วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นศ.ค้านฝากขัง ไม่ประกัน

เรียกร้อง-ศาลทหาร ไต่สวนอย่างเปิดเผย โยนหินโหวตลับรธน.

คณะกรรมการสิทธิฯจับเข่าคุยผู้ปกครอง กลุ่มดาวดิน พ่อแม่เด็กโวย จนท.ทำเกินเหตุจับลูกเข้าห้องขังโดยไม่ไต่สวน ทนายท้าพิสูจน์หลักฐานคนบงการ “หมอนิรันดร์” นัด 8 ก.ค. ซักถามทหาร-ตร. พนักงานสอบสวนเข้าเรือนจำสอบปากคำ 14 นศ. กลุ่มเอ็นดีเอ็มแถลงผ่านทีมทนาย ย้ำปฏิเสธอำนาจศาลทหาร ไม่ขอประกันตัว ลั่นจะปล่อยตัวต้องไม่มีมลทิน 7 ก.ค. ทนายความจ่อยื่นคัดค้านฝากขังผัดสอง ยกเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ ยื่นขอศาลทหารไต่สวนเปิดเผย “บิ๊กป๊อก” ยัน คสช.ไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับเด็ก “ประยุทธ์” ไม่ตำหนิบอก นศ. พลังบริสุทธิ์ ฉะนักการเมืองชี้นำกดดันประเทศ สันติบาลเช็กยิบเครือข่ายหนุนหลังก๊วนนักศึกษา สปช.รอถกนอกรอบก่อนโหวต รธน.“วันชัย” แย้มสมาชิกเล็งชงปิดประตูโหวตลับ

กรณีกลุ่ม 14 นักศึกษากลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ที่ถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ไม่ยอมยื่นประกันตัว โดยอ้างไม่ยอมรับศาลทหารนั้น ล่าสุดทีมทนายความเตรียมยื่นคัดค้านการขอฝากขังผัดที่สอง

คสช.ยันไม่ใช่คู่ขัดแย้งกลุ่ม นศ.

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 3 ก.ค. ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงข้อเรียกร้องจากหลายภาคส่วนให้รัฐบาลพิจารณาปล่อยตัว 14 นักศึกษาดาวดินที่ถูกคุมขังว่า เราถือว่ากลุ่มนักศึกษาเป็นพลังบริสุทธิ์หากเคลื่อนไหวโดยไม่มีอะไรแอบแฝง แต่เมื่อสืบสวนแล้วพบว่าเคลื่อนไหวเพราะมาจากการจัดตั้งก็ต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย อยากสร้างความเข้าใจว่าเรื่องนี้มีปัญหากันอยู่เดิม รัฐบาล คสช.เข้ามาหยุดสถานการณ์และภาวะที่เดินไม่ได้ ทาง คสช.และรัฐบาลปัจจุบันจึงไม่ใช่คู่กรณีกับเรื่องดังกล่าว เรื่องของเรื่องคือมีการขัดแย้งเกิดขึ้นในประเทศไม่สามารถหาทางออกได้ เมื่อเราเข้ามาหยุดสถานการณ์ เข้ามาร่างรัฐธรรมนูญเสร็จก็เลือกตั้งกัน ทุกอย่างเดินไปตามโรดแม็ป

