วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อัดกรมชลฯยับ ประเมินผิดพลาด ปล่อยน้ำปกติทั้งที่ฝนมาช้า

สั่งทช.ระวัง ถนน-ทรุด!

นักวิชาการอัดกรมชลฯ บริหารนํ้าผิดพลาด ปล่อยน้ำเกินเกณฑ์ต้นเหตุภัยแล้ง กรมชลฯเล็งเจียดงบ 1,623 ล้านบาท จ้างเกษตรกรสู้ภัยแล้ง 67 จังหวัด อุตุฯชี้หมดหวังเติมน้ำเขื่อน พายุ 2 ลูกไม่เข้าไทย ปริมาณน้ำฝนทั่วประเทศต่ำกว่าค่าปกติ 20 เปอร์เซ็นต์ กฟผ.เสนอลดระบายน้ำเขื่อนรอบ 2 หลังน้ำต่ำเป็นประวัติการณ์ คมนาคมจับตาถนนริมคลองหวั่นทรุดซ้ำ เขื่อนสิริกิติ์ยังวิกฤติ วัดร้างจมใต้บาดาลนานกว่า 47 ปี โผล่ชาวบ้านแห่ขอพร ชาวกำแพงเพชรกว่า 500คน รวมตัวจี้เปิดประตูส่งน้ำคลองวัดยาง ขู่เปิดศึกชิงน้ำ “สระบุรี-อยุธยา” ถนนริมคลองทรุดเพิ่ม

สถานการณ์ภัยแล้งที่แผ่ขยาย สร้างความเดือดร้อนกับประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง พื้นที่การเกษตรโดยเฉพาะนาข้าวใกล้แห้งตายเพราะขาดน้ำ ยังไม่มีท่าทีจะคลี่คลายแม้จะมีการระดมทำฝนหลวงเพื่อเติมน้ำในเขื่อนและพื้นที่การเกษตร แต่ยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร

อัดกรมชลฯบริหารน้ำพลาด

เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) รศ.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ นักวิจัย สกว.หน่วยปฏิบัติการวิจัยระบบการจัดการแหล่งน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า สถานการณ์ภัยแล้งปีนี้จากข้อมูลปริมาณน้ำเดือน พ.ค. ปี 2557-2558 พบว่ามีระดับน้ำในเขื่อนหลัก ทั้งเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ เหลืออยู่ร้อยละ 30 ของปริมาณเขื่อน เนื่องจากปริมาณน้ำฝนที่ตกต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และมีการใช้น้ำในข้าวนาปรังมากเกินเกณฑ์ เป็นสาเหตุทำให้ระดับน้ำในเขื่อนต่ำกว่าเกณฑ์ คือร้อยละ 45 ในเดือน พ.ค.ของทุกปี ต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา กรมชลฯคาดการณ์ว่าฝนจะตกจึงปล่อยน้ำให้ทำนาไปประมาณ 1 พันล้าน ลบ.ม.ตามเกณฑ์ปกติ แต่ปีนี้ฝนล่าช้าจนถึงเดือน มิ.ย. เป็นความเสี่ยงสะสมจนกลายเป็นวิกฤต-การณ์ภัยแล้งในปัจจุบัน ทางที่จะแก้ปัญหาได้คือส่งเสริมอาชีพและชดเชยรายได้ที่เสียไป ที่สำคัญเกษตรกรต้องเลือกปลูกพืชให้เหมาะสมกับการตลาด ใช้ข้อมูลและความรู้จัดการตัวเองมากขึ้น

