วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เรือนจำปล่อยตัว 14นศ.ยันไม่สยบ (ชมคลิป)

อจ.จี้หยุดไล่บี้ นายกฯบ่นพึม ขู่จะเคลื่อนไหว

เรือนจำปล่อยตัว 14 นศ. เอ็นดีเอ็มแล้ว แต่ทำพิลึกอุ้ม นศ.สาวขึ้นรถอ้างไปส่งให้ถึงบ้าน ส่งสัญญาณยังไม่สยบยอม “ไผ่” ลั่นนี่แค่ยกแรกของการต่อสู้ “ลูกเกด” โต้พวกโลกแคบดิสเครดิต กลุ่ม คณาจารย์ฯจัดบายศรีรับขวัญ ออกแถลงการณ์จี้หยุดคุกคาม ทนายสู้นำคดีเข้าระบบศาลปกติ ทหารแจง กสม.ปัดส่งคนคุกคาม-สะกดรอย พท.ชี้แค่ตัดปัญหาไม่ให้ลุกลาม “บิ๊กตู่” รับเด็กไทยคืนแผ่นดินแม่ บ่นพึมขี้เกียจพูด นศ.ขู่เคลื่อนไหวอีก เมตตาแล้วยังขุดอยู่นั่น มท.1 จี้ ผวจ.-นอภ.เคลียร์พื้นที่ “บิ๊กต๊อก” ดักคออย่าให้อุดมการณ์ถูกซื้อ องคมนตรีบี้โละทิ้งโควตาคนนอกนั่ง กต. “วิษณุ” ชี้ฟ้องแพ่งคดีข้าวต้องคำนวณให้เป๊ะ หลังศาลทหารมีคำสั่งให้ปล่อยตัว 14 นักศึกษากลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ที่เคลื่อนไหวต่อต้านการรัฐประหาร โดยไม่มีเงื่อนไข

เรือนจำปล่อย 14 นศ.เอ็นดีเอ็ม

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 8 ก.ค. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เหล่าบรรดาญาติ เพื่อนฝูง และกลุ่มผู้สนับสนุนนักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (เอ็นดีเอ็ม) ทยอยเดินทางมารวมตัวกันหน้าเรือนจำเพื่อรอการปล่อยตัว 14 นักศึกษา ตามที่ทางเรือนจำนัดหมายไว้ในเวลา 06.00 น. อาทิ นางลมูล แจ้งเร็ว มารดา น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว นางเรวดี สิทธิสุราษฏร์ มารดานายรัฐพล ศุภโสภณ นางเสาวณี ภูคลองพลอย ชาว จ.กาฬสินธุ์ มารดานายศุภชัย ภูคลองพลอย นายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา บิดานายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน กลุ่มนักวิชาการ อาทิ นายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แกนนำเครือข่ายคณาจารย์ผู้ห่วงใยศิษย์ที่ถูกคุมขัง น.ส.ชลิตา บัณฑุวงศ์ อาจารย์คณะสังคมวิทยาฯ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประชาชื่น และ บก.น.2 กว่า 50 นาย

ทำพิลึกอุ้ม นศ.สาวอ้างไปส่งบ้าน

ต่อมาเวลา 05.45 น. เจ้าหน้าที่เรือนจำฯนำตัว 13 นักศึกษาขึ้นรถตู้ออกมาปล่อยหน้าประตูเรือนจำฝั่งติดถนนงามวงศ์วาน ก่อนเวลาที่นัดหมาย โดยไม่มีการแจ้งให้ญาติและสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวได้ทราบ ซึ่งนักศึกษาทั้ง 13 คน ทยอยเดินลงจากรถด้วยสีหน้าสดใส สวมเสื้อยืดสีขาวข้อความเราคือเพื่อนกัน พร้อมโผเข้ากอดญาติ บุคคลใกล้ชิด และทักทายผู้ที่มารอรับด้วยความดีใจ ขณะที่ทางทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ที่อยู่ใกล้กัน เจ้าหน้าที่นำตัว น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว ขึ้นรถตู้ออกจากเรือนจำเพื่อไปส่งที่บ้านพัก โดยไม่ยอมให้พบกับสื่อมวลชน แต่ น.ส.ชลธิชาไม่ยอมขอลงระหว่างทางแล้วนั่งรถย้อนกลับมาสมทบกับเพื่อนนักศึกษาและมารดาที่รออยู่หน้าเรือนจำ

เรือนจำ ปล่อยตัว 14 นศ.แล้ว นศ.ยังประกาศขอสู้ต่อ

13นศ. ถ่ายภาพร่วมกัน หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

ชูมือ หลังได้รับอิสระ

ในวันที่ได้รับอิสรภาพ พร้อมดอกไม้ให้กำลังใจ

พูดคุยกับญาติพี่น้อง...ที่มารอรับ

วันนี้....กลายเป็นที่สนใจของสื่อมวลชน

เหล่ากองเชียร์ ที่มาให้กำลังใจในวันปล่อยตัวได้รับอิสระภาพ ด้านหลังเป็นกำลังจนท.ดูแลความปลอดภัย

อารมณ์ดี! ทักทายกองเชียร์ที่ มาให้กำลังใจ



ร้องเพลงส่งสัญญาณไม่สยบยอม

จากนั้นนักศึกษาทั้งหมดที่เพิ่งได้รับอิสรภาพ ไปรวมตัวกันที่ป้ายเรือนจำพิเศษ แล้วร่วมกันร้องเพลง บทเพลงสามัญชน แสงดาวแห่งศรัทธา และเธอผู้เสียสละ และสร้างความฮือฮาด้วยการประกาศว่าจะร้องเพลง “โนคู” มอบให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อแสดงให้เห็นว่าการถูกขังคุกไม่ได้ทำให้ทางกลุ่มสยบยอมต่ออำนาจ โดยเพลงดังกล่าวมีเนื้อหาประชดประชัน การใช้กฎอัยการศึก และมาตรา 44 ควบคุมเสรีภาพของคนในประเทศ โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวกรองทหาร ตำรวจนับสิบนายนำกล้องมาบันทึกภาพไว้ตลอด หลังจากกลุ่มนักศึกษาแยกย้ายกันกลับ ยังมีชุดเคลื่อนที่เร็วตามสะกดรอยไปแบบคนต่อคน เพื่อเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหว และสถานที่พักของ 14 นักศึกษาเอ็นดีเอ็มแบบไม่ให้คลาดสายตา