กสม.หารือผู้ปกครอง นศ.ดาวดิน

เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กสม.ในฐานะประธานอนุกรรมการสิทธิการเมืองและสิทธิพลเมือง เชิญผู้ปกครองของ 14 นักศึกษาที่ถูกจับกุมและตัวแทนภาคประชาชนที่กลุ่มดาวดินเคยร่วมงานในพื้นที่มาหารือ ตามมติ กสม.ที่ให้เข้าตรวจสอบ 14 นักศึกษา กรณีถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นและกรณีที่นายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา บิดานายจตุภัทร์หรือไผ่ ดาวดินยื่นคำร้องให้ กสม. ตรวจสอบ ทั้งนี้นายวิบูลย์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมที่กรุงเทพฯเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่ให้จัดก็ไม่ได้จัด คิดว่าต่อรองกันแล้ว ก็เห็นตำรวจทหารนั่งดู สุดท้ายกลับมาจับบอกว่าเป็นเรื่องคดีเก่าใช้มาตรา 116 ก็งง เพราะคิดว่าไม่เข้าข่าย เลือกใช้กฎหมายหรือไม่ เด็กเขาไม่ยอมรับเพราะไม่ถือว่าเป็นกฎหมาย ถ้าเป็นอย่างนี้แล้วมีคนเกเรมาออกกฎหมายให้คนเชื่อถือแล้วมาไล่จับมาตรา 116 กับเด็ก ถ้าตีความกันเฟ้อสังคมจะอยู่ได้อย่างไร ทำกับเด็กเกินกว่าเหตุหรือไม่ ขอย้ำว่าอย่าเอาเรื่องการเมืองไปแตะหรือสีสันวรรณะเข้าไปแตะ “ไผ่” มาบอกเองว่ามีทุกสี ทุกพรรค พยายามเข้าไปแตะเขา เขาบอกเขาไม่เอา

วอนปล่อยตัว-อย่าโยงการเมืองหนุน

นางเรวดี สิทธิสุราษฎร์ มารดานายรัฐพล ศุภโสภณ หรือบาส กล่าวว่า เมื่อวันที่ 2 ก.ค. มีทหารนอกเครื่องแบบไม่มีการแสดงบัตรไปพบ เชิญ ไปพบผู้บังคับบัญชาระดับสูง ตนไม่ไปเพราะรู้สึกไม่น่าไว้วางใจและไม่ปลอดภัย เขาถามให้ช่วยอะไรลูกตนก็อยากให้ช่วยปล่อย เพราะเด็กไม่ใช่กบฏ ไม่ได้นิยมความรุนแรง แค่ต้องการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เรียกร้องตามวาระ ไม่ต้องการใครครอบงำความคิด การทำกิจกรรมของเขาไม่ต้องการมวลชน ไม่ต้องการนักการเมืองมาอยู่เบื้องหลัง เขาไม่เคยเรียกร้องมวลชนไปร่วมไม่ว่าสีไหน 10 ปีมานี้สังคมประเทศเราแย่ เด็กเห็นและคับข้องใจ สนใจการเมือง ไม่ต้องมาทำลายกันขนาดนี้ อย่าทำลายโดยจับยัดคุก อยากเรียกร้องให้ปล่อยเขา อย่ายัดข้อหาเกินกว่าเหตุ อย่าขังโดยไม่มีกระบวนการสอบสวน เจ้าหน้าที่บอกให้เซ็นชื่อแล้วจะไม่ตั้งข้อหา กลับมีหมายเรียก ผู้ใหญ่รับปากแล้วทำไมเสียคำพูด

ท้าพิสูจน์มีคนชักใยเบื้องหลัง

นายแสงชัย รัตนเสรีวงษ์ ทนายความกลุ่มนักศึกษากล่าวว่า การกระทำของ 14 คน ไม่น่าเข้าข่ายมาตรา 116 เพราะแสดงออกตามวาระทางการเมือง กรณีที่ระบุว่านักศึกษามีคนเสื้อแดง หรือขั้วอำนาจเก่าอยู่เบื้องหลัง ถ้าเป็นจริงเป็นหน้าที่ของฝ่ายรัฐ พิสูจน์ข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ที่ยืนยันได้แล้วค่อยตั้งข้อหา ไม่ใช่ดำเนินการด้วยข้อสันนิษฐาน หากข้อมูลแบบนี้ผ่านโซเชียลออนไลน์อาจคลาดเคลื่อนจนเข้าใจผิดกับกลุ่มนักศึกษาได้ว่าถูกจับเพราะมีเจตนาล้มรัฐบาลเพื่อกลับสู่อำนาจเดิม ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้กสม.ควรสืบเสาะข้อเท็จจริงและแถลงต่อสังคม

