วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


รู้จักเทรนด์สยอง Copycat การฆ่าตัวตายเลียนแบบ!

จากกรณีดาราดัง "แตงโม-ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์" ที่ผิดหวังในความรักกับดาราหนุ่ม "โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์" จนเป็นเหตุให้กินยาเพื่อคิดสั้นนั้น หลายคนอาจห่วงถึงเรื่องพฤติกรรมเลียนแบบ วันนี้เราจะไปฟังคำแนะนำ หรือคำเตือนจากคุณหมอจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเยียวยาผู้ผ่านประสบการณ์การฆ่าตัวตายโดยตรง ว่าเราควรจะทำอย่างไร เมื่อมีอารมณ์เช่นนั้น หรือควรจะป้องกันอย่างไรไม่ให้มีความเสี่ยงในการฆ่าตัวตาย

นายแพทย์ปราการ ถมยางกูร นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชกรรม สาขาจิตเวช โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ เปิดเผยผ่านไทยรัฐออนไลน์ว่าดารา นักแสดง นักร้อง ทุกคนย่อมมีความทุกข์ท่วมท้นอยู่ภายในใจ บางครั้งไม่สามารถทนต่อความทุกข์นั้นได้ ก็อยากหลีกหนีออกจากความทุกข์นั้น บางคนก็พยายามฆ่าตัวตาย แต่เมื่อฆ่าตัวตายไม่สำเร็จ ทุกคนก็จะออกมาบอกว่า ไม่ให้คนอื่นเลียนแบบ เพราะรู้แล้วว่า สิ่งที่ทำไปไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด เพราะฉะนั้น ผู้ที่เป็นแฟนคลับ หรือผู้ที่ติดตาม ควรที่จะได้รับฟังในสิ่งที่ผู้เป็นต้นแบบได้ทำผิดพลาดไปก่อน เพื่อที่จะได้ไม่พลาดตามหรือเลียนแบบพฤติกรรมนั้น ตามที่นักแสดงคนดังกล่าวออกมาเตือน

"จากการศึกษาวิจัยพบว่า ในบางครั้งดารา นักแสดง นักร้อง พยายามฆ่าตัวตายสำเร็จหรือไม่สำเร็จก็ตาม จะมีแฟนคลับทำตามที่เรียกว่า Copycat Suicide หรือ การฆ่าตัวตายเลียนแบบ แต่ทั้งนี้ เมื่อทำตามไปแล้ว ผู้ที่เสียใจที่สุด คือครอบครัวของแฟนคลับนั่นเอง ดังนั้นเราควรมองให้เห็นคุณค่าของตัวเอง และทำสิ่งที่ดีให้เกิดขึ้นกับชีวิตตัวเองให้ได้ ไม่ไปส่งเสริม ไม่ไปเลียนแบบในสิ่งที่เขาได้ทำผิดพลาดไปแล้ว และพยายามส่งเสริมให้มีกำลังใจ อยากมีชีวิตอยู่ต่อ และจงเห็นว่า ชีวิตมีความต่าง ซึ่งก็ยังมีคนคอยช่วยเหลืออยู่เสมอ"

นายแพทย์ปราการ กล่าวว่า เวลาที่เรามองไม่เห็นคุณค่าตัวเอง เราเหมือนตกลงไปอยู่ในอุโมงค์มืด ที่ไม่เห็นทางออกอีกต่อไป ทำให้คิดว่า การฆ่าตัวตายเป็นทางออกสุดท้าย ซึ่งเป็นทางออกที่ไม่ควรทำ และยังมีทางออกที่ดีกว่า ที่สามารถทำให้เรามีความสุขอยู่ได้ ในประเทศไทยพบว่า การฆ่าตัวตายสำเร็จ คือ การแขวนคอ ส่วนการพยายามฆ่าตัวตายที่ไม่สำเร็จ ส่วนใหญ่คือ การใช้ยา เนื่องจากอยู่ใกล้ตัว ไม่ว่าจะยารับประทาน ยาแก้แพ้ ยานอนหลับ หรือยาล้างห้องน้ำ ยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลง

ยาที่ใช้ฆ่าตัวตาย นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชกรรม สาขาจิตเวช ระบุชัดเจนว่า ยาก็มีทั้งคุณและโทษ ยาทุกชนิดมีประโยชน์ถ้าใช้ถูกวิธี แต่หากใช้ผิดวิธี ไม่ใช้ตามแพทย์สั่ง ก็จะเป็นโทษ เพราะฉะนั้นควรจะต้องมีสติ ยับยั้งตัวเอง อย่างเช่น ยาแก้ปวด ใช้ถูกวิธีมีประโยชน์แน่นอน แต่ถ้าใช้ผิดวิธี ใช้ในปริมาณมากเกินไป มันจะเป็นอันตรายต่อตับ กินวันนี้อาจจะยังไม่เสียชีวิต แต่หากไม่ได้รับการรักษา อีก 2-3 วัน ตับจะวายและเสียชีวิตได้เช่นกัน หรือยาคลายเครียด ถ้ากินเกินขนาด มันจะกดการหายใจลงได้ ดังนั้นจึงควรใช้ยาตามแพทย์สั่งเท่านั้น

