วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
วิกฤติภัยแล้ง58! เขื่อนใหญ่ยังวิกฤติ ไม่มีน้ำไหลเข้าไปเติม ปลาร้ายังขาดตลาด

วิกฤติภัยแล้ง58! เขื่อนใหญ่ยังวิกฤติ ไม่มีน้ำไหลเข้าไปเติม ปลาร้ายังขาดตลาด

  • Share:

‘จิสด้า’เผย20ก.ค.จึงจะเข้าหน้าฝน

สถานการณ์น้ำในเขื่อนใหญ่ยังวิกฤติ ส่วนใหญ่ไม่มีน้ำไหลเข้าไปเติมในเขื่อน มีเพียงเขื่อนสิริกิติ์ มีน้ำไหลเข้าเล็กน้อยไม่เพียงพอกับปริมาณน้ำที่ระบายออก ส่วนการจัด สรรน้ำให้พื้นที่การเกษตรหลายแห่งเริ่มมีปัญหา ชาวนาใน จ.สุพรรณบุรี กว่า 800 คน อยู่พื้นที่ปลายน้ำชุมนุมคัดค้านการประชุมจัดสรรน้ำของชลประทาน โวยชาวนาต้นน้ำสูบน้ำเข้าที่นามาตลอด มท.1 สั่ง ผวจ.ทุกจังหวัดทำความเข้าใจชาวนาในพื้นที่ ป้องกันปัญหาการแย่งน้ำ “เสรี” ระบุนาข้าวอาจเสียหายถึง 2 ล้านไร่ เสนอนายกฯ ตัดสินใจให้ชาวนาพื้นที่ท้ายน้ำหยุดทำนาโดยจ่ายเงินชดเชย ส่วน ผอ.จิสด้า คาดจะมีฝนตกช่วงฤดูฝนเต็มรูปแบบวันที่ 20 ก.ค.นี้

สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ อีสาน และภาคกลางยังไม่มีทีท่าจะคลี่คลาย แม้มีการระดมทำฝนหลวงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่มีน้ำมาเติมในเขื่อนหลักอาทิ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนลำตะคอง และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ทำให้สถานการณ์น้ำในเขื่อนหลายแห่งเข้าขั้นวิกฤติ พื้นที่การเกษตร ทั้งนาข้าว อ้อยจำนวนมากใกล้ยืนต้นตาย ขณะที่ฝนที่ตกลงมาในระยะนี้ได้ช่วยต่อชีวิตนาข้าวให้อยู่รอดไปได้อีกระยะหนึ่ง

ชาวนาพะเยา–น่าน เฮฝนตก

โดยเมื่อวันที่ 8 ก.ค. ที่ จ.พะเยา นาข้าวที่ใกล้ยืนต้นตาย เริ่มฟื้นตัวเขียวขึ้นอีกครั้งหลังฝนตกทั้งจังหวัดเมื่อคืนที่ผ่านมา และมีน้ำขังอยู่ในท้องนา ชาวนาหลายพื้นที่เตรียมไถนาเพื่อปลูกข้าวแล้ว เช่นเดียวกันชาวนาใน จ.น่าน เริ่มลงมือปักกล้าข้าวทำนาอีกครั้ง ซึ่งนางละเอียด อาจหาญ ชาวนาบ้านฝายแก้ว ต.ฝายแก้ว อ.ภูเพียง จ.น่าน กล่าวว่า ได้ลงกล้าข้าวในนาไปแล้วรอบหนึ่งแต่เสียหายทั้งหมดเพราะขาดน้ำ เมื่อมีฝนตกลงมาตน และชาวนาในพื้นที่จะเร่งลงกล้าข้าวอีกครั้ง แม้ต้องลงทุนเพิ่มอีกก็ยังดีกว่าไม่สามารถทำนาได้