ป้อง นศ.เป็นฮีโร่ช่วยชาวบ้าน

ขณะที่กลุ่มชาวบ้านที่กลุ่มดาวดินเคยเข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ากลุ่มนักศึกษาเหล่านี้เข้าไปให้ความรู้กฎหมายชุมชน สิทธิชุมชน เพื่อให้ชาวบ้านรู้สิทธิตัวเองและลุกขึ้นมาเรียกร้องกับภาครัฐ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ไม่เคยมีการปลุกระดม เหมือนเป็นพระเอกมาช่วยเหลือชาวบ้าน นอกจากนี้ ยังประณามทหารไม่มีความยุติธรรมที่จับกุมโดยใช้กฎหมายที่แรงเกินกว่าเหตุ

8 ก.ค. นัดซักถามทหาร-ตร.

นพ.นิรันดร์กล่าวว่า ขอสรุป 3 ประเด็นคือ 1.กสม.ตรวจสอบการทำงานของกลุ่มดาวดินที่ทำงานกับชาวบ้านมาโดยตลอดซึ่งถือเป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนจนได้รับรางวัลจาก กสม.อยากให้มีการนำเสนอเรื่องนี้ด้วย เพราะมีการสาดโคลนกันไปต่างๆนานาเนื่องจากไม่เข้าใจข้อเท็จจริง 2.วันที่ 8 ก.ค. เวลา 10.00 น. จะเชิญทหาร ตำรวจและสภา ทนายความเข้าชี้แจงข้อเท็จจริง และ 3.จะตรวจสอบกรณีค้นรถทนายความของกลุ่มดาวดินว่าเป็นไปโดยชอบหรือไม่

ระแวงทหารแฝงตัวเก็บข้อมูล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างรับฟังความคิดเห็นมีเจ้าหน้าที่แต่งกายคล้ายทหารรายหนึ่งเข้ามาในห้องประชุม จนทำให้ นพ.นิรันดร์พักการประชุมและให้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวแนะนำตัว ซึ่งระบุว่าเป็น รปภ.ของบริษัทธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด ซึ่งเป็นฝ่ายบริหารโครงการศูนย์ราชการกรุงเทพฯและบริหารสินทรัพย์อื่นของรัฐตามนโยบาย ถูกสั่งให้สังเกตการณ์และบันทึกการประชุมทำให้นพ.นิรันดร์ไม่พอใจเป็นอย่างมาก โดย นพ.นิรันดร์กล่าวว่า ขอให้เลขานุการสอบถามบริษัทธนารักษ์ฯที่ส่งคนมาครั้งนี้เพราะไม่มีการขออนุญาต ถือเป็นการ แทรกแซงและดูถูกการทำงานของ กสม.ถ้าต้องรู้การทำงานเรารายงานให้ได้ และขอให้เจ้าหน้าที่กลับไปรายงานผู้บังคับบัญชาให้ถูกต้อง หากข้อมูลผิดเพี้ยนจะดำเนินการฟ้องร้องแน่นอน

“มาร์ค” จี้ รบ.โชว์หลักฐานหวั่นบานปลาย

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการฝากขัง 14 นักศึกษาต่อต้านรัฐบาล คสช.ว่า เป็นห่วงว่าการที่รัฐบาลระบุว่ามีคนอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของ นักศึกษากลุ่มนี้ โดยยังไม่นำหลักฐานที่ชัดเจนมาเปิดเผยต่อสาธารณชน อาจผลักนักศึกษาที่บริสุทธิ์ไปอยู่ข้างใดข้างหนึ่ง ไปอยู่ฝ่ายตรงกันข้าม หรือไปฝักใฝ่การเมืองขั้วใดขั้วหนึ่ง รัฐบาลควรแยกแยะให้ดี ต้องยอมรับว่าฝ่ายต่อต้านโดยบริสุทธิ์ใจมีจริง เรื่องจะได้ไม่ลุกลามบานปลาย อย่างไรก็ตาม มีขบวนการหากิน กับประชาธิปไตย มีผลประโยชน์การเมืองแอบแฝงอยู่จึงอยากให้รัฐบาลและ คสช.แยกแยะให้ได้ ระหว่างคนที่เคลื่อนไหวโดยสุจริตกับคนที่มีผลประโยชน์แอบแฝง วางกติกาที่ชัดเจนว่าถ้าแสดงออกที่ไม่กระทบต่อความมั่นคงของรัฐทำได้ โดยระบุให้ชัดว่าถ้ามีเบื้องหลังก็ให้มีความผิด

