วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บิ๊กโด่งยัน14นศ. ผิดจริงปล่อยไม่ได้ (ชมคลิป)

บิ๊กตู่ฉุนข่าวขนเงิน เกษตรเร่งคืนปชต. นศ.นัดที่ศาลวันนี้

“อุดมเดช” ยัน 14 นักศึกษาผิดจริงปล่อยปละละเลยไม่ได้ โยนฝ่าย ก.ม.-ตร.-ศาลหาช่องผ่อนปรน ซัดอาจารย์โหนกระแสหวังสร้างสถานการณ์ “ประยุทธ์” ย้ำส่งตัวขึ้นศาลทหารตามคำสั่ง คสช. โวยคน มธ.ปล่อยข่าวแอบขนเงินหมื่นล้านไปสิงคโปร์ โต้ลั่นไม่คิดเลิก 30 บาทรักษาทุกโรค วอนหยุดขัดแย้ง ชอบหรือไม่ชอบรอคลอด รธน.คืนเวทีเลือกตั้ง ลุ้นระทึกศาลทหารเคาะ ตร.ขอฝากขังผัดสอง ทีมทนายยกไม่มีพฤติการณ์หลบหนี-จนท.คุกคามคัดค้าน คณาจารย์แห่ลงชื่อหนุนเพิ่มอีก 90 ราย ยกพลบุกศาลให้กำลังใจศิษย์ เล็งผนึกกำลังตบเท้าพบหัวหน้า คสช. ประชาคม ม.เกษตรฯไล่จี้คืนอำนาจ-ประชาธิปไตยทันที กมธ.ฟันธง ส.ส.เขต 300 ปาร์ตี้ลิสต์ 150-170 คน ชะลอใช้โอเพ่นลิสต์ “วิษณุ” กาหัวฟ้องแพ่งจำนำข้าว “ยิ่งลักษณ์” จูงลูกทำบุญสะเดาะเคราะห์เมืองอุบลฯ

จากกรณีคณาจารย์และกลุ่มผู้สนับสนุนนักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ยังคงเคลื่อนไหวเรียกร้อง ให้ปล่อยตัว 14 นักศึกษาโดยปราศจากเงื่อนไขนั้น

ผบ.ทบ.ยัน 14 นศ.ผิดจริงปล่อยไม่ได้

เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 6 ก.ค.ที่กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและ ผบ.ทบ. กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนักศึกษา 14 คนครบฝากขังผัดแรกในวันที่ 7 ก.ค.ว่า เจ้าหน้าที่จับกุมเพราะมีการปฏิบัตินอกกรอบ ก่อให้เกิดความไม่สงบขัดต่อกฎหมายที่ คสช.วางไว้ เจ้าหน้าที่ได้ตักเตือนตามลำดับแต่ก็ยังกระทำ สุดท้ายต้องใช้กฎหมายดำเนินการ เพราะฐานความผิดมีอยู่จริง ขัดต่อกฎหมายและคำสั่ง คสช. ไม่เช่นนั้นปัญหาจะพัฒนาไปจนเกิดความไม่สงบ คสช.เห็นหายนะอยู่เบื้องหน้า และคงไม่อยู่เฉยๆ ปล่อยปละละเลยไม่ได้ เชื่อว่าประชาชนเข้าใจดี บางกลุ่มเห็นว่าการเคลื่อนไหวของนักศึกษาจะเป็นตัวนำจนกลายเป็นประเด็นต่อต้านและต่อสู้กับรัฐบาล ยืนยันว่ารัฐบาลและ คสช. ไม่เคยมองประชาชนเป็นศัตรู ไม่อยากต่อสู้กับใคร เพียงแต่ต้องการดูแลความสงบ เพื่อนำไปสู่ระบอบประชาธิปไตยในอนาคต

ชี้ ตร.–ศาลเล็งหาช่องผ่อนปรน

พล.อ.อุดมเดชกล่าวว่า นักศึกษาทั้ง 14 คนจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายไปสู่ศาลทหารแต่นักศึกษาเป็นเยาวชน ยังพอมีทางออกเพราะเป็นเยาวชน โทษทัณฑ์ก็คงไม่มากอะไร เป็นเรื่องของฝ่ายกฎหมายไม่ขอก้าวล่วง ฝ่ายกฎหมาย ตำรวจและศาลคงจะมองเรื่องนี้และเร่งหาทางออกที่เหมาะสม แต่กลุ่มต่อต้านก็พยายามโหนกระแสเข้ามา คณาจารย์ที่ดีหลายคน คิดอย่างบริสุทธิ์ใจ ตนไม่อยากให้ทำอะไรรุนแรง รัฐบาลก็หาหนทางแก้ปัญหา แต่จะให้ยกเลิกไปก็ไม่ได้ เพราะเป็นกฎหมาย บางคนมีอะไรอยู่หรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ บางคนโดดโหนกระแสทำให้เกิดความไม่เรียบร้อยหรือรัฐบาลกระเพื่อม ขอให้หยุดเถอะ บางท่านไปให้ข้อคิดสนับสนุนจนทำให้เกิดสิ่งไม่ดี และมีอยู่ท่านหนึ่งพูดผ่านสื่อเปรียบเทียบว่า หมอกำลังจะผ่าตัดคนไข้ แต่มีคนไปดึงมีดผ่าตัดออก ไม่ให้คนป่วยพ้นจากโรคภัย เปรียบกับสถานการณ์ขณะนี้ที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆแต่มีคนไปยื้อไว้ จึงขออย่าสนับสนุนเลย ขอให้รัฐบาลมีเวลาและโอกาสทำงาน เพราะอีกไม่นานจะมีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์นำไปสู่การเลือกตั้ง

ห่วง นศ.สองกลุ่มเห็นต่างปะทะกัน

เมื่อถามว่า การเคลื่อนไหวของ 14 นักศึกษา เริ่มขยายไปสู่ภาคเหนือและอีสาน พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ก็มีที่ จ.เชียงใหม่ ที่สนับสนุนนักศึกษาประมาณ 30-40 คนรวมกับมวลชนในพื้นที่เป็น 100 กว่าคน แต่ยังดีที่ฟังเจ้าหน้าที่ขอร้องว่าแสดงออกให้อยู่ในห้วงเวลาเหมาะสมในกรอบที่พอจะรับได้ ถ้ามากเกินไป เช่น ไปเขียนหรือนำผ้าไปปิดรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แสดงมารยาทไม่ดีต้องเข้าไปสู่กฎหมาย ทั้งนี้มีกลุ่มไม่เห็นด้วยกับนักศึกษาก็ได้แสดงสัญลักษณ์ด้วยการติดกระดาษ ขอร้องให้หยุดเคลื่อนไหว ไม่อยากให้คนสองกลุ่มนี้มาปะทะทางความคิดเห็น จึงอยากให้นักศึกษารับฟังความเห็นของคนส่วนใหญ่ด้วยว่าคิดอย่างไรต่อการกระทำดังกล่าว

