วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สติขาดผึง ! ปัญหาใหญ่สุขภาพจิต นักจิตชี้ สาเหตุหลักของการทะเลาะวิวาทบนท้องถนน

สติขาดผึง ! ปัญหาใหญ่สุขภาพจิต นักจิตชี้ สาเหตุหลักของการทะเลาะวิวาทบนท้องถนน

  • Share:

การทะเลาะวิวาทบนท้องถนน ดูเหมือนจะเป็นเรื่องชินตาไปเสียแล้วสำหรับเมืองกรุง อย่างในกรณีที่ผ่านมา มีการแชร์คลิปในโลกออนไลน์ ซึ่งปรากฏภาพหญิงสาวรายหนึ่งที่นั่งอยู่ในรถเก๋งสีแดงกำลังถูกทำร้ายร่างกาย และโดนด่าทอด้วยคำหยาบ จากสามีภรรยาที่อ้างว่าถูกเจ้าของรถยนต์ขับรถจี้และชนท้าย

ด้วยการจราจรที่ไม่เป็นใจ และความอดทนที่แตกต่างกันของผู้ขับขี่ จึงกลายเป็นองค์ประกอบทำให้เกิดเหตุทะเลาะวิวาท ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จึงได้ค้นหาสาเหตุที่แท้จริง รวมไปถึงเรื่องมารยาทบนท้องถนนและมาตรการป้องกัน ที่หลายคนยังไม่ทราบมาบอกต่อ...

ตกลงกันไม่ได้ จึงลงมือใช้กำลังด้วยความโมโห

ต้นตอปัญหา ทะเลาะวิวาท แท้จริงเกิดจากตนเอง

นายอภิชา ฤธาทิพย์ นักจิตวิทยาคลินิกชำนาญการ สำนักพัฒนาสุขภาพจิต เจ้าของบทความทางวิชาการ เรื่อง การทะเลาะวิวาทจากการขับขี่บนท้องถนน เปิดเผยข้อมูลกับทางทีมข่าวว่า จากการสำรวจและรวบรวมข้อมูล แม้ว่าไม่มีหน่วยงานใดที่สามารถเก็บตัวเลขสถิติไว้ได้ชัดเจน แต่การรับแจ้งเหตุในเรื่องการจราจรก็สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการทะเลาะวิวาทจะเกิดขึ้นในเมืองมากกว่าต่างจังหวัด เนื่องจากการจราจรที่ติดขัดส่งผลต่อความเครียดของผู้ขับขี่

นายอภิชา กล่าวต่อว่า สาเหตุของการทะเลาะวิวาทบนท้องถนนมาจาก 2 สาเหตุหลัก 1. คือเรื่องของอารมณ์ของผู้ขับขี่ยานพาหนะ 2. อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น แต่โดยธรรมชาติแล้วสาเหตุจะมาจากอารมณ์ของผู้ขับขี่เป็นหลัก ก่อนแล้วถูกกระตุ้นด้วยอุบัติเหตุตามมาภายหลัง นอกเหนือจากนั้น สถานที่ที่มักเกิดการทะเลาะวิวาทอาจเกิดขึ้นในถนนที่สามารถใช้ความเร็วสูงได้ เพราะความต้องการที่เร่งรีบ ซึ่งมีอิทธิพลทางอารมณ์สูงเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว

สภาพการจราจรเมืองกรุง รถติดจัด
หยุดรอสัญญาณไฟ

จากข้อมูลในบทความทางวิชาการดังกล่าว ระบุไว้ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประมวลจากการเก็บรวบรวมคดีทางจราจรทางบก อันเป็นการกระทำผิดทางกฎหมายจราจร ซึ่งเป็นสถิติที่นำไปสู่การทะเลาะวิวาท ไว้ดังนี้ ไม่ยอมให้รถที่มีสิทธิไปก่อน ขับรถตัดหน้าระยะกระชั้นชิด ขับรถตามกระชั้นชิด ชะลอ/หยุดรถกะทันหัน ขับรถผิดช่องทาง ขับรถคร่อมเส้นแบ่งทาง ขับรถแซงอย่างผิดกฎหมาย ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ขับรถไม่ชำนาญ/ไม่เป็น ใช้สัญญาณไฟไม่ถูกต้อง ไม่ให้สัญญาณจอดรถ/เลี้ยว/ชะลอ ขับรถไม่เปิดไฟ/ไม่ใช้แสงสว่างตามกำหนด เมาสุรา จ้องหน้า/เขม่น/ให้ของลับ/ตะโกนด่าใส่กัน ใช้โทรศัพท์มือถือ ฝ่าฝืนป้ายหยุดขณะออกจากทางร่วม/แยก ไม่ขับรถในช่องทางเดินรถซ้ายสุด เสพสารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท เช่น ยาบ้า

วัยรุ่นสมัยใหม่ หุนหัน พาลทะเลาะ

ส่วนกลุ่มเสี่ยง หรือกลุ่มที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทบนท้องถนนมากที่สุด นายอภิชา นักจิตวิทยาคลินิก เผยว่า กลุ่มวัยรุ่นเพศชาย รวมถึงผู้ขับขี่จักรยานยนต์ มักจะก่อเหตุมากกว่า เนื่องจากเพศชายมีความรุนแรงทางอารมณ์สูงในตัวอยู่แล้ว นอกจากนั้นยังมีความหุนหัน ขับขี่ด้วยความเร็ว ยังไม่มีประสบการณ์ในการขับขี่เท่าที่ควรและไม่เข้าใจกฎจราจรหรือปฏิบัติได้อย่างเคร่งครัด เท่ากับผู้ใหญ่หรือผู้ที่ใช้รถมาเป็นระยะเวลานาน

จอมปาดคอสะพาน ทำแบบนี้ผิดกฎหมาย ผิดใจผู้อื่น

ระงับอารมณ์ไม่อยู่ ปัญหาใหญ่ในการขับขี่

นักจิตวิทยาคลินิก เห็นว่า การระงับอารมณ์ไม่ได้ในการขับรถ ถือเป็นปัญหาใหญ่ในเรื่องของสุขภาพจิต เนื่องจาก สติ เป็นสิ่งสำคัญในการขับขี่ยานพาหนะที่ควบคู่กับอารมณ์ หากขาดสติ ก็จะขาดการยับยั้งอารมณ์ นำมาซึ่งการเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากความประมาทจนต้องระบายออกกับคู่กรณี ซึ่งการระบายอารมณ์ด้วยความรุนแรง อาจทำได้โดยการ ด่าทอ แจกของลับ กดแตรเร่งเครื่อง ใช้กำลัง ชกต่อย รวมไปถึง ใช้อาวุธทำร้ายร่างกาย

ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องปฏิบัติตามกฎจราจร


นักจิตวิทยาแนะ ควรตรวจสุขภาพจิตก่อนทำใบขับขี่

นายอภิชา ฤธาทิพย์ นักจิตวิทยาคลินิกชำนาญการ แนะนำเพิ่มเติมว่า ขั้นตอนในการขอหรือต่อใบอนุญาตขับขี่ ควรมีการจัดอบรมหรือทดสอบในเรื่องของการควบคุมสติ และอารมณ์เพิ่มเข้าไปควบคู่กับการตรวจสอบสภาพร่างกายด้วย เพราะเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ขับขี่สมัยใหม่ต้องตระหนักในเรื่องของควบคุมอารมณ์ของตนเองให้ได้ก่อนขับขี่ยานพาหนะทุกครั้ง

ตำรวจจราจรทำงานหนัก คอยอำนวยความสะดวก


กันไว้ดีกว่าแก้ ทำตามกฎหมาย มีวินัยยังไงก็ไม่ผิด

พ.ต.อ.วีระวิทย์ วัจนะพุกกะ รองผู้บังคับการตำรวจจราจร แนะแนวทางการป้องกันและมารยาทที่ควรมีเพื่อไม่ให้เกิดการทะเลาะวิวาทบนท้องถนน ดังนี้ ในส่วนแรก ผู้ขับขี่ควรเคารพกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด คือ 1. ไม่ขับขี่แบบไร้วินัย ด้วยการขับปาด หรือ ขับแทรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่องทางที่มีการกำหนดการเดินรถอย่างชัดเจน เช่น คอสะพาน ช่องเลี้ยวซ้ายผ่านตลอดที่มักมีการจอดแช่ กีดขวางการจราจรของผู้อื่น