รอนัดหารือก่อนเคลื่อนไหวต่อ

นายรังสิมันต์ โรม นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 1 ใน 14 นักศึกษา กล่าวว่า การมายืนตรงนี้ ไม่ได้หมายความว่าเป็นการสิ้นสุดการต่อสู้ แต่ถือเป็นก้าวใหม่ที่จะต่อสู้ต่อ แต่จะเคลื่อนไหวในรูปแบบไหนคงต้องนัดคุยกันอีกครั้ง เพราะตอนอยู่ในเรือนจำถูกจับแยกแดนจึงไม่ค่อยได้พูดคุยกัน แต่ยืนยันว่าทุกคนยังมีแนวคิดไปในทางเดียวกัน คือไม่ยอมรับอำนาจศาลทหาร รวมทั้งประกาศคำสั่งทุกอย่างที่มาจาก คสช. เชื่อว่าทหารพยายามจะนำพวกตนขึ้นสู่ศาลทหาร และพร้อมที่จะสู้คดีเพื่อให้นำคดีกลับไปพิจารณาในศาลพลเรือน ส่วนข้อกล่าวหาว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังของกลุ่มเอ็นดีเอ็มนั้น ยืนยันว่าไม่มี ขอให้มองไปในอดีตสมัย 6 ตุลาฯ 19 ที่มีการสังหารหมู่ประชาชนก็มีการกล่าวหาแบบนี้ ขณะนี้ทหารพยายามใช้สงครามจิตวิทยาเพื่อทำลายขบวนการ ยอมรับว่าหลังได้รับการปล่อยตัว เป็นห่วงสวัสดิภาพของตัวเองนอกเรือนจำ และห่วงคนที่ออกมาร่วมต่อสู้ว่าจะถูกคุกคามไปด้วย

“ไผ่” ลั่นนี่แค่ยกแรกของการต่อสู้

นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ดาวดิน กล่าวว่า ยืนยันจะเคลื่อนไหวต่อ นี่แค่ยกแรก เราได้เรียนรู้ความเจ็บปวดจากการต่อสู้แล้ว จึงไม่มีวันยอมแน่ การอยู่ในคุกเพียงแค่กักขังความคิดที่สื่อสารกับสังคมเท่านั้น ส่วนการนำผลการเรียนและเกรดเฉลี่ยมาแฉว่า นักศึกษากลุ่มดาวดินอยู่ในเกณฑ์ต่ำ จนบางคนต้องพ้นสภาพนักศึกษานั้น อยากถามว่าเกรดเฉลี่ยต่ำแล้วเป็นอย่างไร คนได้รับเกียรตินิยมออกมาทำอะไรเพื่อสังคมบ้าง เรื่องนี้เรื่องจริง เราไม่ได้แคร์ เพราะเราทำงานในพื้นที่กับชาวบ้าน การเรียนในห้องสี่เหลี่ยมในมุมมองของเราไม่มีคุณค่า ไม่ได้สร้างคนเป็นมนุษย์ แต่ตอบสนองความต้องการผลิตนักศึกษาที่ยอมรับนิ่งเฉยกับสังคมเผด็จการ เมื่อถามว่าหลังจากนี้อาจถูกจับในคดีการชุมนุมอื่น และถูกอายัดตัวฝากขังอีกครั้ง นายจตุภัทร์ตอบว่า จะจับก็จับ ก็ไม่ประกันตัวเหมือนเดิม เพราะเริ่มปรับตัวในเรือนจำได้แล้ว ยังยืนยันจะทำให้สังคมเห็นว่ากฎหมายที่มีอยู่ขณะนี้ไม่เป็นธรรม



“ลูกเกด” โต้พวกโลกแคบดิสเครดิต

น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือลูกเกด นิสิต มศว ประสานมิตร กล่าวว่า นอนรอเอกสารปล่อยตัวทั้งคืน จนถึงตอนตีห้า เจ้าหน้าที่บอกว่าจะปล่อยตัวโดยไปส่งที่บ้าน ซึ่งตนขอโทรศัพท์หาแฟนที่มารอหน้าเรือนจำให้มารับ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอม อ้างว่าจะส่งตัวให้ถึงมือญาติแล้วนำตัวขึ้นรถออกจากเรือนจำ สุดท้ายตนต้องให้ติดต่อให้แฟนไปรอรับกลางทาง แล้วจึงเดินทางกลับมาเจอกับเพื่อนๆที่ยังรวมตัวกันอยู่หน้าเรือนจำ ส่วนอาการป่วยที่เกิดขึ้นมีมาตั้งแต่ถูกสลายการชุมนุมที่หอศิลป์ เมื่อวันที่ 22 พ.ค. และทรุดลงตั้งแต่เข้ามาอยู่ในเรือนจำ เพราะไม่สามารถทานยาต่อเนื่องได้ ยืนยันแม้จะป่วยหนักกว่านี้ก็ยังคงเคลื่อนไหวกับเพื่อนๆเอ็นดีเอ็มต่อ เพราะคิดว่าสิ่งที่เราทำนั้นถูกต้อง ส่วนผู้ที่กล่าวหาว่าเรามีคนอยู่เบื้องหลัง คนไหนที่พูดคำนี้แสดงว่าโลกเขามืดมิดและคับแคบ เพราะตนอยู่ในโลกที่มีความศรัทธาในตัวเอง รู้ว่าเมื่อไรที่ต้องออกมาเรียกร้องสิทธิและคุณค่าความเป็นคน ถ้าถูกใครพราก

สามัคคีต้องไม่ใช่เอาปืนมาบังคับ

นายรัฐพล ศุภโสภณ นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ส่วนตัวจะยังเคลื่อนไหวต่อ และอยากให้สังคมมองว่าความสามัคคีไม่ใช่การเอาปืนจี้หัวแล้วบอกให้เงียบ แต่ต้องสามารถถกเถียงพูดคุยกันด้วยเหตุผลได้ ก้าวต่อไปของเอ็นดีเอ็ม เราตกลงกันแล้ว จะเคลื่อนด้วยขบวนที่เป็นประชาธิปไตยใหม่เปิดเผยไม่มีปิดบังซ่อนเร้นกับประชาชน

