วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จ้างชาวนาขุดบ่อวันละ 300 บาท ขับเคลื่อนเศรษฐกิจรากหญ้า

ภัยแล้ง ยังคุกคาม ชาวนา อย่างหนัก แม้จะมีฝนตกลงมาบ้าง แต่ก็ช่วยไม่ได้มากนัก ล่าสุด เขื่อนเจ้าพระยา ปริมาณน้ำลดลงต่ำสุดในรอบ 40 ปี ต่ำกว่าจุดวิกฤติที่ 14 เมตรถึง 73 เซนติเมตร ส่งผลให้ข้าวในนาภาคกลางที่กำลังตั้งท้อง 2 เดือน ไม่มีน้ำเลี้ยง ถ้าภายในสองสัปดาห์นี้ไม่มีน้ำมา ต้นข้าวก็จะตายหมด

ถือเป็น วิกฤติภัยแล้ง ที่เกิดจาก การบริหารน้ำผิดพลาด ของ กรมชลประทาน โดยตรง ไม่ใช่ปัญหาจากภัยแล้งเพียงอย่างเดียว เรื่องเศร้าของประเทศไทย

วันก่อนผมเห็นข่าว ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล ประธานกรรมการ สถาบันส่งเสริมการปิดทองหลังพระ สืบสานพระราชดำริ เล่าถึงเรื่อง การขุดบ่อรับน้ำ ที่ สถาบันปิดทองหลังพระ ได้ทำมาตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว เพื่อรองรับภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ส่งผลให้พื้นที่นา 100,000 ไร่ในโครงการนี้รอดพ้นจากภัยแล้ง

คุณชายดิศ บอกว่า ถ้ารัฐบาลเร่งทำตอนนี้ก็ยังทัน ให้ชาวนารวมตัวกัน คนนี้มี 5 ไร่ คนนี้มี 10 ไร่ คนนี้มี 2 ไร่ ช่วยกันลงแขกขุดบ่อของแต่ละคน ขุดลงไปประมาณ 2 เมตร หน้าดินเก็บไว้เพาะปลูก ดินข้างล่างเอาไปถมคันนา ถ้าขุดลึก 4 เมตร ส่วนที่เกิน 2 เมตรก็ใช้รถขุด

สิ่งที่รัฐบาลช่วยได้ก็คือ จ่ายเงินจ้างชาวนาขุดดิน 2 เมตร 1 ไร่เท่ากับ 1,600 ตารางเมตร ถ้าคูณด้วย 30 บาท ก็ประมาณ 50,000 บาท ถ้าคูณด้วย 2 เมตร ก็ 100,000 บาท ฝนตกลงมาก็เก็บน้ำได้ ถ้าต้องการกระจายรายได้ให้ชาวบ้าน ก็เอาเงินให้ชาวบ้านขุดบ่อ 2 เมตร ก็จะได้เป็นแสนบาท

ผมเห็นด้วยแนวคิดของ คุณชายดิศ เป็นอย่างยิ่ง ความจริงเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ หลายประเทศทั่วโลกก็ทำมาแล้ว แม้แต่ประเทศที่เจริญแล้ว เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน รวมทั้ง จีน ก็มีการขุดบ่อน้ำขนาดเล็กในพื้นที่เกษตรเต็มไปหมด เพื่อรองรับน้ำฝนในหน้าฝน เก็บไว้ใช้ในหน้าแล้ง

แต่ประเทศที่เต็มไปด้วย การคอร์รัปชัน อย่าง ประเทศไทย ชอบที่จะ สร้างเขื่อนขนาดใหญ่ มากกว่าจะ ขุดบ่อน้ำขนาดเล็ก เพราะค่าสร้างเขื่อนหลายพันล้านหมื่นล้านได้เปอร์เซ็นต์เยอะ แต่ขุดบ่อน้ำได้น้อย เจอวิกฤติภัยแล้งทีไร ชาวนาก็เจ๊งกันระนาว

เท่าที่ผมจำได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็มีแนวคิดให้เกษตรกรขุดลอกแหล่งน้ำ ขุดบ่อน้ำ สระน้ำ เพื่อเก็บกักน้ำฝน น้ำนอง น้ำจากหน้าผิวดิน เพื่อไว้ใช้ประโยชน์ ไม่ให้น้ำฝนสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ วันนี้น่าจะเร่งนำนโยบายนี้ออกใช้อย่างจริงจัง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร และกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าด้วย

ข้อเสนอของผมก็คือ ให้รัฐบาลสั่งให้ อบต.ทุกแห่ง จ้างประชาชนในท้องถิ่น ให้ขุดบ่อน้ำขนาดเล็ก ในพื้นที่เกษตรกรรมทุกแห่งที่ยังไม่มีบ่อน้ำ เพื่อใช้เป็นที่รองรับน้ำฝนไว้ใช้ในหน้าแล้ง ถ้าจ้างชาวนาชาวไร่ที่ประสบภัยแล้งไร่นาล่มก็ยิ่งดี ให้จ่ายวันละ 300 บาท เท่าค่าแรงขั้นต่ำ เพื่อให้ชาวนาและเกษตรกรที่ประสบภัยแล้งได้มีรายได้ยังชีพ ทดแทนรายได้จากพืชไร่ที่เสียหายจากภัยแล้ง แทนที่จะชดเชยไร่ละ 3,000 บาท

ผมเชื่อว่าวิธีนี้จะได้ประโยชน์มากกว่าการจ่ายชดเชย เพราะชาวนาจะมีรายได้จากการขุดบ่อน้ำทุกวัน วันละ 300 บาท ทำอย่างนี้สัก 2-3 เดือน เพื่อให้ชาวนามีรายได้เพียงพอในการยังชีพไปจนถึงฤดูการเพาะปลูกใหม่

การใช้จ่ายของชาวนาจากค่าแรงวันละ 300 บาท จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับรากหญ้าที่กำลังนิ่งสนิท ให้ขยับขับเคลื่อนได้ แล้วกลไกเศรษฐกิจรากหญ้าที่เป็นกำลังซื้อขนาดใหญ่ก็จะกลับมาหมุนเวียนอีกครั้ง หลังจากที่นิ่งไปนาน

งานนี้ รัฐบาลจ่ายค่าแรงวันละ 300 บาท แต่ได้ผลหลายต่อ ได้บ่อน้ำขนาดเล็กมากมายไว้รับน้ำฝน ป้องกันภัยแล้งในอนาคต ชาวนาก็มีรายได้เสริมทดแทนรายได้จากผลผลิตที่เสียหายไป การใช้จ่ายของชาวนาหลายสิบล้านคนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าได้อีกด้วย

ก็อย่างที่ คุณชายดิศ ว่-า ถ้ารัฐบาลต้องการกระจายรายได้ให้ชาวบ้าน ก็เอาเงินไปจ้างชาวบ้านขุดบ่อรับน้ำฝนตั้งแต่วันนี้เลย ถ้าช้าก็ไม่มีประโยชน์.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

8 ก.ค. 2558 11:09 8 ก.ค. 2558 11:09 ไทยรัฐ