฆษณา การแจกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ การที่บริษัทนมผงติดต่อและให้ข้อมูลกับแม่โดยตรง การที่จัดงานอีเวนต์และเชิญชวนให้คนเข้ามาร่วม การที่บริษัทให้ของกับบุคลากรในโรงพยาบาล เช่น ให้เงินไปต่างประเทศ ให้เงินจัดอบรม เป็นต้น

ฉะนั้นแล้ว จึงอดสงสัยไม่ได้ว่า การทำการตลาดของบริษัทนมผงเช่นนี้ เป็นเรื่องผิดจรรยาบรรณหรือไม่? ทีมข่าวจึงสอบถามไปยัง ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา ได้รับคำตอบว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับทางแพทยสภา เป็นเรื่องระหว่างบริษัทนมผงและกรมอนามัย ทั้งนี้ นายกแพทยสภา ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องจรรยาบรรณแพทย์แต่อย่างใด

เอาผิดเอกชนไม่ได้! ไร้กฎหมายครอบคลุม ทำได้แค่ขอความร่วมมือ

เพื่อให้เกิดความกระจ่าง ทีมข่าวได้ต่อสายตรงคุยกับ ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ในตอนนี้ยังไม่สามารถดำเนินการใดๆ กับโรงพยาบาลเอกชนที่มีการแจกตัวอย่างนมผงได้ เนื่องจากยังไม่มีกฎหมายรองรับ ต่างกับหน่วยงานและสถานบริการพยาบาลที่อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยหลักเกณฑ์อาหารทารกและเด็กเล็ก เมื่อปี 2551คอยควบคุมไม่ให้บริษัทนมผงทำการตลาดได้

ขณะเดียวกัน แหล่งข่าววงใน ที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ เผยว่า ประเทศไทยมีข้อตกลงร่วมกับบริษัทนมผง เรื่องหลักเกณฑ์ว่าด้วยการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็ก (CODE) ตั้งแต่ปี 2524 เนื่องจากไทยเป็นสมาชิกสมัชชาสุขอนามัยโลก แต่ไม่มีการบังคับให้เป็นกฎหมาย โรงพยาบาลบางแห่งในไทยก็เลือกปฏิบัติตามด้วยความสมัครใจ ไม่มีบทลงโทษสำหรับโรงพยาบาลที่ไม่ปฏิบัติตาม ถือว่าเป็นการขอร้องเชิงจริยธรรมทางวิชาชีพ

ทั้งนี้ ในที่ประชุมสมัชชาสุขอนามัยโลก ปี 2554 ก็มีมติเห็นว่าประเทศสมาชิกทุกประเทศต้องมีการออกกฎหมายว่าด้วยการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็ก เนื่องจากการขอความร่วมมือ ไม่เกิดการปฏิบัติจริง โดยเฉพาะในประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างประเทศไทย

“ที่ผ่านมาบริษัทนมผงทำผิดหลักเกณฑ์กันมาก โดยเฉพาะในโรงพยาบาลเอกชน เพราะว่าภาครัฐไม่สามารถก้าวล่วงถึงโรงพยาบาลเอกชนได้ จึงต้องใช้วิธีการเจรจาด้วยจริยธรรม แต่นักธุรกิจเขาคงไม่มีจริยธรรม เขาก็ต้องเอาเรื่องของการอยู่รอดของธุรกิจไว้ก่อน” บุคลากรทางการแพทย์แสดงความคิดเห็น

ตัดเรียบ กินนมแม่มากกว่า 2 ปี โฆษณานมผงตัดเหลือแค่ 6 เดือน!

แหล่งข่าววงในระบุว่า ทางกรมอนามัยและกระทรวงสาธารณสุขรณรงค์ให้ทารกแรกเกิดจนถึง 6 เดือน กินนมแม่เพียงอย่างเดียว หลังจากนั้นจึงเพิ่มอาหารเสริมตามวัย และกินนมแม่จนลูกอายุ 2 ปีหรือมากกว่า แต่ปัญหาที่พบคือบริษัทนมผงมักจะตัดประโยคเหล่านั้นออก แล้วโฆษณาว่ากินนมแม่เพียง 6 เดือนก็เพียงพอแล้ว

บริษัทนมผงยังเรียกร้องให้หลักเกณฑ์ครอบคลุมโฆษณาในแค่กลุ่มเด็กอายุ 1 ปีเท่านั้น ทั้งที่ผลิตภัณฑ์ของบริษัทเป็นนม สำหรับเด็ก อายุ 1-3 ปี มันผิดหลักเกณฑ์และไม่สามารถโฆษณาได้ ที่ผ่านมาก็มีการส่งเสริมการตลาดอย่างไร้จริยธรรม ทั้งการลดแลกแจกแถมในโรงพยาบาล ให้ข้อมูลเหนือความเป็นจริง เช่น สร้างมายาคติในโฆษณาว่า กินนมผงแล้ว DHA สูง สามารถเรียนวิศวกรรมได้ เป็นต้น

“ประเทศไทยเราปฏิบัติตามหลักเกณฑ์สากล ทางกรมอนามัยเสนอกฎหมายเข้าไปตอนนี้คือต้องการให้ครอบคลุมนมผงของเด็กที่มีอายุ 3 ปี ซึ่งอาจถูกต่อรองจนเหลือน้อยกว่านี้ แต่เป็นไปได้ก็อยากจะให้ครอบคลุมเด็กที่อายุ 2 ปีหรือมากกว่า ส่วนตอนนี้บริษัทนมผงเขาก็วิ่งเต้นขอต่อรอง พูดคุยแม้กระทั่งกับกระทรวงที่ไม่รู้เรื่อง ไม่ได้มีอำนาจในการดูแลเรื่องนี้” บุคลากรทางการแพทย์กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ช็อก! ไทยสุดล้าหลัง อาเซียนมีกฎหมายควบคุมการตลาดกันถ้วนหน้า