กลุ่มคณาจารย์ฯจัดบายศรีรับขวัญ

นายอนุสรณ์ อุณโณ แกนนำเครือข่ายคณาจารย์ผู้ห่วงใยศิษย์ที่ถูกคุมขัง กล่าวว่า กลุ่มคณาจารย์จะจัดพิธีบายศรีสู่ขวัญและสะเดาะเคราะห์ให้กลุ่มเอ็นดีเอ็ม อาจเป็นที่ลานปรีดี หรือลานประวัติศาสตร์ ข้างหอประชุมใหญ่ ม.ธรรมศาสตร์ ส่วนจะเป็นวันไหนขอดูความพร้อมของนักศึกษาทั้งหมดอีกครั้ง ส่วนวันที่ 10 ก.ค.กลุ่มคณาจารย์เตรียมจัดกิจกรรมห้องเรียนสาธารณะ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยจะหยิบยกหลักการต่อสู้ของเอ็นดีเอ็ม ด้านสิทธิชุมชนและสิทธิมนุษยชนมาอภิปราย และมีแนวคิดจะเชิญนักศึกษาทั้ง 14 คน ไปร่วมกิจกรรมนี้ด้วย ในส่วนของคดีความ เครือข่ายคณาจารย์จะหาอาจารย์ที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย มาร่วมให้คำแนะนำช่วยเหลือต่อไป

แถลงการณ์ฉบับ 5 จี้หยุดคุกคาม

นายอนุสรณ์กล่าวด้วยว่า กลุ่มคณาจารย์ฯได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 5 ใจความสรุปว่า พนักงานสอบสวนยังคงไว้ซึ่งข้อกล่าวหาทั้งในคดีนี้และคดีอื่น จึงเป็นไปได้ที่จะมีการนำเอาคดีเหล่านี้ขึ้นมาดำเนินการกับนักศึกษาทั้ง 14 คนเมื่อใดก็ได้ และยังอาจมีการคุกคามสวัสดิภาพของนักศึกษาด้วยวิธีการอื่น คณาจารย์ฯจึงยังคงรวมตัวกันในเครือข่ายเพื่อเฝ้าติดตามสวัสดิภาพของนักศึกษาต่อ และขอเรียกร้องให้ยุติการคุกคามนักกิจกรรมและเครือข่าย โดยเฉพาะการออกหมายเรียกตัวนายบารมี ชัยรัตน์ และผู้จัดการสวนเงินมีมา นอกจากนี้ยังมีการคุกคามคณาจารย์ในต่างจังหวัดในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการโทรศัพท์ เข้าพบสอบถาม หรือกระทั่งขอนัดประชุม เครือข่ายคณาจารย์ฯจึงขอย้ำว่า ให้ฝ่ายทหารและเจ้าหน้าที่ยุติการกระทำดังกล่าวโดยทันที

ทนายสู้นำคดีเข้าระบบศาลปกติ

นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความนักศึกษาเอ็นดีเอ็ม กล่าวถึงแนวทางการสู้คดีว่า พนักงานสอบสวนนัดหมายนักศึกษาทั้ง 14 คน ไปให้ปากคำเพิ่มเติมวันที่ 18 ก.ค. ที่ สน.สำราญราษฎร์ จากนั้นจะเร่งหารือพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ที่ออกหมายจับ 7 นักศึกษาข้อหาทำกิจกรรมหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพ และ สภ.เมืองขอนแก่น ที่ออกหมายจับกลุ่มดาวดิน ว่าทั้งสองคดีนี้จะดำเนินการต่ออย่างไร จะรวมกับคดีใหม่นี้หรือไม่ โดยทีมทนายยังเตรียมประเด็นที่จะใช้ต่อสู้คดีว่าคำสั่งประกาศใดๆของ คสช. ต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว มาตรา 4 รวมทั้งที่อยู่ในสนธิสัญญาหรือข้อตกลงที่ประเทศไทยลงนามไว้กับนานาประเทศหรือที่เป็นภาคี เพื่อขอให้มีการนำคดีกลับไปพิจารณาในศาลอาญาปกติ

ทหารปัดส่งคนคุกคามสะกดรอย

ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กสม. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการสิทธิพลเมืองและสิทธิการเมือง เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงกรณีการจับกุมนักศึกษา 14 คน โดยอนุกรรมการฯและพยานผู้เชี่ยวชาญ ได้ซักถามตัวแทน คสช.ว่า ทหารมีส่วนเกี่ยวข้องหรืออยู่ในพื้นที่ขณะมีการจับกุมนักศึกษาหรือไม่ โดย พ.อ.นุรัช กองแก้ว รอง ผอ.สำนักงานพระธรรมนูญ ตัวแทน คสช. ชี้แจงว่า ในขั้นตอนการจับกุมมีแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น ทหารไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนที่อ้างว่ามีคนแต่งกายคล้ายทหารหรือมีทหารนอกเครื่องแบบ เข้ามาในลักษณะคุกคามสะกดรอยนั้น ยืนยันว่าไม่มีและยังไม่สามารถพิสูจน์ได้

บี้นายกฯรีบเคลียร์ทหารปลอม

ซึ่งนายวีระ สมความคิด อนุกรรมการฯ กล่าวว่า นักศึกษาและผู้ปกครองต่างยืนยันว่ามีทหารเกี่ยวข้องทั้งในการจับกุมหรือไปคุกคามผู้ปกครองและจำหน้าได้ ดังนั้นถ้าไม่มีจริงแสดงว่าทหารตามคำกล่าวอ้างเป็นทหารปลอม จึงฝากไปเรียนนายกฯว่าควรรีบหาตัวทหารปลอม ไม่รู้สึกเสียหายหรือคิดว่าควรรีบจัดการหรือ

กสม.ออกตัวไม่ได้จับผิด คสช.