จัดงบ 1.6 พันล้านจ้างเกษตรกร

นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า เตรียมเสนองบจ้างแรงงานเกษตรกรที่ประสบภัยแล้งช่วงชะลอปลูกข้าว ในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา 3.4 ล้านไร่ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ช่วงพักนา ใช้งบจ้างงาน 70 ล้านบาท โดยจะเจียดงบจากเงินกู้ทำโครงการชลประทาน ตามแผนน้ำปี 58 วงเงินกว่า 10,000 ล้านบาท มาใช้งบจ้างแรงงานเกษตรกรในพื้นที่ประสบภัยแล้งทั่วประเทศ รวมวงเงินทั้งหมด 1,623 ล้านบาท ทั้งหมด 67 จังหวัด ใช้จ้างแรงงานได้ 5.4 ล้านคนต่อวัน ทั้งนี้ สำนักงานชลประทานในพื้นที่สามารถจ้างแรงงานได้ตั้งแต่เดือน ก.ค.นี้เป็นต้นไป โดยไม่จำกัดระยะเวลา เพราะบางโครงการระยะยาว 1 ปี อาทิ สร้างฝาย แก้มลิง พื้นที่กักเก็บน้ำ และชะลอน้ำ เพื่อเตรียมไว้เข้าสู่ฤดูฝน

หมดหวังพายุ 2 ลูกไม่เข้าไทย

ที่กรมชลประทาน สามเสน นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ครั้งที่ 11/2558 โดยมีหน่วยงานต่างๆเข้าร่วมประชุมรวม 10 หน่วยงาน ผู้แทนกรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาวะอากาศว่า จากการติดตามพายุ 2 ลูก ที่เกิดขึ้นบริเวณทะเลประเทศฟิลิปปินส์ คือ พายุหลินฟา และพายุจันหอม จะมีโอกาสน้ำเข้ามาเติมเขื่อนในประเทศไทยหรือไม่นั้น ขณะนี้แนวโน้มพบว่าพายุทั้ง 2 ลูกจะไม่เข้าไทย พายุหลินฟาจะเคลื่อนตัวขึ้นไปทางประเทศไต้หวัน ส่วนพายุจันหอมจะเคลื่อนตัวไปขึ้นภาคตะวันออกของประเทศจีน จากการติดตามปริมาณฝนตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. จนถึงเดือน ก.ค. พบว่าปริมาณฝนทั่วประเทศมีปริมาณน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติ 28% อย่างไรก็ตามแนวโน้มการเกิดฝนในระยะสั้นจะมีบ้างระหว่างวันที่ 6-9 ก.ค.นี้ จากร่องฝนที่เคลื่อนตัวลงมาจากจีนพาดผ่านประเทศไทย และคาดว่าจะมีฝนในวันที่ 20 ก.ค.เป็นต้นไป และจะมีฝนหนาแน่นในเดือน ส.ค.นี้ แต่ปริมาณรวมทั้งปียังต่ำกว่าปกติ 10%

เสนอลดระบายน้ำเขื่อนใหญ่

นายชัยยุทธ จารุพัฒนานนท์ หัวหน้ากองจัดการทรัพยากรน้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ได้ติดตามสถานการณ์น้ำไหลเข้าเขื่อนหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยา 2 เขื่อน คือ เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ตั้งแต่วันที่ 1-5 ก.ค. พบว่าที่เขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำไหลเข้าเพียง 800,000 ลบ.ม. น้อยที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยปริมาณน้ำไหลเข้าน้อยกว่าปี 2530 เป็นสถิติน้ำไหลเข้าเขื่อนต่ำสุดของประเทศ 40 เปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกับเขื่อนสิริกิติ์ น้ำไหลเข้าต่ำกว่าปี 2530 ถึง 42 เปอร์เซ็นต์ ควรปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพล ลงจากวันละ 8 ล้าน ลบ.ม. เหลือวันละ 5 ล้าน ลบ.ม. และลดการระบายน้ำจากเขื่อนสิริกิติ์ จากวันละ 18 ล้าน ลบ.ม. เหลือวันละ 11 ล้าน ลบ.ม. เพื่อให้สามารถบริหารน้ำกินน้ำใช้และการไล่น้ำเค็มอย่างมั่นคง ด้านนายสุเทพกล่าวว่า ขอให้ทุกหน่วยงานเร่งสรุปแนวทางการลดการระบายน้ำพร้อมกับทางเลือกโดยเร็ว เพื่อเสนอนายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว. มหาดไทย รับทราบและตัดสินใจเชิงนโยบายต่อไป