“อ๋อย” ซัด คสช.หลงทางปรองดอง

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ผู้รับผิดชอบบางคนถูกใช้ให้ไปหาทางทำให้ผู้ที่มักแสดงความเห็นต่างกับภาครัฐแสดงความเห็นให้น้อยลง ขัดแย้งต่อหน้าที่การสร้างความปรองดอง จากประสบการณ์การที่นักศึกษาที่กล้าหาญ ถึงขั้นยอมลำบากตามอุดมการณ์เพื่อบ้านเมือง จะถูกใครจูงจมูกไม่ใช่เรื่องง่าย ควรตรวจสอบให้ชัดเจน ไม่ใช่กล่าวหาลอยๆ จะทำให้เกิดความเกลียดชังเปล่าๆ กรณีนักศึกษา 14 คน กำลังจะมีผลกระทบต่อการสร้างปรองดองไม่น้อย ความขัดแย้งในสังคมที่ทับถมมากขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุที่สำคัญ คือการใช้กฎหมาย โดยตั้งข้อกล่าวหารุนแรงมีโทษจำคุกถึง 10 ปี ดำเนินคดีในศาลทหาร ไม่เป็นตามหลักนิติธรรมการบอกว่ากฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ต้องอย่าลืมว่าปัจจุบัน คสช.จะสั่งอะไรก็เป็นกฎหมายได้ ความจริงการจะปล่อยตัวนักศึกษา 14 คน ไม่ใช่เรื่องยาก ไม่ต้องใช้มาตรา 44 เพียงแต่คำสั่งอะไรที่ไม่ชอบธรรมก็แก้เสีย ไม่ตั้งข้อหาร้ายแรงเกินกว่าเหตุ ไม่ใช้เวลาสอบสวนนาน ไม่ต้องขอฝากขังให้ยืดเยื้อ ไม่จำเป็นต้องนิรโทษ ตนกำลังจะจัดทำข้อเสนอแนวทางสร้างความปรองดองส่งให้ คสช.

พงส.สอบปากคำ 14 แกนนำ นศ.

วันเดียวกัน ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลาง สถานที่คุมขัง 14 นักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ หรือเอ็นดีเอ็ม เจ้าหน้าที่ทัณฑสถานหญิงกลางได้ย้าย น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว นักศึกษา ม.ประสานมิตร ไปรักษาตัวที่ รพ.ราชทัณฑ์ หลังมีอาการปวดร่างกายซีกซ้าย ขณะที่พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ เดินทางเข้าขอสอบปากคำนักศึกษาเอ็นดีเอ็มในเรือนจำพิเศษ โดยมีทีมทนายเข้าร่วมรับฟังการสอบสวนด้วย โดยตลอดทั้งวันยังคงมีกลุ่มคณะอาจารย์ ญาติ และเพื่อนของนักศึกษาเดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง อาทิ น.ส.ประภา เพชรมีศรี น.ส.ประทับจิต นีละไพจิตร น.ส.งามศุกร์ รัตนเสถียร อาจารย์ประจำศูนย์สิทธิมนุษยชนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล นายธีระ สุธีวรางกูล น.ส.สาวตรี สุขศรี และนายปูนเทพ ศิรินุวงศ์ คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายกิจการ นักศึกษา มธ. นายชำนาญ จันทร์เรือง ประธานแอมนาสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย และเจ้าหน้าที่จากศูนย์ข้อมูลติดตามสถานการณ์ความรุนแรงทางการเมือง ศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นต้น