นพ.นิรันดร์กล่าวว่า กสม.ไม่ได้ตรวจสอบเพื่อจับผิด แต่เป็นการสร้างความชอบธรรมให้หน่วยงานรัฐที่ต้องใช้หลักนิติรัฐนิติธรรม ไม่อยากให้เป็นน้ำผึ้งหยดเดียว คสช.ต้องเคารพความเห็นต่าง ไม่ผลักให้มิตรกลายเป็นศัตรู มิฉะนั้นจะวุ่นวายไม่มีที่สิ้นสุด และ คสช.ต้องเข้าใจเพราะแม้แต่รัฐธรรมนูญชั่วคราว ยังให้การรับรองเรื่องนี้ไว้ แม้คำสั่งหรือประกาศ คสช. รวมทั้งกฎอัยการศึกจะเคยใช้แก้ปัญหาความรุนแรงที่มีอยู่จริงในช่วงแรก แต่วันนี้ความเห็นต่างนั้นอยู่ขอบเขตของสันติวิธี จึงไม่ควรใช้อำนาจเด็ดขาด ควรใช้วิธีการพูดคุยและหลักสิทธิมนุษยชน การอ้างว่าต้องดำเนินการตามมาตรา 116 ต้องมีกระบวนการรับฟังข้อเท็จจริงก่อน ไม่ใช่สร้างเรื่องขึ้นมาเองเฉยๆ รวมทั้งการกระทำที่อาจไปก้าวล่วงวิชาชีพทนาย ประเด็นทั้งหมดนี้ กสม.จะทำหนังสือไปยัง คสช. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พิจารณาในเรื่องดังกล่าวด้วย

พท.ชี้แค่ตัดปัญหาไม่ให้ลุกลาม

นายพนัส ทัศนียานนท์ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คิดว่าการยกคำร้องและปล่อยตัว 14 นักศึกษาก็เพื่อไม่ให้รัฐบาลเสียหน้าโดยกลัวว่าปัญหาจะลุกลามเพราะเหตุการณ์นี้เกือบซ้ำรอยเหตุการณ์ 14 ตุลา 16 ดังนั้นเนื้อแท้ของการปล่อยตัวคือเขาพยายามจะตัดปัญหา ไม่ให้ลุกลามบานปลาย ซึ่งก็มีเสียงเตือนไว้แล้วว่าการปล่อยตัวแค่นี้ไม่ได้ทำให้คดีสิ้นสุด ถ้าเขาเห็นว่ามีหลักฐานที่สามารถฟ้องศาลได้ ก็สามารถมาเอาตัวเด็กเหล่านี้ไปได้อีก ตราบใดที่ยังไม่สั่งยุติคดีก็ต้องรอต่อไปว่าเขาจะสั่งฟ้องหรือไม่ คิดว่าขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ทางการเมืองด้วย รัฐบาลต้องประเมินว่าจะฟ้องหรือไม่ ถ้าฟ้องแล้วอาจกลายเป็นการจุดชนวนอะไรหรือไม่ แต่ถ้าไม่มีเหตุการณ์อะไร ไม่มีชุมนุม ไม่มีการเคลื่อนไหว เชื่อว่าจะไม่สั่งดำเนินการกับเด็กๆเหล่านี้ “ในเมื่อนักศึกษาไม่ได้ทำผิดอะไร ก็อยากให้ผู้ใหญ่หยุดดำเนินการกับนักศึกษาเหล่านี้ เพราะตามหลักแล้วเรามีสิทธิและเสรีภาพที่จะแสดงความคิดเห็น แม้จะแตกต่างกับรัฐบาลก็ตาม ส่วนตัวเห็นว่าเด็กเหล่านี้ไม่ได้ทำอะไรผิด”

“บิ๊กตู่” รับเด็กไทยคืนแผ่นดินแม่

วันเดียวกันเวลา 08.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก รัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้การต้อนรับคณะเยาวชนไทย “โครงการเยาวชนไทยในสหรัฐอเมริกาเยือนแผ่นดินแม่ ครั้งที่ 10” นำโดยนายเจษฎา กตเวทิน กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เยาวชนไทยในต่างประเทศถือเป็นทูตพิเศษที่จะช่วยรัฐบาลสร้างความเข้าใจกับต่างชาติ การเข้ามายืนตรงนี้เพื่อมาสร้างความเข้มแข็งให้ประชาธิปไตยไทย จากปัญหาความขัดแย้งที่นำไปสู่การบาดเจ็บ สูญเสีย เป็นความวุ่นวายที่เกิดจากมีอิสระเสรีมากเกิน ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเพลิดเพลิน ตนเป็นคนหนึ่งที่ร่วมมือในการเลือกตั้ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้รับการแก้ไขจนหนักขึ้นเรื่อยๆ จึงต้องหยุดเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เข้มแข็งก่อน แล้วให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งสานต่อ

ขอให้ใช้ตรรกะมากกว่าความรู้สึก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ไม่ได้อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ต้องขอโทษ แต่มันจำเป็น พวกเราเติบโตในสหรัฐฯ และยุโรป อาจมีภูมิคุ้มกันมากกว่าคนอื่น แต่คนไทยมีความรู้สึกส่วนตัวเยอะ ถ้าชอบแล้วทำอะไรก็ไม่ผิด แต่ถ้าไม่ชอบทำให้ดีแทบตายก็ผิด ถ้าได้คนไม่ดีมาปกครองจึงง่ายที่จะนำไปสู่ความขัดแย้ง เยาวชนหลายคนโตขึ้นอาจอยากเป็นนักการเมือง แต่อย่ามาเป็นแบบตน เพราะเหนื่อยเกินไป และขอให้ทุกคนคำนึงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่เหนือความขัดแย้งทั้งปวง ใครจะมาหมิ่นหรือก้าวล่วง ไม่ได้ จึงต้องมีกฎหมายมาตรา 112 เพื่อปกป้องพระองค์ บางคนมองว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่อยากถามกลับว่า ถ้ามีใครมาว่าตัวเราหรือพ่อแม่ของเราจะยอมหรือไม่ ส่วนใครที่ไม่เข้าใจถือว่าแย่และไม่ใช่คนไทย