เขื่อนสิริกิติ์วิกฤติ

ขณะที่นายสุเทพ เลิศศรีมงคล ผอ.เขื่อนสิริกิติ์ อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่าเขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 3,216.63 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็น 33.82 เปอร์เซ็นต์ของความจุ มีน้ำใช้งานได้ 366.63 ล้าน ลบ.ม.หรือ 5.51 เปอร์เซ็นต์ มีน้ำไหลเข้า 3.45 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน ถือว่าน้อยมากและลดลงขึ้นทุกวัน แต่ต้องระบายน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคลุ่มน้ำน่าน และผลักดันน้ำเค็ม 17 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน หากไม่มีฝนตกเหนือเขื่อนจะมีน้ำใช้ได้อีกแค่ 23 วันเท่านั้น ถือว่าอยู่ในขั้นวิกฤติ เนื่องจากในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พายุแต่ละลูกที่เข้าประเทศไทย ไม่ได้ทำให้ฝนตกเหนือเขื่อนตามที่คาดการณ์ไว้ หากฝนไม่ตกไปจนถึงเดือน ส.ค. อาจต้องลดการระบายน้ำเหลือ 11 ล้าน ลบ.ม. ตามแผนของคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ และจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและผู้เลี้ยงปลาในกระชังแน่นอน แต่ยังไม่ส่งผลกระทบกับน้ำในการอุปโภคบริโภค

ยังไม่มีน้ำเติมเขื่อนแควน้อยฯ

ด้านนายสมหวัง ปารสุขสาร ผู้อำนวยการเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า น้ำในเขื่อนเหลือเพียง 109.3 ล้าน ลบ.ม. จากปริมาณน้ำที่สามารถรับได้เต็มความจุ 939 ล้าน ลบ.ม. หรือ 11.64 เปอร์เซ็นต์ มีน้ำใช้การได้เพียง 66.3 ล้าน ลบ.ม. หรือเพียงแค่ 7.06 เปอร์เซ็นต์ และยังไม่มีน้ำไหลเข้าเขื่อนเลย แม้จะมีการออกทำฝนหลวงก็ตาม ขณะที่ทางเขื่อนฯ ต้องระบายน้ำ ให้กับพื้นที่ในเขตชลประทานจำนวน 8 ลบ.ม.ต่อวินาที ปัจจุบันลดการปล่อยน้ำ ให้เหลือเพียงแค่ 5 ลบ.ม.ต่อวินาที เพื่อส่งน้ำส่วนหนึ่งไปช่วยเหลือในพื้นที่ราบลุ่มภาคกลาง

แห่หาของเก่าก้นแม่น้ำยม

ที่ จ.พิษณุโลก แม่น้ำยมที่ไหลผ่านตัวเมือง โดยเฉพาะบริเวณหน้าบ้านพัก ผวจ.สุโขทัย จนถึงหน้าศาลากลางจังหวัด ถนนนิกรเกษม ต.ธานี ระยะทางประมาณ 300 เมตร แห้งขอดจนกลายเป็นผืนทรายแต่กลับกลายเป็นโอกาสทองของชาวบ้านที่ว่างเว้นจากการทำนาเนื่องจากไม่มีน้ำ พากันเดินหาของมีค่าที่จมอยู่ก้นแม่น้ำ โดยนายบุตร อยู่พุ่ม อายุ 68 ปี กล่าวว่า ทุกครั้งที่แม่น้ำยมแห้งขอด จะออกไปเดินคุ้ยหาของมีค่าต่างๆที่ฝังจมอยู่ก้นแม่น้ำ เท่าที่เคยได้จะเป็นพวกเครื่องถ้วยชามสังค-โลก เครื่องประดับ พระเครื่องดินเผา ปีนี้ตนเพิ่งได้ธนบัตรเก่าเพียง 2 ใบเท่านั้น สมัยก่อนมีท่าเรือสินค้าประเภทเรือมอญขนาดใหญ่ นำสินค้าจากเมืองกรุงขึ้นมาจอดขายกันจำนวนมาก เรือบางลำเกิดอับปางทำให้มีของมีค่าจมอยู่ก้นแม่น้ำไปด้วย

