วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตร.เรียก 'เมีย-ลูก-ทนาย'สมยศ สอบเพิ่ม ยังไม่ตัดทุกประเด็น

ตร.เชิญ ภรรยา ลูกสาว ทนายเจ้าพ่อคาเฟ่ สมยศ สุธางค์กูร มาสอบเพิ่ม ยังไม่ตัดทุกประเด็น ส่วนเรื่องพินัยกรรม ผู้ตายไม่ได้ทำเอาไว้ มีเพียงแค่กรมธรรม์ประกันชีวิต 2 กรมธรรม์ รวมมูลค่า 6 แสนบาทเท่านั้น ด้านทนายความ ยัน สมยศ ไม่เคยเล่าปัญหาครอบครัว รวมถึงมีศัตรูให้ฟัง...

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 4 ก.ค. พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.สุทิน ทรัพย์พ่วง รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.3 บก.สส.บช.น. เชิญตัวนางรัศมี สุธางค์กูร กับ น.ส.ณัฐธิดา สุธางค์กรู ภรรยากับลูกสาว นายสมยศ สุธางค์กรู อดีตเจ้าพ่อคาเฟ่ชื่อดัง ซึ่งถูกยิงเสียชีวิต มาสอบปากคำเพิ่มเติม โดยมีการนัดทนายความผู้ใกล้ชิดกับผู้ตาย 3 คน คือ นายเดชา ทองสุข อายุ 38 ปี นายอนิรุต พิริยศักดิ์มนตรี อายุ 38 ปี และนายสุธรรม จริตงาม อายุ 38 ปี เข้ามาสอบปากคำด้วย

น.ส.ณัฐธิดา เปิดเผยถึง เรื่องประเด็นที่มีข่าวลงว่า ทางตนสงสัยนายณัฐพล กันทะยอม ลูกชายต่างมารดาว่า จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของพ่อนั้น ตนยอมรับว่ามีเรื่องไม่ค่อยถูกกันกับลูกชายของพ่อคนนี้จริง เนื่องจากก่อนหน้านี้ที่เคยเจอหน้ากันครั้งแรกเมื่อ 4-5 ปีก่อนนั้น น้องชายเคยพูดว่าโกรธพ่อ ซึ่งอาจจะมาจากความน้อยใจที่พ่อไม่เคยบอกว่ามีลูกชายคนนี้มาก่อน ตอนพ่อโทรไปก็ปิดเครื่องหนี ไลน์ไปหาก็บล็อกไลน์พ่อทิ้งบ้าง แต่วันเกิดเหตุ น้องชายกลับเดินทางมาที่เกิดเหตุ บอกว่าตำรวจว่าเป็นลูกชายของพ่อ พอตำรวจบอกให้ขับรถของพ่อไปก็บอกว่า ขับรถไม่เป็นทั้งๆ ที่เคยมาขับรถให้แม่ตนตอนเดินทางไปไหนมาไหน น้องชายนั้นไม่เคารพพ่อ แต่คงไม่ถึงขั้นที่จะคิดฆ่าพ่อได้ ส่วนคนที่จะคิดฆ่าพ่อนั้น ตนตอบไม่ได้ ต้องรอให้พยานหลักฐานนั้นชี้ชัดก่อน

ส่วนเรื่องประเด็นที่ว่ามีความขัดแย้งกันในบ้านเมื่อปี 56 นั้น ยอมรับว่ามีปัญหากันจริงที่พ่อแม่ทะเลาะกัน แต่ไม่ถึงขั้นที่พ่อจะลงมือทำร้ายแม่จนได้รับบาดเจ็บ มีแต่ใช้คำพูดแรงๆ พ่อแม่ไม่เคยทะเลาะกันโดยที่ตนไม่เห็น ส่วนใหญ่ตนจะอยู่ด้วยตลอด มีแค่พ่อจะตรงเข้ามาบีบคอ แต่ไม่ถึงกับขาดสติ และตนก็ได้ห้ามไว้ ซึ่งตนก็หงุดหงิดที่ปัญหาการทะเลาะกันนั้นไม่จบเสียที ก็เคยบอกพ่อแม่ว่าให้หยุดเสียที ซึ่งหลังจากนั้นที่บ้านก็ไม่มีปัญหาอะไรกันอีก ส่วนที่มีข่าวว่าพ่อเสียพนันหนักเยอะมากนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ค่อนข้างจะบวกเยอะด้วย ยอมรับว่าพ่อเป็นคนชอบเล่น เคยเห็นวางมากที่สุด 5 แสนบาท แต่ก็ไม่ใช่ทุกตา ทั้งนี้พ่อของตนค่อนข้างจะเป็นที่มีระเบียบวินัยในการเล่น เช่นบอกว่าจะเลิก 4 โมง ก็คือ 4 โมงตรง ก่อนหน้านี้ก็มีคนเคยชวนพ่อเปิดบ่อนการพนัน เพราะเห็นว่าเป็นคนดวงดี แต่ไม่ทราบว่าที่ไหน ซึ่งพ่อของตนก็ปฏิเสธไปเพราะไม่อยากรับความเสี่ยง