ความเค็มแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการประชุมเจ้าหน้าที่ชลประทานได้รายงานสถานการณ์ด่วนต่อที่ประชุมว่า เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ระดับค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณปากคลองสำแล เป็นจุดสูบน้ำดิบของการประปานครหลวง (กปน.) มีค่าความเค็มเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 0.46 กรัมต่อลิตร เกินระดับเตือนภัยที่ 0.25 กรัมต่อลิตร นายสุเทพ สั่งการให้สำนักชลประทานที่ 10 ลดการสูบน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่คลองโผงเผงทันที เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา

เร่งถกมาตรการระบายน้ำ

นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้ประชุมทางไกลผ่านวีดิโอคอนเฟอร์เรนซ์กับศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจแก้ปัญหาภัยแล้งทั้ง 22 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา ทุกหน่วยรายงานสภาพปัญหามายังกระทรวงเกษตรฯทุกวัน เพื่อรับทราบข้อมูลและหามาตรการแก้ไข เบื้องต้นให้สรุปภาพรวมความเสียหายพื้นที่เพาะปลูกแล้วและยังไม่เพาะปลูก เพื่อสรุปสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นเข้า ครม.อนุมัติมาตรการช่วยเหลือ ส่วนปัญหาปริมาณน้ำฝนไหลเข้าเขื่อนใหญ่ที่เป็นแหล่งน้ำต้นทุนลุ่มเจ้าพระยายังอยู่ในภาวะวิกฤติ นายปีติ-พงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรฯได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าประชุมด่วนเพื่อหาข้อสรุปมาตรการระบายน้ำและเตรียมเสนอต่อ ครม. ตัดสินใจต่อไป

จับตาถนนริมคลองหวั่นทรุดซ้ำ

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เกิดเหตุถนนเลียบคลองระพีพัฒน์ ฝั่งตะวันออก จ.สระบุรี และถนนกั้นน้ำฝั่งขวา คลองพระยาบันลือ จ.พระนครศรีอยุธยา เกิดการทรุดตัว ขณะนี้สั่งให้เร่งซ่อมแซมแล้ว สาเหตุมาจากภัยแล้งน้ำในคลองบริเวณแนวใต้ถนนมีปริมาณลดลง และแห้งจนเกิดปัญหาดินสไลด์ส่งผลให้ถนนทรุดตัว ถือเป็นเหตุสุดวิสัย เบื้องต้นได้สั่งการให้ ทช. เฝ้าระวังถนนเลียบคลองทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมจัดสรรงบประมาณพิเศษ เพื่อนำไปใช้ในการซ่อมแซมและเสริมความแข็งแรงให้กับถนนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงด้วย

ทธ.ชี้ถนนทรุดเสียความสมดุล

นายวรศาสน์ อภัยพงศ์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี (ทธ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยกรณีถนนทรุดตัวในหลายพื้นที่ ว่า โดยปกติตามหลักวิศวกรรมสิ่งก่อสร้างใดที่สร้างคู่ขนานกับแหล่งน้ำจะมีความสมดุลกัน จากแรงดันกันและกันระหว่างน้ำกับสิ่งก่อสร้างนั้นๆ แต่หากไม่มีน้ำในแหล่งน้ำ จะทำให้ไม่มีแรงดันน้ำ เมื่อเวลาผ่านไปทำให้ความสมดุลหายไปทำให้เกิดการทรุดตัว ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดน้ำแห้งในคลองได้ จึงไม่ได้ออกแบบเพื่อระวังไว้

