วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รัก 3 เส้า...น้ำ–ป่า–ดิน

รัก 3 เส้า...น้ำ–ป่า–ดิน

  • Share:

เมื่อวาน นำเสนอมุมมองเรื่องป่า แบบสวนทางความเชื่อของคนทั่วไป เกรงผู้อ่านอาจตีเจตนาผิดเพี้ยนไปจากความตั้งใจจริง ที่ต้องการเพียงให้ได้เห็นความจริงของป่าในอีกมุม...ไม่ได้มีจิตแอบแฝงต่อต้านการปลูกป่าแต่อย่างใด

ถึงป่าจะไม่ให้ฝน แต่ป่ามีประโยชน์อเนกอนันต์ ช่วยพิทักษ์รักษาดิน เพราะป่ามีใบไม้ช่วยชะลอความรุนแรงของน้ำฝนที่หล่นมากระแทกทำลายพื้นดิน...ป่ามีรากช่วยยึดดินไม่ให้น้ำฝนชะล้าง...ป่าจะช่วยดูดซับน้ำไม่ให้ไหลซึมลงใต้ดินเร็วเกินไป และยังช่วยชะลอน้ำไม่ให้ไหลทิ้งลงสู่ทะเลเร็วเกินไปด้วย

ยิ่งวันนี้บ้านเราป่าเหลือน้อย การจะสร้างป่าให้กลับมาทำหน้าที่สมบูรณ์ จึงมีความสำคัญ ที่จะต้องเร่งลงมือเพิ่มจำนวนประชากรป่า... แต่ไม่ใช่ปลูกป่าด้วยวิธีเดิมๆ เห็นป่าเสื่อมโทรม นำกล้าไม้ไปปลูก จะไม่มีทางได้ป่าคืนมา ปลูกไปแล้ว ไม่มีน้ำมาเลี้ยงบำรุง ต้นกล้าแห้งเหี่ยวตาย ต้องมาปลูกซ่อม ผลาญงบฯ ไม่รู้จบสิ้น

จะสร้างป่าเพื่อให้ได้ป่าจริง ต้องใช้วิธีปลูกด้วยศาสตร์พระราชา ไปดูได้ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงใหม่

ป่าแห้งแล้งกลายเป็นป่าจริง จุดเริ่มต้นของศาสตร์พระราชา อยู่ตรงพระราชทานแนวคิด ให้กรมชลประทานหาวิธีสร้างแหล่งน้ำ สร้างอ่างเก็บน้ำให้กับป่าบนยอดเขาขึ้นมาก่อน จากนั้นถึงจะทำการผันน้ำจากอ่างลงไปยังผืนดินแห้งแล้งที่จะสร้างป่าขึ้นมา ผ่านทางท่อน้ำไปตามแนวสันเขา เจาะรูท่อให้น้ำหยดลงสู่ผืนป่าเป็นระยะ และส่งน้ำโดยคลองไส้ไก่ ไปตามแนวระดับให้น้ำไหลเอื้อยๆ แล้วกระจายแยกน้ำออกเป็นระบบคูคลองก้างปลา เพื่อกระจายความชุ่มชื้นลงสู่ผืนป่า

เมื่อป่าแห้งแล้งมีน้ำ การสร้างป่าแทบไม่ต้องลงทุนอะไรมาก ไม่ต้องซื้อต้นกล้า ไม่ต้องจ้างคนปลูก...เมล็ดพันธุ์ไม้ป่าที่ร่วงลงดิน ได้น้ำจะงอกขึ้นมาได้เอง และยังทำให้เราได้ป่าแบบธรรมชาติอีกด้วย

เห็นไหมล่ะว่า...จะปลูกป่าให้ได้ในชีวิตจริงไม่ใช่แค่นิยายในหัวใจคน สิ่งสำคัญที่สุดต้องทำให้ป่าผืนดินมีแหล่งน้ำเสียก่อน

เขาหัวโล้น มีฝาย มีบ่อพวง มีอ่างเก็บน้ำ เราถึงได้ป่าจริงไว้อุ้มน้ำและรักษาดิน...น้ำ–ป่า–ดิน ต้องอยู่คู่กัน พึ่งพากันและกัน แยกจากกันไม่ได้ มิต่างจากนิยายอมตะรัก 3 เส้า.

ชมชื่น ชูช่อ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้