ฝากมะกันควรเคารพกันและกัน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไทยกับสหรัฐฯ มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากว่า 180 ปี ขณะที่ประชาธิปไตยของเราได้มายากหน่อย ลองย้อนกลับไปดูอเมริกาบ้างเขายิ่งกว่าเรานะ เขาเกิดมาก่อน ปฏิรูปมาก่อนเรา เลิกทาสมากี่ปี ตนยังไม่เคยว่าอะไรเขาเลย เพราะถือว่าประเทศเราก็คือประเทศเรา ต้องเคารพซึ่งกันและกัน วันนี้เขาก็ไม่ได้แตะต้องอะไรตนมาก เพียงแต่อยากให้ไปสู่การเลือกตั้ง ชี้แจงไปแล้วว่าทุกอย่างเดินตามโรดแม็ป ที่ผ่านมาทำอะไรไม่ได้เพราะการเมืองเข้าไปยุ่งเกือบทุกเรื่อง ไม่อยากพูดมาก ขี้เกียจเปิดศึกหลายด้าน ให้เขาไปรบกับกฎหมายเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวให้การต้อนรับเด็กไทยอยู่นั้น ได้ทักทายนางแคตี้ โพธิ์ศรีทอง ชาวอเมริกัน ที่เคยเป็นครูสอนภาษาอังกฤษให้ด้วยว่า “ไม่ได้พบกันหลายปี”

แนะปลูกหมามุ่ยรายได้งาม

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า วันนี้รัฐบาลสนับสนุนการปลูกพืชสมุนไพร เมื่อเราไม่สามารถปลูกข้าวได้ จะให้กระทรวงสาธารณสุขไปดูแลว่าจะปลูกพืชสมุนไพรได้หรือไม่ วันนี้เราขายหมามุ่ยได้กิโลกรัมละกว่า 800 บาท เมื่อส่งไปอินเดียแล้วมีการแปรรูปกลับมาเป็นยา เป็นอะไรต่างๆ ราคากลายเป็นกิโลกรัมละ 8 หมื่นบาท แล้วเหตุใดเรายังโง่ปลูกอย่างอื่นที่มีกำไรเพียงพันบาทหรือไม่กี่บาท แต่เราก็ต้องควบคุม ขณะนี้ข้าวของเรายังดีอยู่ ในส่วนที่เสียก็เป็นภาระของรัฐบาล ที่ผ่านมาเป็นความคิดที่ไม่ถูกวิธี เราต้องทำให้เกษตรกรเข้มแข็ง พระเจ้าอยู่หัวทรงสอนว่าถ้าจะทำให้คนเข้มแข็งต้องสอนวิธีการตกปลาให้เขา แต่ไม่ใช่ให้ปลาเขาไปกิน เรากำลังสอนให้เกษตรกรเรียนรู้ เข้าถึงเครื่องจักรทางการเกษตร ที่ผ่านมารายได้มันต่ำจึงต้องกู้เงิน แล้วไร่นาก็ถูกยึด

ขี้เกียจพูด นศ.จะเคลื่อนไหวอีก

พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงกลุ่มนักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ที่ยืนยันยังคงเคลื่อนไหวต่อไปว่า พอแล้วๆๆ ขี้เกียจพูด พอแล้ว คุณจะไปพูดถึงเขาทำไม ก็เขาเมตตาแล้วยังพูดยังขุดอยู่นั่น ไม่รู้จะขุดกันไปทำอะไรไม่รู้ สื่อก็ไปเรียกเขาออกมาสิ สื่อไปชวนเขามาเลย พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม พูดว่า อย่างไรก็ตามนั้น เป็นเรื่องของกฎหมาย

ตะเพิดเอกชนกำไรน้อยก็อย่าทำ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงความไม่พอใจที่แต่ละกระทรวงเบิกจ่ายงบประมาณปี 58 ล่าช้า ว่าอยากให้มีการเบิกจ่ายมากกว่านี้ จริงๆแล้วก็มากกว่าทุกปี แต่ยังไม่ทันใจ จึงให้ไปดูรายละเอียดว่าทำไมเบิกจ่ายไม่ได้ ก่อนหน้านี้ทำไมเบิกจ่ายเร็วนัก มันมีรอยรั่วเยอะหรือไม่ ต้องตรวจสอบให้พบรอยรั่ว เพราะขั้นตอนระเบียบต่างๆมันรัดกุมเข้มแข็งขึ้น การกระทำที่มันเคยง่ายมันก็ยาก แค่นั้นเอง ซึ่งข้าราชการก็ทำเต็มที่ ต้องเข้าใจ ตั้งแต่ตนเข้ามาจัดงบประมาณกระจายไปทุกพื้นที่ เป็นโครงการขนาดกลาง ขนาดเล็กจำนวนมาก ที่ผ่านมาทำเป็นพื้นที่ก็ง่าย ให้งบเป็นก้อนลงไป มีคนมาจัดซื้อจัดจ้างง่ายขึ้น มีบริษัทไม่กี่บริษัทมารับไป วันนี้ต้องเรียนรู้ว่าจะอยู่ด้วยกันอย่างไร จะประกอบธุรกิจอย่างไร บริษัทห้างร้านเอกชนไปหาวิธีการว่าจะทำอย่างไร แต่กลับมาบอกว่างบน้อย ไม่ได้กำไร ถ้าไม่ทำก็อย่าทำ เดี๋ยวบริษัทเล็กๆน้อยๆมีกี่บริษัทก็ไปประมูล บริษัทใหญ่ไม่อยากเอาก็อย่าเอา อยากได้ก็ไปเอารัฐบาลหน้า

