วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หนีร้อนรับไอเย็นริมน้ำ! ชวนเที่ยวหลบแดด ส่อง 5 จุดสุดฮิป 'เอเชียทีค'

หนีร้อนรับไอเย็นริมน้ำ! ชวนเที่ยวหลบแดด ส่อง 5 จุดสุดฮิป 'เอเชียทีค'

  • Share:

อุณหภูมิเมืองไทยตอนนี้ร้อนแรงเหลือเกิน ครั้นจะออกไปเที่ยวตอนกลางวัน ก็ทนพิษแสงแดดไม่ไหว จะเข้าห้างของก็แพงไปอีก ดังนั้นการออกมาเดินเที่ยวในย่านช็อปปิ้งตอนเย็น จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด...

วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ เลยจะพาไปเดินเที่ยวพร้อมส่อง 5 แลนมาร์คสำคัญที่ควรแวะไปเยี่ยมเยือนและถ่ายรูป ในแหล่งช็อปปิ้งสุดฮิปอีกแห่งของกรุงเทพฯ อย่าง เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟรอนท์ นั่นเอง

ที่นี่เดิมเป็นท่าเรือเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยสมัยนั้นพระองค์ทรงเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศเดนมาร์ก จึงได้ก่อตั้งท่าเรือของบริษัท อีสท์ เอเชียติก ขึ้นมา เพื่อทำการค้าไม้สักไปยังต่างประเทศ และยังเป็นจุดเริ่มต้นของประตูการค้าสากลระหว่างสยามประเทศกับยุโรป 

ภายหลังถูกปรับปรุงทำให้เฟื่องฟูอีกครั้ง โดยการสร้างเป็น 'ไลฟ์สไตล์มอลล์' ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ออกแบบอาคารต่างๆ ให้ยังคงกลิ่นอายความเป็นเท่าเรือในยุคอดีต เรียกได้ว่าเป็นแลนด์มาร์คอีกแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เราไปดูกันดีกว่าว่า 5 จุดสำคัญที่น่าสนใจภายในเอเชียทีค มีอะไรบ้าง 

1. อาคารโบราณ 

สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ.1912 อายุกว่า 100 ปี เป็นอาคารทรงไทยโบราณ 2 ชั้น สร้างในยุคที่มีความเจริญรุ่งเรืองในด้านการค้าขายกับยุโรป บนพื้นที่ของ บริษัทอีสท์ เอเชียติก เดิมเป็นสำนักงานศุลกากร ปัจจุบันทางเอชียทีคต้องการรักษาไว้ให้อยู่ในสภาพเดิมมากที่สุดจึงกั้นขอบเขตไว้ไม่ให้เข้าไป และปลูกต้นไม้ล้อมรอบเพื่อความสวยงาม อาคารโบราณหลังนี้หากมองเข้าไปหลายคนอาจจะมองว่าดูน่ากลัวเพราะความเก่าแก่ แต่ก็ดูมีมนต์ขลัง และเป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์สำคัญแห่งหนึ่งของไทย

อาคารโบราณที่ว่ากันว่าเป็นโกดังเก็บของในยุคอดีต สมัยที่ไทยค้าขายกับยุโรป
อาคารเก่าแก่สมัย ร.5

2. Juliet Love Garden Bangkok

จากบทประพันธ์ตำนานรักอันเลื่องชื่อ Romeo & Juliet ได้ถูกนำมาจำลองเป็นสวนแห่งความรักของจุูเลียต มีรูปปั้นของจูเลียตที่งดงามสะดุดตาอยู่กลางสวน ซึ่งนำมาจากประเทศอิตาลี โดยมีราคาถึง 2 ล้านบาท โดยเป็นรูปปั้นจำลอง รูปที่ 2 จากต้นฉบับเลยทีเดียว ทั้งยังมีระเบียง กำแพงอิฐ ที่เรียกได้ว่าเป็นบ้านของจูเลียต เป็นจุดเริ่มต้นของตำนานรักแท้นี้ 

รูปปั้นจูเลียต ราคาถึง 2 ล้านบาท
สวนจำลองจากเมืองเวโรน่า อิตาลี

ภายนอกสวนล้อมรอบด้วยรั้วที่มีกุญแจรูปหัวใจคล้องไว้ มีความเชื่อกันว่า กุญแจนี้เป็นสื่อแทนใจใช้ล็อกความรักไว้ให้มั่นคง ถ้าเขียนชื่อของคู่รักลงไป จะทำให้ได้กลับมาเจอกันและรักกันตลอดไป บริเวณนี้จะมีจุดขาย 'แม่กุญแจ' ไว้บริการสำหรับผู้ที่สนใจ มีราคาตั้งแต่ 250-350 บาท นอกจากจะมาแชะภาพสวยๆ กับจูเลียตแล้ว การคล้องกุญแจยังเป็นหนึ่งกิจกรรมยอดฮิตของนักท่องเที่ยวด้วย

