วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แพนิก-ซึมเศร้า เจาะลึกโรคแตงโม แพทย์ แนะ ญาติต้องเข้าใจและอดทน

เรียกได้ว่าเป็นข่าวดังมาแรงแซงทางโค้งกลบกระแสข่าวอื่นไปหมด สำหรับดาราสาว ‘แตงโม ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์’ ที่กินยานอนหลับเกินขนาดหวังจบชีวิตลง หลังจากมีปัญหารุมเร้ามากมาย ขณะที่ เพื่อนสนิทของดาราสาว ออกมาเปิดเผยว่า เธอเป็นโรคแพนิกและโรคซึมเศร้า จึงทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าเหมือนอยู่คนเดียวในโลก เกิดความเครียดสูง และอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอคิดสั้นขึ้นมา

กรณีดังกล่าวนี้ ทำให้ใครหลายคนต่างสงสัยว่าโรคแพนิก โรคซึมเศร้า คืออะไร แล้วทำไมถึงเกิดกับดาราสาวได้ และโรคเหล่านี้มีความอันตรายแค่ไหน ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปเจาะลึกถึงโรคดังกล่าว รวมถึงกรณีที่เกิดความผิดหวังจนตัดสินใจคิดสั้น จะส่งผลให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบหรือไม่ ร่วมค้นหาคำตอบได้ที่นี่...

รู้จัก โรคแพนิก-ซึมเศร้า !?

พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้ความรู้ในเรื่องโรคแพนิกและโรคซึมเศร้า โรคใกล้ตัวที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้จัก โดยอธิบายว่า

โรคแพนิก (Panic) จะอยู่ในกลุ่มโรควิตกกังวลชนิดหนึ่ง โดยผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้จะมีอาการเต้นของหัวใจผิดปกติ ถึงขั้นรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้น หรือกำลังจะตาย ซึ่งลักษณะของโรคนี้คือ อัตราการเต้นของหัวใจอาจจะเร็วขึ้น หรือมีการทำงานแบบผิดปกติ แต่ไม่ได้ส่งผลต่ออวัยวะ โดยอาการที่ชัดเจนคือ ผู้ป่วยจะมีความหวั่นวิตกเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ผู้ป่วยขาดความมั่นใจในตนเอง เนื่องจากกลัวอาการที่จะเกิดขึ้น จนไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ดังนั้น ผู้ป่วยเหล่านี้จะไม่กล้าที่จะออกไปไหนคนเดียวหรือไม่กล้าที่จะอยู่ตามลำพัง

โรคซึมเศร้า (Major depression) จะเกิดเป็นลักษณะของอารมณ์เป็นหลัก ผู้ป่วยจะมีความรู้สึกเศร้า หดหู่ ท้อแท้ และเบื่อหน่าย ทำให้มีอาการข้างเคียงที่ตามมา ได้แก่ ไม่มีสมาธิ กินไม่ได้ นอนไม่หลับ รวมถึงทัศนคติด้านลบต่อตัวเองเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ โรคทางกลุ่มสุขภาพจิตทั้งหมด เกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่ พันธุกรรม จะมีความเสี่ยงในครอบครัว แต่ไม่ได้เป็นทุกราย, ความไม่ปกติของร่างกาย หรือผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเกิดขึ้น ซึ่งผู้ป่วยในลักษณะนี้จะมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอื่นๆ ด้วย, สิ่งแวดล้อม จะเป็นตัวกระตุ้นที่จะทำให้เกิดโรค เช่น ประสบการณ์ในวัยเด็กการสูญเสียหรือถูกทำให้ตกใจ ก็จะฝังอยู่ในจิตทำให้มีอาการได้, ความเครียดเรื้อรัง เครียดนานต่อเนื่องและแก้ปัญหาไม่ได้ก็อาจนำไปสู่โรคได้เช่นกัน

ยา & จิตบำบัด ช่วยรักษาโรค

พญ.พรรณพิมล ระบุว่า โรคแพนิกและโรคซึมเศร้าสามารถรักษาให้หายได้ เมื่อได้รับการรักษาก็จะดีขึ้น โดยมีหลายวิธี ได้แก่