เฉ่งแท็กซี่เคยตัวงัดวิธีแก้เผ็ด

ผู้สื่อข่าวถามว่า บริษัทแท็กซี่ขู่ว่าถ้าชะลอการปรับราคามิเตอร์ จะหยุดวิ่งให้บริการ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ถ้าชะลอก็ต้องชะลอ ตนก็ต้องฟังคณะกรรมการ รัฐมนตรีเขาไม่ได้พูดคนเดียว มีคณะกรรมการดูอยู่ ทั้งนี้ เรื่องค่าโดยสาร ค่าแรงอะไรต่างๆ ต้องอย่าให้มีปัญหา ถ้าหยุดจะหารถไปวิ่งแทน เอาอย่างนี้แล้วกัน ดูสิมันจะเป็นอย่างไร เคยตัวกันมามากแล้วทุกเรื่อง ก็บ้านเมืองมีปัญหาอย่างนี้ แล้วคนอื่นเขาไม่มีหรือมันก็มีทุกพวกนั่นแหละ ถ้าอันนี้ได้อันนั้นก็ต้องเอา แล้วจะเอาเงินที่ไหน เอาข้าวไปสิ ข้าวในคลังนะเอาไป

มท.1 จี้ ผวจ.–นอภ.เคลียร์พื้นที่

ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวในการประชุมหารือข้อราชการร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ผ่านทางวีดิโอ คอนเฟอเรนซ์ว่า สถานการณ์การเมืองและการสร้างความเข้าใจกับประชาชน รวมถึงการเคลื่อนไหวของนักศึกษาในพื้นที่ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ ใช้กลไกท้องที่ท้องถิ่นลงไปสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน เพราะการสร้างความเข้าใจความรับรู้ต่อสถานการณ์บ้านเมือง ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน เพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อย จึงขอให้ช่วยดูแลในเรื่องนี้ด้วย

“บิ๊กต๊อก” อะลุ้มอล่วยเต็มที่แล้ว

ที่โรงแรมเดอะสุโกศล พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่ม 14 นักศึกษาหลังจากนี้ ว่า มีกรอบของกฎหมายอยู่ ซึ่งรัฐบาลนำหลักรัฐศาสตร์เข้ามาใช้ ผิดนิดผิดหน่อยก็ปล่อยไปบ้าง ถ้าเกิดแรงขึ้นก็ต้องเรียกมาพูดคุยบ้าง อย่างการจุดเทียนทั้งที่หน้าเรือนจำ หรือที่อื่นๆถือเป็นการชุมนุมเกิน 5 คน หากใช้ตามหลักกฎหมายมันก็ผิด รัฐบาลไม่ใช่ขนาดนั้น ความจริงนักศึกษาที่มีอุดมการณ์ความคิดแบบนี้เป็นเรื่องที่ถูกต้องในอนาคตสามารถเป็นนายกฯ และเชื่อว่าอีกไม่นานคนรุ่นตนอาจจะได้เห็นก็ได้ เพราะในต่างประเทศอายุ 40กว่าก็เป็นนายกฯได้ แต่ต้องวางรากฐานปฏิรูปประเทศให้เสร็จสิ้นก่อน ก็ขอร้องว่าอุดมการณ์ความคิดต้านต้านการโกง ต่อต้านคอร์รัปชัน สนับสนุนสิทธิชุมนุม เป็นเรื่องที่ดี ในอนาคตอย่าให้ถูกซื้อให้ยึดอุดมการณ์นี้ไว้ ช่วยสอดส่องดูแล ให้บอกมาว่ารัฐบาลนี้หน่วยไหนกระทรวงใดโกง รัฐบาลไม่ดีให้ออกมาเดินไล่เลย แต่ตอนนี้ขอเวลาพิเศษบ้าง ต้องยอมรับว่าบางอย่างมันเคลือบแคลงว่าเป็นพลังบริสุทธิ์จริงหรือไม่ มีผลประโยชน์อยู่เบื้องหลังหรือไม่

ดักคออย่าให้อุดมการณ์ถูกซื้อ

พล.อ.ไพบูลย์กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้หลังทำรัฐประหารได้เข้าไปพูดคุยกับนักศึกษาที่เคลื่อนไหวด้วยตัวเอง พูดคุยกันว่าตอนนี้บ้านเมืองเกิดปัญหา อะไรที่ผ่านมาไม่มีใครผิดใครถูก แต่ปัญหาด้วยข้อกฎหมาย ที่เข้ามาแค่ต้องการปลดล็อกและแก้ปัญหา ซึ่งกลุ่มนักศึกษาก็เข้าใจ และยังบอกว่าอยากให้ยึดอุดมการณ์ อย่าให้ใครซื้อ เพราะถ้าวันนี้ถูกซื้อ ในอนาคตต่อไปเป็นนักการเมืองก็จะถูกซื้อ ไม่อยากให้เสพติดกับผลประโยชน์

ผบ.ตร.ไม่ดูแคลนว่ามีเบื้องหลัง

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. กล่าวว่า เชื่อว่านักศึกษาทั้ง 14 คน ทราบดีว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือไม่ หากผิดกฎหมายก็จำเป็นที่เจ้าหน้าที่รัฐต้องดำเนินการ ในส่วนของ สตช.ไม่จำเป็นต้องส่งตำรวจสันติบาลไปติดตามพฤติกรรมความเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษาดังกล่าว เพราะจะมีหน่วยงานของรัฐบาลเข้าไปทำความเข้าใจกับนักศึกษา ส่วนตัวไม่อยากคิดว่าการเคลื่อนไหวของนักศึกษามีเบื้องหลัง เพราะจะเป็นการให้ร้ายหรือปรามาสมากเกินไป แต่ยอมรับบางกลุ่มอาจถูกยุยงปลุกปั่น โดยใช้กุศโลบายให้นักศึกษาทำผิด โดยไม่ทราบแน่ชัดว่ามีองค์กรต่างประเทศเข้ามาสนับสนุน 14 นักศึกษานี้หรือไม่

ผุดยุทธศาสตร์ระดมกึ๋นคนเห็นต่าง

ส่วนกรณีศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป(ศปป.) มีแนวทางเชิญแกนนำพรรคการเมืองมาออกรายการ “เดินหน้าปฏิรูป” นั้น พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและ ผบ.ทบ. กล่าวว่า เป็นแนวคิดเพื่อเปิดช่องทางให้แต่ละกลุ่มแสดงความคิดเห็น และนายกฯ เห็นว่าจะเป็นประโยชน์ เพราะ พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร ผู้อำนวยการ ศปป. อยากให้แต่ละกลุ่มมาแสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นไปสู่การทำแผนแนวทางปฏิรูป คิดว่าหลายฝ่ายมีความรู้และประสบการณ์ ซึ่งรายการดังกล่าวเดิมกำหนดออกอากาศทุกวันพุธ แต่ได้เสนอหัวหน้า คสช. และรอการอนุมัติให้มาออกอากาศวันจันทร์แทน ศปป.จะเชิญทุกกลุ่มทุกฝ่าย ทั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้เชิญนายพิชัย นริพทะพันธ์ อดีต รมว.พลังงาน มาร่วมพูดคุย คสช.แลกเปลี่ยนเรื่องพลังงาน และวันที่ 8 ก.ค. เป็นเรื่องการศึกษาจึงเชิญนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนถึงแนวทางปฏิรูปการศึกษา