"ยาทุกชนิดอันตราย เราจะเห็นว่า ข้างกล่องยา จะเขียนไว้ว่า ยาอันตราย ยกเว้นพวกวิตามิน แต่ไม่ใช่จะคิดว่า ไม่กล้ากินยาเลย ไม่ใช่อย่างนั้น ยามันมีประโยชน์ ใช้รักษา แพทย์จะสั่งในปริมาณที่เหมาะสมอยู่แล้ว ยามันมีคุณมากกว่าโทษ ยกเว้นแต่จะนำไปใช้ผิดรูปแบบ"

คุณหมอ กล่าวว่า หลายคนที่ทะเลาะกับแฟน จนรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ วิ่งเข้าไปรับประทานยาล้างห้องน้ำ บางคนไม่เสียชีวิตแต่ถึงกับพิการ ต้องผ่าตัดเอาลำไส้ มาต่อเป็นหลอดอาหาร บางคนกระโดดตึกลงมา ทำให้พิการ อัมพาต อัมพฤกษ์ก็มี อย่างไรก็ตาม ควรพยายามตั้งสติไว้ หาเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ หาคำสอนดีๆ มาเป็นแรงบันดาลใจ และมองให้เห็นคุณค่าของตัวเอง และเราควรหาเพื่อน สุดท้ายเมื่อคิดว่า ไม่ไหวแล้ว มีทุกข์มาก ทรมานใจมาก ควรจะหาเพื่อนเสีย ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ เพื่อนสนิท คนรอบข้างที่เราคุยด้วยแล้วสบายใจ

ทั้งนี้ คนรอบข้างจะต้องสังเกตพฤติกรรมผู้ที่เสี่ยงด้วย ถ้าเขาเริ่มแยกตัว บ่นไม่อยากมีชีวิต หรือเก็บตัวอยู่เพียงลำพัง ต้องพยายามไปคุยกับเขา เพื่อให้เขาได้ระบายความรู้สึกออกมา หรือจะพาไปพบจิตแพทย์ เพื่อจะได้รับประทานยาคลายเครียด ยาซึมเศร้า เพื่อทำให้จิตใจเขาสบายขึ้น และกลับมาใช้ชีวิตได้ตามเดิม  

"เมื่อไหร่ที่ท้อแท้ หรือไม่ไหวแล้วกับชีวิตหรือปัญหาที่เป็นอยู่ สามารถโทรปรึกษาได้ที่เบอร์ 1323 สายด่วนกรมสุขภาพจิต โทรไประบายความในใจ ระบายปัญหาที่พบเจอ จะทำให้ความรู้สึกดีขึ้น นอกจากนั้นยังพบว่า จะสามารถช่วยยืดระยะเวลาการทำร้ายตัวเองหรือการฆ่าตัวตายออกไปได้ และหลายคนก็จะไม่ทำร้ายตัวเอง เพราะจริงๆ แล้วทุกคนรักชีวิตตัวเอง"

**ล้อมกรอบ**

เช็กโรคเสี่ยงฆ่าตัวตาย หากคนใกล้ชิดหรือคนรัก อยู่ในกลุ่มดังกล่าว อาจมีความเสี่ยงในการฆ่าตัวตายได้ แนะดูแลใกล้ชิด ให้เวลา ให้ความรัก และควรใส่ใจเป็นพิเศษ

1. โรคซึมเศร้า โรคนี้ถือเป็นอันตรายเสี่ยงฆ่าตัวตายมากที่สุด แนะพบแพทย์ กินยา ดูแลใกล้ชิด

2. โรคอารมณ์สองขั้ว หรือไบโพลาร์ คือ โรคที่มีความผิดปกติของอารมณ์เป็น 2 ขั้ว มีทั้งช่วงที่อารมณ์ดีหรือก้าวร้าวผิดปกติ และบางช่วงที่อารมณ์ซึมเศร้าผิดปกติ บางคนอาจมีอารมณ์ดีหรือก้าวร้าวผิดปกติอย่างเดียว โดยไม่มีอารมณ์ซึมเศร้าก็ได้

3. โรคจิตเภท คืออาจมีอาการที่ได้ยินเสียงสั่งให้ทำร้ายตัวเอง สั่งให้ฆ่าตัวเอง ควรพบแพทย์ให้ดูแลใกล้ชิด รับประทานยาให้สม่ำเสมอ

4. ความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบก้ำกึ่ง บุคลิกภาพแบบนี้จะมีอารมณ์ไม่คงที่ หรืออารมณ์แรงจัด เวลารัก ก็รักเต็มที่ เวลาเกลียดก็จะแสดงความเกลียดออกมาอย่างเต็มที่

5. โรคจากพิษสุราและยาเสพติด ด้วยอาการติดสุราหรือยาเสพติด ส่งผลต่อภาวะอารณ์ ร้อยละ 50 ขึ้นไป ของการฆ่าตัวตายจะมีอาการมึนเมาหรือเสพยาเสพติดร่วมด้วย

6. โรคทางร่างกาย คือคนที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรัง รักษาไม่หาย พิการ ซึ่งทำให้เจ้าตัวรู้สึกอับอาย เสียหน้า ไม่มีความสุขกับการมีชีวิตอยู่ จึงต้องให้กำลังใจและดูแลใกล้ชิด.

จากกรณีที่ดาราดัง "แตงโม-ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์" ที่ผิดหวังในความรักกับดาราหนุ่ม "โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์" จนเป็นเหตุให้กินยาเพื่อฆ่าตัวตายนั้น หลายคนอาจห่วงถึงเรื่องพฤติกรรมเลียนแบบ วันนี้เราจะไปฟังคำแนะนำ ... 8 ก.ค. 2558 14:01 9 ก.ค. 2558 10:05 ไทยรัฐ