“บิ๊กตู่” โต้ลั่นไม่คิดเลิก 30 บาท

เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เป็นประธานในพิธีแสดงความยินดีแก่ส่วนราชการที่ได้รับรางวัล United Nations Public Service Awards (UNPSA) พร้อมทั้งชมนิทรรศการผลงานของหน่วยงานที่เคยได้รับรางวัลดังกล่าว ทั้งนี้ระหว่างเยี่ยมชมบูธของโรง พยาบาลที่ได้รับรางวัล พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า งานสาธารณสุขเป็นเรื่องสำคัญ รัฐบาลไม่เคยคิดยกเลิกโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค เพียงแต่ปัจจุบันปัญหาทั้ง 5 กลุ่มงาน ต้องใช้งบประมาณบริหารและแก้ไขปัญหาจำนวนมาก โดยเฉพาะงานด้านการประกันสังคมรัฐบาลต้องเข้าไปดูแลก่อน หากอนาคตเข้มแข็ง ประเทศมีรายได้ต้องมาดูกันอีกที ไม่ใช่ว่าจะให้เงินจำนวนมากๆลงไปก็จะทำให้เกิดปัญหาทางการเงินอย่างที่หลายฝ่ายมีความเป็นห่วง และกังวลอาจเป็นเหมือนประเทศกรีซ วันนี้ตนไม่เคยบอกหรือพูดเลยว่าจะยกเลิก มันจะยกเลิกไปได้อย่างไร บ้าไปแล้ว ไม่ยกเลิกหรอกโครงการ 30 บาทใครจะไปยกเลิก

วอนยุติขัดแย้ง อย่าเกลียดประเทศ

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวให้โอวาทตอนหนึ่งว่า งานวันนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่อย่างที่ทำให้ตนมีความสุข เพราะงานยังไม่สำเร็จจึงยังมีความสุขไม่ได้ วันนี้เราถูกกำหนดด้วยกติกาสากล ประเทศมหาอำนาจ การได้รับรางวัลเหล่านี้ได้แสดงให้เห็นว่าเราเริ่มมีตัวตน จึงต้องเร่งสร้างความเข้มแข็ง ต้องเอาปัญหามีคลี่ให้หมด ขอเวลาที่เหลือก่อนเลือกตั้งเพื่อเดินตรงนี้ “วันนี้เราผ่านช่วงเวลาสบายมามาก ไม่ต้องเร่งรัดทำอะไร ไม่มีภัยพิบัติร้ายแรง มีแต่ลมปากที่ตีกันรุนแรงยิ่งกว่าพายุดีเปรสชันเสียอีก ขออย่าเกลียดผม อย่าเกลียดประเทศตัวเอง ไม่ชอบผมไม่ว่า แต่ผมตั้งใจ พยายามทำให้ดีที่สุด ขออย่าทำให้กระบวนการประเทศล้มเหลว เวลาเดินทางไปต่างประเทศ ผมกัดฟันสู้ แต่ติดที่ผมคนเดียวที่ไม่ใช่นักการเมือง แต่ผมก็ยืนยันว่าทุกอย่างกำลังเดินไปตามโรดแม็ป ไม่มีใครบ้าอยากให้คนมาเกลียด แต่ผมเกลียดประเทศไม่ได้ จึงมายืนตรงนี้ ความขัดแย้งต่างๆ ขอให้หยุดไว้ก่อน อย่าให้ผมลงมาตัดสินใจอะไรกันเลย”

ชอบไม่ชอบขอเวลาปั๊ม รธน.–คืน ลต.

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ทุกอย่างเริ่มแข็งแรงขึ้น แต่มีหลายเรื่องเข้ามาอีกทั้งเรื่องประมงและนักศึกษา ตนพยายามหงุดหงิดให้น้อยลง อยากให้ประชาชนรับรู้เรื่องจะเป็นจะตายของประเทศด้วย ขอให้ฟังตนหน่อย ไม่เช่นนั้นก็ไม่รู้ว่าประเทศเดินหน้าไปอย่างไร ข้าราชการต้องมองอนาคตอย่ามองแต่ตัวเอง ต้องร่วมแก้ปัญหาและเดินหน้าสู่การเลือกตั้งตามที่ทุกคนต้องการ ตนอาจมีอำนาจพิเศษแต่ไม่เคยใช้พร่ำเพรื่อ และไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร ไม่เคยรังแกใคร ให้ความเป็นธรรมกับทุกคน จึงขอให้ช่วยลดปัญหาให้ตนบ้าง อย่าทำให้ประเทศกลับไปสู่ความล้มเหลวอีก ยืนยันว่าจะทำให้ดีที่สุด ทุ่มเททุกอย่าง ชอบหรือไม่ชอบก็ต้องขอเวลา ให้รัฐธรรมนูญออกมาก่อนแล้วจัดการเลือกตั้ง ซึ่งตนไม่สามารถไปฝืนอะไรได้ วันนี้สิ่งไม่ดีอยากขอโทษ ยกโทษให้ตนเถอะ ไม่มีเจตนาทั้งสิ้นเลย และขอให้มั่นใจในตัวตน มายืนตรงนี้รู้ว่ามันเสี่ยงสูงมาก ถ้าไม่ใช่ตนแล้วใครจะมาทำตรงนี้ก็คงมี เพราะคงมีคนไม่อยากให้บ้านเมืองเสียหายได้ แต่ไม่อยากให้มีอีกต่อไป อยู่ที่ทุกคนทั้งหมด แล้วอยู่ที่รัฐบาลใหม่ อยู่ที่ประชาธิปไตย ที่ทุกคนว่าอยู่ที่สื่อ วันนี้เปิด นสพ.มีความสดชื่นก็สักหน้าในๆ เปิดข้างในมีทั้งเศรษฐกิจตรงนั้นตรงนี้ดีขึ้นอะไรขึ้น ข้างหน้าอย่าเพิ่งไปดูมากนักเลย จะพาดหัวข่าวก็ช่างเขาเถอะเรื่องของคุณพ่อเขา คุณพ่อสื่อเขา ไม่ทะเลาะกับเขาหรอก



