วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กัดฟันกินปลาทูแพง เพื่อการปฏิรูปประเทศ

ข่าวใหญ่ข่าวหนึ่งที่มีผลกระทบโดยตรงต่อชาวไทยทั้งประเทศในวงกว้างพอสมควร ขณะนี้ก็คือข่าวที่ว่าราคาอาหารทะเล หรือซีฟู้ดต่างๆกำลังจะแพงขึ้น

เหตุผลหลักก็มาจากความเข้มงวดของรัฐบาลในการควบคุมดูแลและไม่ผ่อนผันให้เรือประมงที่ไม่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายออกจับปลา ตั้งแต่เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา

ทำให้เรือประมงต้องจอดแน่นิ่งเป็นแถวๆ จึงเป็นที่คาดหมายกัน ว่าปริมาณอาหารทะเลต่างๆจะเริ่มลดลงและอาจจะถึงขั้นขาดแคลนเอาได้ หากจำนวนเรือที่จะออกจับปลาได้ยังมีน้อยเช่นนี้

แม้ว่าขณะนี้จากการแถลงของกระทรวงพาณิชย์จะระบุว่าราคากุ้งหอยปูปลาทะเลต่างๆจะยังไม่แพงขึ้น

แต่ในทัศนะของชาวบ้านก็อดห่วงใยมิได้ จึงมีข่าวว่าเริ่มซื้อเริ่มตุนกันบ้างแล้ว เพราะกลัวว่าอีก 7 วันข้างหน้าราคาจะแพงขึ้นอีกหลาย เปอร์เซ็นต์ เมื่ออาหารทะเลที่สต๊อกไว้ในห้องเย็นต่างๆร่อยหรอลง

ขณะเดียวกันผลจากการที่ต้องหยุดจับปลาของเรือประมงที่ไม่มีใบอนุญาตจำนวนมากยังทำให้ลูกเรือต้องพลอยตกงาน ได้รับความเดือดร้อนไปด้วย

บรรดาบริการหรือการค้าขายที่เกี่ยวข้อง เช่น แพปลา โรงน้ำแข็ง หรือห้องเย็นต่างๆ ก็เดือดร้อนเช่นกัน เพราะรายได้ลดลง เนื่องจากเรือ ประมงออกจับปลาน้อยลง

เรียกว่ามีผลกระทบทั้ง 2 ด้าน คือ ทั้งผู้บริโภคที่จะต้องรับประทานของแพงขึ้น และผู้จับปลาทั้งหลายที่จะต้องตกงาน ขาดรายได้ ฯลฯ

ถามว่าเป็นทุกข์ไหม? ก็คงต้องตอบว่าเป็นทุกข์แน่นอน

แม้ผมเองก็ทุกข์อยู่ไม่น้อย เนื่องจากเป็นคนชอบอาหารทะเลอยู่ อย่างหนึ่งรับประทานมาตั้งแต่เด็กจนแก่ และยังมีความประสงค์ที่จะรับประทานต่อไปตราบชั่วชีวิตนี้

“ปลาทู” ไงครับ อาหารทะเลคู่บ้านคู่เมืองที่รับประทานกับ “น้ำพริก” ได้อร่อยที่สุดในโลก (ในทัศนะของคนไทย)

หากปลาทูจะต้องขึ้นราคาไปด้วย ประชาชนทั่วประเทศคงเดือดร้อนแน่นอน ในฐานะที่ชอบรับประทาน “น้ำพริกปลาทู” อาหารประจำชาติ กันทุกครัวเรือน ไม่ว่ายากดีมีจน

ส่วนผู้ที่ชอบบริโภคอาหารทะเลตามภัตตาคารซีฟู้ดต่างๆนั้นก็คงเดือดร้อนอยู่บ้าง แต่ผมไม่ถือว่าเป็นความทุกข์ เพราะการรับประทานซีฟู้ดในขณะนี้ถือเป็นส่วนเกินของชีวิตอยู่แล้ว

ที่สำคัญ ผู้สามารถไปเป็นลูกค้ารับประทานได้ย่อมจะมีรายได้พอสมควร หากจะต้องจ่ายเพิ่มอีกก็คงไม่เหลือบ่ากว่าแรง

หรือหากเห็นว่าเหลือบ่ากว่าแรง จะงดรับประทานเสียชั่วขณะหนึ่ง จนกว่าราคาจะลดมาก็เป็นสิ่งที่ควรทำหรือสามารถทำได้โดยไม่เดือดร้อนมากนัก

ประเด็นที่ผมเป็นห่วงจะอยู่ที่ราคาปลาทูเสียมากกว่า

แต่ไม่ว่าจะเป็นกรณีไหนก็ตาม ผมคิดว่าเราควรจะต้องยอมอดทนยอมกัดฟันรับความทุกข์ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการที่ราคาอาหารทะเลจะแพงขึ้น

เพราะทั้งหลายทั้งปวงนี้เป็นผลจากการปฏิบัติตามกฎหมายที่เราควรปฏิบัติกันมานมนานแล้ว...ไม่ใช่ว่าจะมาปฏิบัติเพื่อเอาใจอียู หรือกลัวอียูจะแจกใบแดงอะไรหรอก

จริงๆแล้วเป็นเรื่องน่าละอายใจด้วยซ้ำที่เราปล่อยปละละเลย ทำผิดกฎหมายประมงกันจนอียู ซึ่งเป็นคนนอกแท้ๆต้องออกมาชักใบเหลืองเตือน

ถึงเวลาแล้วครับที่เราจะต้องทำอะไรตามกฎหมายกันเสียที และจะต้องทำในทุกๆเรื่องที่เราทำผิดกันมาตลอด

ผมเคยเขียนไว้แล้วว่าเหลือเชื่อจริงๆไทยแลนด์เรา...แตะไปตรงไหน ทำผิดกฎหมายกันหมด เห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ เห็นแก่กิน

(คอร์รัปชัน) จนบ้านเมืองผุกร่อนอย่างที่เป็นอยู่ขณะนี้

ไหนๆก็บอกว่าจะปฏิรูปประเทศกันแล้วก็ต้องย้ำว่านี่แหละครับคือจุดเริ่มของการปฏิรูปที่แท้จริงละ...เราจะต้องเคารพกฎหมาย และทำตามกฎหมายทุกฉบับ โดยไม่มีข้อยกเว้น

ขอให้เรามาเริ่มกันที่การประมงหรือการจับปลาทะเลนี่แหละครับ...

นับแต่วันนี้ไปหากปลาทูจะแพงขึ้นบ้าง คงต้องยอมกัดฟันซื้อ ส่วนอาหารทะเลของร้านซีฟู้ดต่างๆถ้าแพงเกินเหตุก็คงต้องหันหลังให้ชั่วคราว หันไปรับประทานอาหารอื่นๆอย่างที่ท่านนายกฯตู่ท่านแนะนำนั่นแหละครับ ถูกต้องตามหลักเศรษฐศาสตร์เป๊ะเลย.

“ซูม”

7 ก.ค. 2558 09:37 7 ก.ค. 2558 09:37 ไทยรัฐ