วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ความรักจบแล้ว! ‘โตโน่’ลั่น รับผิดทำ‘โม’เจ็บ (ชมคลิป)

ความรักจบแล้ว! ‘โตโน่’ลั่น รับผิดทำ‘โม’เจ็บ (ชมคลิป)

  • Share:

ชี้ไม่ควรพูด‘โสด’ในคอนเสิร์ต ยันกลับไปได้-ไม่ใช่ฐานะเดิม ฝ่ายหญิงยังย้ำจะรักตลอดไป

“โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์” ทำคนไทยจ้องจอทีวีกันตาแทบถลน ขณะแถลงเปิดใจเรื่อง “แตงโม” โชว์สปิริต ขอโทษและยืดอกยอมรับผิด ไม่ควรพูดบนเวที คอนเสิร์ตว่า “โสด” จนถ้อยคำเหมือนมีดกรีดใจอดีตคนรักถึงขั้นคิดสั้นฆ่าตัว แต่ยังดีใจที่อีกฝ่ายปลอดภัย ชี้ความรักยิ่งใหญ่กว่าชื่อเสียง ระบุแตงโมเป็น “คนรักของผม ผมไม่เคยคิดที่จะทำร้าย” แต่ย้ำชัดตอนนี้ความรัก “จบ” ลงแล้ว ไม่สามารถประคองรักต่อไปไหว เผยไปทำพิธีเลิกกันแล้วกับฝ่ายหญิงที่โบสถ์ ถ้าให้กลับไป กลับไปได้แต่ไม่ใช่ในฐานะเดิม เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ต้องการให้ใครมาสงสารหรือเห็นใจ ขอแค่วันนี้อยากทำให้แม่กับน้องสาวมีความสุข เมื่อเลิกกันแล้วก็ขอให้มีสิ่งดีเข้ามาในชีวิตทั้งสองฝ่ายและอยากให้โมยิ้มได้เร็วๆ คิดถึงความรู้สึกของพ่อแม่ แฟนคลับปลื้มนักร้องหนุ่ม แสดงความเป็นสุภาพบุรุษ ไม่พูดเรื่องไม่ดีและยังปกป้องฝ่ายหญิง เป็นการจบแบบสวยงาม ขณะที่ชาวโซเชียลชื่นชมพ่อแตงโม ทำหน้าที่พ่อได้ยอดเยี่ยม ไม่เข้าข้างลูกหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แม้หัวอกพ่อจะเจ็บปวดเสียใจไม่แพ้ลูก ด้านแตงโมโพสต์ IG “ภาคิน..เธอรู้มั้ยเรานอนร้องไห้และรู้ว่าเธอก็เสียใจไม่แพ้กัน พร้อมสัญญาจะรักภาคินตลอดไป” ส่วนพ่อแตงโมโพสต์ไอจีชมโตโน่



“โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์” แสดงความเป็นสุภาพบุรุษ กล้าทำกล้ารับผิด กล่าวขอโทษ “แตงโม-ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์” ที่พูดว่า “โสด” บนเวทีคอนเสิร์ต จนทำให้อดีตคนรัก หัวใจร้าวรานบอบช้ำสุดขีดหลังได้ยินถ้อยคำที่เหมือนมีดกรีดใจจากปากฝ่ายชายและตัดสินใจด้วยอารมณ์ชั่ววูบ คิดจบชีวิตตัวเองด้วยการกินยานอนหลับเกินขนาด กลายเป็นข่าวดังชนิดทอล์กออฟเดอะทาวน์เมื่อสองวันที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้าการแถลงข่าวของโตโน่ 1 วัน แตงโมได้ออกมาร่ำไห้แถลงถึงเหตุที่คิดสั้น ว่าเรื่องที่โตโน่ประกาศโสดกลางคอนเสิร์ต ไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้คิดสั้น แต่เกิดจากตัวเองเป็นโรคซึมเศร้า เจอปัญหาชีวิตหลายด้าน รวมถึงความเศร้าจากการช้ำรักที่ต้องอยู่กับสภาพแวดล้อมเดิมๆ เลยทำสิ่งที่ไม่สมควร ทำให้โตโน่ ตัดสินใจออกมากล่าวเปิดใจเพื่อขอให้เรื่องราวทั้งหมด จบลงอย่างสวยงาม ซึ่งการแถลงข่าวของโตโน่ที่มีขึ้นเมื่อเย็นวันที่ 8 ก.ค. ได้ทำให้ผู้คนแทบทุกวงการทั่วประเทศพากันจับจ้องอยู่หน้าจอทีวี ฟังการแถลงข่าวของนักร้องหนุ่มกันอย่างใจจดใจจ่อ รวมเวลาที่โตโน่แถลงข่าวกว่าครึ่งชั่วโมง