พ.ต.อ.วีระวิทย์ วัจนะพุกกะ

รถช้า ควรขับชิดซ้ายตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ขับแช่ในช่องจราจรด้านขวา

รถจักรยานยนต์ มีกฎที่ชัดเจนระบุไว้ว่าเป็นรถช้า เพราะฉะนั้นควรขับในช่องทางซ้ายสุดของการจราจร ไม่ขับเบียด แทรก รถยนต์ไปมา เว้นแต่ในกรณีที่ต้องการกลับรถในจุดกลับรถ
ส่วนที่ 2 ควรมีน้ำใจต่อเพื่อนรวมทาง เนื่องจากการใช้รถใช้ถนนอาจประสบกับปัญหาการจราจรที่ติดขัดอยู่บ้าง หากไม่มีการปล่อยผ่านไปบ้าง จากปัญหาเล็กน้อยอาจกลายเป็นคดีความที่ใหญ่กว่าเดิม

เจ้าหน้าที่เข้าเคลียร์ปัญหา

มี 3 พร้อมนี้ ยังไงก็ปลอดภัย

รองผู้บังคับการตำรวจจราจร ฝากย้ำเตือนกับประชาชน ผู้ใช้รถใช้ถนนว่า การขับขี่นอกจากความปลอดภัยบนท้องถนน สิ่งที่ต้องคำนึงเป็นอย่างมากคือ รถพร้อม คนพร้อม จิตใจพร้อม
รถพร้อม คือ ตัวรถ อุปกรณ์ตกแต่งถูกต้องตามกฎหมาย สภาพพร้อมที่จะใช้งานมีการตรวจเช็ก
คนพร้อม คือ ผู้ขับขี่ ไม่มีการอาการอ่อนเพลีย ง่วงนอน หรือ เมาสุรา และตระหนักนักถึงวินัยจราจรอยู่เสมอ

ทำผิดกฎจราจร เจอใบสั่งแน่!

จิตใจพร้อม คือ ใช้สติในการขับขี่ แทนการใช้อารมณ์ ถึงแม้จะเป็นในสถานการณ์เร่งด่วน หรือช่วงของการจราจรที่ติดขัด ไม่ควรละเลยความปลอดภัย

นอกจากนั้น พ.ต.อ.วีระวิทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทุกครั้งในการขับขี่ไม่ว่าจะเป็นจักรยานยนต์ รถยนต์ รถสาธารณะ เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นควรมีสติให้มากที่สุด เพราะบางทีอาจเป็นเรื่องเล็กน้อยที่สามารถพูดคุยกันได้หากหุนหันพลันแล่น อาจจะเกิดเป็นคดีความที่ใหญ่ยิ่งกว่าเดิม ซึ่งบทลงโทษนั้น ก็จะถูกแบ่งไปตามการกระทำความผิด หากเป็นการเฉี่ยวชน ก็อาจจะสามารไกล่เกลี่ย หรือดูในเรื่องความผิดถูก ความประมาทในการขับขี่เป็นกรณีไป แต่เมื่อมีการทะเลาะวิวาทเกิดขึ้น ก็จะลงโทษในบทกฎหมายอาญา ซึ่งมีความผิดร้ายแรงกว่า

สามีภรรยาอารมณ์ร้อน ขอเคลียร์สาว Yaris แดง


ถึงแม้การจราจรจะติดขัด อุณหภูมิภายนอกรถจะร้อนเพียงใด แต่อุณหูมิความเดือดดาลก็ไม่ควรเกิดขึ้นบนท้องถนน ก่อนสตาร์ต ควรตั้งสติ รับรองปลอดภัย ทั้งรถ ทั้งคน.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้