วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พระราชดำรัสในหลวง เรือดำน้ำปักเลน

ก็เป็นข่าวที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อ พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการกองทัพเรือ แถลงผลการประชุม คณะกรรมการกองทัพเรือ 17 คน มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ซื้อเรือดำน้ำจากจีน 3 ลำ มูลค่า 36,000 ล้านบาท หลังจากที่ได้ส่งกรรมการไปดูงานศึกษาเรือดำน้ำสวีเดน รัสเซีย เยอรมนี เกาหลีใต้ และจีน

พล.ร.อ.ไกรสร ให้เหตุผลที่ซื้อเรือดำน้ำจีนว่า ดำได้นาน 21 วัน มีอาวุธให้ด้วย แต่เรือดำน้ำเยอรมันและเกาหลีใต้ดำได้แค่ 5-6 วัน ไม่มีอาวุธให้ ก็แปลกนะครับ เรือดำน้ำจีน ดำได้นานกว่า เรือดำน้ำเยอรมัน ถึง 4 เท่า ทั้งที่เยอรมันเป็นเจ้าแห่งเทคโนโลยีเรือดำน้ำ

คำถามถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็คือ รัฐบาลสมควรเอาเงินภาษี 36,000 ล้านบาท ไปซื้อเรือดำน้ำหรือไม่ ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจในประเทศทุกด้านยามนี้ ทั้ง ภัยแล้ง ความยากจน กำลังซื้อในประเทศหด ส่งออกติดลบ รัฐบาล ไม่มีเงินช่วยเหลือชาวนาที่ไม่มีน้ำปลูกข้าว มิหนำซ้ำ กรมสรรพากร ยังไล่บี้ภาษีบริษัทน้อยใหญ่อย่างไร้เหตุผล จนสร้างความไม่พอใจไปทุกภาคส่วน

นอกจากนี้ยังจะ เอาเงินภาษีอีก 400,000 กว่าล้านบาท ไปสร้างทางรถไฟไทยจีน จากจีนลงมายังไทย เอื้อประโยชน์ให้จีนขนสินค้าลงทะเลทางใต้ล้วนๆ แต่ไทยแทบไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย เพราะเป็นรางมาตรฐานจีนขนาด 1.435 ม. เป็นเรื่องสมควรหรือไม่

วันนี้ ชาวนาไทยหลายสิบล้านคนที่กำลังลำบากสาหัสจากภัยแล้ง ทำนาไม่ได้ ไม่มีรายได้ กำลังรอความช่วยเหลือจากรัฐบาล แค่ขอให้รัฐบาลช่วยเหลือไร่ละ 2,000–3,000 บาท รัฐบาลยังบอกว่าไม่มีเงินให้ แต่รัฐบาลกลับมีเงิน 36,000 ล้านบาทไปซื้อเรือดำน้ำจีน มีเงิน 4–5 แสนล้านบาทไปสร้างรถไฟราง 1.435 ม.เอื้อจีน

เกิดอะไรขึ้นกับนโยบายการบริหารประเทศของรัฐบาลกันแน่

เรื่อง การซื้อเรือดำน้ำ ที่ กองทัพเรือ พยายามมาหลายปี วันนี้ผมจะขออัญเชิญ พระราชดำรัส ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานแก่ คณะรัฐมนตรี และ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 4 ธันวาคม พ.ศ.2550 เรื่อง เรือใกล้ฝั่ง และ เรือดำน้ำ มาลงให้อ่านกันครับ

“...เราสร้างเรือให้พอเพียง เรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งนั่นนะ มันไม่พอเพียง มันเล็กเกินไป ยังเล็กเกินไป ก็อาจจะควรจะใหญ่กว่าหน่อย แต่ถ้าใหญ่เกินไปไม่พอเพียง ถ้าเล็กเกินไปก็ไม่พอเพียง เรือที่เขาจะทำเรือดำน้ำ เรือดำน้ำดำลงไป ไปปักเลนเลย ไอ้นี่เขาโกรธ เดี๋ยวเขาโกรธเอาว่า เรือแล่นๆไป ดำน้ำไม่พอ ใครมาเครื่องบินเห็นแจ๋วเลยต้องไปจมเลน ถึงจะไม่เห็น แล่นๆไปปักเลน ถ้าอยากไปที่ที่ลึก ก็ไปอยู่นอกเส้น ก็รู้สึกว้าเหว่ไกลกัน ไอ้เรือดูแลใกล้ฝั่งนี่ดีกว่า แต่ลำที่เราทำเราสร้างก็ใช้ได้ดีแล้ว แต่ควรจะสร้างต่อไปให้ใหญ่กว่านี้ ใหญ่กว่านี้หน่อย...”

นี่คือ พระราชดำรัส เกี่ยวกับ เรือดำน้ำ ที่ กองทัพเรือ พยายามจะซื้อให้ได้ ทั้งที่อ่าวไทยเป็นทะเลน้ำตื้น ใช้เรือดำน้ำไม่ได้ ต่อให้ดำลงไปติดท้องทะเล เครื่องบินข้าศึกก็มองเห็นใสแจ๋วอย่างที่ทรงรับสั่ง เว้นแต่จะ ดำลงไปอยู่ใต้เลน

จากข้อมูล อ่าวไทย ใน วิกิพีเดีย เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม มีดังนี้ มีชายฝั่งทะเลยาว 1,840 กม. ความลึกเฉลี่ยอยู่ที่ 45 เมตร (ประมาณตึก 11 ชั้น) ส่วนที่ลึกที่สุด 80 เมตร ถ้าเอาเรือดำน้ำไปดำที่อ่าวไทย ผมดูสเปกเรือดำน้ำจีนรุ่น s–26T Yuan Class ที่กองทัพเรือจะซื้อแล้ว ดำได้ไม่กี่เมตร ท้องเรือก็แทบจะติดพื้นทะเลอ่าวไทยแล้ว ถ้าจะดำหลบสายตาข้าศึก ก็ต้องดำลงไปอยู่ใต้เลนอย่างที่ทรงมีพระราชดำรัส

ผมคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ควรจะคิดให้รอบคอบก่อนอนุมัติในยามที่ ประชาชนยากจน ประเทศยากจน เศรษฐกิจประเทศย่ำแย่เช่นนี้ การเอาเงิน 36,000 ล้านบาทไปซื้อเรือดำน้ำ ทั้งที่ไม่จำเป็น เป็นเรื่องที่กระทบต่อความรู้สึกของประชาชนอย่างมาก อยากให้รัฐบาลมี “ข่าวดี” บ้าง อย่ามีแต่ข้าวร้ายตลอดเลยครับ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

6 ก.ค. 2558 12:43 6 ก.ค. 2558 12:43 ไทยรัฐ