วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'ปลุกความมโนในตัวคุณ'

'ปลุกความมโนในตัวคุณ'

โดย Dr. POP
8 ก.ค. 2558 05:30 น.
  • Share:

“คุณอยากเป็นอะไร?”

ครูประจำชั้นถามผมเมื่อตอนสี่ขวบ
เพื่อนคนที่ 1 : “อยากเป็นตำรวจครับ”
เพื่อนคนที่ 2 : “อยากเป็นหมอครับ”
และผม “อยากเป็นไดโนเสาร์ครับ”

ทุกสายตาหันควับ ทั้งชั้นเรียนอนุบาลหนึ่งเงียบกริบ เสียงกระซิบของมดได้ยินชัด
“ว้าว…” ครูฉีกยิ้มหวานแบบผู้ฝึกการับสถานการณ์มาดี “แล้ว…ป๊อบอยากเป็นไดโนเสาร์ไปทำไมหรือจ๊ะ?”
“ผมจะได้ไล่กินคนใจร้ายทั้งประเทศ”
“ว้าววววว” เด็กๆ อ้าปากหวอ
“ทำอย่างนั้นไม่ได้นะ เดี๋ยวครูตีเลย” ครูทำขู่
“งั้นผมจะกินครู”  

ในตอนนั้นผมหมายความว่าอย่างนั้นจริงๆ
ใช่ จินตนาการคือยานเหาะที่พาเราโฉบข้ามท้องฟ้าแห่งความเป็นจริงไปยังดินแดนที่ไม่เคยมีใครย่างกราย แต่ยิ่งเราเติบใหญ่ ความมีเหตุผลก็หลอมละลายยานลำนั้นซะเปื่อยยุ่ย เราเริ่มอยากเป็น “บางสิ่งที่ให้ประโยชน์กับชีวิตอย่างแท้จริงๆ” ทุกคนที่ได้ดิบได้ดีก็เพราะพวกเขาส่วนใหญ่รู้ว่าตัวเองมีดีอะไร แล้วจะใช้ข้อดีนั้นในทางไหน        
นั่นแหละประเด็น “เรามีดีอะไร?”
ผมเคยคิดหาคำตอบให้คำถามนี้หลายครั้ง  - จนกระทั่งวันหนึ่งในคาบสังคม ชีวิตผมก็เปลี่ยนไป
“นักเรียนครับ” อาจารย์ถาม “อยากเห็นการเปลี่ยนอะไรในสามเสนวิทยาลัย”
เพื่อนคนที่หนึ่ง “อยากเห็นห้องเรียนติดแอร์”

เพื่อนคนที่สอง “อยากเห็นเพื่อนเอาเพื่อนไปทิ้งในขยะที่ถูกถัง”
และผม “อยากเห็นอุกกาบาตพุ่งชนโรงเรียนครับ”
เสียงหัวเราะดังลั่นห้อง อาจารย์ชี้หน้าผมแล้วยิ้มให้ “ไอ้เพ้อเจ้อ!”

คำว่า “เพ้อเจ้อ” ดังกึกก้องในหัวผม ประหนึ่งเสียงสะท้อนในหุบเขา – ไอ้เพ้อเจ้อ ไอ้เพ้อเจ้อ ไอ้เพ้อเจ้อ!
เฮ้ย นี่ไง ข้อดีของเรา “เรามันเพ้อเจ้อ!!”

