วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รับว่าจะฆ่าตัวตาย! ‘แตงโม’ ปล่อยโฮสํานึกผิด (ชมคลิป)

อารมณ์ชั่ววูบ-กราบขอโทษเหตุรักล่มปัญหาชีวิตรุมเร้าส่วน‘โตโน่’นัดแถลงเปิดใจ

“แตงโม-ภัทรธิดา” เปิดใจช้ำ ยอมรับคิดสั้นและขาดความยั้งคิด ทำให้กินยานอนหลับเกินขนาดหวังฆ่าตัวตาย เพราะไม่อยากรับรู้อะไรแล้ว ได้แต่ร่ำไห้ขอโทษทุกคนที่ทำให้ผิดหวัง รวมถึงบิดา แต่ยืนยันไม่ได้มีสาเหตุมาจากที่อดีตคู่หมั้น “โตโน่” พูดว่า เป็นโสดกลางเวทีคอนเสิร์ต ที่ผ่านมาพยายามปรับความเข้าใจกันแล้ว แต่ไม่เป็นผล และไม่มีมือที่สาม ด้านพ่อแตงโมลั่นยืนเคียงข้างลูกสาวตลอด ขณะที่หมอคาดดาราสาวออกจาก รพ.ได้ในเร็วๆนี้ แต่ยัง ห่วงสภาพจิตใจที่ยังแย่

หลังเป็นข่าวช็อกวงการบันเทิงเมื่อมีข่าวเมื่อวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า ดาราสาว แตงโม-ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ กินยานอนหลับเกินขนาด หวังฆ่าตัวตาย โดยคาดว่าจะมีเหตุมาจากเลิกรากับอดีตคู่หมั้น โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ แต่โชคดีเพื่อนสนิทนำตัวส่ง รพ.เกษมราษฎร์ ประชาชื่น ให้แพทย์ล้างท้องช่วยชีวิตไว้ได้ทัน

ต่อมาเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 7 ก.ค. ที่ห้องประชุมชั้น 2 รพ.เกษมราษฎร์ ประชาชื่น แตงโม-ภัทรธิดาได้ปรากฏตัวต่อหน้าสื่อมวลชนจำนวนมากที่มารอทำข่าว โดยดาราสาวอยู่ในชุดผู้ป่วยสภาพ หน้าซีดอิดโรย ดวงตาบวมแดง มีนายโสภณ พัชรวีระพงษ์ บิดา และ นพ.คมสันต์ อังคณานุพงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รพ.เกษมราษฎร์ ประชาชื่น ร่วมเปิดใจแถลงถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดย นพ.คมสันต์เผยอาการของสาวแตงโมว่า ตอนนี้อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย ทางระดับการแพทย์ถือว่า พ้นขีดอันตราย รู้สึกตัวดี สัญญาณชีพปกติ แต่เนื่องจากแตงโมมีโรคทางด้านจิตใจอยู่แล้ว คือโรคซึมเศร้า ที่ผ่านมาได้รับการรักษาอยู่แล้ว และตอนนี้อยู่ในระยะพักฟื้น ต้องการกำลังใจเป็นอย่างยิ่ง เป็นจุดที่เซ็นซิทีฟ ส่วนอาการตอนมาถึงห้องฉุกเฉินเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 6 ก.ค. รู้สึกตัวน้อยมาก อาจมาจากผลกระทบจากกลุ่มยานอนหลับที่ใช้ ซึ่งมีประมาณ 10 เม็ด จึงต้องระวังผลข้างเคียงจากการใช้ยากลุ่มยานอนหลับที่มีปริมาณมากเกินไป ถ้าได้รับในปริมาณที่เกินไปการรับรู้จะน้อยลง ที่น่ากลัวคือเรื่องของตัวยาไปกดการหายใจ ซึ่งอันตรายอาจทำให้เสียชีวิตได้ แต่ก็คาดว่าอีก 1-2 วันแตงโมจะกลับบ้านได้ แต่ที่สำคัญคือ โรคที่เป็นอยู่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด

