วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ย้อนรอยวิกฤติหนี้กรีซ ล่มจมเพราะซื้อเรือดำน้ำ

ย้อนรอยวิกฤติหนี้กรีซ ล่มจมเพราะซื้อเรือดำน้ำ

  • Share:

ก็เป็นไปตามคาด ชาวกรีซกว่า 61.5% โหวตโน ตาม นายอเล็กซิส ซีปราส ผู้นำกรีซ ปฏิเสธเงื่อนไขรัดเข็มขัดตัดบำนาญและขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ของ เจ้าหนี้ไอเอ็มเอฟ และ ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เพื่อแลกกับเงินช่วยเหลือก้อนใหม่

ผมไม่แปลกใจ ที่ชาวกรีซส่วนใหญ่โหวตโน เพราะเงื่อนไขไอเอ็มเอฟและอีซีบี กระทบต่อรายได้ของชาวกรีซกำลังทุกข์ยากทุกคน มีเพียง 38.5% เท่านั้นที่โหวตเยส

ถ้าไปดูรายละเอียด มาตรการรัดเข็มขัด ของ ไอเอ็มเอฟ และ อีซีบี แล้ว ผมก็เห็นใจชาวกรีซที่ต้อง “โหวตโน” ไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า เช่น ให้บริษัทเอกชนจำกัดโบนัสเหลือ 1,000 ยูโร เงินเดือน 3,000 ยูโรขึ้นไป ห้ามมีโบนัส จำกัดเงินบำนาญและยกเลิกเงินบำนาญผู้ที่ได้บำนาญเดือนละ 2,500 ยูโร ให้ขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 23% ให้แก้กฎหมายลางานหยุดงาน ลดการจ่ายค่าล่วงเวลา ฯลฯ

หลังจากวันนี้ไป กรีซจะต้องผิดนัดชำระหนี้อีกงวดในวันศุกร์นี้ 2,000 ล้านยูโร และ ผิดนัดอีกงวดในวันที่ 20 กรกฎาคม 3,500 ล้าน

ยูโร ไม่มีใครรู้อนาคตกรีซจะเป็นอย่างไร ถ้าไอเอ็มเอฟและอีซีบีไม่ยอมตามเงื่อนไขของ ผู้นำกรีซ ที่ใช้ ประชามติ มาเป็นข้อต่อรอง

วันนี้ผมจะพาท่านผู้อ่านย้อนไปดู ต้นตอวิกฤติหนี้กรีซ กันอีกครั้ง เพื่อเป็น “บทเรียน” กรีซมีปัญหาการเงินมานานแล้ว จนในที่สุดต้องเข้าร่วม โครงการทรอยกา ขอรับเงินช่วยเหลือจาก ไอเอ็มเอฟ และ ธนาคารกลางยุโรป ในปี 2553

จาก หนี้ก้อนแรก 110,000 ล้านยูโร ประมาณ 4.4 ล้านล้านบาท ในปี 2553 วันนี้หนี้สินกรีซได้เพิ่มพูนขึ้นเป็น 322,000 ล้านยูโร ประมาณ 12 ล้านล้านบาท เกือบเท่าจีดีพีประเทศไทยทั้งที่มีประชากรแค่ 11 ล้านคน คิดเป็น 175% ของจีดีพีกรีซ

ดูจากสภาพเศรษฐกิจกรีซในวันนี้ ยังไงก็ไม่มีปัญญาจ่ายหนี้ แม้แต่ดอกเบี้ยก็ไม่มีปัญญาจ่าย แต่โชคดีที่หนี้สินของกรีซเกือบทั้งหมด เป็นหนี้กับไอเอ็มเอฟและธนาคารกลางยุโรป ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ทั่วไป

ช่วงที่ กรีซ กำลังจะขอรับเงินช่วยเหลือจาก โครงการทรอยกา ในปี 2553 รัฐบาลกรีซได้ใช้จ่ายเงินอย่างมันมือ ด้วยการ ซื้ออาวุธอย่างไม่อั้น จาก เยอรมนี ฝรั่งเศส สหรัฐฯ ซึ่งจะว่าไปแล้ว เยอรมนี ฝรั่งเศส สองพี่เบิ้มในยูโรโซน ก็มีส่วนทำให้กรีซเป็นหนี้มหาศาลในวันนี้ เพราะเห็นแก่ได้ จึงขายอาวุธให้กรีซอย่างไม่อั้น ทั้งที่รู้ว่ากรีซมีปัญหาทางการเงิน และบริษัทขายอาวุธเยอรมนีฝรั่งเศสก็มีการ “จ่ายสินบน” ให้ นักการเมืองกรีซ ที่สั่งซื้ออาวุธกันอย่างไม่อั้น

กรีซใช้เงินสูงถึง 4% ของจีดีพี เพื่อซื้ออาวุธมาตั้งแต่ปี 2000 จนกลายเป็นประเทศผู้นำเข้าอาวุธสูงเป็นอันดับ 1 ของยุโรป เช่น ซื้อเรือฟรีเกต 6 ลำ เฮลิคอปเตอร์กู้ภัย 15 ลำ จากฝรั่งเศส ซื้อเครื่องบินรบเอฟ–16 จากสหรัฐฯ 24 ลำ มูลค่ากว่า 1,500 ล้านยูโร ซื้อเรือดำนำ 3 ลำ มูลค่า 1,800 ล้านยูโร พร้อมเงื่อนไขการซื้อลำที่ 4 อีกลำ ทั้งที่ไม่มีความจำเป็น วันนี้กรีซมี รถถัง 1,500 กว่าคัน มากกว่า อังกฤษ ถึง 2 เท่า

การซื้อเรือดำนํ้าครั้งนี้ทำให้ พล.ร.ท.Stelios Fenekos แม่ทัพเรือกรีซวัย 52 ปี ลาออกจากตำแหน่งประท้วง รัฐมนตรีกลาโหมกรีซ ที่ตัดสินใจซื้อเรือดำนํ้าราคาแพง ทั้งที่ รัฐบาลกรีซกำลังถังแตก ต้องลดเงินเดือน ลดเงินบำนาญ ข้าราชการ ประชาชน ปีที่แล้ว Akis Tsochad-zopoulos อดีตรัฐมนตรีกลาโหมกรีซ ถูกศาลตัดสินจำคุกฐานรับสินบน 8 ล้านยูโร จากบริษัทค้าอาวุธ Ferrostal ของเยอรมนี

วันนี้ผ่านไป 5 ปีแล้ว เรือดำนํ้าทั้ง 4 ลำ ก็ยังสร้างไม่เสร็จ เป็นโครงอยู่ในอู่ต่อเรือใกล้กรุงเอเธนส์ และอู่ต่อเรือก็ถูกขายต่อให้บริษัทอาบูดาบี มาร์ ไปแล้ว

ความพินาศของกรีซ ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ล้วนมาจาก นโยบายประชานิยม และ การทุจริตคอร์รัปชัน ทั้งสิ้น สองอย่างนี้จะไปด้วยกันเป็นคู่ นี่คือ บทเรียนความพินาศของกรีซครั้งใหม่ ที่นำมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนสติคนไทย.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้