น.ส.ณัฐธิดา เผยอีกว่า ร้านอาหารที่เกิดเหตุนั้นเป็นร้านที่พ่อไปกินเป็นประจำ ถ้าไปกินกันเองก็ไม่เคยจอง ยกเว้นแต่นัดผู้ใหญ่เอาไว้ ปกติพ่อจะไปกินข้าวนอกบ้านแค่ 2 ร้านเท่านั้น คือร้านเฮงหูฉลาม กับร้านเหลาเหลาซอยอารีย์ เพราะพ่อเป็นคนไม่ชอบกินอะไรใหม่ๆ เคยพาไปกินร้านอื่นก็บอกว่าไม่อร่อยไม่ถูกปาก นอกจากนี้พ่อเป็นคนที่ทำงานกลางคืนใครจะนัดอะไรก็มักจะนัดช่วงเวลา 17.00-05.00 น. เพราะติดมาตั้งแต่สมัยทำร้านคาเฟ่ ทำให้วันเกิดเหตุก็มีการนัดแพทย์เอาไว้ช่วงบ่าย

ด้านนางรัศมี เปิดเผยว่า ประเด็นที่ว่าสงสัยลูกชายอีกคนของสามีจะมีส่วนเกี่ยวข้องนั้น ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะสามีก็เคยส่งเสียให้เรียนนิติศาสตร์ ม.รามคำแหง แต่ยังไม่จบ และให้มาช่วยงานในบริษัทของที่บ้าน จ่ายเงินเดือนให้รายเดือนแต่ไม่มากนัก พยายามคิดถึงความเป็นลูกอีกคนของสามี เช่น ลูกสาวมีรถหรูขับ แต่ลูกชายอีกคนของสามียังนั่งรถเมล์อยู่ จึงให้เข้ามาช่วยงานที่บ้านโดยให้ช่วยทำโรงงานน้ำผลไม้อัดก๊าซที่นิคมอุตสาหกรรมบางพลี แต่พอภายหลังลูกสาวตนไม่ถูกกับลูกชายของสามี จึงให้แยกกัน โดยให้ลูกสาวมาดูกิจการเครื่องสำอาง ส่วนลูกชายของสามีอีกคนก็ดูโรงงานน้ำผลไม้เหมือนเดิม

นางรัศมี เผยต่อไปว่า ส่วนเรื่องที่ตนมีปัญหากับสามีจนทะเลาะกันรุนแรงเมื่อปี 56 นั้น ก็มาจากเรื่องลงทุนทำโรงงานน้ำผลไม้อัดก๊าซไป 60-70 ล้านบาท เนื่องจากตนไม่ได้บอกให้สามีทราบ เพราะตนคิดว่าทำเพื่อครอบครัว พอสามีมารู้เรื่องภายหลังก็ทะเลาะกัน แต่ไม่ได้รุนแรงมาก เนื่องจากปัจจุบันก่อนที่จะเสียชีวิตนั้น สามีก็ช่วยทำกิจการที่โรงงาน คอยติดต่อเรื่องต่างๆให้ ยังไปบอกกับคนอื่นเลยว่าเป็นโรงงานที่สามีทำเอง ซึ่งปัจจุบันก็มีความสุขกันดีไม่ได้มีปัญหาอะไร ส่วนเรื่องบ่อนการพนันนั้น สามีเคยเข้าไปเล่นบ่อนถูกกฎหมายที่ปอยเปต หรือมาเก๊า ส่วนบ่อนในประเทศไทยก็เคยเข้าบ้างแต่ไม่บ่อย เหมือนเข้าไปให้รู้ว่าอยู่ที่ไหนบ้าง ส่วนตนก็เคยตามไปที่บ่อนต่างประเทศบ้าง แต่ยืนยันว่าไม่เคยเข้าไปในบ่อนการพนันคนเดียวแต่อย่างใด