ส่วนกรณีคลิปวีดิโอที่ถ่ายภายในห้องฉุกเฉินนั้น นพ.คมสันต์กล่าวเพียงสั้นๆ ว่าทาง รพ.ก็ดูแลคนไข้เป็นหลัก ไม่ได้สนใจตรงนั้น ถ้าเห็นเราคงห้ามปราม อยู่แล้ว เราตื่นเต้นกับการที่จะดูแลคนไข้ ปัจจุบันคนแอบถ่ายมีเทคนิคเยอะ เราก็ควบคุมตรงนั้นไม่ได้

จากนั้นแตงโมซึ่งมีอาการเศร้าและร้องไห้ตลอดเวลา ก็ได้เปิดใจด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ โดยเริ่มจากกล่าวขอโทษโรงพยาบาลและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีรูปหลุดออกมา โดยเพื่อนสนิทของตน เพราะตามปกติไม่สามารถเผยแพร่ภาพการรักษาภายในโรงพยาบาลได้ แต่ตอนนั้นตนไม่รู้สึกตัวจึงไม่สามารถห้ามเพื่อนได้ แต่เหตุผลของเพื่อน คือเห็นสภาพของตนไม่ไหว เขาอยากจะให้เห็นในอีกมุมหนึ่ง มุมที่ตนอ่อนแอ มากมันก็มีแตงโมกล่าวยอมรับด้วยว่า มีความคิดชั่ววูบ คิดฆ่าตัวตายจริง และเป็นตามที่หมอบอกว่าตนมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว การได้รับคำพูดหรือเหตุการณ์สถานการณ์ในชีวิตช่วงนี้มันก็ค่อนข้างหนักมากภายนอก ดูเหมือนจะรับไหว แต่ข้างในคืออ่อนแอมาก ตนไม่ค่อยได้เล่าให้ใครฟังมาก แม้แต่พ่อ ก็ไม่อยากให้ท่านเครียดไปด้วย จึงมีวินาทีที่ขาดความยั้งคิด มีอารมณ์ชั่ววูบไปบ้าง ด้วยความน้อยใจหลายอย่าง ทำให้ตนไม่อยากอยู่รับรู้อะไร

ส่วนที่คาดกันว่ามาจากคำพูดอดีตคู่หมั้นในคอนเสิร์ตนั้น แตงโมกล่าวว่า เป็นแค่ส่วนเล็กๆ ตลอดเวลาที่ห่างกันเป็นอะไรที่คลุมเครืออย่างที่คนเห็นและ พยายามปรับตัว แต่ก็เข้ากันไม่ได้ โตโน่จึงตัดสินใจแยกออกจากบ้านไป แต่ยังมีการติดต่อกันตลอด ข้าวของในบ้านยังอยู่ที่เดิม ตนยังต้องอยู่ที่เดิมๆ นอนคนเดียว จากที่เรานอนอยู่ด้วยกัน มีคนปรับทุกข์มีกำลังใจ ตั้งแต่ข่าวที่บอกว่าห่างกัน ตนพยายามติดต่อไปให้กำลังใจ แต่ตนเองต้องทนอยู่กับสภาพเดิมๆ ตนเป็นคนตกปากรับคำที่จะแต่งงานกับผู้ชายคนหนึ่งแล้วชีวิตครอบครัวมันไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด คิดว่าคนที่ทุ่มเทบูชาความรักมาก เป็นธรรมดาที่จะผิดหวัง เราห่างกันมาประมาณ 2 เดือน ตั้งแต่ที่โตโน่ไป ไม่เคยกลับมาอีกเลย ตนส่งข้อความอะไรไปก็ไม่ตอบ ทุกครั้งที่ให้สัมภาษณ์ก็พูดว่าเราห่างกันแต่ไม่มีใครพูดว่าหย่าร้าง จึงไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไร

