วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พณ.ผุดแผนพิเศษดันส่งออก หวัง 7 เดือนที่เหลือบรรลุเป้า 1.2%

พณ.ผุดแผนพิเศษดันส่งออก หวัง 7 เดือนที่เหลือบรรลุเป้า 1.2%

  • Share:

พาณิชย์ ทำแผนพิเศษดันส่งออก 4 สินค้ากลุ่มหลัก หวัง 7 เดือนที่เหลือโกย 1.4 แสนล้านเหรียญฯ ให้บรรลุเป้า 1.2% เตรียมถกซีอีโอ บริษัทยักษ์ ระดมสมอง ก่อนเดินทางไปเคาะประตูขายสินค้าจริง นำร่องสัปดาห์หน้า ถกค่ายรถยนต์ดัง...

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้จัดทำแผนพิเศษ เพื่อผลักดันให้มูลค่าการส่งออกสินค้าไทยในปีนี้ขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ 1.2% จากปีก่อน หรือมีมูลค่า 230,254 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งในช่วง 7 เดือนที่เหลือของปีนี้ จะต้องได้มูลค่าไม่ต่ำกว่า 141,560 ล้านเหรียญฯ จากในช่วง 5 เดือน (ม.ค.-พ.ค.) ปีนี้ ทำได้เพียง 86,712 ล้านเหรียญฯ โดยจะเน้นผลักดันสินค้า 4 กลุ่มหลัก ที่มีมูลค่าการส่งออกมาก หรือมีสัดส่วน 57% ของมูลค่าการส่งออกรวม

สำหรับสินค้า 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.กลุ่มอุตสาหกรรมหนัก ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ, เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ, วัสดุก่อสร้าง, ผลิตภัณฑ์ยาง, แผงวงจรไฟฟ้า, เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ และเครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ โดยต้องทำให้มูลค่าการส่งออกช่วง 7 เดือนที่เหลือเพิ่มขึ้นอีก 53,631 ล้านเหรียญฯ จากช่วง 5 เดือนอยู่ที่ 33,081 ล้านเหรียญฯ

2.กลุ่มสินค้าเกษตรและอาหาร ได้แก่ ข้าว, อาหารทะเลแช่แข็ง กระป๋อง และแปรรูป, ผัก ผลไม้สดแช่แข็ง กระป๋อง และแปรรูป, น้ำตาล, ไก่สดแช่เย็น แช่แข็ง และแปรรูป ต้องเพิ่มอีก 12,413 ล้านเหรียญฯ จาก 7,575 ล้านเหรียญฯ 3.กลุ่มสินค้าปิโตรเคมี ได้แก่ เม็ดพลาสติก และเคมีภัณฑ์ ต้องเพิ่มอีก 10,000 ล้านเหรียญฯ จาก 6,292 ล้านเหรียญฯ และ 4.กลุ่มสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ ที่ไม่รวมทองคำ ต้องเพิ่มอีก 5,000 ล้านเหรียญฯ จาก 3,000 ล้านเหรียญฯ และสินค้าอื่นๆ ที่ต้องทำเพิ่มอีก 60,700 ล้านเหรียญฯ จาก 38,776 ล้านเหรียญฯ

”แผนผลักดันการส่งออกพิเศษ หรือ Track 2 จะเน้นการเจาะเป็นรายตลาด ตามความต้องการของผู้บริโภค และกำหนดเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการส่งออกให้ได้อย่างชัดเจน โดยจะดำเนินการควบคู่ไปกับยุทธศาสตร์ผลักดันการส่งออกปกติ หรือ Track 1 ที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศดำเนินการอยู่แล้ว มั่นใจว่า จะทำให้เป้าหมายการส่งออกปีนี้ขยายตัวได้ 1.2% ตามเป้าหมายแน่นอน แม้ภาคเอกชนคาดการณ์ว่าจะติดลบ”

ส่วนแนวทางที่จะดำเนินการในแผนพิเศษนั้น จะเน้นจัดคณะเดินทางไปเคาะประตูขายสินค้าในตลาดเป้าหมาย อย่างสหรัฐฯ จีน เน้นเจาะเมืองรอง ที่อยู่ตอนกลางของประเทศ รวมถึงตลาดที่มีศักยภาพ ซึ่งในเดือนก.ค.นี้ จะนำคณะเดินทางไปประเทศแอฟริกาใต้ เพื่อขายข้าว ผลิตภัณฑ์ยางพารา รถยนต์ และไปประเทศโมซัมบิก เพื่อเจรจาให้กลับมาซื้อข้าวไทยอีกครั้ง แต่ก่อนการเดินทาง จะเชิญภาคเอกชนมาหารือวางแผนผลักดันกันก่อน โดยสัปดาห์หน้า จะเชิญประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ ทั้ง โตโยตา, ฮอนด้า, บีเอ็มดับบลิว และมิตซูบิชิ มาหารือ หลังจากนั้น จะเป็นสินค้าแผงวงจรไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า ปิโตรเคมี เป็นต้น

ขณะที่แผนการส่งออกปกตินั้น ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ที่ประจำอยู่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก จะทยอยเชิญผู้ซื้อสินค้าไทยของแต่ละประเทศมาไทย เพื่อเจรจาซื้อสินค้า โดยในเดือนก.ค.นี้ ทูตพาณิชย์ ประจำอยู่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ จะนำผู้ซื้อมาเจรจาซื้อสินค้าไทยหลายรายการ ทั้งอาหาร อุตสาหกรรมหนัก สิ่งทอ ปิโตรเคมี เป็นต้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดส่งออกของไทยได้.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้