วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'วิษณุ'เล็งถก สปช.วางกรอบปฏิรูป ชี้ยังไม่ต้องแก้ รธน.ชั่วคราว

'วิษณุ'เล็งถก สปช.วางกรอบปฏิรูป ชี้ยังไม่ต้องแก้ รธน.ชั่วคราว

  • Share:

"วิษณุ" ปรามนิรโทษกรรมอย่าพูดไกลถึง ม.44 พร้อมเล็งถก สปช.วางกรอบปฏิรูป ชี้ยังไม่จำเป็นต้องแก้ รธน.ชั่วคราว ขณะที่สภาพัฒนากรเมือง-องค์กรชุมชน จี้ "กมธ.ยกร่างฯ" คงกระจายอำนาจ-สิทธิชุมชน...

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 6 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย ให้สัมภาษณ์กรณีที่ฝ่ายการเมืองเสนอให้รัฐบาลใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวออกกฎหมายนิรโทษกรรม ว่า การใช้ม.44 หรือออกเป็น พระราชบัญญัติ เพื่อนิรโทษกรรมเป็นเพียงวิธีการ แต่ก่อนจะพูดถึงวิธีการต้องมาพิจารณาถึงความจำเป็น ว่าจำเป็นต้องทำหรือไม่ พูดถึงนโยบายว่าอยากทำหรือไม่ และพูดถึงผลกระทบที่จะตามมาว่าเป็นอย่างไรจะมีคนออกมาชุมนุมหรือไม่ ซึ่งเรื่องพวกนี้ต้องมาก่อนวิธีการ ถ้าสิ่งที่ตนกล่าวมายังไม่ตกผลึกก็อย่าเพิ่งไปพูดถึงวิธีการ และเท่าที่ทราบยังไม่มีการพูดกันอย่างเป็นทางการในที่ใด แต่อ่านหนังสือพิมพ์แล้วพูดคุยกันก็มีบ้าง

นายวิษณุ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ว่า จะประสานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่อขอนำทีมไปคุยด้วย แต่สปช.มี 250 คน อาจจะคุยกับประธานกรรมาธิการหรือคุยกับวิป คงยังไม่ลงรายละเอียดอะไรมาก ต้องการให้ทราบความประสงค์ของรัฐบาล และหาแนวทางที่ สปช. แนะนำมาแล้วตั้งหลักกัน ยังไม่พูดเนื้อหา แต่จะพูดถึงวิธีการที่จะปฏิรูปด้านต่างๆ พยายามเลือกด้านที่สำคัญและเร่งด่วนสำหรับเวลาจำกัด 2-3 เรื่อง รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งต้องทำตามและปรับได้ ต้องเคารพรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งด้วย เขาอาจกำหนดแนวทางปฏิรูปของเขาเองได้ เหมือนที่ทุกรัฐบาลต้องทำตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ต้องถือว่ากรอบการปฏิรูปไม่ใช่กรอบของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ เพราะมีการรับฟังความเห็นมาก รัฐธรรมนูญที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้บอกว่า ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาลจะต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ปฏิบัติตามกฎหมายปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งสมัยก่อนไม่เคยมีให้ปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ชาติ เมื่อมีต้องดึงตัวนี้ออกมาทำให้มันเกิดชัดว่าคืออะไร และจะไม่ซ้ำซ้อนกับแผนพัฒนาประเทศ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ชาติ

นายวิษณุ กล่าวถึงกรณีที่นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ระบุว่า การจะให้การปฏิรูปสำเร็จต้องมีการปรับแก้รัฐธรรมนูญอีกครั้งว่า เรื่องดังกล่าวมีการคุยมานานแล้ว วันนี้ยังไม่เห็นความเร่งด่วนที่จะทำเช่นนั้น ถ้าถึงจุดหนึ่งมีความจำเป็นก็ทำได้ โดยสิ่งที่อาจต้องปรับคือต้องระบุให้ชัดเจนว่าต้องการอะไร แต่ขณะนี้ไม่จำเป็นถึงขั้นแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราว คิดว่าการปฏิรูปสามารถดำเนินได้ โดยไม่ต้องใช้รัฐธรรมนูญมาบีบ ทั้งความเต็มใจ ความสมัครใจ และความเข้าใจของผู้เกี่ยวข้องทำได้

ขณะที่ที่สภาพัฒนาการเมือง (สพม.) สภาพัฒนาการเมืองได้และสภาองค์กรชุมชนตำบลร่วมกันออกแถลงการณ์ร่วมฉบับที่ 1/2558 เรื่องขอสนับสนุนให้คงหลักการสำคัญของบทบัญญัติเรื่องการกระจายอำนาจและสิทธิชุมชนของร่างรัฐธรรมนูญเดิมไว้

โดยนายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธานสภาพัฒนาการเมือง กล่าวว่า เรามีความเห็นร่วมกันต่อร่างรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญกำลังพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติม เห็นว่าบทบัญญัติเกี่ยวกับการกระจายอำนาจเป็นส่วนที่ขาดไม่ได้สำหรับการปฏิรูปประเทศ ซึ่งบัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญเดิม มีความเหมาะสมดีแล้ว จึงควรให้คงหลักการสำคัญของมาตรา 82(3), 211, 215 และมาตรา 285 ของร่างรัฐธรรมนูญไว้ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในการดำเนินงานที่มีผลกระทบต่อประชาชน และยังเห็นว่าบทบัญญัติเกี่ยวกับสิทธิชุมชนในร่างรัฐธรรมนูญเดิมก็บัญญัติไว้เหมาะสม จึงควรคงหลักการสำคัญของมาตรา 63 และ 64 ไว้ หลังจากนี้จะไปยื่นแถลงการณ์ต่อ กมธ.ยกร่างฯ และสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และจะยื่นแถลงการณ์ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดอีกด้วย.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้