ฉะ มธ.ปล่อยข่าวขนหมื่นล้านไปสิงคโปร์

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า วันนี้มีการปล่อยข่าวผ่านโซเชียลมีเดียว่า ตนโอนเงินหมื่นล้านไปประเทศสิงคโปร์ รู้แล้วว่าต้นตอที่ปล่อยข่าวมาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถ้ามีเงินขนาดนั้นจริงตนจะมายืนตรงนี้ทำไม ประเทศไทยมักเชื่อกระแสสังคม ไม่ใช้เหตุผล

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่าก็ไม่รู้ว่าใครไปเขียนในโซเชียลมีเดีย ถามว่าเขียนแล้วมันใช่ไหม ลองใช้สมองวิเคราะห์ ถ้าจะเชื่อก็ตามใจ ขณะนี้กำลังตามต้นตอว่ามาจากไหน เมื่อถามต่อว่า เหมือนว่าระยะนี้จะมีการปล่อยข่าวสร้างความเสียหายแก่รัฐบาลบ่อยครั้ง พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า พอแล้ว เดี๋ยวเขาก็หากันเอง เพราะคนดีๆก็เยอะแยะ ผมไม่ได้ทำจริง แล้วจะไปเดือดร้อนอะไร อยากจะว่าก็ว่าไป ไอ้คนที่มีคดีอยู่ในศาลนั้นไปสนใจเขาบ้าง

ย้ำ 14 นศ.ขึ้นศาลทหารตามคำสั่ง คสช.

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการดำเนินคดีกับ 14 นักศึกษากลุ่มประชาธิปไตยใหม่ ที่เคลื่อนไหวต่อต้านการรัฐประหารว่า ต้องแก้ปัญหาด้วยกฎหมาย ด้วยกระบวนการยุติธรรม เมื่อถามว่า ต้องขึ้นศาลทหารเท่านั้นใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า กฎหมายประกาศไว้อย่างไร ต้องรู้ว่าทหารเขาทำอย่างไรในยามที่ไม่ปกติ หรือเมื่อที่ต้องใช้อำนาจพิเศษ เพราะมีการประกาศออกมาแล้วว่าคดีใดต้องขึ้นศาลทหาร ไม่ใช่ประกาศมาหลังจากจัดกิจกรรมเคลื่อนไหว หลังจากนี้ต้องไปว่าไปตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมว่าจะดูแลได้แค่ไหน มีการประกาศคำสั่งคสช.แล้ว เวลาเขียนข่าวก็เขียนให้มันชัดว่ากี่เรื่องที่ขึ้นศาลทหาร 1.คดีอาญามาตรา 112 และ 2.ขัดคำสั่งคสช. ซึ่งหมายถึงกฎหมายตามคำสั่ง คสช.ทุกฉบับ

ยัวะสื่อให้พื้นที่ข่าวปลุกกระแส

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า “พอได้แล้ว ไม่ว่าจะแต่งตั้ง ซื้อโน่นซื้อนี่ เขียนกันให้พัลวัน มันได้อะไรกับประเทศชาติบ้าง ผมอยากจะรู้นักเขาเขียนกฎหมายมาก็จะแหกกฎหมายทุกดอก ผมถามว่ากฎหมายเหล่านี้ใช้กับคนอื่นด้วยหรือเปล่า คนอื่นเขาโดนด้วยหรือเปล่า เมื่อขัดขืนกฎหมาย คสช. แล้วเขาโวยวายไหมเล่า ทำไมจะต้องให้พื้นที่ อย่างนี้ทุกวันๆ กลัวมันจะไม่เดือดร้อนหรืออย่างไร กลัวจะไม่ปลุกขึ้นมาทั้งประเทศหรืออย่างไร ชอบแบบนั้นใช่หรือไม่ มีเรื่องอื่นจะถามอีกหรือไม่” จากนั้นเดินเลี่ยงออกจากวงผู้สื่อข่าวไปทันที

ฮึ่มคนเบื้องหลังอย่าปลุกปั่น

ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกระแสที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้รัฐบาลปล่อย 14 นักศึกษาที่ถูกควบคุมตัวว่า โดยข้อเท็จจริงแล้วนักศึกษากลุ่มนี้ยื่นขอประกันตัวได้เชื่อว่าศาลทหารจะให้ความกรุณา คงไม่ใจร้ายไส้ระกำ นักศึกษาเป็นพลังบริสุทธิ์ อย่าดึงพลังนักศึกษามาเกี่ยวข้องการเรียกร้องประชาธิปไตยต้องไม่ได้มาจากการจัดตั้งหรือมีเบื้องหลัง ส่วนกรณีแกนนำ นปช.เสนอชื่อให้เป็นตัวแทนเจรจากับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เพราะเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นเดียวกัน พล.อ.อนุพงษ์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม

“วิษณุ” แย้มเป็นไปได้ พงส.ไม่ฝากขังต่อ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงโอกาสที่ 14 นักศึกษาที่ไม่ขอประกันตัวได้รับการปล่อยตัวว่า ต้องขอประกันตัวเท่านั้น แต่ก็เป็นไปได้ที่พนักงานสอบสวนไม่ขอฝากขังต่อก็ไม่มีใครมีอำนาจควบคุมตัว การฝากขังคือถึงเวลาผัดฟ้องหรือถึงเวลาแล้วแต่ยังไม่ฟ้อง แค่ต้องการคุมตัวไว้เพื่ออะไรสักอย่าง จึงมาขออนุญาต ศาลอาจให้ก็ได้ไม่ให้ก็ได้ ถ้าหากอัยการเขาไม่ผัดฟ้องแปลว่าเขาเตรียมพร้อมที่จะฟ้อง ส่วนจะฟ้องได้ไม่ได้เรื่องของเขานั่นคือวิธีหนึ่งและที่ถามก็เป็นวิธีหนึ่ง ต้องรอดูว่าวันที่ 7 ก.ค.ว่าจะขอฝากขังต่อหรือไม่