ทั้งนี้ ที่ชั้น 21 ตึกจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 8 ก.ค. โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ได้ออกมาแถลงเปิดใจเป็นครั้งแรก ท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชนทุกแขนงนับร้อย ที่เฝ้าคอยการปรากฏตัวของนักร้องหนุ่มและมีการถ่ายทอดสดทางสื่อทีวีมากมายเป็นประวัติการณ์สำหรับเรื่องนี้ ซึ่งเมื่อโตโน่ปรากฏตัวขึ้นมา ก็เรียกเสียงฮือฮาไปทั่วบริเวณ โดยโตโน่ซึ่งมีใบหน้าเรียบเฉยและมีอารมณ์สงบนิ่งได้กล่าวขึ้นว่า อยากให้ทุกคนเป็นฝ่ายถามมากกว่า เพราะไม่รู้ว่าจะพูดอะไร

ผู้สื่อข่าวจึงถามว่า ได้ฟังที่แตงโมแถลงข่าวแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง โตโน่กล่าวว่า ดีใจที่เขาปลอดภัย เมื่อคืนวันที่ 7 ก.ค. ได้โทรศัพท์ไปหาผู้จัดการส่วนตัวและคุณพ่อของแตงโม ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนที่แตงโมจะตัดสินใจคิดสั้น ได้ส่งข้อความอะไรมาบอกหรือไม่ นักร้องหนุ่มกล่าวว่า ไม่ได้บอกว่าจะทำอะไร แต่ก่อนหน้านี้ เวลาที่ทะเลาะกันอาจมีบ้าง ถามว่าเขาเคยคิดสั้นมั้ยตอนที่อยู่กับตน บางทีก็เป็นเรื่องธรรมดาเวลาที่ทะเลาะกัน แต่พอเลิกกันก็ไม่ได้ไปอยู่ตรงนั้นว่าเขาทำอะไร รู้ข่าวประมาณหนึ่งทุ่มของวันที่ 6 ก.ค. โดยเห็นจากข่าวโซเชียล ถามว่าตอนนั้นรู้สึกอย่างไร ก็เป็นห่วงเหมือนกัน



จากนั้นโตโน่ได้หยุดนิ่งไปพักใหญ่ ก่อนพูดต่อด้วยสีหน้าและอารมณ์ที่นิ่งสงบว่า จริงๆเป็นเรื่องที่เริ่มจากความรัก ถ้าย้อนเวลากลับไปตนก็จะรักแตงโม คนสองคนพยายามทำความรักให้มันดี แต่พอวันหนึ่งไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ระยะเวลาหรืออะไรก็ตาม มันอาจจะจบลงไม่สวยงามแบบที่เราตั้งใจเอาไว้ทั้งสองคน มันก็เลยมีคนเสียใจ พอเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นก็ยิ่งไม่มีใครมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นแตงโม คุณพ่อของเขา คุณแม่ตน และตน