ผมเพ้อเจ้อเพราะแรงขับทางจิตนาการจากการอ่านเยอะ ดูหนังเยอะ เล่นเกมก็เยอะ และผมไม่เคยรู้สึกว่าการเพ้อเจ้อเป็นเรื่องผิด ผมจำได้ว่าวันนั้นกลับบ้านแล้วปรี่เข้าไปคว้าหนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์ เล่ม 4 มาจูบอย่างคลั่งไคล้ 

มันคือนาทีที่ผมคิดอย่างซื่อๆ ว่า “ถ้าเจเคโลวลิ่งเพ้อเจ้อแล้วได้ดี เราก็น่าจะลองดูสักตั้ง!!”
ว่าแล้วผมก็ตั้งปณิธานในใจดังๆ ว่า “ผมจะเป็นนักเขียน”

ผมมองเห็นภาพตัวเองทำงานอยู่บนโต๊ะไม้ มีกองหนังสือพูนท่วมเพดาน มีแมงมุมชักใยอยู่ในหัวผม มองเห็นตัวเองใส่สูทผูกไทออกงานแจกลายเซ็น มองเห็นหนังสือตัวเองอยู่ตามห้าง มันเป็นภาพฝันที่ฟูลเอชดีสุดๆ

ในที่สุดผมก็เลยเริ่มเขียนหนังสือเล่มแรกในชีวิต “เดอะไวท์โรด” และนั่นคือจุดกำเนิดของ “ดร.ป๊อบ”
ทุกอย่างที่ผมมีวันนี้ล้วนเริ่มต้นมาจากคำว่า “เพ้อเจ้อ”      

ก่อนที่คุณจะลั่นวาจาตอบคำถามที่ว่า “โตขึ้นอยากเป็นอะไร” ลองตั้งสติถามตัวเองสักนิดว่า “คุณมีดีอะไร?” คุณต้องรู้ด้วยว่าผลักดันข้อดีของตัวเองให้กลายเป็นข้อเด่นได้ยังไง 

เทคนิคสำคัญคือ “การสร้างมโนภาพของเป้าหมายให้แจ่มชัด”

จงเจาะจงรายละเอียดให้ครบว่าเป้าหมายของคุณคืออาชีพอะไร? ใส่ชุดอะไร? ทำงานที่ไหน? จะมีชีวิตความเป็นอยู่ยังไง? แล้วหมั่นฝึกตัวเองให้นึกภาพนี้ในหัวบ่อยๆ

การสร้าง “มโนภาพแห่งเป้าหมาย” คือสิ่งที่นักร้อง ศิลปิน และนักกีฬาระดับโลกหลายคนทำ

ยกตัวอย่างไมเคิล เฟ็ลปส์ นักว่ายน้ำแชมป์โลก เขามักคิดภาพตัวเองว่ายน้ำเข้าสู่เส้นชัยก่อนนอนเสมอ เพราะภาพเหล่านั้นจะเป็นแรงบันดาลใจ เป็นแรงผลักดันอันยิ่งใหญ่ มโนภาพที่ชัดเจนจะทำให้คุณไปถึงฝันได้โดยไม่กลัว ไม่ท้อ หากล้มลงคุณก็จะยินดีลุกขึ้นมุ่งต่อไป คนหลายคนมีฝันที่ไปไม่ถึงเพราะไม่จริงจังกับมโนภาพในหัวตัวเอง พวกเขาเห็นความสำเร็จไม่ชัดพอที่จะเชื่อว่าตัวเองทำได้ หากเพียงเป้าหมายของคุณแจ่มชัดจะไม่มีสิ่งใดสกัดทางฝันคุณ

วันนี้จงตอบคำถามที่ว่า “คุณมีดีอะไร” ด้วย “ความจริง”

และตอบคำถามที่ว่า “คุณอยากเป็นอะไร” ด้วย “จินตนาการ” 

จงใช้ความจริงเป็นคันศร ใช้จินตนาการเป็นลูกศร แล้วดูซิว่าลูกธนูแห่งความฝันจะพุ่งไปได้ไกลแค่ไหน
บางทีคนจะได้ดีหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเขาฝันไว้สวยหรูแค่ไหน แต่ขึ้นอยู่กับว่าเขาจริงจังกับมันเพียงใด
เอาล่ะ ผู้อ่านที่รัก
       
“คุณอยากเป็นอะไร?”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้