หน.ศาลทหารยันพิจารณาโปร่งใส

ขณะที่ พล.ต.พนมเทพ เวสารัชชนันท์ ตุลาการพระธรรมนูญ หัวหน้าศาลทหารกรุงเทพ กล่าวว่า กรณีพนักงานสอบสวนเข้ายื่นฝากขังนักศึกษา 14 คนตามมาตรา 116 และ 83 ในผัด 2 ที่ศาลทหารกรุงเทพวันที่ 7 ก.ค.ว่า ศาลทหารจะดูแลความปลอดภัยภายในเท่านั้น ส่วนบริเวณด้านนอกศาล เป็นความรับผิดชอบของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งศาลทหารพิจารณาคดีอย่างเปิดเผยไม่มีการปิดบังอะไร เนื่องจากห้องพิจารณาคดีค่อนข้างเล็กเข้ารับฟังได้ไม่เกิน 20-30 คน ต้องส่งตัวแทนเข้าร่วมฟังเฉพาะญาตินักศึกษา ทนายความและผู้สื่อข่าว ต้องตกลงกัน การพิจารณาคดีพลเรือนของตุลาการศาลทหารคือผู้พิพากษาทั้ง 3 ท่าน ขอให้มั่นใจในความโปร่งใส

ผบ.ตร.วอน นศ.หยุดเคลื่อนไหว

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.กล่าวว่า ตำรวจพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งรัฐบาลและ คสช.หากผิดก็ว่าไปตามผิด ไม่อยากให้เกิดเหตุแบบนี้ บ้านเมืองกำลังดำเนินการไปด้วยดี รัฐบาลมีความแน่วแน่เข้ามาแก้ไขปัญหา นักศึกษาหรือประชาชนต้องอดใจรอ จะทำอะไรขอให้ย้อนไปคิดในช่วงที่มีม็อบบนถนนแล้ว แบบไหนคนไทยมีความสุขมากกว่ากัน แต่คนที่มีความคิดเป็นประชาธิปไตยมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง การแสดงความคิดเห็นของนักศึกษาเป็นไปตามสิทธิเสรีภาพ แต่ต้องไม่เคลื่อนไหวหรือทะเลาะกัน

“วัชระ” ซัดคณาจารย์ 2 มาตรฐาน

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีนักศึกษากลุ่มดาวดินไม่ยอมยื่นประกันตัวในศาลทหาร เป็นสิทธิแห่งความเชื่อของคนหนุ่มสาวที่ต่อต้าน คสช. ยังโชคดีกว่านักศึกษาหรือประชาชนที่ต่อต้านระบอบทักษิณ เพราะไม่บาดเจ็บ พิการหรือล้มตาย นักศึกษาผู้เป็นปัญญาชนย่อมคิดได้ด้วยตนเองว่าที่ต่อต้าน คสช.นี้ รัฐบาลดำเนินไปตามกฎหมายและมีทีท่าเข้าใจ แต่ถ้าต่อต้านระบอบทักษิณ ทำไมต้องถูกเข่นฆ่า เมื่อนักศึกษาและเพื่อนร่วมชาติถูกสังหารอย่างไม่เป็นธรรมที่ผ่านมา ทำไมอาจารย์จึงไม่ชวนนักศึกษาทำกิจกรรมเรียกร้องความเป็นธรรมให้ผู้เสียชีวิตเหล่านี้บ้าง แต่กลับสนับสนุนระบอบทักษิณอยู่ได้อย่างไร เป็นสองมาตรฐานหรือไม่

“อ๋อย” สดุดี 14 คนกล้ายึดมั่น ปชต.

ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า“นักศึกษา 14 คนเป็นตัวอย่างของการกล้าคิด กล้าแสดงออกที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม แสดงถึงความยึดมั่นหลักการประชาธิปไตย ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งกับประเทศไทย ส่วนการที่พลเรือนต้องขึ้นศาลทหารตั้งแต่หลังรัฐประหารเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่ยุติธรรม ขัดต่อข้อตกลงระหว่างประเทศของสหประชาชาติว่าด้วย สิทธิพลเมืองและสิทธิทาง การเมือง เมื่อเป็นเช่นนั้นก็เท่ากับขัดรัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับปัจจุบันที่ให้รัฐต้องปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างประเทศที่ไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย

ขู่รีบปล่อยก่อนกระแสต้านลุกลาม

นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. กล่าวถึงกรณีที่ คสช.ระบุว่าการเคลื่อนไหวของ 14 นักศึกษามีเบื้องหลังว่า ขอให้ระบุให้ชัดเจนว่าเป็นใคร อย่าดูแคลนสติปัญญานักศึกษาที่มีวุฒิภาวะตัดสินใจได้ว่า ไม่ชอบรัฐประหารและแสดงออกโดยสันติวิธี ไม่เชื่อว่าจะมีใครอยู่เบื้องหลัง จึงอยากให้ คสช.ปล่อยตัวนักศึกษาโดยไม่มีเงื่อนไข เพราะความรู้สึกประชาชนมีมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงความไม่เป็นธรรมที่ คสช.กระทำต่อนักศึกษา ขอให้ระวังเพราะความรู้สึกของคนทั่วไปคิดว่าเป็นความอยุติธรรมที่ควรทำต่อนักศึกษาหรือไม่ ถ้า คสช.ไม่ยุติเรื่องนี้ ความไม่พอใจจะลุกลามไปเรื่อย ถ้า คสช.ต้องการความสงบกรุณาปล่อยตัว 14 นักศึกษาโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ

พงส.สอบปากคำ 13 นศ.รอบสอง

ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เมื่อเวลา 11.00 น.พ.ต.ท.มานิตย์ ทองขาว พงส.ผนพ. (หน.) สน.สำราญราษฎร์ ขออนุมัติทางเรือนจำพิเศษ นำทีมพนักงานสอบสวนเข้าสอบปากคำ 13 นศ.ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ หรือเอ็นดีเอ็ม เฉพาะ นศ.ชาย เป็นครั้งที่ 2 โดยมีนายกฤษฏางค์ นุตจรัส นำทีมทนายความนักศึกษาเอ็นดีเอ็ม เข้าร่วมรับฟัง ทั้งนี้เรือนจำพิเศษได้ประกาศจัดระเบียบการขอเข้าเยี่ยมกลุ่มนักศึกษาเอ็นดีเอ็ม แดน 2-6 โดยให้เป็นรอบ 12.30 น. พร้อมกันรอบเดียวทุกวัน ส่วน น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว นักศึกษาหญิงที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เนื่องจากมีอาการป่วยนั้นมี ม.ล. มิ่งมงคล โสณกุล หรือหม่อมเต่านา เดินทางไปเข้าเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมเพื่อนฝูงญาติมิตร ทั้งนี้มีผู้สนับสนุนกลุ่มนักศึกษาที่ออกมาต่อต้าน คสช.ทยอยเดินทางเข้าเยี่ยมให้กำลังใจ 13 นักศึกษาชายนับร้อยคน ท่าม กลางการจับตาเข้มของเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวกรอง ทั้งตำรวจและทหาร