ผู้สื่อข่าวถามว่ารู้สึกอย่างไรที่แตงโมบอกว่าสาเหตุของการทำร้ายตัวเองมาจากโตโน่ นักร้องหนุ่มกล่าวว่า ขอโทษ ไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไรก็ตาม ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ถ้าอะไรทำให้กระทบความรู้สึกหรือกระทบใจของเขา หรือของใครก็ตาม ตนผิดเอง ตนขอโทษ ผู้สื่อข่าวถามว่า 2 เดือนที่แยกกันอยู่ ได้พยายามแก้ปัญหาแล้วหรือยัง โตโน่ตอบว่า สองเดือนที่ผ่านมามีการตกลงว่าเลิกกัน มีการพาไปพบบาทหลวง พาคุณพ่อแตงโมและคุณแม่ของตนไปคุยกันเรียบร้อยแล้ว ตกลงว่าสาเหตุมาจากอะไร ความรู้สึกของทั้งสองคนเป็นยังไง ให้พ่อแม่ได้รับรู้ ตอนนี้ตนยังไม่ได้เปลี่ยนศาสนายังเป็นคริสต์ แต่ตลอดเวลาที่ตัดสินใจเลิกกันมา ก็มีบ้างที่แตงโมส่งข้อความมา บางข้อความตนก็ตอบ บางข้อความก็ไม่ได้ตอบ

ผู้สื่อข่าวถามย้ำให้โตโน่ยืนยันสถานภาพความสัมพันธ์ตอนนี้เพราะเหมือนแตงโมยังสับสน สรุปว่าเลิกกันแล้วหรือไม่ โตโน่ตอบว่า “เลิกครับ” ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เรื่องข้าวของของโตโน่ที่ยังอยู่บ้านแตงโมจะทำอย่างไร นักร้องหนุ่มกล่าวว่า โมบอกว่าจะให้เข้าไปเอาตอนไหนก็บอกได้เลย แต่ด้วยตนเข้าใจความรู้สึกสภาพจิตใจของทั้งตนและแตงโม ใช่ว่าจะไม่เสียใจกับการกลับไปอยู่ในที่ที่เรารักกัน พอเขาบอกว่าอย่าเพิ่งเอาของไป ใจยังไม่พร้อม ก็ยังไม่เข้าไปเอา เขาเป็นคนขอไว้ว่าอย่าเพิ่งเข้าไปเอา เพราะถ้าไปแล้วยิ่งทำให้เขาเสียใจ ตนไปแล้วยิ่งทำให้เขาใจหวิว ก็เลยยังไม่เข้าไปเอา

ผู้สื่อข่าวถามถึงบทสนทนาในแชตไลน์ล่าสุด ที่มีคำมั่นสัญญาระหว่างแตงโมกับโตโน่ ว่าจะรักมั่นคงจนวันตาย โตโน่กล่าวว่า เป็นสิ่งที่ตนคุยกับเขาเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว ยืนยันว่าตนเป็นคนแชตกับแตงโมเอง เมื่อถามย้อนถึงสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ทั้งคู่เลิกกัน โตโน่กล่าวว่า ไม่ควรพูดถึงดีกว่า พูดไปแล้วไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับใคร การที่มานั่งให้สัมภาษณ์ ไม่ได้ต้องการจะให้ใครมาเข้าใจมากขึ้น ถ้าใครจะมาสงสารและต่อว่าแตงโมก็ไม่ต้องการ ไม่ได้ต้องการให้แฟนคลับหรือคนที่รักตนไปว่าใครทั้งนั้น ส่วนกระแสที่คนต่อว่าตน ก็เข้าใจและอยู่กับมันได้

ต่อข้อถามที่มีกระแสข่าวว่า แตงโมโยนข้าวของ ของโตโน่ออกจากบ้าน โตโน่ยืนยันว่าไม่จริง ตลอด 2 ปีที่คบกันมา เราสองคนไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าเรารักกันมากขนาดไหน ความรักมันยิ่งใหญ่กว่าชื่อเสียง ตอนที่คบกันแตงโมก็ทำอะไรให้ตนเยอะแยะ ไม่ได้มีแต่เรื่องแย่ๆ วันนึงเราต้องเลิกกันหรือจบกัน ไม่ต้องการให้มีการขุดคุ้ย มันไม่ได้ทำให้ชีวิตใครดีขึ้นมา เลิกกันแล้วก็ขอให้มีสิ่งดีเข้ามาในชีวิต อยากให้เขายิ้มได้เร็วๆ เป็นความอบอุ่นของบ้าน ส่วนตนรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าถ้าคบกันต้องโดนด่า วันนึงถ้าเลิกกันก็ต้องโดนด่า แต่ทำยังไงได้นี่มันคือชีวิต ตอนเริ่มรักกันไม่มีใครอยากเลิก แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว อยู่ที่ว่าเราจะลุกขึ้นในแบบไหน จะทำอะไรต่อไปเพื่อใคร

