วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไอเดียบรรเจิด

เป็นเรื่องปกติและดูจะเป็นไทยแลนด์สไตล์ ยามที่อะไรฮิตฮอต อยู่ในกระแส ก็มักจะเป็นเวลาทองที่ความคิดบรรเจิด ไอเดียกระฉูด และอยากจะมีส่วนเข้ามาเกี่ยวพันกัน ทั้งนั้น ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร

เพียงแต่จะเกิดประโยชน์ได้มากน้อยแค่ไหน สมควรที่จะต้อง ขบคิดอย่างถี่ถ้วน และยืนอยู่บนความเป็นจริง อย่าทำให้เรื่องดีๆ

ที่ควรจะเป็นสิ่งที่หวังได้จริง กลับกลายเป็นความเพ้อฝันเกาะกระแสไปโดยจับต้องไม่ได้

ช่วงเวลานี้รับรู้กันดีอยู่ว่า “กีฬา” ในบ้านเรานั้น เป็นความสุข ความภูมิใจ เป็นที่ยอมรับและยกย่องเป็นวงกว้าง ทั้งระดับรากหญ้า จะเป็นประชาชน หรือพลเมืองก็ตาม รวมถึงระดับผู้บริหาร ผู้ปกครอง และเครือข่าย ไล่ไปตั้งแต่นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีเจ้ากระทรวง รัฐบาล สนช. สปช. ก็ล้วนแล้ว

แต่มีกีฬาอยู่ในใจและนอกใจ จนมักจะเอ่ยถึง ชื่นชม ยกย่อง และมีความปรารถนาดีที่จะยกระดับ พัฒนา แม้กระทั่งให้ความสำคัญถึงกับเป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องมีการ “ปฏิรูป” วางรากฐานของประเทศกันใหม่

ซึ่งก็รอดูข้อสรุปกันอีกทีว่าในส่วนของการปฏิรูปกีฬาที่ไปเดินสายและบอกว่ารับฟังความคิดเห็นมานั้นจะออกมาอย่างไร มีประเด็นอะไรบ้าง

แต่ที่แน่ๆคงจะมีเรื่องของการจัดตั้งมหาวิทยาลัยกีฬาอยู่ในนั้นแน่ๆ ด้วยมีการเสนอและขานรับมาในระดับต่างๆรวมถึงนายกรัฐมนตรี

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็พูดพาดพิงมาหลายครั้ง

ส่วนมหาวิทยาลัยกีฬา ตามความคิด ความคาดหวัง จะเป็นอย่างไรก็ไว้รอดูรายละเอียดกันต่อไป แต่จริงๆแล้วอย่าหลงลืมเด็ดขาดว่าเราก็มี “สถาบันการพลศึกษา” ที่เป็นสถาบันระดับอุดมศึกษา ซึ่งเปลี่ยนสถานะจากวิทยาลัยพลศึกษาตาม พ.ร.บ.สถาบันการพลศึกษา พ.ศ.2548

โดยสถาบันการพลศึกษามีหน้าที่ในด้านการจัดการศึกษาทั้งในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และระดับอุดมศึกษา ระดับปริญญาตรี ประกอบด้วย 17 วิทยาเขต และ 11 โรงเรียนกีฬา

ซึ่งในระดับปริญญาตรีมีการจัดการศึกษา 12 สาขาวิชาใน 3 คณะ รายละเอียดลองไปค้นหาดูกันได้ ซึ่งว่าไปแล้วนับเป็นความทันสมัยที่เรามีการวางโครงสร้างของสถาบันเชิงกีฬาในลักษณะนี้

แม้ไม่ได้เรียกเป็นมหาวิทยาลัยกีฬาก็ตาม!

เพียงแต่สิ่งที่มีจะเป็นตัวองค์กร หรือโครงสร้าง รวมถึงบุคลากร และเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ตลอดจนงบประมาณนั้น สามารถสนองตอบเพื่อก่อให้เกิดประสิทธิภาพได้หรือไม่

จำได้ว่าเมื่อกว่า 20 ปีก่อน ตอนที่โรงเรียนกีฬายังเป็นเพียงโครงการเชิงวิชาการในกรมพลศึกษานั้น มีความวาดหวัง ที่จะเป็นฐานในการสร้างนักกีฬาตั้งแต่ระดับเด็กและเยาวชน จะมีการจัดหาโค้ชระดับอินเตอร์ มีการใช้วิทยาศาสตร์กีฬาเข้ามาสนับสนุนในการเรียนการสอน ลงลึกถึงเรื่องโภชนาการ แต่พอมาทำจริง ไม่สามารถทำได้อย่างที่หวัง

มาถึงวันนี้หากเรายกเครื่อง พัฒนา ปรับปรุงสถาบันการพลศึกษาและโครงข่ายอย่างจริงจัง อาจไม่จำเป็นต้องมีมหาวิทยาลัยกีฬาในแนวคิดใหม่ก็ได้

และที่สำคัญ ยังทำได้เลย ทำได้เดี๋ยวนี้ด้วยซ้ำ ถ้าคิดจะทำ...

“เบี้ยหงาย”

8 ก.ค. 2558 00:03 8 ก.ค. 2558 00:03 ไทยรัฐ