นางรัศมี เผยอีกว่า ก่อนสามีจะเสียชีวิตนั้น ตนไม่ได้มีลางสังหรณ์มาก่อน ไม่เคยคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ สามีก็ไม่เคยบอกว่ามีคนจะมาทำร้าย หรือให้ระวังตัว จึงไม่เคยต้องมีบอร์ดี้การ์ด ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมสงสัยเรื่องหนี้การพนันมากที่สุดนั้น ก็เป็นเพราะเรื่องการแจ้งความดำเนินคดีกับนายสมชัย นิตยา หรือ เล็ก นายปริญญา หรือ ปีเตอร์ ปิยะภาค และน.ส.มุกรินทร์ หรือเรียม นิตยา น้องสาวนายสมชัย ในเรื่องฉ้อโกงเงิน พระเครื่อง แหวนเพชร ส่วนนางศุภนิดา หรือก้อย นรรัตน์ นั้นกันไว้เป็นพยาน อีกทั้งยังมีเรื่องเคลียร์หนี้ เรื่องที่ดินอีก ตนจึงเชื่อว่าน่าจะมาจากสาเหตุพวกนี้ เพราะหากสามีเสียชีวิตไปเงินที่โกงไปก็ไม่ต้องใช้คืน ที่ดินก็ไม่ต้องโอน คดีความก็จบ ซึ่งวันเกิดเหตุนั้น นางก้อยก็มาที่เกิดเหตุด้วย ตนยังถามว่า "รู้ใช้มั้ยว่าใครทำ" ซึ่งเจ้าตัวก็ตอบแต่ว่า "พี่ใจเย็นๆ" หลังจากนั้นตนไม่มีสติแล้ว

ส่วนนายเดชา ทองสุข อายุ 38 ปี หนึ่งในทนายความที่ใกล้ชิดกับผู้ตาย เปิดเผยว่า รู้จักกับนายสมยศผ่านเพื่อนมา 2-3 ปี ส่วนตัวนายสมยศ มีนิสัยดี เป็นคนรอบคอบมาก หากดูภายนอกคนจะมองว่า นายสมยศ เป็นถึงอดีตเจ้าของคาเฟ่ชื่อดัง น่าจะมีลูกน้องติดตามมากมาย แต่ความจริงแล้วเวลาไปไหนมาไหนจะขับรถเอง ไม่มีลูกน้องหรือผู้ติดตาม และไม่พกอาวุธ แม้กระทั่งที่บ้านก็ไม่มีแม่บ้าน มีเพียงผู้ดูแลมารดาของภรรยาที่ชรา แต่หลังจากที่มารดาภรรยาเสียไป ประมาณ 2 เดือน ผู้ดูแลก็ขอกลับบ้านที่ต่างจังหวัดไป ในเรื่องชีวิตประจำวันเวลานอนพักผ่อนจะเป็นช่วงเช้าถึงเที่ยง จะตื่นในช่วงบ่าย และเริ่มทำงานช่วงมืดซึ่งเป็นนิสัยที่ติดมาจากการทำงานแต่ก่อน

นายเดชา เผยว่า ตนจะเดินทางไปพบกับนายสมยศ เป็นประจำ 2-3 วันต่อสัปดาห์ พูดคุยถึงเรื่องคดีความต่างๆ แต่ไม่เคยว่าความร่วมกัน ล่าสุดยังมีนัดไปพบนายสมยศ ที่บ้านในวันเกิดเหตุ ตอน 22.00 น. ก็รออยู่ที่บ้านนายสมยศอยู่นาน จนต้องโทรเข้าเบอร์ส่วนตัวแต่ไม่รับ เมื่อโทรซ้ำลูกสาวนายสมยศ รับโทรศัพท์ จึงทราบว่า เสียชีวิตแล้ว เวลาไปที่บ้านของนายสมยศ จะมีการสนทนาในวงไพ่ดัมมี่ เล่นกันสนุกๆ ตาละ 40-50 บาท มีประมาณ 3 คน สลับกัน เล่นส่วนใหญ่ ก็เป็นห้องรับแขก และห้องประชุมเป็นประจำ เวลาไปบ้านจะพบภรรยาและลูกสาวนายสมยศเกือบทุกครั้ง นายสมยศ ไม่เคยเล่าถึงปัญหาของครอบครัว ภรรยาเก่า ใหม่ และลูกทั้งหมด จะคุยปรึกษาให้คำแนะนำในเรื่องคดีทั่วไป ก่อนจะเสียชีวิตก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องที่ถูกใครปองร้าย หรือศัตรูที่ไหน

