วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ว่าด้วยการแบ่งชั้นสถาบัน

เพราะเป็นสื่อมวลชนที่เคยเป็นอดีตกรรมการสภาสถาบันราชภัฏและมหาวิทยาลัยราชภัฏถึง 3 แห่งของประเทศ จึงมีคนมาชวนพ่อให้ร่วมขบวนการต่อต้านธนาคารไทยพาณิชย์ พ่อผมปฏิเสธเพราะไม่เห็นด้วยที่จะลากสถาบันการศึกษามาทำให้สังคมแตกแยก

ในโซเชียลมีเดีย พนักงานธนาคารไทยพาณิชย์โพสต์เองว่าตนจบจากมหาวิทยาลัยราชภัฏ ราชมงคล หรือเอกชน แต่ก็ก้าวหน้าในอาชีพงานธนาคาร บัณฑิตราชภัฏบางคนเป็นผู้จัดการ ถ้าธนาคารแบ่งชั้นสถาบัน บัณฑิตเหล่านั้นก็คงไม่ได้เป็นผู้บริหาร แสดงว่าธนาคารใช้ความสามารถและประสบการณ์พิจารณาทรัพยากรมนุษย์ สังคมไทยควรจะต้องมีวุฒิภาวะกว่านี้ ไม่ใช่เล่นกันตามกระแสและวาทกรรมสั้นๆ จนกลายเป็นสังคมขาดสติ

นักจิตวิทยาเอาวีดิโอที่นักเทนนิสตีลูกพลาดมาดูและพบว่า ผู้ที่ตีลูกพลาดมักจะมองไปที่ไม้ ถ่ายเทความผิดของตนไปที่ไม้ตี เช่นเดียวกับคนที่ล้มเหลวในอาชีพ มักจะชอบเล่นเรื่องสถาบันการศึกษา แทนที่จะโทษตนเอง กลับไปโทษว่าสังคมแบ่งสถาบัน

พ่อผมเล่าความหลังให้คณะที่มาชวนร่วมขบวนการต่อต้านธนาคารฟังว่า “พ.ศ.2527 บัณฑิตทางนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์หลายหมื่นคนสอบแข่งขันกันเข้าเป็นนายร้อยตำรวจ น.บ., ร.บ.รุ่น 15 ซึ่งในปีนั้นรับถึง 600 นาย มีคนบอกพวกเราที่สอบได้กันใหม่ๆว่า พวกน้องต้องทำใจ เพราะไม่จบจากโรงเรียนนายร้อย โอกาสที่พวกน้องจะเป็นนายพลจึงไม่มี”

“ทั้งที่ในความเป็นจริง ตำรวจไม่ได้แบ่งแยกสถาบัน อธิบดีกรมตำรวจสมัยที่ผมรับราชการ แทบจะทุกท่านจบจากมหาวิทยาลัยเสียด้วยซ้ำ พล.ต.อ.เภา สารสิน จบเคมี พล.ต.อ.แสวง ธีระสวัสดิ์ จบนิติศาสตร์ และ พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ จบรัฐศาสตร์”

หนึ่งในคณะที่มาชวนไปต่อต้านธนาคารไทยพาณิชย์แย้งว่า นั่นมันสมัยก่อน แต่สมัยนี้ไม่ใช่แล้ว สมัยนี้ ตำรวจเล่นสถาบันกันทั้งนั้นแหละครับ พ่อบอกว่า “เอ้า งั้นคุณดูสมัยนี้ก็ได้ พ.ศ. 2558 ประเทศไทยเรามีรอง ผบ.ตร. ชื่อ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ จบจากรามคำแหง และ พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ จบจากเกษตรศาสตร์”

“ผมเคยสนทนากับรองฯเอกและรองฯวุฒิหลายครั้ง สนทนากันก็ทำให้ได้รู้ว่า ใต้สมองของท่านมีแต่เรื่องงาน คุยกับรองฯวุฒิทีไร มีแต่เรื่องจะทำยังไงให้ตำรวจไทยเข้าประชาคมอาเซียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ บางวันท่านถามผมด้วยตัวเอง บางวันใช้นายเวรโทร.มาขอข้อมูล เพราะใต้สมองของท่านมีแต่งาน ท่านจึงเจริญ รางวัลของคนทำงานก็คือความก้าวหน้า ไม่เกี่ยวกับสถาบันหรือนามสกุล”