คณาจารย์แห่ลงชื่อหนุนเพิ่ม 90 คน

น.ส.ดวงมณี เลาวกุล รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวในนามตัวแทนคณาจารย์เศรษฐศาสตร์ มธ. 24 คนที่ร่วมลงชื่อสนับสนุนว่านักศึกษาถูกจองจำลงโทษรุนแรงเกินกว่าเหตุ และไม่มีความจำเป็นเยี่ยงอาชญากร จึงขอให้ปล่อยตัวโดยปราศจากเงื่อนไข และไม่เห็นด้วยหากพนักงานสอบสวนจะขออำนาจศาลทหารฝากขังต่อผัดที่สอง ควรปล่อยตัวทั้งหมด

ด้านนายเดชรัตน์ สุขกำเนิด อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ (มก.) ในนามตัวแทนเครือข่ายคณาจารย์ผู้ห่วงใยศิษย์ที่ถูกคุมขังกล่าวว่า ล่าสุดมีคณาจารย์ทั่วประเทศเข้าร่วมลงรายชื่อสนับสนุนกลุ่ม 14 นักศึกษาอีก 90 คน จากรอบแรก 280 คน และประชาชนอีกกว่า 600 คน จึงออกแถลงการณ์เป็นฉบับที่ 4 เนื่องจากรัฐบาลและ คสช.ไม่ได้ดำเนินการตามแถลงการณ์ฉบับที่ 1 เรียกร้องให้ปล่อยตัวอย่างไม่มีเงื่อนไข หากแต่ยังปฏิบัติกับนักศึกษาเยี่ยงนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ทั่วไป แยกกลุ่มควบคุมตัว ลดทอนกำลังใจ ทั้งยังมีการคุกคามคณาจารย์หลายคนที่ร่วมลงชื่อในแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ทั้งการเรียกตัวไปพบในค่ายทหาร การเข้าพบในมหาวิทยาลัย หรือโทรศัพท์เพื่อกดดันให้ยุติการเรียกร้อง ขัดต่อเสรีภาพในการแสดงออกพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย

ยกขบวนบุกศาลทหารให้กำลังใจศิษย์

นายเดชรัตน์กล่าวอีกว่า วันที่ 7 ก.ค.จะมีกลุ่มอาจารย์ที่ร่วมลงชื่อเดินทางไปให้กำลังใจที่ศาล ทางกลุ่มขอแสดงจุดยืนคัดค้านและมีข้อเรียกร้อง ดังนี้ 1.ขอสนับสนุนการเคลื่อนไหวของคณาจารย์ที่ร่วมลงชื่อในแถลงการณ์ฉบับที่ 1 พร้อมเรียกร้องรัฐบาลและ คสช.ยุติการคุกคามคณาจารย์ไม่ว่าวิธีไหน 2.ขอเรียกร้องให้ปล่อยตัว นศ.อย่างไม่มีเงื่อนไข และให้ปฏิบัติต่อ นศ.ในฐานะผู้คิดต่างไม่ใช่ผู้กระทำความผิดร้ายแรง 3.หาก นศ. 14 คน ยังถูกคุมขัง และยังมีการคุกคามคณาจารย์ เราจะร่วมกับคณาจารย์ชุดแรกเดินทางเข้าพบนายกฯและหัวหน้า คสช.ด้วย เราคาดหวังว่าข้อเรียกร้องของคณาจารย์จะมีผลต่อการตัดสินใจของศาลทหารด้วย

ประชาคม มก.ฮึ่มจี้คืนอำนาจ–ปชต.

ด้าน น.ส.ชลิดา บัณฑุวงศ์ อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มก.ในนามกลุ่มประชาคมเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า หนึ่งใน 14 นักโทษการเมือง คือนายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ เป็นอดีตศิษย์เก่าคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้ทำกิจกรรมเพื่อสังคมมาตลอดจึงขอเรียกร้องให้ปล่อยตัว นศ.นักกิจกรรมทางสังคมทั้ง 14 คนอย่างไม่มีเงื่อนไข ทั้งเรียกร้องรัฐบาลและ คสช.หยุดคุกคาม หยุดลิดรอนเสรีภาพของประชาชน พร้อมคืนอำนาจและประชาธิปไตยให้ประชาชนทันที

ขณะที่กลุ่มกวีและนักเขียน นำโดยนายสุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ นายระวี สิริอิสระนันท์ หรือวาด ระวี ประกาศสนับสนุนแนวทางเรียกร้องของกลุ่ม นศ.เรียกร้องให้ปล่อยตัว นศ.และชวนให้กลุ่มกวี นักเขียน และศิลปิน เข้ามาร่วม เช่นเดียวกับกลุ่มรักบ้านเกิด จ.เลย นำชาวบ้าน 10 คน เดินทางมาร้องเพลงให้กำลังใจพร้อมยืนยัน กลุ่มดาวดินเคยร่วมเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อสิทธิชุมชนกับชาวบ้านมาโดยตลอด

ตื๊อศาลทหารพิจารณาเปิดเผย

ต่อมาเวลา 12.30 น. เจ้าหน้าที่เรือนจำเรียกตัว 13 นักศึกษาจากแดนต่างๆมาเข้าห้องเยี่ยม นายรัฐพล ศุภโสภณ นักศึกษา มธ. เผยความรู้สึกผ่านห้องคุมขัง ว่า ทีมทนายความเตรียมยื่นคัดค้านการฝากขังเป็นผัดสองในวันที่ 7 ก.ค.ไปตามกระบวนการ พวกเราไม่ หวังอะไรมาก ถ้าปล่อยเราก็ออก ไม่ปล่อยก็อยู่ต่อ ชะตากรรมพวกเราอยู่ในมือเขาแล้ว ส่วนตัวเห็นด้วยที่ทีมทนายจะยื่นขอต่อศาลให้เป็นการพิจารณาคดีแบบเปิด ส่วนกรณีที่ตำรวจมาขอสอบปากคำครั้งที่ 2 ได้ยืนยันไปว่าทางกลุ่มไม่มีพฤติกรรมหลบหนี

