วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บทเรียนจับนักศึกษา

ไม่น่าเชื่อว่า บทเรียนรัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติ จับกุมนิสิตนักศึกษาที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย จนนำไปสู่การต่อต้านในวงกว้าง และนำไปสู่ความรุนแรง จะเกิดขึ้นซ้ำซากอีกครั้งในประเทศไทย ทำไมไม่มีใครจำไปเป็นบทเรียนว่า อำนาจปฏิวัติไม่สามารถควบคุมได้ทุกอย่างโดยสิ้นเชิง

วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังจะ “เรียกแขก” ตามรอยประวัติศาสตร์

แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะเห็นว่า กลุ่มนักศึกษาเป็นพลังบริสุทธิ์ น่าจะทำประโยชน์ให้บ้านเมืองได้อีกมากในอนาคต แต่ก็ยังยืนยัน นักศึกษาจะปฏิเสธไม่ยอมรับกฎหมายไม่ได้ หากนักศึกษาทำได้ คนอื่นก็ทำได้เหมือนกัน แล้วคนอื่นเขาจะรู้สึกอย่างไร

ที่น่าแปลกใจก็คือ การจับกุมนักศึกษา 14 คน ในครั้งนี้ (ไม่ใช่ นักศึกษา 1 คน เป็นผู้ต้องหาที่ถูกจับในบ่อนไฮโซทองหล่อ) แทนที่ทหารจะนำไปพูดคุย “ปรับทัศนคติ” เหมือนกับ “นักการเมือง” แต่กลับนำไปขังในเรือนจำและให้ขึ้นศาลทหารเสียยังงั้น

ที นักการเมืองขาประจำ ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลทุกวัน จนถูกจับไปปรับทัศนคติหลายครั้ง คสช.กลับเชิญไปออกทีวีในรายการ “คืนความสุขให้ประชาชน”

ก็ไม่รู้ รัฐบาล คสช.กำลังเล่นเกมอะไร เพราะ กิจกรรมการเมือง ที่ พรรคฝ่ายค้าน จัดในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้เป็นข่าวในสื่อ ไม่ว่า การออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล เพื่อให้ทหารจับไปปรับทัศนคติ หรือกรณีอื่นๆ ล้วนเป็นกิจกรรมทางการเมืองทั้งสิ้น

ถ้า รัฐบาลบิ๊กตู่ จะเล่นเกมให้น่ารัก เชิญนิสิตนักศึกษาที่เรียกร้องประชาธิปไตยไปออกรายการ “คืนความสุขให้ประชาชน” ของ คสช. เปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาได้พูดแสดงความคิดเห็นบ้าง ผมเชื่อว่าจะสร้างความประทับใจให้สังคมได้อย่างมาก แทนที่จะจับไปขังคุก สร้างความรู้สึกต่อต้านขึ้นมาทันที แม้แต่คนของ คสช.และรัฐบาลเอง ก็ยังถามด้วยความงง ทหารกำลังทำอะไร

บทเรียนในประวัติศาสตร์ก็มีให้ศึกษา ทั้ง เหตุการณ์ 14 ตุลา และ พฤษภาทมิฬ จากรัฐบาล จอมพลถนอม กิตติขจร และรัฐบาล พล.อ.สุจินดา คราประยูร แต่ไม่น่าเชื่อว่าจะมาเกิดขึ้นใน รัฐบาลบิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อีกครั้ง

เหตุการณ์ 14 ตุลามหาวิปโยค เกิดจาก รัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร ปฏิวัติยึดอำนาจตัวเอง จับกุมนิสิตนักศึกษาที่มี นายธีรยุทธ บุญมี เลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาฯ เป็นแกนนำ ขณะเดินแจกใบปลิวเรียกร้องรัฐธรรมนูญ ย่านสยามสแควร์ และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แล้วนำไปคุมขังไว้ที่เรือนจำ ทำให้การต่อต้านรัฐบาลขยายวงกว้างขึ้น ไปเรื่อยๆ จำนวนนิสิตนักศึกษาและประชาชนที่ต่อต้านก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ในที่สุดทุกอย่างก็เดินไปตามเกมของมัน เมื่อรัฐบาลใช้กำลังทหารเข้าปราบปรามนิสิตนักศึกษาประชาชนหลายแสนคนที่เดินขบวนขับไล่รัฐบาล จนเกิดการนองเลือดขึ้น

รัฐบาล พล.อ.สุจินดา คราประยูร ก็เช่นเดียวกัน ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีจากการปฏิวัติของ รสช.คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่มี พล.อ.สุจินดา เป็นแกนนำ แต่ถูกต่อต้านจากนักการเมืองและนิสิตนักศึกษา ในข้อหาไม่รักษาสัจจะ จนกระทั่งมีการจับกุม นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล เลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษา แกนนำต่อต้านในสมัยนั้น จนเกิดการชุมนุมต่อต้านนับแสนคน รัฐบาลส่งทหารเข้าปราบ แล้วก็นำไปสู่การนองเลือดอีกครั้ง

ผมไม่อยากเห็นประวัติศาสตร์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำรอยอีกเป็นครั้งที่ 3

เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศจะ ขับเคลื่อนประเทศไทย ด้วยการ ปฏิรูปไปสู่ประชาธิปไตยที่ยั่งยืน แทนที่จะจับนิสิตนักศึกษาที่เรียกร้องประชาธิปไตยเข้าคุก ผมว่า พล.อ.ประยุทธ์ น่าจะให้ทหารไปเชิญนิสิตนักศึกษาเหล่านี้ ไปออกโทรทัศน์พูดคุยกันบ่อยๆ เพื่อให้พลังบริสุทธิ์ที่เป็นอนาคตของชาติเหล่านี้ ได้ช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยไปด้วยกัน จะดีกว่าไหมครับ บ้านเมืองจะได้สงบ อย่าให้ “น้ำผึ้งหยดเดียว” มาทำลายความฝันทุกอย่างต้องสลายไปอีกเลย.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

5 ก.ค. 2558 10:55 5 ก.ค. 2558 10:55 ไทยรัฐ