ศูนย์สันติ ม.มหิดล จี้ยุติข่มขู่คุกคาม

จากนั้น น.ส.ประทับจิต นีละไพจิตร ในฐานะตัวแทนสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล นำจดหมายเปิดผนึกมาอ่านหน้าป้ายเรือนจำพิเศษ ใจความว่า ขอสนับสนุนหลักการการเคลื่อนไหวของขบวนการประชาธิปไตยใหม่และกลุ่มดาวดิน เพราะเป็นการเรียกร้องขั้นพื้นฐานที่จะนำสังคมไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย สันติ และปรองดอง เราเป็นห่วงการจับกุมนักศึกษา 14 คน รวมทั้งการข่มขู่คุกคามครอบครัวเพื่อนฝูง ตลอดจนครูบาอาจารย์ของนักศึกษากลุ่มนี้เป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ ขอเรียกร้องดังนี้ 1. ขอให้หน่วยงานความมั่นคงยุติการติดตามข่มขู่ คุกคาม ครอบครัว และเพื่อนนักศึกษา สร้างความหวาดผวาว่าอาจตกเป็นเป้าหมายจับกุม 2. ขอให้คดีของขบวนการประชาธิปไตยใหม่และกลุ่มดาวดิน เข้าสู่กระบวนการปกติในศาลพลเรือน 3. ขอให้สังคมไทยรับฟังความเห็นที่แตกต่างของพี่น้องร่วมสังคม ด้วยความอดทนอดกลั้น ไม่ด่วนตัดสิน

“ปริญญา” แนะไม่ควรขอฝากขังต่อ

นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า เรื่องการเรียนของ นศ.ที่อยู่ในเรือนจำนั้นไม่มีปัญหา มธ.จะอนุโลมให้เป็นกรณีพิเศษ ถือว่าเป็นเหตุที่ไม่ได้เกิดเพราะความบกพร่องของนักศึกษา ในวันที่ 7 ก.ค.ที่ครบกำหนดฝากขังผัดแรก พนักงานสอบสวนไม่ควรขออำนาจศาลฝากขังผัดที่สอง เพราะพฤติกรรมของ นักศึกษาไม่ได้คิดจะหลบหนี ควรให้โอกาสไปต่อสู้คดีนอกคุก สิ่งที่เด็กเหล่านี้ทำเป็นเพียงการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ไม่ควรนำพวกเขามาขังรวมกับนักโทษที่ศาลพิพากษาแล้ว อีกทั้งศาลทหารตามหลักมีไว้ใช้กรณีมีกฎอัยการศึกยามศึกสงครามหรือตัดสินบุคลากรในกองทัพ กรณี 14 นักศึกษาต้องขึ้นศาลทหาร เพราะคำสั่งของ คสช. ต้องถูกสังคมตั้งคำถาม ถ้า คสช.ไม่ต้องการถูกวิจารณ์ ควรนำคดีนี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามปกติ

นศ.ย้ำถ้าจะปล่อยต้องไม่มีคดีติดตัว

จากนั้นเวลา 11.30 น. กลุ่มนักศึกษากลุ่มเอ็นดีเอ็ม 13 คน ในเรือนจำพิเศษ ที่ถูกแยกขังตามแดนต่างๆ ถูกเรียกตัวมายังห้องเยี่ยม โดยนายทรงธรรม แก้วพัสพฤกษ์ นักศึกษา ม.เทคโนโลยีสุวรรณภูมิ ตอบข้อซักถามผู้สื่อข่าวผ่านกรงขังว่า เมื่อวันที่ 2 ก.ค. มีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน เดินทางมาสอบถามข้อมูล ตั้งแต่ถูกควบคุมตัวจากการจัดกิจกรรมหน้าหอศิลป์เมื่อวันที่ 22 พ.ค.จนถึงก่อนเข้าเรือนจำว่ามีการละเมิดเรื่องใดบ้าง ส่วนตัวพอใจกับบทบาทของ กสม.ระดับหนึ่ง แต่ในการหารือครั้งนี้ที่น่าสนใจคือมีอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ร่วมเจรจาและได้พูดคุยกับกลุ่มนักศึกษาด้วย พวกเราชี้แจงไปว่าหากจะปล่อยตัวก็ไม่ควรต้องมีข้อแม้หรือมีคดีติดตัว เพราะแน่นอนว่าออกไปกลุ่มนักศึกษาก็ยังคงต้องเคลื่อนไหวต่อ ถ้ามีคดีจะขัดขวางการเคลื่อนไหวของเรา