นายกฯห่วงภัยแล้งภาคอีสาน

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. สั่งทุกหน่วยงานเกาะติดสถานการณ์ภัยแล้งใกล้ชิด พร้อมให้กรมชลประทานรายงานข้อมูลน้ำไหลเข้าเขื่อน และระบายออกเพื่อการอุปโภคบริโภค พร้อมดูแลเกษตรกรเป็นรายวัน เพื่อให้การประเมินสถานการณ์มีความถูกต้องและชัดเจน ส่วนการทำฝนเทียมในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ มีฝนตกมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ แต่ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนยังไม่ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ นอกจากนี้ นายกฯ เป็นห่วงเกษตรกรภาคอีสานเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นพื้นที่นอกเขตชลประทานหากฝนทิ้งช่วงนาน เป็นอุปสรรคต่อการทำการเกษตร ที่ผ่านมาหน่วยฝนหลวงออกปฏิบัติการทำฝนเทียมในพื้นที่ภาคอีสานมากกว่า 200 เที่ยวบิน แต่ปริมาณน้ำฝนไม่มาก เนื่องจากมีอุปสรรคเรื่องสภาพอากาศ ขอให้เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงกำชับให้ทหารเตรียมรถบรรทุกน้ำเข้าไปแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่แล้ง และขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค

ปรับวิธีขุดลอกคลองเก็บน้ำ

ขณะที่ พล.อ.สุชาติ หนองบัว รองเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวหลังการประชุมสำนักงานเลขาธิการ คสช.ว่า คสช.ได้นำข้อห่วงใยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ในเรื่องบริหารจัดการน้ำจากแม่น้ำโขงที่ไหลเข้าสู่ประเทศไทยมาใช้ประโยชน์ รวมถึงปรับวิธีการขุดลอกแม่น้ำ ลำคลอง ให้สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ในปริมาณที่มากขึ้น รวมถึงให้ฝ่ายต่างๆไปศึกษาข้อมูลพื้นฐาน และแนวทางการนำไปสู่การปฏิบัติ เพื่อเตรียมการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

เชียงรายฝนถล่มน้ำป่าทะลัก

ที่ จ.เชียงราย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ ทำให้น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมโรงเรียนอนุบาลแม่สาย ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย ระดับน้ำท่วมสูง 30-50 เซนติเมตร ทำให้ครู นักเรียน และผู้ปกครองต้องเดินลุยน้ำไปโรงเรียนด้วยความยากลำบาก ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เทศบาลแม่สาย เข้าไปช่วยสูบน้ำออกจากโรงเรียนแล้ว

น้ำลดวัดร้างจมใต้บาดาลโผล่

จ.อุตรดิตถ์ วัดร้างบริเวณเหนือเขื่อนสิริกิติ์ พื้นที่บ้านห้วยต้าใต้ หมู่ 4 ต.นางพญา อ.ท่าปลา จมอยู่ใต้น้ำนานกว่า 47 ปี ผุดขึ้นกลางอ่างเก็บน้ำหลังระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชาวบ้านแห่ไปกราบไหว้ขอพรเป็นจำนวนมาก จากการตรวจสอบพบว่าวัดดังกล่าวเดิมชื่อวัดห้วยไชยศรี หรือห้วยต้า–ใต้ วัดแห่งนี้จมน้ำมาตั้งแต่ปี 2511 ช่วงที่มีการก่อสร้างเขื่อน ภายหลังเกิดภัยแล้งทำให้ระดับน้ำในเขื่อนลดลงจนเห็นซากวัดร้างที่จมอยู่ใต้น้ำดังกล่าว ขณะปริมาณน้ำในเขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ 3,248 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 34.16% ปริมาณน้ำพร้อมใช้งาน 398 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 5.98%

