วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สกัด "ป่วย-ตาย" : สธ.สั่งสาธารณสุขจังหวัดเอาจริง-เติมความรู้ชาวบ้านสู้ "ไข้เลือดออก"

ยอดป่วย–ตายพุ่งกระฉูด!!!

นี่คือสถานการณ์โรคไข้เลือดออกของปี 2558 ที่ข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุชัดว่าขณะนี้พบผู้ป่วยสะสมถึง 24,742 คน หรือคิดเป็นอัตราป่วย 37.99 ต่อประชากรแสนคน ซึ่งถือว่าจำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 91.53 หรือ 1.92 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2557 ของช่วงเวลาเดียวกัน ในขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตก็พุ่งสูงถึง 17 คน หรือคิดเป็นอัตราเท่ากับร้อยละ 0.07

“ทีมข่าวสาธารณสุข” จึงขอฉายภาพการกระจายการเกิดโรคไข้เลือดออก ซึ่งสำนักระบาดวิทยา ได้สำรวจโดยแยกตามกลุ่มอายุ พบในกลุ่มอายุระหว่าง 10-14 ปี มีอัตราป่วยสูงสุดคือ 121.09 ต่อประชากรแสนคน รองลงมา เป็นกลุ่มอายุ 5-9 ปี ร้อยละ 81.82 และอายุ 15-24 ปี ร้อยละ 71.36 ตามลำดับ ทั้งนี้จากข้อมูลการสำรวจยังระบุด้วยว่ากลุ่มที่พบผู้ป่วยสูงสุดและน่าเป็นห่วง คือ นักเรียน

สิ่งที่ต้องตระหนักและเร่งหาทางควบคุมแก้ไข คือจากผลการพยากรณ์โรคไข้เลือดออกในปี 2558 ระบุว่าจำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกทั้งประเทศจะพุ่งสูงถึงประมาณ 60,000–80,000 คน ซึ่งสูงกว่าปี 2557 ที่พบผู้ป่วย 40,000 คน และจะมีอัตราผู้เสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 0.11 ซึ่งเท่ากับว่าไทยจะมีผู้ป่วยและสังเวยชีวิตเพิ่มอีกจำนวนมาก

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกปี 2558 มีอัตราสูงขึ้น เกิดจากในแต่ละภูมิภาคและพื้นที่ มีการไหลเวียนและเปลี่ยนแปลงของเชื้อไวรัสแดงกี่ ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะนำเชื้อ ทั้งยังมีศักยภาพในการแพร่เชื้อสูง ขณะที่ประชาชนยังขาดความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักในการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย จึงเอื้อต่อการแพร่ระบาดของไข้เลือดออก

สำหรับการสังเกตอาการไข้เลือดออกผู้ป่วยจะมีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส เบื่ออาหาร มีอาเจียนร่วมด้วย แม้จะกินยาลดไข้แต่อาการไข้ก็ไม่ลดลงภายใน 1-2 วัน ถ้ามีอาการใดอาการหนึ่งข้างต้นให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็ว เพราะไข้เลือดออกยังไม่มีวัคซีนและยารักษาเฉพาะ ทั้งนี้ช่วงที่อันตรายของโรคคือช่วงที่ไข้ลดลง เนื่องจากเป็นช่วงที่เข้าสู่ระยะช็อกหากรักษาไม่ทันจะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต

ดูจากการพยากรณ์สถานการณ์ไข้เลือดออกแล้ว ถือเป็นหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหน่วยงานหลักที่จะต้องหามาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของไข้เลือดออก ซึ่ง นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค สาธยายถึงการตื่นตัวในการป้องกันและควบคุมโรคว่า ต้องให้ความรู้ประชาชนเพื่อให้ทราบสถานการณ์การระบาดของโรคในชุมชน เพื่อจะได้รู้จักวิธีการป้องกันตนเองจากการถูกยุงกัดและวิธีการควบคุมแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบ้าน รวมถึงเมื่อพบผู้ป่วยหรือผู้ต้องสงสัยว่าป่วยเป็นไข้เลือดออก จะเร่งให้ทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็ว ฉีดพ่นเคมีกำจัดยุงตัวเต็มวัยในบ้านและรอบบ้านผู้ป่วย ในรัศมีอย่างน้อย 100 เมตร ไม่ต่ำกว่า 2 ครั้ง และร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำจัดลูกน้ำยุงลาย ส่วนการป้องกันการเสียชีวิตจะเน้นให้ผู้ป่วยรีบพบแพทย์

