วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ระวังถึงจุดล้มละลาย

ระวังถึงจุดล้มละลาย

  • Share:

“หนี้ครัวเรือน” เป็นข่าวมาทุกยุคทุกสมัย ขณะนี้ก็กลับมาเป็นข่าวดังอีก เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความกังวลปัญหาหนี้ครัวเรือนไทย รายงานของกระทรวงมหาดไทยระบุว่า เป็นหนี้สินรวมนับล้านล้านบาท เฉพาะหนี้ครัวเรือนเกษตรกร 3–4 แสนล้านบาท จึงสั่งการให้กระทรวงการคลัง เพื่อหาเงินกู้แบบไม่มีดอกเบี้ย

ก่อนหน้านี้ สถาบันคีนันแห่งเอเชียรายงานว่า หนี้ครัวเรือนไทยเพิ่มขึ้นเป็น 85% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี เมื่อช่วงสิ้นปี 2557 เป็นเม็ดเงินประมาณ 12 ล้านล้านบาท อีก 2–3 ปี คาดว่าจะแตะ 89% และอีกไม่กี่ปีอาจพุ่งขึ้นเป็น 100% ซึ่งเป็นระดับล้มละลายของหนี้ครอบครัว และล้มละลายในภาคประชาชน เพราะหนี้พุ่งขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน

กลุ่มประชาชนที่เป็นหนี้ที่น่าเป็น ห่วงที่สุด คือกลุ่มเกษตรกร และกลุ่มแรงงานรายได้ต่ำ ข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า เจ้าหนี้ที่สำคัญของครอบครัวไทยได้แก่นายทุนเงินกู้ หรือเงินกู้นอกระบบ ธนาคารของรัฐ โรงรับจำนำ ธนาคารประชาชน และกองทุนหมู่บ้าน ส่วนสาเหตุการก่อหนี้ เพราะค่าครองชีพสูง ค่าเล่าเรียน ผ่อนสินค้า ภัยธรรมชาติ

กลุ่มเกษตรกรและอาชีพที่เกี่ยว เนื่องมีถึง 27 ล้านคน เป็นประชากรกลุ่มใหญ่ที่สุด แต่รายได้ต่ำที่สุด เฉลี่ยครัวเรือนละ 183,662 บาทต่อปี แต่ข้อมูลของกระทรวงเกษตรฯ ระบุว่ามีเกษตรกรถึง 1.3 ล้านครัวเรือน ที่มีรายได้แค่ปีละ 12,000 บาท หรือเดือนละ 1,000 บาท อยู่ในระดับยากจนเหลือประมาณ และปีนี้เกษตรกรถูกซ้ำเติมด้วยภัยแล้ง

ทุกรัฐบาลไม่ว่าจะมาจากเลือกตั้ง หรือไม่ได้มาจากเลือกตั้ง ต่างพยายามแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยมาอย่างต่อเนื่อง แก้ไขจนถึงต้นตอคือรายได้ต่ำ และความยากจน แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ บางรัฐบาลแก้ด้วยการลดแลกแจกแถม หรือประชานิยม ส่งผลให้นักการเมืองได้รับความนิยม และชนะเลือกตั้ง แต่บรรเทาความทุกข์ยากของประชาชนได้แค่ชั่วคราว

สาเหตุของความล้มเหลว อาจเป็นดังคำกล่าวของ ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในเวทีสัมมนาคณะผู้บริหารโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ที่บอกว่าสิบปีที่ผ่านมา ประเทศไทยปฏิรูปในหลายด้าน แต่เน้นการปฏิรูปโครงสร้าง คือจัดระเบียบองค์กรมากไป จนเกิดกระทรวงใหม่ๆ ขึ้นมา พร้อมกับตำแหน่งข้าราชการมากมาย แต่ลืมการปฏิรูปที่แท้จริง

แม้แต่รัฐบาล คสช.ซึ่งตั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติขึ้นมาเป็นครั้งแรก ก็ไม่มั่นใจว่าจะฝากความหวังได้มากน้อยแค่ไหน ในการแก้ปัญหาความยากจน และปัญหาหนี้ของคนไทย ที่กำลังก้าวถึงจุดล้มละลายคล้ายกรีซมากขึ้นทุกขณะ การหาแหล่งเงินกู้ที่ไม่มีดอกเบี้ย ถ้าทำได้ก็ดี เป็นการบรรเทาความทุกข์ยากของคนไทยระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ใช่การแก้ปัญหาแบบยั่งยืน ไม่ใช่การปฏิรูปที่แท้.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้