ฮือฮาฤาษีพุทธจรัลขอฝน

เช้าวันเดียวกัน ที่วัดพระธาตุดอยสะเก็ดวรวิหาร อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ นายเฉลิม สารแปง นายกเทศมนตรีตำบลเชิงดอย เชิญ “ฤาษีลอยตัว” ดร.พุทธจรัล พุทธจรัล อายุ 75 ปี จากอาศรมอมราวตี อ.แม่ริม ร่วมกับผู้เฒ่าผู้แก่กว่า 300 คน แต่งชุดขาว ทำพิธีขอฝน โดยให้ทุกคนหันหน้าไปทางทิศตะวันออก และร่วมกันสวดมนต์ตามที่ฤาษี ดร.พุทธจรัลได้กล่าวนำพร้อมถือขันดอกไม้จุดเทียน 3 เล่ม หลังทำพิธีเพียงชั่วโมงเดียว เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ อ.ดอยสะเก็ด อ.แม่ริม และในหลายพื้นที่ ซึ่งนายเฉลิมกล่าวว่า หลังจากทำพิธีปรากฏว่าฟ้ามืดครึ้มและมีฝนตกลงมาในหลายพื้นที่ให้เห็น เรื่องนี้ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ สิ่งไหนที่จะทำให้หายแล้งได้ก็ต้องทำทุกวิธี

“ปนัดดา” ตรวจเขื่อนแม่งัดฯ

ต่อมา ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและคณะ ตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการน้ำที่เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ซึ่งขณะนี้มีปริมาณน้ำเหลือเพียงประมาณ 57 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 21 เปอร์เซ็นต์ของความจุอ่าง จากนั้นได้เดินดูน้ำในอ่าง และไปเยี่ยมเกษตรกรที่อยู่ใต้เขื่อน จากนั้น ม.ล.ปนัดดากล่าวว่า นายกรัฐมนตรีสั่งการให้มาตรวจเยี่ยมภาพรวมของพื้นที่แม่น้ำปิง วัง ยม น่าน โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่ ลำปาง พิษณุโลก และพิจิตร ที่จะไหลรวมเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาที่ จ.ชัยนาท ทั้งนี้ จากรายงานพบว่า วงรอบของภัยแล้งจะเกิดขึ้นทุกๆ 10 ปี หากปลายเดือน ส.ค. ยังไม่มีน้ำ ก็จะประสบปัญหามาก แต่จากการวิเคราะห์และติดตามสภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่ากลางเดือนนี้ฝนน่าจะเพิ่มมากขึ้น ส่วนภาพรวมของเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล และเขื่อนแม่กวงอุดมธาราที่มีปริมาณน้ำน้อย แต่พื้นที่ภาคกลางมีความรุนแรงของปัญหาภัยแล้งมากกว่า

เขื่อนภูมิพลน้ำวิกฤติขั้น 2

ที่เขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 3,995 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็น 29.68 เปอร์เซ็นต์ของความจุอ่าง มีน้ำใช้การได้เพียง 195 ล้าน ลบ.ม. หรือ 2.02 เปอร์เซ็นต์ ยังวิกฤติในขั้นที่ 2 นับเป็นสถิติต่ำสุดในรอบ 51 ปี วานนี้ไม่มีน้ำไหลเข้า ขณะที่การระบายน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคท้ายเขื่อน 8 ล้าน ลบ.ม. เหลือน้ำที่จะระบายได้เพียง 24 วันเท่านั้น

แก้มลิงแห้งขอด

ที่ จ.กำแพงเพชร แหล่งน้ำส่วนใหญ่แห้งขอด ขณะที่พื้นที่กักเก็บน้ำคลองจิกกบิณฑ์ หมู่ 7 ต.วังควง อ.พรานกระต่าย เป็นแหล่งน้ำสาธารณะหรือโครงการแก้มลิงเนื้อที่กว่า 10 ไร่ ที่รับน้ำมาจาก ต.วังประจบ อ.เมืองตาก โดยมีพื้นที่เป็นแก้มลิงกว่า 10 ไร่ ที่ผ่านมาสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งได้ แต่ปีนี้ นํ้าแห้งขอดมีหญ้าขึ้นปกคลุมพื้นที่ ส่งผลให้ชาวบ้านพื้นที่ต้องหยุดทำนาเกือบทั้งตำบลรวม 1,000 ไร่ ขณะเดียวกัน นายสุนทร รัตนากร นายก อบจ.กำแพงเพชร และนายธวัชชัย เกตุพันธ์ นายอำเภอคลองขลุง พร้อมคณะ ตรวจการขุดลอกคลองส่งน้ำหมู่ 11 บ้านเนินบ่อ ต.วังแขม อ.คลองขลุง มีความยาว 9,800 เมตร หล่อเลี้ยงพี่น้องประชาชน 7 หมู่บ้าน กว่า 3,700 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรกว่า 76,000 ไร่ เนื่องจากคลองตื้นเขิน มีพืชน้ำขึ้นหนาแน่นขวางทางน้ำ ให้สามารถรองรับน้ำจากคลองชลประทานวังยางลงสู่คลองซอยได้อย่างสะดวก เพื่อช่วยเหลือพื้นที่นาข้าวที่ใกล้จะยืนต้นตาย

