วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงควรเป็นทีมงานสำคัญในทีมการตลาดของคุณ

โดย Nuttaputch

“ผมทำธุรกิจนี้มาหลายปีแล้ว”

“ฉันดูแลแผนกนี้มานานแล้ว”

“เราทำแคมเปญแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว”

คำตอบเหล่านี้มักเป็นสิ่งที่ผมได้ยินบ่อยๆ เวลามีการปรึกษาเรื่องการตลาดกับแบรนด์หรือธุรกิจต่างๆ แล้วพูดคุยว่าตอนนี้ใครเป็นคนดูแล ใครเป็นคนวางแผนกลยุทธ์ต่างๆ

ฟังคำตอบดังกล่าวก็น่าจะดูดีถ้ามองในแง่ประสบการณ์การทำงานและความคุ้นเคยกับลักษณะงานที่ต้องทำ มันจึงไม่แปลกว่าทีมการตลาดส่วนมากมักจะสร้างขึ้นโดยระดมคนที่มากประสบการณ์ บ้างก็มีการศึกษาดีๆ มาเป็นสำคัญ

แต่เอาจริงๆ แล้ว ส่วนตัวผมของนั้นมักจะย้อนหันกลับไปถามน้องๆ หรือเด็กรุ่นใหม่หลายคนที่เพิ่งเรียนจบบ้างก็เพิ่งทำงานได้ไม่กี่ปีอยู่บ่อยๆ ว่าคิดเห็นอย่างไร ชอบไม่ชอบ หรือมีอะไรที่พวกเขาคิดต่างออกไป แน่นอนว่าวิธีการดังกล่าวอาจจะฟังดูแปลกๆ เพราะส่วนมากเรามักจะมีการตั้งแง่กันไว้ว่าพนักงานอายุน้อยๆ เหล่านี้ยังไม่มีความช่ำชองพอ บ้างก็ไม่เข้าใจหลักวิธีคิดที่ซับซ้อนแบบกลยุทธ์ธุรกิจได้ จึงไม่แปลกที่ส่วนมากคนเหล่านี้มักจะกลายเป็นทีมงานเบื้องหลังที่คอยรับงานจากผู้บริหารหรือผู้จัดการส่งต่อมาอีกทีเสียมากกว่า

อย่างไรก็ตาม ในความจริงของตลาดปัจจุบันนั้น ผมมักแนะนำให้ทีมการตลาดหรือผู้บริหารหันมาสนใจเสียงเหล่านี้มากเป็นพิเศษ เผลอๆ อาจจะต้องนับรวมพวกเขาเข้าไปอยู่ในทีมคิดงานและให้ความสำคัญไม่ต่างจากทีมงานคนสำคัญเลย

ฟังอาจจะดูเป็นเรื่องสุดโต่งอยู่บ้าง แต่ไอ้ความสุดโต่งนี่ก็มีอะไรน่าคิดเมื่อเราหันมามองสภาพตลาดในปัจจุบัน

สิ่งที่ผมมักจะพูดเสมอๆ เวลาไปบรรยายเรื่องการตลาดดิจิทัลคือเรากำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนถ่ายครั้งใหญ่ของผู้บริโภคที่ปรับตัวเองเข้าสู่ยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทอย่างจริงจังในชีวิตโดยเฉพาะการมีสมาร์ทโฟนและอินเทอร์เน็ต ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนพฤติกรรมหลายๆ อย่างชนิดที่คนยุคอนาล็อกซึ่งส่วนใหญ่อายุ 30 ขึ้นไปอาจจะไม่ได้คุ้นเคยกันนัก

นอกจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปแล้ว ยังมีเรื่องของรสนิยม ทัศนคติ วิธีการเสพข่าวสาร การหาข้อมูล วิธีการตัดสินใจ และอื่นๆ อีกมากมายซึ่งล้วนเกี่ยวกับกลไกการตลาดที่ทุกธุรกิจต้องบริหารจัดการ ซึ่งนั่นอาจจะสั่นคลอนบรรดาวิธีการทางการตลาดซึ่งเราคุ้นเคยและทำต่อๆ กันมาช้านาน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดๆ ก็เช่นการเสพสื่อบนโลกออนไลน์ที่มากขึ้นแบบก้าวกระโดด ช่องทางออนไลน์กลายเป็นหนึ่งในช่องทางหลักชนิดที่กับผู้บริโภคบางกลุ่มนั้นมีบทบาทมากเสียกว่าช่องทางสื่อเดิม ไหนจะเรื่องประเภทของคอนเทนต์ที่เปลี่ยนไปตามสื่อแบบใหม่อีก

พอเป็นแบบนี้แล้ว มันเลยเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอยู่ไม่น้อยว่าบรรดาคนทำงานการตลาดที่ “มากประสบการณ์” นั้น “ตามทัน” กับการเปลี่ยนแปลงนี้มากแค่ไหน รู้จักวิถีชีวิตใหม่นี้มากแค่ไหน

แน่นอนว่าหลายๆ คนก็คงจะบอกว่าพวกเขารู้จัก บ้างก็บอกว่าศึกษามาบ้าง ซึ่งก็คงจะทำให้พวกเขาสามารถปรับใช้ได้ไม่ยาก

แต่จากประสบการณ์ของผมที่แลกเปลี่ยนหรือดูหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นแล้ว มันก็อาจจะสะท้อนว่าที่จริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น

และนั่นคือสาเหตุที่เราควรหันไปฟังคนรุ่นใหม่ คนที่ใช้ชีวิตแบบดิจิทัล คนที่มีวิธีคิดและมองโลกนี้แบบคนยุคใหม่ ซึ่งในหลายๆ ครั้งเราอาจจะได้คำตอบที่ทำให้ต้องสะอึกหรือฉุกคิดพอสมควร เพราะสิ่งที่เราเคยคิดว่าว้าว หรือน่าสนใจอาจจะไม่ใช่เรื่องที่น่าสนใจเลยแม้แต่น้อย (ตัวผมเองก็เคยคิดแผนงานแล้วให้น้องๆ ดู ซึ่งกลับโดนร้องยี้เพราะน่าเบื่อ หรือไม่น่าสนใจอยู่หลายครั้ง)

เรื่องนี้จะยิ่งเห็นผลมากโดยเฉพาะเรื่องการตลาดดิจิทัลที่ฐานส่วนใหญ่คือกลุ่มคนที่ใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์ ซึ่งหนึ่งในคนที่จะเข้าใจคนกลุ่มนี้ได้ดีที่สุดก็คือคนที่ใช้ชีวิตแบบคนกลุ่มนี้นั่นแหละ

นั่นเลยเป็นเหตุผลที่ตำแหน่งการตลาดดิจิทัลหลายตำแหน่งที่ผมเคยรับนั้น ผมมองไปยังคนที่เพิ่งจบใหม่หรือจบมาไม่นานแต่มีใช้งานพวก Social Media แบบจริงจังถึงขั้น “ติด” แทนที่จะมองหาคนที่มีวุฒิการศึกษา เพราะการจะพูดคุยกับคนออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพ คนที่ทำคอนเทนต์ คนที่ออกแบบก็ต้องรู้จักธรรมชาติของคนออนไลน์ดีที่สุดนั่นแหละ

พอถึงตรงนี้ มันอาจจะเป็นคำถามย้อนกลับไปยังบรรดานักการตลาดและผู้บริหารทั้งหลายนั่นแหละครับ ถ้าเรารู้ดีว่าโลกกำลังเปลี่ยนไป เรากำลังเข้าสู่ยุคดิจิทัล การตลาดต้องขยับไปสู่โลกออนไลน์ แล้วตัวเรารู้จักโลกใหม่นี้ดีแค่ไหน เราคุ้นเคยกับมันแค่ไหน

ถ้าเราไม่รู้จักมันดีพอ บางทีมันคงถึงเวลาที่เราต้องหันไปฟังคนที่รู้จักมันดีกว่าเราบ้างแล้วล่ะครับ

Nuttaputch

8 ก.ค. 2558 10:57 9 ก.ค. 2558 12:21 ไทยรัฐ