เมื่อถามว่า การแถลงข่าวครั้งนี้ถ้าแตงโมฟังอยู่ กังวลว่าเขาจะรับกับคำตอบได้หรือไม่ นักร้องหนุ่มกล่าวว่า แตงโมคือคนในครอบครัวตน เป็นคนรักของตน และตนไม่เคยคิดที่จะทำร้ายเขา ครั้งนี้ก็เหมือนกัน แต่ไม่ว่าจะพูดให้ดียังไง มันต้องมีคำพูดบางประโยคที่ทำให้ไม่มีความสุข อาจจะมีบ้าง แต่เขาต้องเข้มแข็ง เมื่อถามว่า หลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้คุยกับแตงโมหรือไม่ นักร้องหนุ่มตอบว่า ก่อนหน้านี้เราก็คุยกัน ไม่มีใครหรอกที่อยู่ดีๆจะเดินออกมาจากชีวิตของคนคนหนึ่ง มันต้องคุยกันก่อนแยกอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าตนบล็อกไลน์เขา ถ้าเขาบอกอย่างนั้น มันก็เป็นตามนั้น

โตโน่กล่าวตอนท้ายด้วยว่า เขาต้องการให้กลับไปเป็นคำตอบสุดท้ายของเขา คือถ้าให้ผมกลับไปผมกลับไปได้แต่ไม่ใช่ฐานะเดิม การที่ตนแยกออกมาจากเขา ไม่ใช่เกลียดเขา เรามีการพูดคุยกันไปแล้ว เรื่องความรักเป็นเรื่องของคนสองคน แต่อย่าลืมนึกถึงหัวอกพ่อ หัวอกแม่ มันมีหลายอย่างที่เราต้องรับผิดชอบ คือชีวิตผมในตอนที่เราเป็นครอบครัวเดียวกัน แตงโม คุณแม่ตนและต้องตา น้องสาวตน เป็นคนที่ตนรักที่สุด วันนี้เราเลิกกันไป ตนก็ต้องทำให้แม่และน้องยิ้มมีความสุข ไม่อยากมานั่งร้องไห้หน้ากล้อง ไม่อยากให้ใครมาสงสารตน ตนจำเป็นต้องยิ้ม เพื่อให้คนที่อยู่ข้างๆเข้มแข็ง แม่ตนตั้งแต่เลี้ยงตนเขาต้องแบกรับหลายอย่าง ตอนนี้จึงต้องกลับมาดูแลเขาเต็มที่

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องรอยสัก โตโน่ตอบว่า รอยสักไม่คิดจะลบมันออกไป ผมภูมิใจที่เคยรักเขา ดีใจที่ไม่ต้องโกหกสื่อ โกหกแฟนๆ คนดูว่า วันหนึ่งผมเคยรักเขาเพื่อให้คนมารักผม แต่พอวันหนึ่งเลิกก็คือเลิก ใครจะรู้มันอาจเป็นเรื่องเวลา ประสบการณ์ของเรา ในการตัดสินใจ

ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องคอนเสิร์ตว่า หลายคนสงสัยว่าเป็นสคริปต์ โตโน่เผยว่า ถึงเป็นสคริปต์ตนก็ผิด ตนมีสิทธิ์ที่จะไม่พูดก็ได้ แต่เพราะโง่ คิดน้อยไป คิดว่าเราเลิกกันจบกันแล้ว เลยพูดเพื่อคอนเสิร์ตนั้น แต่พอมานึกถึงความรู้สึกเขา ตนผิดเต็มๆ ยิ่งมีเสียงเฮ เข้าใจเลยว่ามันคงเจ็บมาก แต่ ก็พยายามตัดทอนหลายๆอย่างไปแล้ว แต่ในตอนนั้นมันมีหลายๆองค์ประกอบ เราควบคุมไม่ได้ เมื่อถามว่า มีข่าวว่าแตงโมสร้างความขุ่นข้องหมองใจให้กับครอบครัว เลยเป็นสาเหตุในการตัดสินใจให้ต้องเดินออกมา โตโน่หยุดนิ่งคิดไปนานและถอนหายใจ ก่อนตอบว่าเป็นเรื่องธรรมดา การเป็นครอบครัวเดียวกัน ต้องศึกษาเรียนรู้กัน มีทั้งเรื่องที่ดีและไม่ดี มีทั้งเรื่องที่เข้าใจกันและไม่เข้าใจกัน แต่ตลอดระยะเวลาที่เรา 2 คนคบกันมา ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อโม คุณแม่ตน ไม่มีสักครั้งหรือสักวินาทีไหนเลยที่ตนไม่ได้รับกำลังใจจากพ่อโมหรือจากแม่ของตน 2 ปีที่คบกันมามีหลายเรื่อง ท่านทั้งสองคนก็เป็นกำลังใจที่ดีมาโดยตลอด

เมื่อถามว่า จากนี้ไปจะไปเยี่ยม ไปพูดคุยเคลียร์กันให้เข้าใจอีกรอบหรือไม่ โตโน่ตอบว่า เรื่องจบเรื่องเคลียร์ มันเคลียร์กันจบนานแล้ว แต่ถ้าแตงโมยังไม่สบายใจ ถ้าตนไปและเค้าดีขึ้น ตนจะไป ตนไม่มีปัญหาอะไร เมื่อถามว่า แตงโมบอกว่ายังรักโตโน่มากและจะรักตลอด จะเดินหน้าง้อทุกวิถีทาง พอจะมีโอกาสบ้างหรือไม่ โตโน่นิ่งคิดและถอนหายใจก่อนตอบว่า ในตอนที่รัก ตนคิดว่าเป็นทุกๆคน ในเวลาที่เราได้มีโอกาสได้จับมือกัน ได้ยืนอยู่ข้างๆกัน ได้เป็นคู่รักกัน ทำให้ดีที่สุด เข้าใจกันให้ได้มากที่สุด วันนี้มันเลยขั้นนั้นมาแล้ว มันเลยจุดนั้นมาแล้วที่จะกลับไป กลับไปในตอนนี้คงยังกลับไปไม่ได้ ผู้สื่อข่าวถามว่า อยากฝากอะไรไปถึงแตงโม โตโน่กล่าวว่า อยากให้แตงโมนึกถึงคนที่รัก ให้นึกถึงพ่อ ให้นึกถึงแฟนๆ ให้นึกถึงเพื่อน ให้นึกถึงตัวเอง ให้รักคนกลุ่มนี้ให้มากๆ เราอยู่ตรงนี้ เรามีหน้าที่ที่จะทำให้คนมีความสุข มันคืองาน มันคือหน้าที่ของเรา ทำมันให้เต็มที่

หลังจบการกล่าวเปิดใจ โตโน่ได้ยกมือไหว้ขอบคุณบรรดาสื่อมวลชนและแฟนคลับทุกคนที่มาให้กำลังใจ โดยโตโน่แถลงเปิดใจด้วยอาการสงบนิ่งเฉยและการพูดจาฉาดฉาน ชัดถ้อยชัดคำ มีการนิ่งคิดก่อนพูดและไม่พูดให้อีกฝ่ายเสียหาย ซึ่งหลังแถลงข่าวเสร็จโตโน่เดินทางกลับออกจากตึกแกรมมี่ โดยมีแฟนคลับนับร้อยที่นัดกันมารอให้กำลังใจ ซึ่งบางคนเดินทางมาตั้งแต่เที่ยงวัน บางกลุ่มใส่เสื้อยืดสกรีนคำว่า TONO (โตโน่) ได้ส่งเสียงเชียร์สนั่นล็อบบี้ตึกแกรมมี่ ก่อนที่โตโน่ จะขึ้นรถบีเอ็มดับเบิลยูสีดาร์กบลู ที่มีนางสุดลมโชย คำวิลัยศักดิ์ มารดา นั่งอยู่ในรถ และโตโน่เป็นผู้ขับรถออกไป