ชาวนาขู่เปิดศึกแย่งน้ำกรมชลฯ

ที่บริเวณคลองส่งน้ำวังยาง อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร ชาวนาและเกษตรกรจาก อ.บึงสามัคคี อ.บึงนาราง อ.บรรพตพิสัย ประมาณ 500 คน นำโดยนายประดิษฐ์ คุณาเมือง นายก อบต.วังชะโอน รวมตัวเรียกร้องให้มีการเปิดประตูส่งน้ำคลองวังยางให้สูงขึ้นอีก 20 เซนติเมตร เพื่อให้น้ำไหลเข้าไปในพื้นที่การเกษตร หลังจากประสบภัยแล้งทำให้นาข้าวและพืชไร่กว่า 1 แสนไร่ ได้รับความเสียหาย หากไม่มีการดำเนินการ เกษตรกรจะนำเครื่องสูบน้ำ 200 ตัว มาสูบน้ำเข้าพื้นที่เอง โดยมีทหารจาก ร.14 พัน.2 และตำรวจในพื้นที่ร่วมดูแลรักษาความปลอดภัย ต่อมานายภัทวี ดวงจิตร ผอ.โครงการชลประทานกำแพงเพชร เข้าหารือกับ
แกนนำโดยระบุว่าปริมาณน้ำเหลือน้อยต้องให้นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน เป็นผู้ตัดสินใจและขอให้ชาวบ้านเดินทางกลับก่อนเมื่อได้ข้อสรุปแล้วจะแจ้งให้ทราบต่อไป

โจรย่องฉกเครื่องสูบน้ำชาวไร่

วันเดียวกัน ร.ต.ท.ชวนากร ไชยวงษา พงส.สภ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี รับแจ้งเหตุคนร้ายขโมยเครื่องยนต์รถไถนาบริเวณฝายเก็บน้ำบ้านซับตะเคียน หมู่ 2 ต.ซับตะเคียน ไปตรวจสอบพบโครงรถไถนาแบบเดินตาม 2 คัน ส่วนเครื่องยนต์หายไป 2 เครื่อง สอบสวน นายทวีรัตน์ พิเทา อายุ 35 ปี ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า จากสภาพภัยแล้งได้นำเครื่องรถไถไปตั้งปั๊มสูบน้ำใส่ไร่อ้อย กระทั่งช่วงเช้าพบว่าเครื่องยนต์ยี่ห้อคูโบต้า ราคา 7 หมื่นบาท และเครื่องยนต์ยี่ห้อโกลเดนโบว์ ราคา 4 หมื่นบาท หายไป จึงแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ

มุกดาหารแห่ขายโค–กระบือ

จ.มุกดาหาร สถานการณ์ภัยแล้งยังคงทวีความรุนแรง แหล่งน้ำธรรมชาติแห้งขอด เกษตรกรขาดแคลนน้ำในการทำนา ขณะเดียวกัน ชาวบ้านนำโค กระบือ ออกไปหากินหญ้าตามทุ่งนาที่อยู่ห่างไกลจากหมู่บ้านกว่า 5 กิโลเมตร บางรายนำโค กระบือ ไปขายบริเวณตลาดนัดโค กระบือ บ้านผึ่งแดด ต.ผึ่งแดด อ.เมืองมุกดาหาร เพื่อลดภาระการเลี้ยงดูหลังประสบปัญหาภัยแล้ง โดยมีพ่อค้าเนื้อมารอรับซื้อเพื่อนำไปชำแหละขายเป็นจำนวนมาก

สระแก้วแล้งหนักในรอบ 100 ปี

วันเดียวกัน พ.อ.ปรมาธร บุนนาค ผบ.ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา สั่งการให้กำลังพลนำรถบรรทุกน้ำ 2 คัน นำน้ำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่บ้านโคกสะแบง หมู่ 4 ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ภายหลังได้รับการประสานจาก นางพัชรพรรณ เพิ่มสมบูรณ์ ผู้ใหญ่บ้าน ว่าชาวบ้าน 140 ครัวเรือน ประสบปัญหาภัยแล้งขาดน้ำอุปโภคบริโภค นางพัฒนา รัตนธรรม นายก อบต.ท่าข้าม เปิดเผยว่า ต.ท่าข้าม อยู่ติดแนวชายแดน มีทั้งหมด 11 หมู่บ้าน มีประชากร 4,700 คน ส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม ช่วงนี้ประสบปัญหาภัยแล้ง แม่น้ำ ลำคลองแห้งขอด บ่อสำหรับกักเก็บน้ำทำประปาหมู่บ้านแห้งขอด ไม่สามารถทำน้ำประปาได้ ถือว่าประสบภัยแล้งหนักสุดในรอบ 100 ปี