นปช.ขอให้เปิดใจกว้างรับฟังกัน

นายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. กล่าวว่า กรณี พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข เสนาธิการทหารบก ระบุจะเชิญน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ และนักการเมืองพรรคเพื่อไทย ไปพูดคุยผ่านรายการเดินหน้าปฏิรูป หากเชิญทุกฝ่ายไปพูดคุยให้ช่วยกันนำเสนอความคิด ถือว่าเป็นประโยชน์กับประเทศ เชื่อว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์พร้อมที่จะไป เพราะที่ผ่านมาให้ความร่วมมือกับ คสช.ด้วยดีมาตลอด แต่ไม่มั่นใจว่า คสช.จะเปิดใจกว้างให้ผู้ที่มาร่วมรายการแสดงความเห็นโดยอิสระในทุกประเด็นหรือไม่ เมื่อเสนอไปแล้ว คสช.จะนำไปปฏิบัติหรือไม่ ทางที่ดีควรจัดให้เสวนากันวงละประมาณ 3-4 คน เพราะถ้าหลายคนอาจมีปัญหาได้ เบื้องต้นอาจเป็นวงของนักการเมืองก่อน จากนั้นค่อยเป็นวงนักวิชาการที่มีมุมมองแตกต่างกัน และวงของประชาชนหรือมวลชน โดยต้องให้เวลาพูดคุยนานหน่อย จะได้แสดงความเห็นเต็มที่

ฟุ้งจับสลาก ส.ว.ป้องกันล็อบบี้ได้

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่รัฐสภา พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญรายมาตรา ว่า กมธ.ยกร่างฯได้ตัดอำนาจการเสนอกฎหมายของ ส.ว.ทิ้งไป ส่วนเหตุผลที่กำหนดให้ กกต.เป็นผู้จับสลาก ส.ว. สัดส่วนที่มาจากองค์กรวิชาชีพ เนื่องจากองค์กรวิชาชีพทั้ง 21 องค์กร มีสถานะเท่าเทียมกัน หากให้เลือกกันเองเหลือ 15 คน เกรงว่าจะมีการล็อบบี้ จึงมอบให้ กกต.เป็นคนกลางจับสลากออก 6 คน จากตัวแทนละ 1 คนจาก 21 องค์กร และยังป้องกันมิให้ซื้อขายตำแหน่งอีกด้วย ส่วน ส.ว.ที่มาจากการสรรหา คุณสมบัติของคณะกรรมการสรรหา จะกำหนดไว้ในตัวรัฐธรรมนูญ คาดว่าจะเสร็จภายในสัปดาห์หน้า เบื้องต้นบุคคลที่เหมาะจะมาเป็นคณะกรรมการ ต้องมีทั้งคุณวุฒิ วัยวุฒิ อาจมีมากถึง 9-15 คน และต้องมาจากหลายภาคส่วน เราจะออกแบบอย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกันไม่ให้มีการซื้อขายตำแหน่งเกิดขึ้น

เร่งปิดจ๊อบก่อน 20 ก.ค. ตามตารางเดิม

พล.อ.เลิศรัตน์กล่าวถึงกระบวนการทำงานของ กมธ.ยกร่างฯ ว่า ยึดการทำงานตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ที่ยังไม่ได้แก้ไข กมธ.ยกร่างฯ กำหนดกรอบเวลาไว้ว่า ร่างรัฐธรรมนูญจะเสร็จภายในวันที่ 20 ก.ค. และหากมีเวลาเหลือก็จะนำมาทบทวน ดังนั้น หากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ประกาศใช้ไม่ทัน กมธ.ยกร่างฯ ก็จะไม่ได้ต่อเวลาทำงาน 30 วัน และไม่อาจเชิญผู้เสนอขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญทุกภาคส่วนเข้ารับฟังคำชี้แจงได้ เพราะต้องทำตามกรอบเวลาเดิมคือ ส่งร่างรัฐธรรมนูญให้ สปช. ในวันที่ 23 ก.ค. เพื่อนำไปลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในวันที่ 6 ส.ค.ต่อไป

องคมนตรีบี้โละทิ้งคนนอกนั่ง ก.ต.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรี เคยทำบันทึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เพื่อคัดค้านเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญ ในการเพิ่มสัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิที่ไม่เคยเป็นผู้พิพากษา ตุลาการ และไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 เข้าไปดำรงตำแหน่งคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) เพราะเกรงจะเปิดทางให้ฝ่ายการเมืองแทรกแซงศาลยุติธรรม ซึ่ง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ รับฟังข้อทักท้วงและกลับไปใช้หลักการเดิมให้มีสัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก เป็นคณะกรรมการ ก.ต. 2 คน จาก 15 คน โดยผ่านการคัดเลือกจากวุฒิสภา ล่าสุดวันที่ 8 ก.ค. เว็บไซต์ศูนย์ข่าวอิศรา เผยแพร่บันทึกฉบับที่สอง ของนายธานินทร์ ส่งถึง พล.อ.ประยุทธ์เรียกร้องไม่ให้มีสัดส่วนบุคคลภายนอกที่ไม่ได้เป็นผู้พิพากษาเข้าดำรงตำแหน่งคณะกรรมการ ก.ต.แม้แต่คนเดียว ซึ่งจะทำให้คณะกรรมการ ก.ต. ปราศจากการถูกแทรกแซงจากภายนอก โดยเฉพาะจากฝ่ายการเมืองอย่างแท้จริง

