วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ความสำเร็จของสาวไฟแรง พิมสิริ นาคสวัสดิ์ “อยู่ที่งานที่ทำแล้วตัวเองมีความสุข”

ความสำเร็จของสาวไฟแรง พิมสิริ นาคสวัสดิ์ “อยู่ที่งานที่ทำแล้วตัวเองมีความสุข”

  • Share:

พิมสิริ นาคสวัสดิ์ เป็นอีกหนึ่งสาวรุ่นใหม่ที่มีไฟอยู่เต็มตัว พร้อมที่จะผลักดันและสร้างสรรค์งานที่ตัวเองรัก คือการเป็นดีไซเนอร์และเจ้าของธุรกิจแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่น The Parrot ที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง จึงขอใช้ความสามารถที่มีอยู่ในตัว สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศ

เพลิน–พิมสิริ นักธุรกิจรุ่นใหม่วัย 28 ปี เล่าว่า เพลินเป็นลูกสาวคนเล็กของ สุรวุฒิ–พิมพา นาคสวัสดิ์ เจ้าของบริษัท เทคเนค จำกัด ด้วยธุรกิจของที่บ้านที่ทำเกี่ยวกับพลังงานลมและเครื่องจักรอัตโนมัติ จึงทำให้เพลินเลือกเรียนสายวิทย์-คณิต และตั้งใจจะเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อมาช่วยงานที่บ้าน แต่ด้วยความที่ชอบวาดรูป ชอบออกแบบมาตั้งแต่เด็ก เลยขอเรียนด้านสถาปัตย์ ซึ่งได้โควตาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พอเรียนจบก็เข้าไปช่วยงานที่บ้านได้สักพัก รู้สึกไม่ใช่ทางของเรา ทำให้ตัดสินใจไปเรียนต่อปริญญาโทเพิ่มเติม ทางด้านการจัดการ เพื่อศึกษาการบริหารจัดการธุรกิจและการตลาด ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา พอจบมาเคยได้ทำงานประสานงานฝ่ายการตลาดและปรับภาพลักษณ์องค์กร โดยทำงานร่วมกับกองทัพอากาศของสหรัฐฯ และเคยทำงานกับ บริษัท โตฟู สตูดิโอ เป็นดีไซเนอร์ออกแบบภายในให้ร้านเสื้อผ้าชั้นนำ จากนั้นจึงได้เดินหน้าทำตามฝัน ความชอบที่มีอยู่ในใจ ด้วยการทำแบรนด์เสื้อผ้า โดยไปศึกษาต่อในหลักสูตรแฟชั่นดีไซน์ ที่สถาบันบุนกะแฟชั่น โรงเรียนเครือข่ายแฟชั่นของญี่ปุ่น ที่ก่อตั้งมานานกว่า 90 ปี

“พอเพลินเริ่มทำแบรนด์ตัวเองจริงๆ รู้สึกว่าพื้นฐานด้านสถา– ปัตยกรรมอย่างเดียวไม่พอ น่าจะไปเรียนด้านแฟชั่นด้วย จึงไปเรียนที่สถาบันนี้เป็นเวลา 6 เดือน ซึ่งเขาสอนทุกอย่าง ทั้งออกแบบ วางแพทเทิร์น และตัดเย็บ สถาบันนี้โดดเด่นในการออกแบบแพทเทิร์นที่เหมาะกับคนเอเชีย พอกลับมาเลยได้ลงมือทำอย่างจริงจัง สร้างแบรนด์ เดอะ แพร์รอต ซึ่งเพลินวางแนวคิดของแบรนด์ เดอะ แพร์รอต คือเอาความสวยงามและเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของนกแก้ว สะท้อนผ่านเสื้อผ้าที่มีคาแร็กเตอร์และความเป็นตัวตนชัดเจนหลากหลายสไตล์ ที่ผสมผสานความทันสมัยและคลาสสิก เน้นฟังก์ชันที่อยากให้เป็นเสื้อผ้าแบบ Day to night ที่สามารถใส่ได้ทั้งการทำงานกลางวันและไปงานตอนเย็น เน้นเทคนิคการตัดเย็บที่เนี้ยบ ประณีต ซึ่งเพลินจะมีความสุขมาก เมื่อคนที่ได้ใส่เสื้อของเพลินชอบ มีความสุขและมีความมั่นใจ เราคนทำก็พลอยมีความสุขไปด้วย”

แม้จะเป็นหน้าใหม่ในวงการแฟชั่น แต่สาวคนเก่งคนนี้ก็เตรียมตัวทำการบ้านมาอย่างดี โดยบอกว่า เวลาทำงานเพลินค่อนข้างจริงจัง และต้องมีการวางแผนก่อนทุกอย่าง ถ้ามีปัญหาก็จะมีการระดมความคิด เพราะถ้าเราคิดคนเดียวก็จะเป็นการตีกรอบอยู่คนเดียว การรับฟังคนอื่นทำให้กรอบความคิดของเรากว้างขึ้น อย่างธุรกิจนี้เพลินก็วางแผนไว้ที่อยากจะขยายไปสู่ต่างประเทศด้วย

เมื่อถามถึงความสำเร็จ สาวคนนี้กล่าวปิดท้ายอย่างอารมณ์ดีว่า “วันนี้ถือว่าประสบความสำเร็จแล้วล่ะค่ะ เพราะได้ทำงาน ที่ทำแล้วมีความสุข”.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้