สระบุรีเร่งซ่อมถนนทรุดตัว

นายสุรเดช เบ็ญจศิริวรรณ ผอ.สำนักทางหลวงชนบท ที่ 2 สระบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบถนนสายหนองแค-หนองเสือ ฝั่งซ้าย เลียบคลองระพีพัฒน์ หมู่ 8 ต.หนองโรง อ.หนองแค หลังทรุดตัวเป็นระยะทางกว่า 300 เมตร ลึกประมาณ 4-5 เมตร เมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา นายสุรเดชเปิดเผยว่า สั่งให้เจ้าหน้าที่เร่งซ่อมแซมถนน เพื่อให้ชาวบ้านสัญจรได้ชั่วคราว แต่ระหว่างการซ่อมพบว่าถนนเกิดการทรุดตัวอีกเป็นทางยาวประมาณ 100 เมตร ลึกประมาณ 1 เมตร ส่วนสาเหตุดินใต้ถนนเป็นดินอ่อนชุ่มน้ำ และมีการขยับตัวของดินจึงไหลลงไปกองข้างริมคลองระพีพัฒน์ ส่วนแนวทางแก้ไขถาวรจะต้องขุดดินอ่อนด้านล่างออก จากนั้นลงเสาเข็มและเทปูนคอนกรีตให้เต็มก่อนทำถนน จึงจะรับน้ำหนักแบบถาวรได้

เมืองเก่าถนนทรุดเพิ่มอีก 1 จุด

นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ ผวจ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมคณะเดินทางไปตรวจสอบเหตุถนนเลียบคลองพระยาบันลือ ทรุดตัวเป็นระยะทางยาว 500 เมตร เมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา บริเวณพื้นที่ หมู่ 2 ต.สามเมือง อ.ลาดบัวหลวง ทำให้ประชาชนไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ นายอภิชาติเปิดเผยว่า ได้รับรายงานว่าเกิดถนนทรุดตัวเพิ่มอีก 1 จุด บริเวณหมู่ 1 ต.คลองพระยาบันลือ เป็นระยะทาง 100 เมตร ลึก 3 เมตร ห่างจากจุดแรกประมาณ 5 กิโลเมตร ได้แจ้งให้พี่น้องประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวแล้ว พร้อมทั้งได้สั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คอยสำรวจบริเวณพื้นที่อาจเกิดดินทรุดเพิ่ม ขณะเดียวกันทางหลวงชนบทได้นำเครื่องจักรมาปรับพื้นที่ถนนทั้ง 2 จุด ให้กลับสู่สภาพเดิมแล้ว

อุตุเผยทุกภาคมีฝนตกเพิ่มขึ้น

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานสภาพอากาศในสัปดาห์นี้ว่า ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประเทศลาว และประเทศเวียดนามตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีกจนถึงวันที่ 13 ก.ค. อนึ่ง พายุโซนร้อน “หลินฟา” บริเวณตอนบนของประเทศฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มเคลื่อนตัวไปทางไต้หวัน ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย พายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย

สถานการณ์ภัยแล้งที่แผ่ขยาย สร้างความเดือดร้อนกับประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง พื้นที่การเกษตรโดยเฉพาะนาข้าวใกล้แห้งตายเพราะขาดน้ำ ยังไม่มีท่าทีจะคลี่คลายแม้จะมีการระดมทำฝนหลวงเพื่อเติมน้ำในเขื่อนและพื้นที่ 7 ก.ค. 2558 04:31 7 ก.ค. 2558 04:31 ไทยรัฐ