บันทึกปากคำไม่ครบ ไม่เซ็นรับรอง

นายรังสิมันต์โรม กล่าวถึงการขึ้นศาลทหารวันที่ 7 ก.ค.ว่า อยากให้กระบวนการพิจารณาเป็นแบบเปิด ให้ประชาชนทราบว่าสิ่งที่เราเจอเป็นธรรมหรือไม่ เป็นการคุมขังโดยปราศจากความผิดใช่หรือไม่ หากเป็นการพิจารณาอย่างปิดลับ อาจจะไม่ได้รับความยุติธรรม ถ้าศาลทหารเชื่อว่าสิ่งที่ศาลทำเป็นความถูกต้อง ก็ต้องเปิดให้ประชาชนรับฟัง ส่วนกระบวนการสอบสวนขณะนี้ยังไม่แล้วเสร็จ เพราะตนไม่เซ็นเอกสารบันทึกการให้ปากคำ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่บันทึกสิ่งที่ตนได้ให้ปากคำอย่างครบถ้วน เช่น ระหว่างถูกควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ไม่ได้แจ้งสิทธิ์ของนักศึกษา รวมถึงมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบไม่ทราบยศและสังกัดเข้ามาใช้กำลังควบคุมตัวด้วย

ยกเหตุไม่หลบหนีค้านฝากขังผัด 2

นายกฤษฏางค์ นุตจรัส ทนายความกลุ่มนักศึกษาเอ็นดีเอ็ม กล่าวว่า วันที่ 7 ก.ค.ทีมทนายจะแถลงต่อศาลให้มีการไต่สวนและพิจารณาคดีแบบเปิด เพราะผู้ปกครองห่วงใยเกรงว่าบุตรหลานจะไม่ได้รับความเป็นธรรม และเตรียมยื่นขอศาลเข้ารับฟังการไต่สวนด้วย ส่วนการยื่นคัดค้านฝากขังผัดที่สองทีมทนายได้รับการยืนยันเบื้องต้นจากพนักงานสอบสวนว่า จะมีการขอฝากขังผัดที่สองแน่นอน ทีมทนายเตรียมเหตุผลค้านการฝากขังผัดนี้ว่า นักศึกษาทั้งหมดไม่คิดจะหลบหนี ทั้งบางคนยังติดการสอบ ติดเรียนต่อ และมีอาการเจ็บป่วย มั่นใจว่าศาลทหารน่าจะรับฟัง และจะแถลงต่อศาลกรณีนักศึกษาและครอบครัวนักศึกษาถูกทหารคุกคาม ละเมิดสิทธิทางกระบวนการยุติธรรม ขอให้ศาลทหารเรียกตัวทหารที่กระทำการดังกล่าวมาไต่สวนด้วย

เล็งสู้คดีอยู่นอกเขตอำนาจศาลทหาร

นายกฤษฎางษ์กล่าวอีกว่า แต่หากศาลไม่อนุมัติก็เตรียมสู้คดีต่อ เพราะจากข้อศึกษาของทีมทนายยังพบว่า คดีฐานความผิดนี้ ไม่ได้อยู่ในขอบข่ายอำนาจการพิจารณาของศาลทหาร จะหารือกันในประเด็นนี้ต่อไป ทั้งนี้ เมื่อช่วงเช้ามีพนักงานสอบสวนจาก สน.ปทุมวันมายื่นขออายัดตัวนักศึกษาชาย 6 คน และ หญิง 1 คน ที่ชุมนุมหน้าหอศิลป์เมื่อวันที่ 22 พ.ค.โดยขอหมายจับที่ศาลทหารกรุงเทพฯและขออายัดตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯในข้อหาขัดคำสั่ง คสช.เรื่องห้ามการชุมนุมเกิน 5 คน โดย น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว ยังรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ราชทัณฑ์ เพราะมีอาการชาซีกซ้ายจากการสลายการชุมนุม ซึ่งได้แจ้งความไว้แล้วว่าเจ้าหน้าที่ทำร้าย จึงจะขอให้พนักงานมาสอบปากคำในฐานะผู้เสียหาย และหากวันที่ 7 ก.ค.ศาลทหารอนุญาตให้ปล่อยตัวแล้ว สน.ปทุมวันจะขออายัดตัวนักศึกษา จะหารือกับทีมทนายว่าทำได้หรือไม่ เพราะข้อกล่าวหาของ สน.ปทุมวัน มีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท ไม่ทราบว่า สน.ปทุมวัน มีอำนาจมานำตัวนักศึกษาไปได้หรือไม่ และมีเหตุผลเพียงใดที่จะมาอายัดตัว

นศ.–ปชช.จัดงานปกป้องเสรีภาพ

เวลา 17.00 น.ที่หน้าหอประชุม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กลุ่มนักศึกษาร่วมจัดงาน “ด้วยปีกของเสรีภาพ พื้นที่แสดงออกของสามัญชน” โดยให้ผู้มาร่วมงานแสดงออกถึงการปกป้องเสรีภาพของตัวเอง ในรูปแบบการเล่นละคร แสดงดนตรี และฉายหนัง รวมถึงปล่อยลูกโป่ง ติดนกกระดาษ และข้อความให้กำลังใจ 14 นักศึกษาที่จะขึ้นศาลทหารวันที่ 7 ก.ค. ขณะที่ นศ.กลุ่มเสรีเพื่อประชาธิปไตยได้มาร่วมด้วย ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนมาร่วมกว่า 200 คน ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ชนะสงครามมาบันทึกภาพ

“ปริญญา” ทวงสิทธิสู้คดีนอกเรือนจำ

ช่วงค่ำ นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า ตนและนายต่อพงศ์ กิตติยานุพงษ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะนิติศาสตร์ ได้เดินทางไปยื่นหนังสือถึงผู้พิพากษาศาลทหารกรุงเทพ ที่กรมพระธรรมนูญ กระทรวงกลาโหม เพื่อขอคัดค้านการฝากขังผัดสอง 14 นักศึกษา เนื่องจากไม่ปรากฏพฤติกรรมว่าจะหลบหนี การนำผู้ถูกกล่าวหาเอามาฝากขังในเรือนจำ ทั้งที่ยังไม่ส่งฟ้อง ยังไม่เป็นจำเลยกระทบต่อความเป็นธรรมของกระบวนการยุติธรรม อีกทั้งการใช้และตีความมาตรา 44 จึงต้องคำนึงถึงมาตรา 2 ถึง 4 ผู้ต้องหาทั้ง 14 คน ยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ควรได้รับสิทธิสู้คดีโดยไม่ต้องถูกกักขังระหว่างดำเนินคดี ที่ได้รับความคุ้มครองจากรัฐธรรมนูญทุกฉบับ และตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ไทยเป็นภาคีอยู่ จึงขอให้ศาลทหารกรุงเทพ ได้โปรดพิจารณาไม่อนุมัติฝากขังต่อ และให้ผู้ต้องหา 14 คน มีสิทธิต่อสู้คดีนอกเรือนจำ