น้ำตาหยดนี้คือคำตอบ 'แตงโม' รักมาก หวังมาก เจ็บมาก

ร้องจนแทบไม่มีน้ำตา

แตงโมปิดหน้าร้องไห้

ร้องให้พอแล้วเดินต่อไปนะโม

เจ็บปวดจึงร้องไห้

มาแถลงพร้อมสายน้ำเกลือ

แตงโมซบอกคุณพ่อ

สุดท้ายข้างๆ ก็คือผู้ชายคนนี้

กองทัพสื่อ

ยังรอและหวังให้เขากลับมา

ดูจากภาพก็คงรู้ว่าแตงโมเครียดแค่ไหน

รักใครก็ไม่เท่ารักของพ่อ

พ่อโสมีรอยยิ้มให้ลูก

2 เดือนที่เขาจากไปไม่ตอบไลน์

เป็นช่วงเวลาที่ต้องประคับประคองกันให้ดี

โมขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“ในชีวิตคริสเตียน ผู้หญิงคนหนึ่งแต่งงานกับผู้ชายคนหนึ่งแล้ว ได้มอบชีวิตคู่ให้กับพระเจ้าผู้นำทาง เมื่อเกิดการหย่าร้างกัน ผู้หญิงไม่สามารถแต่งงานใหม่ได้ คงผิดพลาดที่ตั้งความหวังว่าอีกฝ่ายจะเชื่อเหมือนกันว่าจะกลับมาเป็นครอบครัวกันได้อีก และช่วงเวลานี้ครอบครัวก็เจอหลายปัญหาหนักจึงไม่รู้จะหันหน้าไปทางไหน คนที่เจ็บคือพระเจ้าและพ่อ เชื่อว่าคนที่คิดสั้นคงไม่คิดว่าตัวเองจะฟื้นขึ้นมาอีก” แตงโมกล่าว พร้อมทั้งเอ่ยปากขอโทษที่ทำให้ทุกคนผิดหวังและขอโทษคุณพ่อ จากนั้นแตงโมก็ปล่อยโฮ และเข้าสวมกอดนายโสภณผู้เป็นพ่อ ที่นั่งด้านข้างและพูดว่า “หนูขอโทษ” “หนูไม่ได้ตั้งใจ” ทำให้บรรยากาศระหว่างแถลงข่าวยิ่งดูโศกเศร้าอึมครึม ซึ่งนายโสภณได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เราอยู่กันมา 2 คนตั้งแต่เล็ก ความรู้สึกตอนนี้เหมือนครั้งที่แล้วที่แตงโมประสบอุบัติเหตุ มันตกใจมาก

หลังจากคุมสติได้ แตงโมได้หันมาตอบคำถามผู้สื่อข่าวต่อ โดยกล่าวว่าตั้งแต่เกิดเรื่อง โตโน่ไม่ได้ติดต่อมา แต่นายโสภณกลับกล่าวแทรกขึ้นมาว่า เมื่อคืนโตโน่โทรศัพท์มา แต่ตนไม่ได้รับ ไม่ใช่เพราะโกรธ แต่ครอบครัวเรามีกัน 2 คน แต่เมื่อมีคนเข้ามา พ่อก็ต้อนรับ เมื่อเขาออกไป เขาก็ไม่ใช่คนในครอบครัว พ่อไม่มีอะไรจะคุย เราไม่เป็นอะไรกัน จึงไม่มีอะไรจะคุย แต่ถ้ามาก็จะคุย

ส่วนแผนการชีวิตหลังจากนี้ แตงโมกล่าวว่ายังไม่กล้าพูดอะไรเพราะสภาพจิตใจตอนนี้ยังสับสนหลายๆอย่าง ตอนที่ตนเคลียร์กันก่อนที่ฝ่ายชายจะหายไป พ่อของตนเคยบอกโตโน่ว่าขอบคุณเขาเพราะช่วงหนึ่งโตโน่ก็ทำหน้าที่สุดความสามารถ ดูแลตนเวลาที่ไม่มีใคร ช่วงเวลาที่ไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียว ตนก็ขอบคุณเขาและมันก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ตนคิดฆ่าตัวตาย ตอนแรกที่คบกันตนก็โดนด่า ตนรู้สึกตกเป็นจำเลยของสังคม แต่ก็ทำทุกวิถีทางที่ขอคืนดี พร้อมย้ำทุกวันนี้ก็ยังรักโตโน่เหมือนเดิม ขอบคุณคนรอบข้างที่คอยให้กำลังใจ ให้กำลังใจไม่ซ้ำเติม ทุกคนก็บอกว่าอย่าทำแบบนี้อีก และตนก็จะพยายามประคับ ประคองตัวเอง ส่วนเรื่องกรีดข้อมือ ยอมรับทำไปโดยไม่รู้ตัว แต่เมื่อคืนที่มีข้อความของตนตอบไอจีคนใกล้ชิด ทั้งโม-อมีนา และอ้วน รีเทิร์น เป็นคนตอบเองจริง