ต่อมาเมื่อเวลา 15.00 น. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. เปิดเผยว่า วันนี้เชิญภรรยาและลูกสาวของผู้ตายมาสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อยืนยันตามที่เคยให้การไว้ถึงเรื่องกิจการ ทรัพย์สิน และรายได้จากอะไรบ้าง โดยเรื่องความขัดแย้งที่ทางภรรยากับลูกสาวสงสัยจนนำไปสู่ปมการสังหารนั้น ทั้งคู่ยืนยันว่ายังสงสัยในเรื่องเดิม ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถตัดประเด็นใดทิ้งไป ต้องรอให้หาพยานหลักฐานมาเพิ่มเติมให้มากกว่านี้เสียก่อน จึงจะสามารถตัดประเด็นอื่น นอกจากนี้ยังมี เรื่องคดีความขัดแย้งอื่นๆ ที่ผู้ตายเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ภรรยาของผู้ตายยังไม่ทราบ จึงเชิญทนายความผู้ใกล้ชิดกับผู้ตายที่คอยให้คำปรึกษามาสอบถามเพิ่มเติม โดยคดีความเหล่านี้มีหลายคดี ส่วนใหญ่เป็นคดียาเสพติดที่ผู้ตายถูกว่าจ้างให้ว่าความให้ แต่ละคดีมีค่าใช้จ่ายสูงเกิน 10 ล้านบาท มีทั้งชนะบ้าง แพ้บ้าง ในระยะ 3-5 ปีที่ผ่านมา อาจจะเป็นมูลเหตุในการสังหารผู้ตาย ซึ่งเรื่องคดีความนี้ต้องขอเวลาในการสอบปากคำทนายความที่ทราบเรื่องว่า มีเรื่องใดบ้าง ซึ่งมีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อีก 2-3 คนที่ต้องเรียกมาสอบปากคำ

พล.ต.ต.สมบัติ เผยต่อไปว่า สำหรับเรื่องที่ผู้ตายทะเลาะกับภรรยาเมื่อปี 56 นั้น เป็นเรื่องที่ภรรยาผู้ตายนำเงินที่ผู้ตายให้ไว้ในการซื้อขายหุ้นกับทองคำ แต่ภรรยานำไปลงทุนทำโรงงานน้ำผลไม้อัดก๊าซ ซึ่งพอผู้ตายมาทราบภายหลังทำให้เกิดการต่อว่ากันขึ้น ซึ่งไม่ได้มีการลงมือทำร้ายร่างกายกันแต่อย่างใด เป็นปัญหาในครอบครัว ภายหลังก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ภรรยาเอากำไรที่ได้มามอบให้ผู้ตาย สำหรับพยานซึ่งเป็นคนใกล้ชิด รวมถึงคนในบ้านของผู้ตายนั้น เรียกมาสอบปากคำเกือบครบหมดแล้ว ส่วนลูกชายกับภรรยาอีกคนสอบปากคำแล้วเช่นกัน เบื้องต้นพบลูกชายแค่มาช่วยทำโรงงานผลิตน้ำผลไม้อัดก๊าซเท่านั้น ส่วนประเด็นเรื่องพินัยกรรมนั้นผู้ตายไม่ได้ทำเอาไว้ มีเพียงแค่กรมธรรม์ประกันชีวิต 2 กรมธรรม์ รวมมูลค่า 6 แสนบาท

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า หากผู้ตายเสียชีวิตลงแล้ว บุคคลใดจะมีผลประโยชน์มากที่สุด พล.ต.ต.สมบัติ เผยว่า ถ้าผู้ตายเสียชีวิตไป เรื่องหนี้สินก็เป็นศูนย์ไม่ต้องชดใช้ ส่วนทรัพย์สินภายในบ้านนั้น ทางครอบครัวจะได้รับตามกฎหมาย

ต่อมาเวลา 16.00 น. ภายหลังเจ้าหน้าที่สอบปากคำเสร็จเรียบร้อย ใช้เวลา 4 ชั่วโมง นางรัศมี และ น.ส.ณัฐธิดา ภรรยากับลูกสาวผู้ตาย ได้วิ่งหลบกองทัพสื่อมวลชนที่รอบันทึกภาพทำข่าวอยู่ด้านนอก ออกไปทางบันไดหนีไฟด้านข้าง ขึ้นรถตู้สีขาว ที่จอดรถอยู่ชั้น 1 ในลานจอดรถ ก่อนที่รถจะวิ่งออกไป โดยไม่มีการสัมภาษณ์ภายหลังพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ.

ตร.เชิญ ภรรยา ลูกสาว ทนายเจ้าพ่อคาเฟ่ สมยศ สุธางค์กูร มาสอบเพิ่ม ยังไม่ตัดทุกประเด็น ส่วนเรื่องพินัยกรรม ผู้ตายไม่ได้ทำเอาไว้ มีเพียงแค่กรมธรรม์ประกันชีวิต 2 กรมธรรม์ รวมมูลค่า 6 แสนบาทเท่านั้น 4 ก.ค. 2558 18:00 4 ก.ค. 2558 19:19 ไทยรัฐ