แหล่งข่าววงในท่านเดิมยังเปิดเผยว่า ตอนนี้ประเทศในอาเซียนมีกฎหมายควบคุมการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็กกันเกือบทุกประเทศ ยกเว้น ไทย สิงคโปร์ และมาเลเซีย

เนื่องจากสิงคโปร์ เป็นประเทศผู้มีการศึกษาและมีรายได้ดี มีสวัสดิการจากรัฐ ซึ่งสนับสนุนคนที่คลอดลูก ทั้งสามารถลางานได้ถึง 1 ปี และมีเงินเดือนให้ระหว่างลางาน ถ้าไม่มีกฎหมายนี้ก็ไม่ประสบปัญหาอะไร ด้านมาเลเซียมีกฎของศาสนาที่เคร่งกว่ากฎหมาย ซึ่งศาสนาอิสลามระบุเอาไว้เลยว่าต้องกินนมแม่ 2 ปี

“เราอายประเทศเพื่อนบ้าน เพราะเขามีกฎหมายกันหมดแล้ว ตอนนี้ทางกรมอนามัยกำลังถูกประเทศลาวร้องเรียนมาว่า เมื่อเห็นการโฆษณานมผงจากประเทศไทย คนลาวก็คิดว่านมผงดีกว่านมแม่ เนื่องจากโทรทัศน์ของลาว สามารถรับสัญญาณจากไทยได้” แหล่งข่าววงในกล่าวเสริม

ดัน พ.ร.บ.ควบคุมการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็ก หนุนเด็กไทยได้กินนมแม่

บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขยัง กล่าวต่อว่า ขณะนี้พยายามผลักดันให้เกิดพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็กในประเทศไทย เพื่อให้เด็กไทยได้มีโอกาสในการรับสารอาหารที่ดีที่สุด

ร่างพระราชบัญญัติควบคุมการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็ก  ผ่านประชาพิจารณ์ไปแล้วเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2557 และเราก็ทำประชาพิจารณ์ในวงย่อยของผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลเด็ก พวกแพทย์ต่างๆ อีกด้วย ขณะนี้ส่งร่างเข้าไปที่สำนักงานนายกรัฐมนตรี แต่ตอนนี้จะได้หรือเปล่า ก็ยังไม่รู้ จะบอกว่าเริ่มที่ 1 ก็ไม่ใช่ เรายังอยู่ที่ 0 อยู่เลย ที่ผ่านมาเราเสนอเข้าไปในรัฐบาลหลายสมัย แต่ก็ลำบาก ถ้าเป็นรัฐบาลชุดนี้จึงพอจะมีความหวังบ้าง” แหล่งข่าววงในทางการแพทย์ กล่าวเสริม

กระนั้น ก็ยังมีบางส่วนของร่าง พ.ร.บ.ที่ถูกปรับเปลี่ยน เช่น ยกเว้นอาหารทางการแพทย์ อนุญาตให้บริษัทนมผงสามารถสนับสนุนงบประมาณด้านการวิจัยหรือการจัดประชุม แต่ต้องแจ้งทางกรมอนามัยให้รับทราบและประกาศให้รู้เป็นสาธารณะ เพื่อจะเห็นอย่างชัดเจนว่าเป็นงานวิจัยที่ได้รับเงิน และอนุญาตให้บริจาคนมให้แก่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและต้องแจ้งกรมอนามัยให้ทราบเช่นเดียวกัน ส่วนอื่น ๆ ต้องรอดูใน พ.ร.บ.อีกที

เชื่อ มี พ.ร.บ. จะควบคุมการตลาดของบริษัทนมผงได้

อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ที่มีกรณีบุคลากรทางการแพทย์รับสินน้ำใจจากบริษัทนมผงอยู่จริง หากมีกฎหมายนี้ก็จะไม่สามารถทำแบบนี้ได้อีกแล้ว ทางบริษัทนมผงจะไม่สามารถกับยื่นข้อเสนอต่างๆ ให้กับแพทย์โดยตรง ทั้งยังห้ามโฆษณาในโรงพยาบาลอย่างเด็ดขาด ซึ่งข้อจำกัดเรื่องนี้จะดีขึ้นกว่าตอนนี้มาก

“ถ้ามี พระราชบัญญัติ นี้มีขึ้นมา กรณีแพทย์รับสินบนจากบริษัทนมผงก็จะผิดตามกฎหมาย มีโทษจับ โทษปรับ แต่ก็ไม่ได้ห้ามการโฆษณาในที่สาธารณะ คือสามารถใช้ชื่อบริษัทได้ในการโฆษณาได้ แต่ห้ามใช้ชื่อผลิตภัณฑ์ และไม่ได้ห้ามโฆษณาในทุกกลุ่ม ทุกวัย เด็กที่อายุ 3 ปีขึ้นไปก็สามารถโฆษณาได้ เพราะปัญหาของเราตอนนี้คือเด็กไทยได้รับนมแม่ครบ 6 เดือนในจำนวนที่ต่ำมาก จนกลายเป็นว่าต่ำที่สุดในอาเซียน สาเหตุก็มาจากการตลาดของนมผงนี่ล่ะ” ดร.นพ.พรเทพกล่าวทิ้งท้าย

นมแม่ดีที่สุด! ในช่วงไม่กี่ปีมานี้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่กลายเป็นเทรนด์ฮิตของคุณแม่ลูกอ่อนหลายๆ คน หลังจากที่เปิดทุกมิติของนมแม่ .... 10 ก.ค. 2558 15:59 13 ก.ค. 2558 05:00 ไทยรัฐ