ทั้งนี้ แตงโมยังกล่าวในช่วงท้ายด้วยถึงเสื้อผ้าและของใช้ของโตโน่ที่อยู่ในบ้าน ก็คงเอาไว้เหมือนเดิมเพราะคงทำใจไม่ได้ถ้าจะไม่มีแล้ว และคงให้เพื่อนมาอยู่เป็นเพื่อน พร้อมทั้งยืนยันไม่มีมือที่สามมาทำให้รักครั้งนี้จบลง แต่ปัญหาหลักๆมาจากต่างคนต่างน้อยใจกัน สิ่งที่ทำร้ายจิตใจตนไม่ใช่สิ่งที่เขาพูดบนเวทีหรือในรายการอะไรเลย แต่เป็นจากสิ่งที่ตนไลน์ไป มันเป็นเรื่องคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ เป็นเรื่องหลังไมค์มากกว่า ยืนยันตนเองก็ไม่เคยบอกว่าโสด และอยากฝากเป็นข้อคิดถึงคนที่คิดสั้นอยากฆ่าตัวตายว่าอย่าทำแบบตน ฟื้นมาจะลำบาก ขอบคุณพระเจ้าที่ช่วยชีวิตและให้กำลังใจสู้ต่อไป มันเป็นความคิดที่โง่มาก ไม่ใช่ฆ่าตัวเราเอง แต่ฆ่าคนที่เรารักด้วย ถึงตายไปเขาก็ไม่กลับมาหาตนอยู่ดี มันเป็นอารมณ์ชั่ววูบจริงๆ

ส่วนความเคลื่อนไหวด้านพระเอกนักร้องดังโตโน่-ภาคิน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันโตโน่ปิดโทรศัพท์ไม่สามารถติดต่อได้ โดยมีคิวถ่ายละครเรื่อง “หัวใจมีเงา” ทางช่องวัน ที่แอ็กซ์สตูดิโอ จ.ปทุมธานี ซึ่งผู้จัดการส่วนตัวแจ้งว่า จะขอแถลงข่าวเปิดใจพูดครั้งเดียวในวันที่ 8 ก.ค.ช่วงเย็น ที่บริษัท เอ็กแซ็กท์ ถนนอโศก

อย่างไรก็ดี ตลอดวัน ในโลกออนไลน์ยังคงมีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ แตงโม-โตโน่ อย่างมาก ทั้งให้กำลังใจดาราสาวและโตโน่ แต่ก็มีบ้างที่แสดงความคิดเห็นในทางลบ จนทำให้ต้องตา-แสงรวี คำวิลัยศักดิ์ น้องสาวของโตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ต้องออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กชื่อ Saengrawee Kumwilaisuk ด้วยข้อความที่ระบุว่าไม่มีใครอยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น แต่ทำไมต้องมาว่าพี่ชายกันมากมาย ทั้งที่ไม่ได้เป็นคนสร้างเรื่อง