“นายตำรวจรุ่นที่ผมเป็นประธานคนแรกเมื่อ พ.ศ.2528 เพื่อนที่มุ่งมั่นทำงาน พวกบ้างาน มักจะได้เป็นนายพลกันตั้งแต่อายุยังน้อย เช่น พล.ต.ต.นิทัศน์ ลิ้มศิริพันธ์ พล.ต.ต.จำนงค์ รัตนกุล พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรง พล.ต.ต.จรัณฐค์ วรพัฒนานันต์ พล.ต.ต.ไชยยา รุจจนเวท และอีกหลายคน บางคนจบจุฬาฯ จบรามคำแหง จบศรีปทุม ไม่เกี่ยวกับสถาบัน พวกที่ประสบความสำเร็จมักเป็นพวกที่ขยันและพัฒนาตัวเองต่อเนื่อง ถ้าแบ่งชั้นสถาบันกันตามที่คุณพูด เพื่อนนายร้อยรุ่นผมจะเป็นนายพลตั้งแต่อายุน้อยๆกันได้ยังไง”

“แทนที่จะชวนให้ร่วมขบวนการต่อต้านการแบ่งแยกสถาบันของธนาคาร ผมว่าคุณไปช่วยกันแนะนำให้บัณฑิตทุกสถาบันเก่งในการครองตน ครองคน ครองงาน ดีกว่า”

เพราะเป็นเช้าวันเสาร์ พวกเราจึงอยู่ช่วยพ่อรับแขกกันครบ ขณะที่พ่อคุยกับแขก พวกเราซึ่งเป็นน้องสาว บุตร และผู้ช่วยของพ่อ ช่วยกันนำน้ำชากาแฟและขนมไปเสิร์ฟ

น้องสาวคนสุดท้องของพ่อจบมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ปัจจุบันเป็นพันตรีหญิงอยู่สำนักงานเลขานุการกระทรวงกลาโหม พี่ชายคนโตของผมจบปริญญาตรีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
จากสหรัฐอเมริกาและปริญญาโททางยุโรปศึกษาจากจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย พี่สาวอีกคนจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพและปริญญาโทจากอังกฤษ

ผมจบปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์จากเนเธอร์แลนด์ น้องสาวจบปริญญาตรีจากปักกิ่ง ผู้ช่วยผู้ติดตามพ่อในงานบรรยาย จบปริญญาตรีและโทจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ตอนบ่ายจะมีลูกน้องของพ่ออีก 5 คนเข้ามาถ่ายทำรายการสารคดีของช่อง 3 มีพี่โรส ซึ่งทำงานกับพ่อมานาน 15 ปี จบปริญญาตรีจาก มศว ประสานมิตร (เกียรตินิยม) ขณะทำงานก็เรียนจนจบปริญญาโทนิด้า และกำลังจะจบปริญญาเอกนิด้า พี่ต่ายซึ่งทำงานกับพ่อมานาน 14 ปี จบปริญญาตรีจากราชภัฏจันทรเกษม พี่เอกผู้จัดการผลิตสารคดีของพ่อ จบปริญญาตรีจากราชภัฏพระนคร พี่กอล์ฟจบจากเกริก และพี่ต้อยจบจากรามคำแหง

ตีลูกเทนนิสพลาด กรุณาอย่าไปมองที่ไม้ตีครับ มองมือตนเองดีกว่า อย่าเอาเรื่องแบ่งชั้นสถาบันการศึกษามาอ้างทำให้สังคมแตกแยก.

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th
www.nitipoom.media
www.facebook.com/nitipoom.thailand

5 ก.ค. 2558 12:13 5 ก.ค. 2558 12:13 ไทยรัฐ