1.ใช้ยาเฉพาะ โรคแพนิก จะมียารักษาเพื่อช่วยลดอาการการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ และโรคซึมเศร้า จะใช้ยาต้านอารมณ์เศร้า
2.การพูดคุย ผู้ป่วยที่เป็นโรคแพนิก จะต้องเข้าใจในโรคนี้ เพื่อจะได้มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น รวมถึงจะต้องรู้วิธีการปฏิบัติตัวเอง เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นว่าสามารถควบคุมอาการได้ เช่น ควบคุมตัวเองควบคุมการหายใจ
3.สิ่งแวดล้อม คนรอบข้างหรือคนในครอบครัว จะต้องช่วยกันเป็นกำลังใจและเข้าใจในโรคของผู้ป่วย

สิ่งที่ผู้ป่วยโรคนี้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ คือ พยายามทำให้ผู้ป่วยเข้าใจว่าเป็นการเจ็บป่วยทางจิต รวมถึงตัวผู้ป่วยและญาติ ต้องเข้าใจว่าไม่ใช่เรื่องที่คิดไปเอง ไม่ใช่เรื่องที่ผู้ป่วยอ่อนแอ แต่เป็นเรื่องที่มีปัจจัยหลายอย่างที่เกิดขึ้นได้ เป็นโรคที่ต้องการการดูแลรักษา และเมื่อดูแลรักษาตัวเองแล้วก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

ป่วยทางจิต! คนรอบข้างต้องดูแลอย่างเข้าใจและอดทน

ขณะเดียวกัน เมื่อผู้ป่วยเกิดความเครียดมากจนถึงขั้นกินยานอนหลับหวังฆ่าตัวตายนั้น นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ หัวหน้ากลุ่มที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต อธิบายในเรื่องนี้ว่า ตามหลักจะไม่แนะนำให้กินยานอนหลับเกินกว่าที่แพทย์กำหนดอยู่แล้ว แต่หากผู้ป่วยกินเยอะจะมีอาการหลับลึก ยกเว้นบางกรณีที่กินยาไปจำนวนมหาศาล อาจจะไปกดการหายใจให้หยุดได้ รวมถึงขึ้นอยู่กับชนิดของยาที่เลือกใช้ และสภาพร่างกายของผู้ป่วยด้วย เช่น มีโรคประจำตัว ถึงแม้จะรับประทานเข้าไปในปริมาณน้อย ก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้

ส่วนการรักษาผู้ป่วยที่มีความคิดอยากฆ่าตัวตายนั้น ตามหลักทางการแพทย์อันดับแรกคือ ต้องได้รับการรักษา รวมไปถึงญาติพี่น้องของผู้ป่วยต้องดูแลเอาใจใส่อย่าให้ผู้ป่วยอยู่คนเดียว ส่วนคำพูดที่จะพูดกับผู้ป่วยก็ควรจะเป็นลักษณะที่ให้กำลังใจว่าไม่เป็นไร รักษาแล้วก็จะดีขึ้น เป็นคำพูดที่ช่วยได้มาก เนื่องจากผู้ป่วยจะมีความคิดด้านลบ ดูถูกตัวเอง มองโลกในแง่ร้าย

“ผมคิดว่าญาติควรจะต้องเข้าใจและมีความอดทนในการดูแล เพราะสิ่งที่ผู้ป่วยพูดไม่ใช่ว่าตัวเขาเป็นอย่างนั้น แต่มันเป็นช่วงป่วยของเขา ซึ่งเรื่องนี้มันยากมาก เพราะเป็นโรคทางจิตที่แสดงออกมาทางพฤติกรรม คนที่ไม่เข้าใจก็จะรู้สึกว่าทำไมเป็นแบบนี้ พูดก็ไม่เชื่อ แต่ที่จริงแล้วเขาไม่ได้แกล้งทำและเขาก็ไม่ได้เป็นคนอ่อนแอ แต่เป็นเพราะเกิดจากการเจ็บป่วยทางจิตขึ้นมาเท่านั้น” หัวหน้ากลุ่มที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต แนะนำ

ตอบข้อสงสัย ถ่ายรูปผู้ป่วยในห้องฉุกเฉินทำได้หรือไม่ ?