ชาวนาเดือดล้มประชุมจัดสรรน้ำ

ที่ห้องประชุมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาสามชุก อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี นายยศดนัย น้อยแก้ว ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาสามชุก พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และตัวแทนชาวนาจาก อ.สามชุก อ.ดอนเจดีย์ อ.เมือง และ อ.อู่ทอง กว่า 200 คนร่วมประชุมเพื่อจัดสรรการใช้น้ำในแต่ละพื้นที่ นานกว่า 2 ชั่วโมง จู่ๆมีชาวนาจาก 6 ตำบล ใน ต.ศาลาขาว บางกุ้ง สระแก้ว สนามคลี และ ต.ตลิ่งชัน อ.เมืองสุพรรณบุรี และ ต.ไร่รถ อ.ดอนเจดีย์ กว่า 800คน ฮือประท้วง ที่หน้าโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาสามชุก ไม่ยอมรับการจัดสรรน้ำคลอง 2 ขวาที่ได้ตกลงกันไว้ เนื่องจากที่ผ่านมาชาวนาต้นคลองสูบไปแล้วและยังสูบอยู่ ขณะที่ชาวนาท้ายน้ำ ซึ่งข้าวกำลังตั้งท้องเกือบ 2 หมื่นไร่อาจเสียหายทั้งหมด และเรียกร้องให้จัดสรรน้ำรอบใหม่ ให้เหลือ 6วัน และให้ปล่อยน้ำไปให้ชาวนาท้ายคลองก่อนแล้ว แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ ต้องนัดประชุมตกลงกันใหม่ในวันที่ 9 ก.ค.

ลพบุรีมั่นใจน้ำพอทำประปา

ที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี ระดับน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เหลือเพียง 48 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 5 เปอร์เซ็นต์ ระบายออกในอัตรา 1.3 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน ทำให้ระดับน้ำในเขื่อนลดลงมาจากวันที่ผ่านมา 1.68 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่นายธนาคม จงจิระ ผวจ.ลพบุรี เปิดเผยว่า ได้เข้าร่วมประชุมที่ห้องประชุมสำนักชลประทานที่ 12 เขื่อนเจ้าพระยา เพื่อจัดสรรการใช้น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย แม่น้ำลพบุรี และแม่น้ำป่าสัก ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับน้ำที่อยู่ในคลองส่งน้ำชลประทาน ชัยนาท-ป่าสัก ที่ใช้เป็นน้ำดิบในการผลิตประปาในตัวเมืองลพบุรี ในหลายพื้นที่ เชื่อว่ามีอย่างเพียงพอ

คลอง 7–คลอง 14 แห้งขอด

ขณะที่ระดับน้ำในคลองระพีพัฒน์ ใน จ.ปทุมธานี ลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้น้ำในคลอง 7-คลอง 14 ในพื้นที่ อ.คลองหลวง และ อ.หนองเสือ แห้งขอด มีเพียงคลอง 1 และคลอง 2 มีน้ำเหลือติดก้นคลองสูงราว 1 เมตร ส่งผลให้พื้นที่การเกษตร ทั้งนาข้าว นาหญ้า และสวนผักได้รับผลกระทบพืชผลขาดน้ำเหี่ยวเฉา และยังทำให้ถนนทรุดหลายแห่ง อาทิ ถนนเลียบคลอง 13 ฝั่งตะวันออก หมู่ 5 ต.หนองสามวัง อ.หนองเสือ ถนนทรุดตัวเป็นระยะทางยาวกว่า 150 เมตร และบริเวณถนนเลียบคลอง 14 ทรุดหนักกว่า 1 เมตร เป็นระยะทางกว่า 100 เมตร

