วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปลี่ยนวิธีทำงานใหม่ให้เข้าตา ก่อนจะโดนกำจัดจุดอ่อน

ในยุคเศรษฐกิจโลกกำลังปั่นป่วนและเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงพลิกผันตลอดเวลา ชีวิตของ “มนุษย์เงินเดือน” ยุคนี้ ก็พลอยผันผวนไม่แน่นอนตามไปด้วย หลายบริษัทต้องปิดกิจการ หรือไม่ก็เลย์ออฟพนักงาน เพื่อความอยู่รอด รายล่าสุดคือไมโครซอฟท์ เพิ่งประกาศปลดพนักงานรอบสองเกือบ 8 พันคน หลังจากเมื่อปีที่แล้วเลิกจ้างพนักงานไป 18,000 คน สร้างความระส่ำให้วงการอุตสาหกรรมไฮเทคไม่น้อย ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความพยายามที่จะเมิร์จรวมกิจการโทรศัพท์มือถือของโนเกีย ที่เพิ่งไปซื้อมาให้อยู่ใต้ชายคาเดียวกัน

องค์กรไหนที่อุ้ยอ้ายและเต็มไปด้วยพนักงานทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม เน้นปริมาณมากกว่าคุณภาพ จะอยู่รอดได้ยากในยุคที่โลกกำลังผลัดใบ และเต็มไปด้วยการแข่งขันขับเคี่ยวรุนแรง เรื่องนี้ “ซัมซุง” บริษัทยักษ์ใหญ่สัญชาติเกาหลีที่เป็นตำนานของการสร้างความสำเร็จยุคใหม่ จนก้าวสู่การเป็นบริษัทระดับท็อปของโลก ตระหนักมานานแล้ว และได้ปรับตัวเตรียมใจมาก่อนคนอื่นหลายปี กระทั่งได้รับยกย่องให้เป็นต้นแบบของการสร้างสุดยอดพนักงานในฝัน ที่ชาวโลกเรียกว่า “ซัมซุงแมน” เพื่อรีดศักยภาพทุกหยาดหยดของพนักงานออกมา ด้วยวิถีแบบซัมซุง ทั้งโหดทั้งหิน แต่เต็มไปด้วยความ ท้าทายและผลลัพธ์ยอดเยี่ยม

“จอห์น ฮยองจิน มุน” อดีตผู้บริหารระดับสูงของซัมซุง ตีแผ่ความจริงไว้ในหนังสือ “วิถีแห่งผู้ชนะ” ว่า ในทัศนะของผู้บริหารซัมซุงแล้ว คนที่คิดว่าการไปทำงานในแต่ละวันคือ การปล่อยเวลา ผ่านไปเรื่อยๆ พอถึงสิ้นเดือนก็รอรับเงิน เดือน คือจุดอ่อนที่ต้องกำจัด ตรงกันข้ามกับคนที่กระตือรือร้นและอยากพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง พวกเขาเหล่านี้จะถูกวางตัวให้เป็นอาวุธสำคัญขององค์กร

นอกจากการสร้างวัฒนธรรมบ้างาน ขยัน ทุ่มเท จริงจังและกระตือรือร้นกับการทำงานแล้ว กุญแจสำคัญอย่างหนึ่งในการสร้าง “ซัมซุงแมน” คือ การปลุกจิตสำนึกให้พนักงาน “ทำงานเหมือนเป็นประธานบริษัท” เรื่องนี้ผู้บริหารระดับสูงของซัมซุงทุกคนมัก จะเน้นย้ำเสมอ

การทำงานให้เหมือนเราเป็นเจ้าของกิจการ หรือประธานบริษัท จะทำให้รักบริษัทมากขึ้นใช่ไหม ถ้าเราเข้าใจมุมมองของคนจ่ายเงินเดือน เราจะทำงานให้คุ้มค่ากับเงินเดือนมากขึ้นหรือเปล่า แล้วเราจะ เกิดสำนึกไหมว่าควรช่วยกันรัดเข็มขัดประหยัดค่าใช้จ่ายในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน

พนักงานส่วนใหญ่เข้าใจคำพูดนี้แบบผิดๆ เลยแสดงอาการต่อต้านและมักคิดว่า ฉันไม่ใช่เจ้าของกิจการซะหน่อย ถ้าจะให้ทำงานเพิ่มมากกว่านี้ ก็ต้องมีผลตอบแทนเพิ่มขึ้นด้วย เพราะคนที่ได้ประโยชน์ คือเจ้าของกิจการ ไม่ใช่พนักงานอย่างพวกเรา มันเงินของพวกเขาไม่ใช่ของเรา!!

จริงๆแล้วการทำงานเหมือนเป็นเจ้าของกิจการในความหมายของซัมซุง ต้องการเน้นย้ำให้พนักงานบริษัทรู้จักเสียสละและอุทิศตนเพื่อบริษัทอย่างจริงจัง ขณะเดียวกัน การอุทิศตนเองก็ไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ของบริษัทเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง เพื่อพัฒนาศักยภาพให้กระโดดไปอีกหลายขั้น ผู้บริหารซัมซุงเชื่อมั่นว่า การฝึกเป็นเจ้าของกิจการ ก็เหมือนการฝึกประสบความสำเร็จ คนที่มีหัวใจของเจ้าของกิจการเท่านั้น ที่จะฮึกเหิมและมีกำลังใจเอาชนะสถานการณ์ความยากลำบากต่างๆ ด้วยความท้าทายไม่หวาดกลัวท้อแท้

ลองออกจากกล่องใบเก่า ทิ้งมุมมองแคบๆ ที่พึงพอใจแค่ทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายไปวันๆ แล้วชีวิตนี้จะมีความหมายมากขึ้น...ไม่เบื่อหรือไงต้องเป็น “คนไม่เอาไหน” อยู่ร่ำไป.

มิสแซฟไฟร์

10 ก.ค. 2558 09:58 10 ก.ค. 2558 09:58 ไทยรัฐ


advertisement