“วิษณุ” ไม่รีบขอศึกษาใช้ ม.44นิรโทษ

อีกเรื่อง ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตั้งคณะ กรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีว่า จะประสานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่อนำทีมไปคุยด้วย อาจจะคุยกับประธาน กมธ.หรือคุยกับวิป แต่ยังไม่พูดเนื้อหาจะพูดถึงวิธีการปฏิรูป เลือกด้านที่สำคัญและเร่งด่วนในเวลาจำกัด 2-3 เรื่อง เพื่อให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งทำตาม และปรับได้ตามแนวทางปฏิรูปของเขาเองได้ เหมือนที่ทุกรัฐบาลต้องทำตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อย่าถือว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนกำหนด ส่วนกรณีที่นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. เสนอว่าการปฏิรูปจะสำเร็จต้องแก้รัฐธรรมนูญอีกครั้งนั้น วันนี้ยังไม่เห็นความเร่งด่วนที่จะทำการปฏิรูปสามารถดำเนินได้ โดยไม่ต้องใช้รัฐธรรมนูญมาบีบ ขณะที่กรณีเสนอให้รัฐบาลใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวออกกฎหมายนิรโทษกรรมถือเป็นเพียงวิธีการ ต้องมาพิจารณาถึงความจำเป็น พูดถึงผลกระทบตามมา จะมีคนออกมาชุมนุมหรือไม่ ถ้าสิ่งที่กล่าวมายังไม่ตกผลึกก็อย่าเพิ่งไปพูดถึงวิธีการ

“เทียนฉาย” ขวางโหวตลับ รธน.

เวลา 11.00 น.ที่รัฐสภา กลุ่มสันนิบาตเทศบาล กาฬสินธุ์ นำโดยนายรัตนชัย ไชยคำมี ประธานสันนิบาตฯ เข้าให้กำลังใจและยื่นหนังสือสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญที่บรรจุเรื่องการกระจายอำนาจส่วนท้องถิ่นไว้ ต่อนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. จากนั้นนายเทียนฉายให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวสมาชิก สปช.เสนอขอโหวตลับร่างรัฐธรรมนูญว่า หากจะลงมติลับต้องแก้ไขข้อบังคับตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ที่มีการแก้ไข เพราะเดิมกำหนดให้ลงมติ 3 วาระ แต่ที่แก้ไขใหม่กำหนดให้เพียงลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น โดยไม่เปิดโอกาสสมาชิกอภิปราย ซึ่งขัดกับเนื้อหาในร่างข้อบังคับการประชุม สปช.ที่ระบุจะให้สมาชิกอภิปรายได้เฉพาะถ้อยคำหรือข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม จึงต้องประชุม สปช.เพื่อแก้ไขข้อบังคับก่อนวันที่ 17 ส.ค. เพราะวันที่ 22 ส.ค. กมธ.ยกร่างฯ ส่งร่างรัฐธรรมนูญให้ สปช.แล้ว ส่วนจะลงมติลับหรือไม่ขึ้นอยู่กับที่ประชุม แต่ส่วนตัวเห็นควรลงคะแนนเสียบบัตรโดยเปิดเผย

ข้อเสนอปรองดองถึงมือแล้ว

นายอลงกรณ์ พลบุตร เลขานุการคณะ กมธ.วิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิป สปช.) กล่าวว่า คณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สปช.ที่มีนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ สปช. เป็นประธาน ได้ส่งรายงานและข้อเสนอแนะแนวทางการสร้างความปรองดองที่ได้พิจารณาเสร็จแล้วให้แก่นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช.เรียบร้อยแล้วช่วงบ่ายวันที่ 6 ก.ค. หลังจากนี้ นายเทียนฉายจะพิจารณาว่าจะส่งเข้าสู่ระเบียบวาระต่อที่ประชุม สปช.เมื่อใด และจะส่งต่อรายงานให้รัฐบาลหรือไม่ แม้ขณะนี้ สปช.มีวาระพิจารณาโรดแม็ปปฏิรูปด้านต่างๆในที่ประชุม สปช.ยาวถึงกลางเดือน ส.ค. แต่ประธานสามารถจัดระเบียบวาระเป็นวาระเพิ่มเติมหรือเรียกประชุม สปช.เป็นวาระพิเศษเพื่อพิจารณารายงานสร้างความปรองดองได้

“บวรศักดิ์” รับปากคงสิทธิชุมชน

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สภาพัฒนาการเมือง (สพม.) สภาพัฒนาการเมืองและสภาองค์กรชุมชนตำบลร่วมกันออกแถลงการณ์ร่วมฉบับที่ 1/2558 เรื่องขอสนับสนุนให้คงหลักการสำคัญของบทบัญญัติเรื่องการกระจายอำนาจและสิทธิชุมชนของร่างรัฐธรรมนูญเดิมไว้ โดยให้คงหลักการการกระจายอำนาจ ตามมาตรา 82 (3) มาตรา 211 มาตรา 215 และมาตรา 285 ให้ประชาชนมีส่วนร่วมตัดสินใจในการดำเนินการที่มีผลกระทบต่อประชาชน และเรื่องสิทธิชุมชน โดยให้คงมาตรา 63 และมาตรา 64 ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ชุมชนมีสิทธิปกป้อง ดูแลรักษาผลประโยชน์การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จากนั้นเวลา 13.00 น.ที่รัฐสภา น.ส.วิภาศศิ ช้างทอง รองประธานที่ประชุมระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล เป็นตัวแทนเข้ายื่นหนังสือดังกล่าวต่อนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะ กมธ.ยกร่างฯ โดยนายบวรศักดิ์กล่าวยืนยันว่าจะยังคงเรื่องสิทธิชุมชนไว้ และจะมีมากกว่าเดิมด้วย การกระจายอำนาจไม่ต้องกังวล ไม่มีปรับแก้อะไร ยกเว้นเรื่องเกี่ยวกับการปฏิรูปจะไปใส่ไว้ในกฎหมายลูกแทน