ชาวนา–ชลประทาน หวิดวางมวย

ที่ จ.อ่างทอง นายสุพจน์ ผมทอง นายก อบต.องค์รักษ์ อ.โพธิ์ทอง นำตัวแทนชาวนา ต.องค์รักษ์ จำนวน 20 คน เดินทางไปที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายางมณี ขอให้เจ้าหน้าที่สูบน้ำจากแม่น้ำน้อยลงคลองชลประทาน เนื่องจากนาข้าวกว่า 6,000ไร่ กำลังยืนต้นตายเพราะขาดน้ำ แต่ถ้าชลประทานไม่ช่วยสูบน้ำให้ ชาวนาจะขอนำเครื่องมาสูบน้ำเอง ระหว่างการเจรจาเกิดการโต้เถียงกันขึ้นระหว่าง ชาวนากับเจ้าหน้าที่จนเกือบปะทะกัน ตำรวจและทหารที่เข้ามารักษาความสงบต้องเข้าไกล่เกลี่ย ในขณะที่ทางชลประทานยอมระบายน้ำลงคลองชลประทานเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ตัวแทนชาวนาพอใจเดินทางกลับ ส่วนที่บ้านสามขาว ต.อบทม อ.สามโก้ นางเจรจา หลาบงาม กำนันตำบลอบทม ร่วมกับชาวบ้านทำพิธีแห่นางหมานางแมว ถือปลัดขิกอันใหญ่แห่รอบหมู่บ้าน หวังให้ฝนตกหล่อ เลี้ยงนาข้าวกว่า 3,000 ไร่ ที่กำลังขาดน้ำอย่างหนัก

ลงขันสูบน้ำเลี้ยงต้นข้าว

ที่คลองชลประทานสีบัวทอง หมู่ 3 ต.สีบัวทอง อ.แสวงหา จ.อ่างทอง ได้มีชาวนารวมตัวกันนำเครื่องสูบน้ำจำนวนกว่า 20 เครื่องสูบน้ำจากในคลองชลประทาน เพื่อส่งไปหล่อเลี้ยงต้นข้าวซึ่งกำลังตั้งท้อง รวมทั้งไร่อ้อยที่ใกล้ยืนต้นตาย โดยนายนิกร มนตรีอุปถัมภ์ อายุ 53 ปี กล่าวว่า เกษตรกรลงทุน ปลูกข้าวและปลูกอ้อยกำลังประสบปัญหาขาดน้ำ ชวนกันลงขันสูบน้ำไปหล่อเลี้ยงพืชที่ปลูกไว้ ส่วนบ่อบาดาลที่ทางการมาเจาะให้นั้นใช้งานได้ไม่พอเพราะแรงดึงปั๊มน้อยเกินไป

ภัยแล้งทำปลาร้าขาดแคลน

ที่บริเวณหน้าจุดตรวจ อ.05 หน้าด่านพรมแดนคลองลึก จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว มีพ่อค้าปลา และเจ้าของโรงงานทำปลาร้าจาก จ.สุรินทร์ และ จ.บุรีรัมย์ มาดักรอซื้อปลาน้ำจืดจากพ่อค้าปลาชาวกัมพูชา โดยหนึ่งในนั้นชื่อนายพิชัย ชาวสุรินทร์ กล่าวว่า ผลจากภัยแล้งในภาคอีสานทำให้ห้วยหนองคลองบึงแห้งขอด ไม่มีปลาเล็กปลาน้อยทำปลาร้า ต้องมารอซื้อปลาน้ำจืดจากพ่อค้าชาวเขมร แต่พบว่าไม่มีปลาจากเขมรส่งเข้ามาขาย เนื่องจากรัฐบาลกัมพูชาประกาศปิดทะเลสาบโตนเลสาบ เนื่องจากเป็นฤดูปลาวางไข่ ปลาที่มีขายมีน้อยมาก หากสถานการณ์เป็นเช่นนี้เชื่อว่าปลาร้าคงจะขาดแคลนและมีราคาสูงขึ้น