“หากพบพื้นที่ใดมีการระบาดและพบผู้ป่วยต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์ มากกว่า 2 ตำบล ก็จะเปิดศูนย์ปฏิบัติการหรือวอร์รูม ในพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ และบัญชาการเพื่อแก้ไขปัญหาการระบาด ภายใต้ศูนย์ปฏิบัติการ โดยจะผ่านการพิจารณาสั่งการของนายอำเภอหรือผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อขอความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาการระบาดระดับอำเภอ ซึ่งจะมีสาธารณสุขจังหวัดคอยดูแลและควบคุม” นพ.โสภณ ฉายภาพการคุมเข้ม พร้อมระบุด้วยว่า จะต้องเตรียมความพร้อมบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อการดูแลรักษาผู้ป่วยและป้องกันการเสียชีวิต เพราะไข้เลือดออกแพ้การเอาจริงเอาจัง

ทีมข่าวสาธารณสุข เห็นด้วยกับการเตรียมความพร้อมรวมทั้งมาตรการในการรับมือของกระทรวงสาธารณสุข ที่จะควบคุมจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิต และต้องขอฝากความหวังในการป้องกันและควบคุมโรคนี้อย่างเอาจริงเอาจังและต่อเนื่อง เพราะขณะนี้เป็นช่วงฤดูฝน ซึ่งจะเกิดแหล่งเพาะพันธุ์ของลูกน้ำยุงลายจำนวนมาก และนับเป็นช่วงวันอันตรายในการแพร่ระบาดของโรคนั่นเอง

เราขอชื่นชมในระบบการพยากรณ์โรค ที่จะเป็นเครื่องมือหนึ่งในการช่วยให้คนไทยได้รับทราบถึงสถานการณ์ของโรค ทั้งนี้ไม่ใช่เพื่อสร้างความตระหนกแต่เป็นการสร้างความตระหนักและเตรียมการตั้งรับอย่างทันท่วงที

แต่สิ่งหนึ่งที่ ทีมข่าวสาธารณสุข เป็นกังวลและอยากฝากไว้ คือการเอาจริงเอาจังของทุกฝ่าย ตั้งแต่กระทรวงสาธารณสุข สาธารณสุขจังหวัด ไปจนถึงชาวบ้านช่วยกันสอดส่องดูแล กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง เฝ้าสังเกตอาการและไปพบแพทย์อย่างทันท่วงที เชื่อว่าจะสามารถควบคุมและป้องกันโรคได้

แต่ในทางกลับกัน หากทุกฝ่ายปล่อยปละละเลยไม่ใส่ใจ นอกจากจะลดจำนวนผู้ป่วยและเสียชีวิตไม่ได้แล้ว ยังอาจทำให้ตัวเลขผู้ป่วยและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ความไม่มีโรคถือเป็นลาภอันประเสริฐ หากไม่อยากเห็นคนไทยต้องเจ็บปวดหรือถึงขั้นสังเวยชีวิต ไม่ว่าจากโรคใดๆก็ตาม นอกจากการเอาจริงเอาจังกับการควบคุมโรคแล้ว เรื่องสำคัญที่ควรทำคือการเติมเต็มความรู้ให้กับชาวบ้าน เพื่อป้องกันตัวเอง เป็นทางออกที่ดีที่สุด.

ทีมข่าวสาธารณสุข

ยอดป่วย–ตายพุ่งกระฉูด!!! นี่คือสถานการณ์โรคไข้เลือดออกของปี 2558 ที่ข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุชัด... 6 ก.ค. 2558 12:16 6 ก.ค. 2558 12:20 ไทยรัฐ