วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


พิสูจน์ภาพแชร์สนั่น! น้ำแห้งติดคลอง ส่อง 10 ข้อน่ารู้ ตลาด 'อัมพวา'

เมื่อไม่นานมานี้มีการแชร์ภาพ 'ตลาดน้ำอัมพวา' ในสภาพที่น้ำในคลองแห้งขอดขึ้นบนโลกโซเชียลอย่างแพร่หลาย จนหลายคนตื่นตกใจกันไม่น้อย และนึกไปว่าภัยแล้งได้ทำพิษกับตลาดน้ำเก่าแก่แห่งนี้เข้าให้แล้ว?

แต่ไปๆ มาๆ ก็มีการแถลงไขออกมาแล้วว่า ภาพน้ำแห้งขอดดังกล่าวเกิดจาก 'ปรากฏการณ์น้ำขึ้น-น้ำลง' ซึ่งเป็นสภาวะปกติของแม่น้ำที่อยู่ติดกับทะเล ในแถบที่ราบลุ่มปากแม่น้ำ ซึ่งจะว่าไปแล้ว คลองในสภาพน้ำลงก็ดูแปลกตาไปอีกแบบ เห็นน้ำแห้งเหือดอย่างนี้ ไม่น่าเชื่อว่าเดี๋ยวอีกไม่กี่ชั่วโมง น้ำก็จะค่อยๆ เอ่อขึ้นมาเติมเต็มให้คลองอัมพวาเช่นเดิม

การที่น้ำลงจนแห้งขอดแบบนี้ ไม่ได้แปลว่าตลาดอัมพวาจะปิด หรือจะหยุดขายของนะ พ่อค้าแม่ค้ายังคงค้าขายกันอย่างคึกคัก และนักท่องเที่ยวก็ยังคงไปเที่ยวกันอย่างคับคั่งเช่นเดิม นอกจากจะพาไปเห็นภาพจริงๆ ไทยรัฐออนไลน์ยังรวม 10 ข้อน่ารู้อื่นๆ ของตลาดน้ำอัมพวาที่ได้รวบรวมมาให้ได้ชม

1. ตลาดน้ำอัมพวา เป็นตลาดน้ำที่ตั้งอยู่ใกล้กับวัดอัมพวันเจติยาราม ในจังหวัดสมุทรสงคราม นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์อีกแห่งหนึ่ง ที่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศยังคงให้ความสนใจเดินทางมาเที่ยวสม่ำเสมอไม่ขาดสาย

2. อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า พื้นที่ชุมชนแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลุ่มปากแม่น้ำ ที่ติดกับทะเล ทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำขึ้น-น้ำลงทุกวัน โดยที่ชาวบ้านที่นี่ต่างเคยชินและบอกว่าเป็นเรื่องปกติ คลองอัมพวาตามปกติจะมีปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้น 2 ครั้งใน 1 วัน คือในช่วงเช้าและเย็น

3. โดยเฉพาะวันที่ 23 มิ.ย. 2558 ที่ผ่านมา มีข้อมูลจากกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ระบุว่า ระดับน้ำในวันดังกล่าว (ในช่วงน้ำลง) มีการลดระดับลงมากที่สุด อาจเนื่องมาจากว่า ช่วงนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำแม่กลองมีน้อย ส่งผลให้น้ำที่ไหลเข้ามายังคลองอัมพวาลดน้อยตามไปด้วย แต่หลังจากนั้นในช่วงน้ำขึ้น ปริมาณน้ำก็จะขึ้นมาเป็นปกติ

4. สามารถมาเที่ยวตลาดน้ำอัมพวา ได้ทั้งตอนเช้าและเย็น ซึ่งจะให้บรรยากาศที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ตลาดน้ำอัมพวายังมีสิ่งพิเศษที่น่าสนใจคือ 'พิพิธภัณฑ์มีชีวิต' เก็บรักษารูปแบบอาคารกลางแจ้ง ซึ่งยังคงเอกลักษณ์บ้านเรือนไม้เก่าแก่ รวมถึงวิถีชีวิตริมน้ำดั้งเดิมไว้ได้อย่างดี