ลำตะคองน้ำเหลือใช้แค่ 2 เดือน

นายสุทธิโรจน์ กองแก้ว ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนลำตะคองว่า มีปริมาณน้ำใช้การได้ 54 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 17 เปอร์เซ็นต์ สามารถใช้ได้อีกเพียง 2 เดือนเท่านั้น ขณะนี้เขื่อนลำตะคองลดการระบายน้ำออกจากเดิมวันละ 7 แสน ลบ.ม. เหลือเพียง 4 แสน ลบ.ม. โดยให้ทางเทศบาลนครนครราชสีมา ลดการสูบน้ำดิบจากลำตะคองเหลือวันละ 47,000 ลบ.ม. และให้สูบน้ำดิบจากเขื่อนลำแชะวันละ 35,000 ลบ.ม. มาใช้ในการผลิตน้ำประปาให้กับชาวเมืองนครราชสีมา

มท.1 สั่งแก้ปัญหาแย่งน้ำ

ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวในการประชุมหารือข้อราชการ ผ่านวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ว่าจากสถานการณ์น้ำล่าสุดหากปริมาณน้ำฝนยังไม่มีเพิ่มขึ้น การดูแลพื้นที่ 3.44 ล้านไร่ที่ปลูกข้าวแล้วให้มีน้ำเพียงพอกับการเพาะปลูก อาจทำได้ยากลำบาก ดังนั้นต้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยประสานกับฝ่ายความมั่นคงไม่ให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในการใช้น้ำ และขอให้เร่งสร้างความเข้าใจกับเกษตรกรตามแนวทางการบริหารจัดการน้ำที่รัฐบาลกำหนด เพื่อประคับประคองพืชผลการเกษตรที่เพาะปลูกไปแล้ว ไม่ให้เกิดความเสียหายและไม่ให้มีปัญหาการแย่งน้ำ

พล.อ.อนุพงษ์ให้สัมภาษณ์ว่า การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ทางการประปานครหลวงยืนยันว่าไม่มีปัญหาและไม่มีผลกระทบ ส่วนการประปาส่วนภูมิภาค มีเพียงพื้นที่เดียวที่มีปัญหาและได้แก้ไขแล้ว โดยการนำน้ำจากพื้นที่ใกล้เคียงมาใช้ ขณะที่อีก 14 พื้นที่ยังต้องปิดเปิดน้ำตรงเวลา

สปช.จี้ปฏิรูปจัดการน้ำ

ที่รัฐสภา นายปราโมทย์ ไม้กลัด ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แถลงข้อสรุปการปฏิรูปการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำว่า กมธ.ได้ประมวลปัญหาการบริหารจัดการน้ำของประเทศ 3 ประเด็น ดังนี้ 1.นโยบายของรัฐบาลแต่ละสมัยยังขาดความชัดเจน ไม่มีมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่เป็นรูปธรรม 2.หน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่แก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ กระจายอยู่ตามกระทรวงต่างๆ ดำเนินงานซ้ำซ้อน 3.ไม่มีกฎหมายแม่บทการบริหารจัดการน้ำของประเทศ แม้จะมีกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง แต่มีวัตถุประสงค์การบังคับใช้ต่างกัน ทำให้การบังคับใช้ไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นกมธ.จึงพิจารณาเสนอแนวทางกลไกการปฏิรูปบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 6 ด้าน ได้แก่ 1.การปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 2.การสร้างกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชน 3.การผลักดันกฎหมายแม่บทบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 4.การปรับปรุงกฎระเบียบที่มีอยู่แล้ว 5.การจัดทำยุทธศาสตร์บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 6.การจัดการข้อมูลและการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของภาคประชาชน นอกจากนี้ยังเสนอร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ซึ่ง สปช.มีมติเห็นชอบให้ส่ง ครม.เรียบร้อยแล้ว