สำหรับการถ่ายรูปผู้ป่วยในห้องฉุกเฉินและโพสต์ภาพลงสื่อสังคมออนไลน์ ทำได้หรือไม่ ? รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต ระบุอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า “ทำไม่ได้ เนื่องจากเป็นการละเมิดสิทธิของผู้ป่วยและโรงพยาบาล โดยปกติโรงพยาบาลจะห้ามถ่ายภาพและวิดีโออยู่แล้ว เพราะอาจจะติดภาพผู้ป่วยคนอื่นๆ ไปด้วย รวมถึงในขณะนั้น ไม่มีใครตอบได้ว่าผู้ป่วยต้องการอะไร แต่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยในตอนนั้น คือ ต้องการความเป็นส่วนตัว”

ขณะที่ หัวหน้ากลุ่มที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต ให้ความเห็นในทำนองเดียวกันว่า “ตามหลักมารยาทไม่ถูกต้องอยู่แล้ว การที่คนเรามีปัญหาก็เป็นเรื่องส่วนบุคคล เป็นสิทธิส่วนบุคคล ผู้ป่วยคงไม่ต้องการเอารูปตัวเองไปเผยแพร่ ฉะนั้น คนที่ทำก็ต้องใคร่ครวญดูให้ดีว่าการกระทำเหล่านี้เป็นการซ้ำเติมผู้ป่วยหรือเปล่า ทั้งที่เขาก็มีความทุกข์อยู่แล้วจะไปซ้ำเติมเขาทำไม ลองคิดในมุมกลับบ้างว่าถ้าเป็นเราที่อยู่ในภาวะอย่างนั้น เราจะอยากให้คนมาถ่ายรูปลงโซเชียลมีเดียไหม”

รอง ผอ.สถาบันสุขภาพจิตเด็กฯ เผย ข่าวแตงโมมีโอกาสเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ !?

ความผิดหวังมีโอกาสเกิดขึ้นในกับทุกคน แต่ความผิดหวังนั้น จะส่งผลให้คนแสดงพฤติกรรมออกมาแตกต่างกัน รวมถึงการคิดสั้นจบชีวิตตัวเอง โดย พญ.วิมลรัตน์ วันเพ็ญ รอง ผอ.สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ เปิดเผยว่า สำหรับข่าวของดาราสาวชื่อดังที่เผยแพร่ออกไปนั้น มีโอกาสที่จะทำให้สังคมเกิดพฤติกรรมเลียนแบบได้ แต่คงไม่ทั้งหมด เนื่องจากปัจจัยที่จะก่อให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบได้นั้น ต้องประกอบไปด้วยเนื้อหาที่สื่อนำเสนอออกไป หรือการพบเจอเหตุการณ์ในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน

“ในสังคมจะมีทั้งคนที่เลือกรับและไม่เลือกรับ เช่น ถ้าบุคคลนั้นกำลังมีปัญหา หรือโรคคล้ายๆ กัน อาจจะทำให้เลือกใช้วิธีเดียวกันเป็นทางออก ขณะเดียวกัน บุคคลที่มีจิตใจเข้มแข็งดี เขาก็อาจจะไม่เลือกที่จะเลียนแบบหรือเลือกทางออกในลักษณะนี้ก็ได้” รอง ผอ.สถาบันสุขภาพจิตเด็กฯ ระบุ.

โรคแพนิก โรคซึมเศร้า คืออะไร แล้วทำไมถึงเกิดกับดาราสาวได้ และโรคเหล่านี้มีความอันตรายแค่ไหน ทีมข่าวจะพาไปเจาะลึกถึงโรคดังกล่าว รวมถึงกรณีที่เกิดความผิดหวังจนตัดสินใจคิดสั้น จะส่งผลให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบหรือไม่... 7 ก.ค. 2558 16:57 8 ก.ค. 2558 05:32 ไทยรัฐ