วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฝรั่งขาย-รายย่อยซื้อ!!

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 8 ก.ค.58 ปิดที่ 1,470.25 จุด ลดลง 13.52 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 37,627.41 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 2,323 ล้านบาท กองทุนขายสุทธิ 623.67 ล้านบาท พอร์ตโบรกเกอร์ ขายสุทธิ 554.55ล้านบาท ขณะที่รายย่อยเป็นกลุ่มเดียวที่ซื้อสุทธิ 3,501.22 ล้านบาท

“อิสระ อรดีดลเชษฐ์” ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล.ไทยพาณิชย์ ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยไตรมาส 3 มีโอกาสปรับขึ้นแตะ 1,600-1,650 จุดได้ หากสามารถกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 1,500 จุด ได้ ส่วนกรอบต่ำสุด มองไว้ที่ 1,460 จุด เป็นแนวรับที่มีความแข็งแกร่งสุด และไม่น่าลงต่ำกว่านี้

แต่ไตรมาสนี้ ถือเป็นไตรมาสที่มีความผันผวนและมีความท้าทาย เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงจากภายนอกประเทศ กรณีธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีโอกาสสูงที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือน ก.ย.นี้ ซึ่งจะส่งผลให้มีเงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ไปสู่สหรัฐฯ

ส่วนวิกฤติหนี้กรีซ ไม่น่าจะจบหรือคลี่คลายได้ในเวลาอันใกล้ ส่วนการระบาดของไวรัสเมอร์สจะยังสร้างความกังวลต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว ขณะที่การปรับลงของตลาดหุ้นจีนจะเป็นช่วงสั้นเท่านั้น

ส่วนกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้ลงทุนในหุ้นที่ไม่เกี่ยวข้องกับปัจจัยต่างประเทศ หุ้นกลุ่มที่น่าสนใจ คือกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคในประเทศ เช่น CPALL-GLOBAL กลุ่มสถาบันการเงิน ที่ราคาได้ปรับตัวลงมากแล้ว เช่น KBANK และ AEONTS ที่สินเชื่อยังมีอัตราการเติบโตที่ดี

ส่วนกลุ่มสื่อสาร แนะนำ ADVANC-TRUE ที่จ่ายปันผลดี และผันผวนน้อยกว่าเมื่อเทียบกับดัชนีตลาด (Defensive Stock)

อย่างไรก็ตาม ยังคงเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยปีนี้ว่าจะไปได้ถึง 1,800 จุด ในช่วงปลายปี โดยมีค่าพี/อี ที่ 16.5 เท่า หลังมีความชัดเจนจากปัจจัยต่างๆ ทั้งการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯและปัญหาหนี้กรีซที่น่าจะคลี่คลายแล้ว รวมถึงยังได้ปัจจัยบวก จากการเร่งเบิกจ่ายงบฯภาครัฐ และการลงทุน โครงการขนาดใหญ่

นักลงทุนต่างชาติก็น่าจะเริ่มกลับมาซื้อหุ้นไทยอีกครั้ง โดยเฉพาะหุ้นใหญ่ กลุ่มแบงก์และพลังงาน!!

อินเด็กซ์ 51

8 ก.ค. 2558 23:43 8 ก.ค. 2558 23:43 ไทยรัฐ