วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บทเรียนประชานิยมจากกรีซ

บทเรียนประชานิยมจากกรีซ

  • Share:

61 ต่อ 39 คือผลจากประชามติของชาวกรีซที่ปฏิเสธไม่ยอมรับข้อเสนอของเจ้าหนี้ ซึ่งต้องการให้ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดให้เพื่อปฏิรูปเศรษฐกิจทำให้เศรษฐกิจเกิดการขยายตัวและนำเงินมาชำระคืนเจ้าหนี้ 3 กลุ่ม

คือรัฐบาลกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโร ธนาคารกลางยุโรปและไอเอ็มเอฟ คิดเป็นมูลค่าปัจจุบันเท่ากับ 245,000 ล้านยูโร

การไม่ยอมรับเงื่อนไขนี้เป็นจุดยืนเดียวกันของนายกฯ

ซีปราส ซึ่งคุมเสียงข้างมากในสภาย่อมทำให้กรีซมีสิทธิหลุดออกจากยูโรและต้องหันกลับไปใช้เงินสกุลเดิม

นั่นเป็นเรื่องที่ประเทศที่มีบทบาทสำคัญในยูโรไม่ต้องการให้เกิดขึ้น

เพราะจะทำให้ภาพพจน์เกิดความเสียหายไม่สามารถบริหารจัดการประเทศในกลุ่มให้ราบรื่นได้

อาจจะมีประเทศที่เกิดปัญหาเศรษฐกิจหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอิตาลี สเปน ไอร์แลนด์ ที่อาจจะลาออกตามไปด้วย

ที่สำคัญหากเกิดการเบี้ยวหนี้ก็จะเกิด “หนี้สูญ” ได้!?!

เยอรมัน ฝรั่งเศสและไอเอ็มเอฟ คือเจ้าหนี้รายใหญ่ที่ร้อนตัวมากที่สุดและพยายามที่จะเสนอเงื่อนไขให้กรีซยอมรับ แต่แม้ว่าตอนแรกมีความจำเป็นที่ยอมรับ เพราะไม่มีทางแก้ไขอย่างอื่นเนื่องจากต้องการเงินมาเยียวยาเศรษฐกิจทั้งระบบ

แต่ด้วยเงื่อนไขที่ได้รับเงินกู้มานั้นยังมีมาตรการให้รัฐบาลกรีซดำเนินนโยบายด้วยการให้รัดเข็มขัด ไม่ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย ทำให้ประชาชนชาวกรีซไม่พอใจอย่างยิ่ง จนกระทั่งสถานการณ์เดินไปสู่การที่จะต้องชำระเงินกู้ตามกำหนด

จึงต้องใช้มาตรการทำประชามติด้วยการรับฟังความเห็นของประชามติ ซึ่งรัฐบาลกรีซเห็นว่าจะทำให้มีอำนาจต่อรองมากขึ้นกับประเทศ “เจ้าหนี้”

เพราะไม่ว่าจะไปทางไหนก็ยุ่งยากไม่ต่างกัน

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลกรีซได้สั่งปิดธนาคารพาณิชย์ ตลาดหุ้นและประชาชนสามารถถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มได้แค่วันละ 66 ยูโร เพื่อใช้จ่ายในการดำรงชีวิต ทำให้เห็นภาพการต่อคิวกันยาวเหยียด

ผลจากประชามติที่ออกมาได้ทำให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจไปทั่วโลก ตลาดหุ้นของแต่ละประเทศดัชนีตกกันถ้วนหน้า

ประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบไปด้วย เพียงแต่มีการประเมินกันว่าไม่น่าจะมากนัก เนื่องจากไทยยังอยู่ห่างๆ

เรื่องแบบนี้จะประมาทมิได้ เพราะแม้จะค้าขายกับกรีซไม่มากนัก แต่ทั้งระบบของยูโร ซึ่งมีผลต่อการส่งออกและเป็นกลุ่มประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ หากเกิดปัญหาขึ้นมาไทยก็ต้องเจอด้วยอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง

สงสารก็แต่ชาวกรีซนั่นแหละ เพราะไม่ว่าทางออกจะเดินไปมุมไหน ก็ต้องได้รับความยากลำบากไม่ต่างกัน

วันนี้อยู่ในขั้นที่เรียกว่า “ล้มละลาย” ไปแล้ว แบบว่าไม่มี ไม่หนี ไม่จ่ายทำนองนั้น

ผลที่เกิดขึ้นในประเทศพัฒนาแล้ว และเป็นประชาธิปไตยเต็มตัว แต่เนื่องจากการเมืองเรื่องประชานิยม การทุจริตของนักการเมืองที่จะต้องการเอาชนะการเลือกตั้ง จึงเป็นผลพวงมาถึงวันนี้

มีนักการเมืองคนไหนโผล่หน้าออกมารับผิดชอบบ้าง?

จึงเป็นบทเรียนสำคัญที่คนไทยจะต้องเอาไปคิดให้ดี เพราะกรีซคือตัวอย่างที่เห็นชัดและเป็นรูปธรรมจากผลงานของนักการเมืองที่คิดแต่การเลือกตั้งเท่านั้น

“ประชานิยม” ของไทยที่ทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้ง ปัญหาหนี้สิน การทุจริตคอร์รัปชันจนส่งผลให้การเมืองไทยต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้

แล้วจะกลับไปสู่วงจรอย่างนั้นอีกหรือ?

“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้