น.ส.วรรณี สิงห์โต วัย 44 ปี หนึ่งในแฟนคลับเหนียวแน่นของโตโน่ ที่เป็นผู้ชักชวนเพื่อนพ้องแฟนคลับมาวันนี้ เผยว่า ทุกคนนัดกันผ่านทางทวิตเตอร์มาให้กำลังใจโตโน่ ไม่ว่าโตโน่จะให้สัมภาษณ์อย่างไร เป็นไปทางบวกหรือลบ แฟนคลับก็จะยังอยู่ตรงนี้เสมอ แฟนคลับเองก็เสียใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น คนที่ไม่รู้จักโตโน่ดี ก็อาจจะพากันต่อว่า แต่สิ่งที่กลุ่มพวกตนรักในตัวโตโน่คือความจริงใจ วันนี้จึงนัดกันมาให้กำลังใจและช่วยกันโพสต์ข้อความทางโซเชียล ติดแฮชแท็ก #ทีมโตโน่ #teamtono ส่วนเรื่องที่มีกระแสว่ากลุ่มคนที่รุมด่าทอแตงโมนั้นคือแฟนคลับโตโน่ ตนเชื่อว่าคนที่รักและเป็นแฟนคลับจริงจะอยู่เฉยๆให้กำลังใจและไม่ทำเช่นนั้น คงเป็นคนที่ชื่นชอบทั่วไปและอยากแสดงความเห็นกับข่าวนี้ พร้อมชื่นชมที่โตโน่ให้สัมภาษณ์ดี เป็นสุภาพบุรุษ พูดปกป้องแตงโม

ด้านนายโสภณ พัชรวีระพงษ์ พ่อของแตงโม ซึ่งปิดปากเงียบไม่แสดงความคิดเห็นมาตลอด จนเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 8 ก.ค. ก็ได้โพสต์ภาพ 3 คน มีนายโสภณ โตโน่ และแตงโม สมัยที่ยังเป็นครอบครัวอบอุ่นในอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมลงข้อความวอนประชาชนทั่วไปอย่าได้ต่อว่าลูกสาวตนรวมทั้งโตโน่ ไม่อยากให้แฟนคลับของทั้งสองฝ่ายออกมาทะเลาะกัน ตนในฐานะพ่อและโตโน่ที่เคยเข้ามาเป็นสมาชิกในครอบครัว ได้เห็นว่าทั้งสองคนรักกันจริง ตลอดมาโตโน่ก็แสดงออกถึงความตั้งใจอย่างมาก แตงโมก็ยังเปลี่ยนไปจากคนที่แข็งก็อ่อนโยนลง ความรักของโตโน่ก็ช่วยให้โรคซึมเศร้าของแตงโมดีขึ้น ตนเชื่อว่าการยุติความรักของทั้งสองต่างก็มีความเจ็บปวดไม่แพ้กัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับแตงโม เป็นเรื่องของความอ่อนแอจากความผิดหวังในความรักที่เขาเคยคาดหวังไว้สูงมาก กรุณาเข้าใจเด็กสองคนนี้ด้วยเถอะ อย่าไปซ้ำเติมความล้มเหลวของความรักทั้งคู่

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากคำพูดจากใจของนายโสภณครั้งนี้ สร้างความประทับใจจากชาวโซเชียลเข้าไปแสดงความคิดเห็น ชื่นชมนายโสภณที่ทำหน้าที่ของพ่อได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ได้เข้าข้างลูกสาวหรือฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด

ขณะที่แตงโมก็โพสต์ข้อความในอินสตาแกรมตัวเองเช่นกันว่า “ภาคิน...เธอรู้มั้ยว่าเรากำลังนอนร้องไห้อยู่ แต่เรารู้ว่าเธอก็กำลัง “เสียใจ” ไม่ต่างกัน พ่อแม่พี่น้องเพื่อนญาติของเราทั้งคู่ก็เสียใจ เธอบล็อกไลน์เราแล้วเราไม่รู้จะบ่นให้เธอฟังยังไง เราเลยขอพูดลอยๆเผื่อความคิดถึงนี้จะไปถึงเธอ เราขอโทษนะที่เราไม่รักตัวเองและทำสิ่งที่ไม่ควร คืนนี้เราใส่เสื้อยืดตัวเก่งของเธอนอนเหมือนเดิม เราหวังว่าคืนนี้เราจะอธิษฐานก่อนนอนเหมือนกัน *ภัทรธิดาจะรักภาคินตลอดไป”

ช่วงค่ำวันเดียวกัน นายโสภณ พัชรวีระพงษ์ บิดาของแตงโม โพสต์รูปการแถลงข่าวของโตโน่ ผ่านอินสตาแกรม พร้อมข้อความว่า “โตโน่เดอะสตาร์ เมื่อตอนเย็นกลับบ้านมาทันฟังโตโน่ให้สัมภาษณ์พอดี ตลอดเวลาที่นั่งฟังพบว่าโน่ยังคงเป็นโน่คนเดิมที่พูดจาดีมาก มีสติมีความเข้มแข็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งระมัดระวังคำพูดที่อาจทำให้คนที่เคยรักไม่สบายใจ หรือกระทบกระเทือนจิตใจที่กำลังบอบบาง นับเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับคนที่เคยรักกันเมื่อยุติความสัมพันธ์จะจำไว้ใช้ เพราะคนเคยรักกันสามารถมีความรู้สึกดีๆต่อกันได้ เป็นเพื่อนที่ดีกันได้ในวันหนึ่ง ภูมิใจกับแม่น้อยที่มีลูกชายที่ดี มีความคิดอ่านเป็นผู้ใหญ่ เชื่อว่าในอนาคตจะสามารถเป็นเสาหลักที่มั่นคงให้กับครอบครัวได้เป็นอย่างดี ภูมิใจกับแฟนคลับโตโน่ ที่พวกคุณมีไอดอลที่แมนมากๆ ขอให้รักและเป็นกำลังใจให้เขาตราบนานแสนนาน ในฐานะเป็นคุณพ่อ น้องแตงโม ขอชื่นชมและขอบคุณบทสัมภาษณ์ที่ดีมากในวันนี้ เสียดายที่ไม่มีโอกาสเจียวไข่ให้ทานกันอีกแล้วโน่เอ้ย...

กลับไปก็ไม่เหมือนเดิม 'โตโน่' ฝากบอก 'แตงโม' ให้รักตัวเอง ทั้งหมด 9 ภาพ

"จริงๆ เราคุยกัน ก่อนหน้านี้ก็คุย มันไม่มีใครหรอกที่เดินออกมาจากชีวิต หลังจากเกิดเรื่องก็ไม่ได้คุย ถ้าเค้าบอกว่าผมบล็อกไลน์ ผมก็คงบล็อกครับ ผมกลับไปผมกลับไปได้ครับ แต่ไม่ใช่ในฐานะเดิม การที่เราออกมา ไม่ได้เพราะเราเกลียดเค้า แต่ไม่เหมือนเดิม ใช่เรื่องความรักเป็นเรื่องของคนสองคน อย่าลืมหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ วันนี้เราเลิกกันไป ก็ต้องทำให้แม่ผมยิ้ม ทำให้น้องมีความสุข ไม่อยากมาร้องไห้หน้ากล้อง ไม่อยากให้ใครมาสงสารผม เห็นผมอ่อนแอ คุณแม่ตั้งแต่เลี้ยงดูผมมา แบกรับหลายอย่างในชีวิต" โตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ กล่าว

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้