คล้องกุญแจแห่งรัก
สวนจูเลียตอีกมุม
ป้ายรั้วที่ล้อมรอบไปด้วยเหล่าแม่กุญแจ

3. เอเชียทีคสกาย (asiatique sky) หรือ ชิงช้าสวรรค์

เอเชียทีคสกาย เป็นชิงช้าสวรรค์ใหญ่ยักษ์ที่โดดเด่นเห็นแต่ไกล ด้วยความสูงกว่า 60 เมตร แต่ละตู้จะเย็นฉ่ำด้วยแอร์ ระบบปลอดภัยดีเยี่ยม เมื่อขึ้นไปแล้วจะได้ชมทัศนียภาพที่สวยงามของกรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในยามเย็นจนไปถึงยามค่ำคืน ภายในระยะเวลาประมาณ 20 นาที เรียกได้ว่าเป็นจุดยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวชอบมาถ่ายรูปกัน ประมาณว่าเห็นอยู่ไกลๆ แล้วรู้เลยว่าเป็นชิงช้าสวรรค์ที่เอเชียทีค

เอเชียทีคสกาย
แหล่งช็อปปิ้งสุดชิค

สำหรับค่าบริการนั้น ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 200 บาท และยังมีแบบ ตู้ชิงช้า Private Gondola 1,000 (2 คน), VIP Gondola 1,500 บาท (2-3คน), VIP Gondola 2,000 บาท (4-5 คน) แอบกระซิบว่า เวลาช่วงเย็นที่พระอาทิตย์อัสดงนั้น สวยงามสุดๆ รอคุณไปพิสูจน์ด้วยตาอยู่นะจ๊ะ

อาคารโบราณ ในมุมที่เห็นชิงช้าสวรรค์ด้วย

4.ร้านอาหารนาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก (โจหลุยส์) 

ที่นี่เป็นร้านอาหารไทย ที่มีสไตล์การตกแต่งร้านงดงามตามแบบฉบับไทยแท้ๆ พร้อมมีอาหารรสเลิศไว้ให้เลือกชิมมากมาย นอกจากนี้จะมีการแสดงหุ่นละครเล็กทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลาประมาณ 19.30 น. เพื่อให้ลูกค้าเพลิดเพลินไปกับการแสดงทางวัฒนธรรมไทยอีกด้วย

ร้านอาหารนาฏยศาลา

ในส่วนของโรงละครนั้นกำลังก่อสร้างอยู่ อดใจรอหน่อยนะจ๊ะ เพราะคาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดทำการแสดงได้ประมาณช่วงเดือน มีนาคม 2559 นี้ เตรียมพบกับการแสดงแบบเต็มรูปแบบอย่างจุใจที่เอเชียทีคแห่งนี้แน่นอน ส่วนตอนนี้หากใครอยากจะลิ้มรสอาหารไทยพร้อมรับชมการแสดงหุ่นละครเล็กแบบไทยๆ แนะนำให้ไปช่วงเย็นๆ หรือช่วงใกล้เวลาที่จัดรอบการแสดง

สวัสดีทุกคนที่มาเที่ยวนะครับ
บรรดานักเชิดหุ่นละคร
หุ่นละครมาทักทายน้องๆ

5. ย่านโรงงาน

ที่นี่เป็นย่านที่มีวัตถุประสงค์เพื่อพบปะสังสรรค์หลังเลิกงานสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ เป็นศูนย์รวม ผับ ร้านค้า หลากหลายสไตล์ ให้เลือกสรร ทั้งสินค้าแฟชั่น เครื่องประดับตกแต่ง เพียบพร้อมด้วยร้านอาหารที่น่าลิ้มลอง ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย ญี่ปุ่น อิตาเลียน จีน ซีฟู้ด ถูกออกแบบให้เหมือนบรรยากาศโรงงานในสมัยก่อน มีเครื่องจักรโบราณประดับตกแต่ง ผสมผสานเข้ากับยุคสมัยใหม่ได้เป็นอย่างดี

โซนนี้มีร้านรวง ร้านอาหาร เครื่องดื่ม มากมาย
มีหอกักเก็บน้ำขนาดใหญ่เป็นจุดเด่น
โซนโรงงาน

นอกจากจะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศริมน้ำยามค่ำคืน สัมผัสกับลมพัดเย็นสบาย คลายความเหนื่อยล้าแล้ว ยังได้ช็อปปิ้งสินค้ามากมายติดไม้ติดมือกลับไปด้วย ย่านโรงงานนี้จะอยู่บริเวณฝั่งริเวอร์ฟรอนท์ โกดัง 7,8,9,10 ติดกับท่าเทียบเรือริมแม่น้ำเจ้าพระยานั่นเอง

สาวๆ เดินเที่ยว
บรรยากาศที่ลานหอนาฬิกา
บรรยากาศเดินเที่ยวยามเย็น
มุมเท่ๆ ตู้โทรศัพท์
รถรางในเอเชียทีค
จุดนัดพบไลฟ์สไตล์มอลล์คนเมือง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้