“เสรี” เชื่อนาข้าวเสียหาย 2 ล้านไร่

นายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ เปิดเผยว่า ขณะนี้ชาวนาในพื้นที่มีความขัดแย้งกันรุนแรงมากเพราะแย่งน้ำกัน เพราะนาข้าวที่กรมชลประทานส่งเสริมให้ปลูกตั้งแต่เดือน พ.ค. เข้าสู่ระยะตั้งท้องในเดือน ก.ค.นี้ ต้องการใช้น้ำมาก แม้จะมีการจัดรอบเวรการส่งน้ำ แต่ยังมีแอบมาสูบน้ำเข้านาของตัวเองในตอนกลางคืน ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประเมินว่านาข้าวที่ปลูกแล้วตั้งแต่ต้นฤดูฝนประมาณ 4 ล้านไร่ เสี่ยงจะเสียหายประมาณ 800,000 ไร่ ไม่น่าจะถูกต้อง เพราะรอบเวรการส่งน้ำไม่ได้ผล นาข้าวที่เสี่ยงเสียหายจะสูงมากถึงประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 2 ล้านไร่

เสนอ “บิ๊กตู่” จ่ายชดเชยชาวนาท้ายน้ำ

นายเสรีกล่าวว่า ทางออกที่จะอยู่รอดกันทุกฝ่าย เพื่อลดความขัดแย้งให้ชาวนาต้นคลองและชาวนาท้ายคลอง และให้การส่งน้ำจืดในเขื่อนเข้าสู่ระบบประปาได้ผลคือ รัฐบาลควรตัดสินใจประเมินพื้นที่ ชาวนาที่อยู่พื้นที่ท้ายคลองแต่ละแห่ง คาดว่ามีประมาณ 2 ล้านไร่ ตนขอเสนอแนวทางให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พิจารณาจ่ายเงินชดเชยให้ชาวนากลุ่มนี้ตามความเหมาะสม เพื่อหยุดปลูกข้าวไปเลย ชาวนาต้นคลองก็จะได้รับน้ำ ชาวนาท้ายคลองได้รับเงินช่วยเหลือ และการส่งน้ำจืดเข้าสู่ระบบประปาจะมีประสิทธิภาพ

“อานนท์” คาดภัยแล้งใกล้ยุติ

นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผอ.สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า เปิดเผยหลังจากการติดตามสภาพอากาศจากดาวเทียม พบว่าเมื่อคืนนี้มีฝนตกหลายพื้นที่ ทั้งจังหวัดในภาคอีสานใต้ รวมถึงพื้นที่ภาคเหนือบางจังหวัด ทำให้มีน้ำเข้าเขื่อนเพิ่ม และฝนจะตกต่อเนื่องในอีก 2-3 วัน หลังจากนั้นทิ้งช่วงอีก 10 วัน และจะกลับมาตกอีกครั้งใน 20 ก.ค.เป็นต้นไป ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนเต็มรูปแบบ เป็นระยะเวลาราว 100 วันเท่านั้น และเป็นไปได้ที่จะมีดีเปรสชันเข้าไทยถึง 2 ลูกด้วยกัน คาดว่าในอีกไม่ช้าปัญหาภัยแล้งที่กระทบกับชาวนาจะหมดไป

“สิงห์อาสา” ช่วยภัยแล้ง

นายปิติ ภิรมย์ภักดี กรรมการบริหาร บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด กล่าวว่า จากวิกฤตการณ์ภัยแล้ง ซึ่งกำลังขยายวงกว้างในพื้นที่ประเทศไทย โดยเฉพาะการขาดแคลนน้ำเพื่อการบริโภค “สิงห์อาสา” โดยบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี ได้ระดมทีมสิงห์อาสาลง พื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งใน 13 จังหวัดได้แก่ พิษณุโลก พิจิตร นครสวรรค์ กำแพงเพชร ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ชัยภูมิ หนองบัวลำภู สกลนคร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม นำขบวนคาราวานรถบรรทุกน้ำดื่มสิงห์จำนวน 300,000 ลิตร ไปแจกผู้ประสบภัย พร้อมติดตั้งแท็งก์น้ำถาวรในหลายพื้นที่ และยังได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งอย่างเร่งด่วนใน 5 จุดหลัก ที่บริษัท ขอนแก่นบริวเวอรี่ จ.ขอนแก่น บริษัท เชียงใหม่เบเวอเรช จำกัด จ.เชียงใหม่ บริษัท มหาสารคามเบเวอเรช จำกัด จ.มหาสารคาม บริษัท วังน้อยเบเวอเรช จำกัด จ.พระนครศรีอยุธยา และบริษัท บุญรอดเอเชีย-
เบเวอเรช จำกัด จ.สิงห์บุรี

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้