“วิษณุ” ชี้ฟ้องแพ่งคดีข้าวต้องเป๊ะ

ช่วงเย็นที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเงินค่าธรรมเนียมวางศาลฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่า จำนวนเงินที่จะเรียกค่าเสียหายจากแต่ละคนต้องคิดให้เป๊ะ กี่พัน กี่หมื่นล้านบาท เนื่องจากเงินที่จะวางศาลมีเงื่อนไขกำหนดไว้ว่าจะเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของเงินที่ฟ้องเรียกทั้งหมด เมื่อคดีจบจะขึ้นอยู่กับศาลมีคำสั่ง ซึ่งมีอยู่ 3 อย่างที่ชนะหรือแพ้ไม่สำคัญคือศาลให้คืน ศาลยึดไป หรือศาลยึดบางส่วนของเงินที่วาง ขึ้นอยู่กับคำพิพากษา ถึงได้บอกว่าเป็นปัญหาเหมือนกัน จะเรียกเอากี่บาทต้องใกล้เคียงที่สุด อย่าเรียกส่งเดช เพราะไปผูกกับค่าวางศาล หลักนี้มีมานานเพื่อไม่ให้คนไปฟ้องกันเล่นๆ และไม่จำเป็นต้องฟ้องพร้อมกัน รู้ของใครก่อนก็ฟ้องก่อน เมื่อถามว่าถ้ารัฐเป็นฝ่ายแพ้ ผู้ถูกร้องฟ้องกลับได้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ถ้ารัฐฟ้องด้วยความบริสุทธิ์ใจไม่ได้แกล้ง ศาลตัดสินมาเยอะแยะแล้วว่าฟ้องกลับไม่ได้

จี้เร่งฟ้องแพ่งค่าเสียหายจำนำข้าว

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เห็นข่าวนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าอาจต้องใช้เงินนับพันล้านบาทเป็นค่าธรรมเนียมศาล ต่อการฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง ในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่า รู้สึกนายวิษณุพูดความจริงไม่หมด แต่เชื่อว่าเงินจำนวนดังกล่าว ถ้าจะต้องเสียเพื่อเป็นค่าธรรมเนียมศาลในการฟ้องร้องค่าเสียหายครั้งนี้ คงไม่มีประชาชนคนไหนว่าแน่นอน อย่างน้อยจะได้เป็นบรรทัดฐานและข้อคิดแก่รัฐบาลต่อๆไป ในการออกนโยบายที่นำไปสู่ความเสียหาย ที่สำคัญความเสียหายเกิดจากการทุจริต ดังนั้น จึงขอให้รีบดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา

ให้ดูผู้ว่า ธปท.คนเก่าเป็นต้นแบบ

นายกรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้งนายวิรไท สันติประภพ เป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่ ว่า เป็นคนเก่งมีความสามารถ แต่ต้องยอมรับว่าในแวดวงการเงิน ในแง่ของวัยวุฒิและชื่อเสียงยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก จึงเป็นความท้าทายที่ต้องพิสูจน์ตนเอง และขอให้ดูตัวอย่าง นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการ ธปท.คนเก่า ที่ทั้งเก่ง ดี และแกร่ง คือไม่โอนอ่อนแม้จะถูกแทรกแซงทางการเมือง มีจุดยืนที่ไม่ต้องปะทะและทะเลาะกับใคร ยึดมั่นกฎหมายที่คุ้มครองความเป็นอิสระในการทำงาน

เตือนอย่าใช้เงินสำรองฯลงทุนภายใน

นายกรณ์กล่าวอีกว่า ส่วนการดูแลกองทุนสำรองระหว่างประเทศ ต้องนำไปใช้เพื่อลงทุนที่ไม่มีความเสี่ยง และอยู่ในระดับมาตรฐานโลก อย่าไปลงทุนที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัว เรื่องเงินทุนสำรองมีความสำคัญมาก ไม่เช่นนั้นจะกระทบต่อความเชื่อถือของต่างชาติที่มีต่อเศรษฐกิจไทย จึงไม่คิดว่ารัฐบาลนี้จะมีความคิดนำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมาลงทุนภายในประเทศ เพราะขัดหลักการ และเชื่อว่านายวิรไทจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าการ ธปท.ได้เป็นอย่างดี

พท.แนะรัฐจับตาดูโลกกระทบไทย

น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อยากฝากเตือนรัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทย ให้จับตาดูปัญหาของประเทศกรีซให้ดี อย่าคิดว่าเป็นประเทศเล็กแล้วจะไม่มีผลกับไทย เพราะกรีซอาจเป็นจุดเริ่มต้นการแตกแยกของอียูและยูโรโซนได้ หลายประเทศในอียูมีปัญหาไม่น้อยไปกว่ากรีซ หากดำเนินการลักษณะเดียวกันจะมีผลกระทบรุนแรงไปทั้งโลก ไม่อยากให้ประมาทหรือมองแคบๆว่าเป็นกรีซประเทศเดียว สาเหตุปัญหาของกรีซส่วนหนึ่งคือการใช้งบประมาณทางการทหารจำนวนมาก รวมทั้งการซื้อเรือดำน้ำในภาวะที่เศรษฐกิจกำลังย่ำแย่ เราไม่อยากให้ประเทศไทยซ้ำรอย จึงอยากให้รัฐบาลคอยติดตามเศรษฐกิจโลกให้ดี หากทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลยังไม่มีแนวทางการบริหารเศรษฐกิจที่ถูกต้อง คนไทยอาจต้องไปซื้อปลาเค็มมาห้อยกลางโต๊ะอาหารเหมือนที่การ์ตูนล้อเลียนสมัยก่อนได้

เรือนจำปล่อยตัว 14 นศ. เอ็นดีเอ็มแล้ว แต่ทำพิลึกอุ้ม นศ.สาวขึ้นรถอ้างไปส่งให้ถึงบ้าน ส่งสัญญาณยังไม่สยบยอม “ไผ่” ลั่นนี่แค่ยกแรกของการต่อสู้ “ลูกเกด”... 9 ก.ค. 2558 07:13 9 ก.ค. 2558 07:14 ไทยรัฐ