5. ถ้าจะให้ดี แนะนำว่าให้ไปเดินเที่ยวตลาดในช่วงแดดร่มลมตก หรือตั้งแต่ช่วงเวลา 15.00-20.00 น. ในคลองอัมพวาจะมีพ่อค้าแม่ค้าพายเรือขายอาหารและเครื่องดื่ม เช่น หอยทอด ก๋วยเตี๋ยว กาแฟ โอเลี้ยง ขนมหวานต่างๆ ซึ่งสามารถสั่งจากในเรือและนำมานั่งรับประทานริมน้ำโดยรอบ

6. เห็นเป็นตลาดน้ำ เขาไม่ได้ขายของกันเฉพาะในคลองนะ แต่ยังมีรถเข็นขายของบนบกด้วย ตลาดน้ำอัมพวาเป็นตลาดน้ำยามเย็นที่ให้บรรยากาศสบายๆ มีเพลงฟังจากเสียงตามสายของชาวชุมชน บางครั้งจะเป็นดนตรีย้อนยุคเข้ากับบรรยากาศตลาดน้ำโบราณ

7. กิจกรรมของนักท่องเที่ยวที่ตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา นอกจากเดินเที่ยวชมตลาดหาซื้ออาหารรับประทานแล้ว ยังสามารถติดต่อขอเช่าเรือเพื่อล่องชมชุมชนริมน้ำ สามารถซื้อของระหว่างล่องเรือกับเรือขายของที่สวนทางไปมาได้ด้วย เป็นเสน่ห์อีกอย่าง ที่ต้องลองไปสัมผัส อีกทั้งเรือจะพาล่องไปถึงจุดที่กวนน้ำตาลปึกขาย นักท่องเที่ยวจะได้ชิมน้ำตาลสด และได้เห็นกรรมวิธีการทำน้ำตาลปึกของที่นี่

8. นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมล่องเรือไปเที่ยวชมดูหิ่งห้อยในยามค่ำคืนได้ ปัจจุบันได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเพราะแสงของหิ่งห้อยตามต้นลำพูมีความสวยงามและอากาศเย็นสบายในขณะนั่งเรือ มีให้บริการทั้งแบบเป็นรอบๆ และแบบเหมาลำหากมาเป็นหมู่คณะและต้องการความเป็นส่วนตัว

9. ในปี พ.ศ. 2550 ชุมชนริมคลองอัมพวา ได้รับรางวัลชมเชย (Honourable Mention) จากการประกวดรางวัลเพื่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก แห่งองค์การยูเนสโก ประจำปี พ.ศ. 2550 (UNESCO Asia-Pacific Heritage Awards for Culture Heritage Conservation) ซึ่งถือเป็นความสำเร็จในการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการอนุรักษ์อาคารเก่าแก่ที่ทรงคุณค่าและมีความงดงามด้านสถาปัตยกรรมและสะท้อนถึงลักษณะสำคัญทางท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี

10. การเดินทาง หากมาโดยรถยนต์ ให้ใช้ถนนพระราม 2 (สายธนบุรี-ปากท่อ) ทางหลวงหมายเลข 35 ถึง กม.ที่ 63 เข้าตัวเมืองสมุทรสงคราม ผ่านตัวเมือง จากนั้นเข้าทางหลวง 325 สมุทรสงคราม-บางแพ กม.ที่ 36-37 มาทางแยกซ้ายเข้าไปทางที่จะไปอุทยานฯ ร.2 ตลาดน้ำจะอยู่ใกล้กับอุทยานฯ ร.2 ส่วนรถโดยสารประจำทาง นั่งรถโดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ-ดำเนินสะดวก มาลงที่ตลาดอัมพวาได้เลย

ที่มาข้อมูล : th.wikipedia.orgthai.tourismthailand.org

เมื่อไม่นานมานี้มีการแชร์ภาพ 'ตลาดน้ำอัมพวา' ในสภาพที่น้ำในคลองแห้งขอด ขึ้นบนโลกโซเชียลอย่างแพร่หลาย จนหลายคนตื่นตกใจกันไม่น้อย และนึกไปว่าภัยแล้งได้ทำพิษกับตลาดน้ำเก่าแก่แห่งนี้เข้าให้แล้ว? 6 ก.ค. 2558 18:20 8 ก.ค. 2558 00:04 ไทยรัฐ