เคาะ ลต.สัดส่วนผสม ส.ส.450–470 คน

วันเดียวกัน มีการประชุมคณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ เป็นประธานการประชุม มีวาระปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ในภาค 2 ผู้นำการเมืองและสถาบันการเมือง หมวด 3 รัฐสภา ที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันว่าควรใช้ระบบการเลือกตั้ง ส.ส.แบบสัดส่วนผสม และกำหนดให้มีจำนวน ส.ส. 450-470 คน แบ่งเป็น ส.ส.ระบบเขตเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียวจำนวน 300 คน จากร่างเดิมที่กำหนดไว้ 250 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อจำนวน 150-170 คน จากเดิม 200 คน โดยใช้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้งเขตเดียวจากร่างเดิมที่กำหนดเป็น 6 ภาค และเห็นควรให้ชะลอการใช้ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อแบบเปิด (โอเพ่นลิสต์) ออกไปก่อน ส่วนรายละเอียดต่างๆจะนำไปเขียนไว้ใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งต่อไป

คุณสมบัติผู้สมัครรอไปแก้ที่พัทยา

นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ กมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า กมธ.ยกร่างฯพิจารณาถึงมาตรา 116 โดยมีมาตราที่เป็นที่สนใจ คือ มาตรา 111 ว่าด้วยคุณสมบัติบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. กมธ.ยกร่างฯแขวนมาตรานี้ไว้รอการพิจารณานอกสถานที่วันที่ 13-19 ก.ค.ที่พัทยาเพื่อรอปรับแก้ถ้อยคำ แต่หลักการ กมธ.ยกร่างฯจะบัญญัติร่างนี้ไว้มีสาระสำคัญ คือ การต้องห้ามบุคคลที่เป็นตัวการหลักในการทุจริตการเลือกตั้งไม่สามารถลงสมัคร ส.ส.ได้ ส่วนบุคคลที่เคยถูกเพิกถอนโดยผลของกฎหมาย (บ้านเลขที่ 111 บ้านเลขที่ 109) จะไม่ขาดคุณสมบัติ

“วิษณุ” จิ้มคนถูกฟ้องแพ่งจำนำข้าว

เมื่อเวลา 12.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการเรียกค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า คณะกรรมการ 2 ชุดที่จัดตั้งขึ้น ทั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและกำหนดค่าความเสียหาย มีนายจำเริญ ยุติธรรมสกุล รองปลัดประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และคณะกรรมการว่าด้วยการรับผิดทางแพ่ง ที่มีนายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เป็นประธาน มีการรายงานความคืบหน้าทุกระยะ ช่วงบ่ายวันที่ 6 ก.ค. ตนเชิญนายจำเริญมาสอบถามความคืบหน้าอีกครั้ง ส่วนค่าเสียหายทางแพ่งยังไม่มีความชัดเจน ค่อนข้างดูยาก จากตัวเลขรายงานล่าสุดจำไม่ได้ว่าเท่าไร ส่วนตัวบุคคลที่ต้องรับผิดชอบค่อนข้างจะชัดแล้วว่ามีใครบ้าง มีทั้งนักการเมือง ข้าราชการการเมือง และข้าราชการประจำ



“ปู” โผล่อุบลฯสะเดาะเคราะห์

เมื่อเวลา 10.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีต นายกรัฐมนตรี พร้อม “น้องไปก์” ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร ลูกชาย ได้เดินทางมาวัดปากน้ำ ต.กุดลาด อ.เมืองอุบลราชธานี โดยนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและชาวอุบลราชธานี มาต้อนรับมอบดอกกุหลาบและผูกผ้าขาวม้าให้เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และ “น้องไปก์” ได้เข้าไปกราบสักการะหลวงพ่อเงิน 700 ปีที่ชาวอุบลให้ความเคารพ พร้อมทำพิธีสะเดาะเคราะห์ แบบพื้นเมืองโดยเอากาบกล้วยมาประดิษฐ์เป็นกระทงสี่เหลี่ยมใส่อาหารหวาน คาว โดยมีนายเลิศ ประสานพิมพ์ อายุ 83 ปี ชาวบ้านปากน้ำ ต.กุดลาด เป็นหมอพราหมณ์ประกอบพิธี พร้อมปั้นข้าวเหนียวลูบตามแขนและร่างกายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อเรียกเอาสิ่งร้ายๆออกจากตัว จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ปลูกต้นพะยูงภายในวัด เป็นที่ระลึกก่อนจะเดินทางไปชมความงามลานหินสามพันโบกที่ อ.โพธิ์ไทร และนอนพักที่ จ.อุบลราชธานี 1 คืน

นายกฯเจ้าภาพฉลองละศีลอด

เมื่อเวลา 19.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงละศีลอดเดือนรอมฎอน ฮ.ศ. 1436 โดยมีนายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี ผู้แทนเอกอัครราชทูตมุสลิมประจำประเทศไทยและผู้นำศาสนาอิสลาม เข้าร่วมงาน ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ต้องคิดว่าทำอย่างไรให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า ดินแดนแห่งนี้เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์สามารถอยู่ร่วมกันได้ รัฐบาลต้องแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีตให้ได้บริหารด้วยความโปร่งใส ไม่ให้มีปัญหา สร้างสังคม คุณธรรมจริยธรรม เมื่อตนเข้ามาเป็นรัฐบาลสิ่งใดที่ไม่ดีก็ขอโทษ ทุกคนต้องได้รับประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นด้านอาหารฮาลาล การท่องเที่ยว สาธารณสุข ส่วนความขัดแย้งขออย่าให้เกิดขึ้นอีก โดยสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วก็ขอให้อภัยกันหาช่องทางกลับมาอยู่รวมกันอย่างสันติ

“อุดมเดช” ยัน 14 นักศึกษาผิดจริงปล่อยปละละเลยไม่ได้ โยนฝ่าย ก.ม.-ตร.-ศาลหาช่องผ่อนปรน ซัดอาจารย์โหนกระแสหวังสร้างสถานการณ์ “ประยุทธ์” ย้ำส่งตัวขึ้นศาลทหารตามคำสั่ง คสช.... 7 ก.ค. 2558 07:38 7 ก.ค. 2558 08:18 ไทยรัฐ