วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เด็กในบ้าน

เรื่องของ หลิวควน คนสมัยราชวงศ์ฮั่น เล่าขานกันต่อมา ถึง สมัยราชวงศ์หมิง หงอิ้งหมิง เขียนเป็นหนังสือ ถูกเก็บเอาไว้ คนรุ่นใหม่เจอในหีบหนังสือ พระราชวังโบราณกรุงปักกิ่ง บุญศักดิ์ แสงระวี แปลเป็นไทย (สายธารแห่งศรัทธา สำนักพิมพ์ ก.ไก่ 2535)

วันหนึ่ง หลิวควนเชิญแขกมาเลี้ยงอาหารในบ้าน อาหารหมดไปครึ่งแต่เหล้าหมดก่อน หลิวควนสั่งคนใช้ให้ไปซื้อเหล้า รอจนแขกกินอาหารเสร็จ คนใช้ก็เมา เดินโซเซกลับมา

หลิวควนใจเย็น ยังไม่ทันออกปาก แขกก็หลุดปากรุมด่าคนใช้ คนใช้ไม่ฟังใคร เดินปังปังเข้าไปนอนในห้อง

แขกกลับแล้ว หลิวควนเดินเข้าห้องคนใช้ “ เจ้าโกรธแล้ว ใช่ไหม...” น้ำเสียงละมุนละม่อม “เรื่องเล็กน้อย แค่นี้ อย่าไปถือสาเขาเลย”

ลึกๆในใจคนใช้ ก็รู้ว่าตัวเองไม่ดี ได้ยินนายพูดดีด้วยขนาดนั้นก็รู้สึกอับอาย แทบจะหายเมา เขาตั้งใจ จะไม่เหลวไหล เป็นไอ้ขี้เมาต่อไปอีกเลย

เช้าวันต่อมา หลิวควนมีนัดเป็นแขกขุนนาง แต่งตัวโอ่อ่า สาวใช้ รีบร้อนถือชามแกงร้อนเดินมาชนโครมใหญ่ แกงร้อนหกรดเสื้อผ้าเปรอะเปื้อน...เปล่า เขาไม่โกรธ กลับละล่ำละลักกับสาวใช้ “เจ้าบาดเจ็บ ตรงไหนหรือเปล่า?”

เจ้านาย ที่มีหัวใจกว้างขวาง เปี่ยมเมตตา...จึงไม่เป็นเรื่องแปลก ที่ภายในบ้านของหลิวควน จึงเต็มไปด้วยบรรยากาศของความรักความสมานฉันท์

บทสรุปเรื่องหลิวควน ภาษิตรากผัก สอนว่า ถ้าคนในบ้านทำผิด เล็กๆน้อยๆ ก็อย่าโมโหฉุนเฉียว ตักเตือนเขาได้ ก็ต้องใช้วิธีที่อ้อมค้อมละมุนละม่อม เสมือนดังหนึ่ง ลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านผิวพื้นแม่น้ำลำธาร ซึ่งจับตัวเป็นน้ำแข็ง

เสมือนดังหนึ่ง ลมอุ่น ละลายหิมะที่จับเป็นก้อนหนา

ภายใต้ การทะนุถนอมกล่อมเกลาเช่นนี้...ต่างหาก ที่จะทำให้ผู้กระทำผิด ปรับเปลี่ยนแก้ไขตัวเองได้ ไม่ในวันนี้ ก็สักวันหนึ่งข้างหน้า

ผมค้นเอาเรื่อง หลิวควนเลี้ยงแขก เอามาเขียน หลังดูทีวี มีข่าวตัววิ่ง พล.ต.อ.อุดมเดช สีตบุตร นายทหารใหญ่...ไม่คิดใช้ไม้แข็ง กับพวกนักศึกษา

นักศึกษากลุ่มนี้ ตั้งใจถูกจับเข้าคุก แล้วยืนยันไม่ออกจากคุก แม้มีช่องทางให้ออกผู้ใหญ่ มองเด็กๆเหมือนคนในบ้าน...กำลังใช้ลมอุ่นละลายความหนาวเย็น กำลังใช้ความอ่อนโยนละลายน้ำแข็ง...นับเป็นวิธีที่ดี

ส่วนเด็กนั้น จะยอมรับความเด็กในบ้าน หรือยืนกรานเป็นเด็ก นอกบ้าน ...ในภาวะบ้านเมืองกำลังเหนื่อยล้า...และเฉยชา กับสารพัดม็อบ...อย่างน้อยก็ได้ทำหน้าที่ส่งสัญญาณว่า “บ้านเมืองนี้...ไม่เป็นประชาธิปไตย”

เราเพลินกับระบอบคุณสมชายมาปีกว่าๆ...จนเกือบจะลืมไปว่า เนื้อตัวหน้าตา ประชาธิปไตย เป็นยังไง...

ที่กำลังปฏิรูปกัน...ทะเลาะเบาะแว้งกัน จนสงสัย...หลักพลเมืองเป็นใหญ่นั้น เป็นประชาธิปไตยจริงๆ หรือจะพาบ้านเมืองวนกลับไปสู่ยุคกฎหมู่ เหมือนเก่า

คนรุ่นเกิดหลังสงคราม อย่างผม...ดูจะคิดตรงกัน ทดลองมีชีวิตอยู่กับรัฐบาลคุณสมชาย...เผลอหน่อยเดียว กว่าปี ก็ดูสุขสงบดี หุ้นจะตก รถจะติดอยู่บ้าง...แต่ไม่เลวร้าย ถึงขนาดอึดอัดขัดข้อง เหมือนตอนที่รบกัน

ไม่อยากคิดถึงรัฐบาล หลังการปฏิรูปครับ...เลือกตั้งแล้ว ถ้าพวกเขา พวกหน้าเก่าๆ เข้ามา...แล้วก็ทำแบบเก่าๆ คลับคล้ายที่ประเทศกรีซทำ...ละเลงงบหมดไปกับประชานิยม เอาใจทหาร ใช้เงินก้อนใหญ่ไปกับการซื้ออาวุธ ซื้อเรือดำน้ำ ฯลฯ

กรีซเป็นประเทศพัฒนา ประเทศแรก ที่ล้มละลาย...ไม่มีเงินใช้หนี้เจ้าหนี้ เป็นบทเรียนสำหรับประเทศกำลังพัฒนา...การพลิกกลับไปเป็นประเทศด้อยพัฒนา...เกิดขึ้นได้ไม่ยาก

แหม...ถ้าพวกเด็ก ไม่ถือธงต้านเผด็จการ...เปลี่ยนเป็นธงต้าน ...เรื่องอะไรๆ ที่ไม่ถูกไม่ควร...เช่น ต้านซื้อเรือดำน้ำ ต้านบ่อนกาสิโน ...เด็กดื้อก็จะกลายเป็นเด็กหัวอ่อน น่ารักไปได้ในพริบตาเดียว.

กิเลน ประลองเชิง

7 ก.ค. 2558 09:23 7 ก.ค. 2558 09:23 ไทยรัฐ


advertisement