ขณะที่น้ำฝน-กุณณัฏฐ์ กุลปรียาวัฒน์ ดาราสาวและผู้จัดละครเรื่อง “คุณหญิงนอกทำเนียบ” ทางช่อง 8 ซึ่งมีแตงโม-ภัทรธิดา นำแสดง เปิดเผยถึงวันเกิดเหตุว่า ตอนบ่ายได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่กองถ่ายว่าแตงโมมาถ่ายละครไม่ได้ เพราะไม่สบายและเพื่อนสนิทของแตงโมได้ขออนุญาตใช้รถตู้กองถ่ายที่ส่งไปรับแตงโมมากองถ่ายตั้งแต่เช้า พาแตงโมไปส่งโรงพยาบาล เนื่องจากแตงโมกินยาเกินขนาดเข้าไป ซึ่งตนก็อนุญาตและยังส่งเจ้าหน้าที่กองถ่ายตามไปที่โรงพยาบาลด้วย พร้อมแมสเสจไปให้กำลังใจว่าให้สู้ๆ นะ ส่วนตัวยอมรับว่าเข้าใจน้อง เพราะเคยอกหักเหมือนกัน สำหรับคนที่ยึดถือความรักเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ สามารถทำอะไรก็ได้เพียงแค่อารมณ์ชั่ววูบ ส่วนตัวคิดว่าน้องคงไม่อยากจะฆ่าตัวตาย แต่เป็นเพียงแค่อารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นน้องก็ยังไปโรงพยาบาลเพื่อรักษา และตนเชื่อว่าสุดท้ายแล้วแตงโมก็จะแข็งแรงและผ่านปัญหานี้ไปได้ ส่วนละครที่กำลังถ่ายทำนั้น ไม่น่าจะกระทบเพราะเชื่อว่าแตงโมไม่น่าจะอาการหนักมาก แต่ถึงอย่างไรก็อยู่ที่สุขภาพของแตงโมเป็นสำคัญอันดับแรก เชื่อว่านักแสดงและทีมงานในกองถ่ายเป็นห่วงแตงโมและก็ให้กำลังใจทุกคน เพียงแต่ช่วงนี้ อย่าปล่อยให้แตงโมอยู่คนเดียว ต้องมีเพื่อนมีคนที่รักเขาอยู่ใกล้ๆตลอดเวลา คอยให้กำลังใจเพื่อช่วยให้จิตใจดีขึ้น เรื่องสภาพจิตใจตอนนี้สำคัญที่สุด ส่วนตัวคิดว่าแตงโมคงไม่คิดสั้นอีกแล้วแน่นอน เพราะได้คิดแล้ว

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ถึงกรณีคลิปวีดิโอการรักษาดาราสาวในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเผยแพร่ออกมาทางโซเชียลมีเดียว่าถ้าเป็นการถ่ายภาพเฉยๆ คงไม่ผิด แต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความลับของผู้ป่วย ถ้าเอามาเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือถ้าทำให้เขาได้รับความเสียหาย จะผิดกฎหมายเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลของบุคคลตามมาตรา 7 พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ ข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคลเป็นความลับส่วนบุคคล ผู้ใดจะนำไปเปิดเผยในประการที่น่าจะทำให้บุคคลนั้นเสียหายไม่ได้ เว้นแต่การเปิดเผยนั้นเป็นไปตามความประสงค์ของบุคคลนั้นโดยตรง หรือมีกฎหมายเฉพาะบัญญัติให้ต้องเปิดเผย ฝ่าฝืนต้องโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ความผิดนี้สามารถยอมความได้ ซึ่งในกรณีนี้หาก น.ส.ภัทรธิดาไม่ยินยอม ตัวผู้ถ่ายภาพและนำมาเผยแพร่จะถือว่าผิด และผู้ที่เผยแพร่ต่อก็มีความผิดในมาตราเดียวกัน ถ้าเป็นการเผยแพร่ต่อทางโซเชียลมีเดียก็จะผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ร่วมด้วย

นพ.ธเรศกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม โดยปกติห้องฉุกเฉินจะเป็นห้องที่ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ ซึ่งกรณีนี้โรงพยาบาลอาจไม่ทราบ และต้องมีการสอบสวนต่อไป ทั้งนี้หากโรงพยาบาลมีส่วนรู้เห็นและเป็นใจให้มีการถ่ายภาพดังกล่าว จะมีความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับความลับของผู้ป่วย และต้องดูว่าผิดมาตรฐานวิชาชีพหรือไม่ หากผิด เจ้าของก็จะมีความผิดฐานไม่ควบคุมให้บุคลากรดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐานแห่งวิชาชีพ มีโทษทั้งจำทั้งปรับ โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ทั้งหมดยังบอกไม่ได้ ต้องรอให้มีการชี้แจงมาก่อน

“แตงโม-ภัทรธิดา” เปิดใจช้ำ ยอมรับคิดสั้นและขาดความยั้งคิด ทำให้กินยานอนหลับเกินขนาดหวังฆ่าตัวตาย เพราะไม่อยากรับรู้อะไรแล้ว ได้แต่ร่ำไห้ขอโทษทุกคนที่ทำให้ผิดหวัง รวมถึงบิดา แต่ยืนยันไม่ได้มีสาเหตุมาจากที่อดีตคู่หมั้น “โตโน่” 8 ก.ค. 2558 07:43 8 ก.ค. 2558 09:08 ไทยรัฐ