วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
มุกนี้ต้องรอ 'บิ๊กป้อม'

มุกนี้ต้องรอ 'บิ๊กป้อม'

  • Share:

ข่าวลอยๆ ไม่น่าจะมีน้ำหนักอะไร

แต่ก็เป็น “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.ที่ต้องสั่งสอบกระแสข่าวลือที่มีการกระพือกันในโซเชียลเน็ตเวิร์ก ว่านายกฯโอนเงินหมื่นล้านไปประเทศสิงคโปร์

โดยระบุต้นตอมาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ในจังหวะที่กลุ่มนักศึกษาที่จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์อยู่ในลานโพธิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์แฉในโซเชียลมีเดีย มีคนลักษณะคล้ายนักเรียนช่างกลมาก่อกวน

ต่อเนื่องกับปรากฏการณ์ก่อนหน้าที่กลุ่ม “อาชีวะช่วยชาติ” ออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก เตือนให้นักศึกษาหยุดเคลื่อนไหวต่อต้าน คสช.ทำลายความน่าเชื่อถือและความมั่นคงของชาติ หากไม่หยุด กลุ่มอาชีวะจะออกมาแสดงพลังสนับสนุนการทำงานของ คสช.

ล้อฉากกลุ่มอาชีวะกระทิงแดงกับนักศึกษาคนเดือนตุลา

ในอารมณ์เสียงเขียวขึ้นเรื่อยๆ “บิ๊กโด่ง” พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก ส่งสัญญาณไปถึงบรรดานักวิชาการ คณาจารย์ ให้หยุดโหนกระแสนักศึกษา

เพิ่มแรงกระเพื่อมให้เกิดความปั่นป่วนวุ่นวาย

บรรยากาศโดยภาพรวมกลับมาอยู่ภายใต้ความอึดอัด ทหารกับนักศึกษาอยู่ในภาวะตึงเครียด

และนั่นก็เหมือนเจาะช่องระบาย ตามมุกของนายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ออกมาตอกย้ำข้อเสนอให้รัฐบาลทหาร คสช.ส่งตัวแทนไปพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เพื่อหาแนวทางปรองดอง ฉายหนังซ้ำเป็นรอบที่สอง

แต่รอบล่าสุดนี้มีความต่อเนื่องคืบไปอีกขั้น เมื่อนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ออกมารับมุก

ส่วนตัวคิดว่าทางที่ดี พ.ต.ท.ทักษิณเอง ควรเป็นฝ่ายส่งตัวแทนมาคุยมากกว่าให้รัฐบาลส่งตัวแทนไป

เชื่อว่ารัฐบาลเองพร้อมจะพูดคุยอยู่แล้วหากอดีต นายกฯ ทักษิณ ส่งตัวแทนมาและหากทั้งสองฝ่ายมีการพูดคุยกันจริงจะเป็นผลดีต่อประเทศชาติ ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการปรองดองได้

อย่างน้อยก็เริ่มมีคนเอาด้วยเพิ่มมากขึ้น

ที่น่าสนใจก็คือประเด็นใหม่ที่โผล่มา ตามคิวที่นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ในฐานะคณะกรรมการศึกษาแนวทางสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)

จุดพลุเสนอให้ตั้ง “คณะรัฐมนตรีเฉพาะกิจ”

ระบุถึงเวลารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ต้องปรับ ครม. ดึงเอาคนเก่งๆ ในพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ แกนนำ กปปส. และแกนนำนปช.มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในรัฐบาลเฉพาะกิจ

โดยทุกคนต้องเปิดใจกว้างมาช่วยกันแก้ไขวิกฤติประเทศชาติ ไม่ใช่มาช่วย พล.อ.ประยุทธ์ หากทำได้จะเป็นการส่งสัญญาณ ปรองดอง เกิดเสถียรภาพทางการเมืองและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

เรื่องของเรื่องไม่ใช่นายอดุลย์เท่านั้นที่เพิ่งคิด

เพราะว่ากันตามรูปการณ์ที่มีการปลดล็อกรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวให้สมาชิกบ้านเลขที่ 111 และ 109 ที่พ้นโทษแบนยาว มารับตำแหน่งทางการเมืองได้

มันก็เป็นอะไรที่ชัดเจน ถ้าไม่อยู่ในแผนจะเปิดช่องไว้ทำไม

เบื้องต้นเลย ตามโปรแกรมเปิดทางไว้รองรับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ มือเศรษฐกิจของทีมงาน คสช.ที่ต้องกลับมาลงสนามช่วยเกมบริหารรัฐบาล

และตามคิวที่จ่อไว้น่าจะเป็นรายของนายพินิจ จารุสมบัติ ทีมงานสายบ้านสี่เสาฯ ที่มีชื่อในบัญชีเรียกใช้งานเป็น รมว.เกษตรฯ ตั้งแต่ตอนตั้งรัฐบาล

แม้แต่ในพรรคเพื่อไทยก็มีคนเด่นๆ อย่างนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน ที่ออกมาพูดเรื่องเศรษฐกิจจนโดนทหาร เรียกไป 3–4 รอบ สุดท้ายถูกเชิญมาพูดออกรายการทีวีร่วมกับทีมงาน คสช.

นั่นก็เพราะฟอร์มเตะตา เป็นทีมงาน “ทักษิณ” ที่คุยภาษาท็อปบูตได้

แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้คงไม่ได้เกิดขึ้นในยุคของนายกฯ ที่ชื่อ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ที่ยึดหลักกฎหมายเป็นที่ตั้ง และมีภาพของคนที่นิ่งอยู่ในหลักการ ไม่เจรจากับพวกที่มีชนักปักหลัง

ตามท้องเรื่อง ครม.เฉพาะกิจ รัฐบาลปรองดอง ภาพมันต้องออกมาในลักษณะยืดหยุ่นทางหลักนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ ผู้นำต้องเป็นมิสเตอร์คอนเน็กชั่น ประสานได้ทุกขั้ว

บังเอิญสเปกนี้ตรงกับ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป๊ะ.

ทีมข่าวการเมือง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้