โต้ยอมติดคุกหวังปั่นกระแส

ด้านนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ แกนนำกลุ่มดาวดิน นักศึกษานิติศาสตร์ ม.ขอนแก่น กล่าวว่า จากที่ฟังทางอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ที่เข้ามาร่วมพูดคุยเหมือนพยายามอยากให้พวกเราประกันตัว เพื่อออกไปสู้คดีข้างนอก แต่กลุ่ม นศ.ให้เหตุผลไปว่าหากประกันก็จะเท่ากับว่ายอมรับข้อกล่าวหา พวกเราประเมินสถานการณ์และหารือกันแล้วว่า จะยังคงยืนกรานไม่ประกันตัวในการฝากขังผัดแรกแน่นอน ส่วนการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นข้างนอกเรือนจำนั้น ยืนยันว่าที่พวกเรายอมติดคุกไม่ได้เพื่อหวังให้เกิดกระแสเรียกร้องให้ปล่อยตัวพวกเรา แต่หวังที่จะให้คนที่ออกมาเรียกร้อง ได้รู้สึกถึงคุณค่าและหลักการของสิทธิความเป็นมนุษย์ ยอมรับว่าการแยกแดนนั้นทำให้รู้สึกเหงาบ้าง แต่ทุกคนยังมีกำลังใจที่ดี

ทนายจ่อยื่นคัดค้านฝากขังผัดสอง

ต่อมา 12.30 น. นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความของนักศึกษากลุ่มเอ็นดีเอ็ม พร้อมทีมทนายความ ร่วมกันแถลงข่าวหน้าเรือนจำพิเศษว่า กลุ่มนักศึกษาได้ฝากข้อความจากเรือนจำว่า “พวกเขาขอปฏิเสธอำนาจของศาลทหารและไม่ขอประกันตัว เพราะมองว่าพวกเขาเป็นพลเรือน ไม่จำเป็นต้องขึ้นศาลทหาร แต่ทุกคนพร้อมที่จะสู้คดีในศาลพลเรือน ที่ไม่ขอประกันตัวเพราะเชื่อว่าการอยู่ในเรือนจำ จะทำให้สังคมเห็นว่าการถูกลิดรอนเสรีภาพนั้นเป็นอย่างไร ทั้งนี้ ในวันที่ 7 ก.ค.ครบกำหนดที่พนักงานสอบสวนขออำนาจศาลฝากขังผัดแรก ทั้งหมดต้องถูกเบิกตัวไปขึ้นศาลทหาร เพื่อขออำนาจศาลทหารฝากขังผัดที่สอง ทีมทนายจะยื่นคัดค้านการขอฝากขังของพนักงานสอบสวน เพราะเห็นว่านักศึกษาไม่มีพฤติกรรมที่จะหลบหนี หากศาลพิจารณาไม่อนุญาตให้ฝากขังต้องปล่อยตัวทันที โดยกระบวนการของคดีจะดำเนินต่อ ถ้าศาลสั่งให้ปล่อยตัวในวันดังกล่าว ทุกคนต้องยอมเดินออกจากเรือนจำ

ยก 14 ตุลาขอศาลทหารไต่สวนเปิดเผย

นายกฤษฎางค์กล่าวอีกว่า กลุ่มนักศึกษายังได้ฝากให้ทีมทนายยื่นคำร้องต่อศาลทหาร หากมีการพิจารณาคดีและไต่สวนกลุ่มนักศึกษาขอให้เป็นการกระทำในแบบเปิด คือให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้ารับฟังได้ ซึ่งแนวปฏิบัตินี้ศาลทหารเคยอนุญาตมาแล้ว ในสมัยที่พิจารณาคดี นศ.ยุค 14 ตุลาฯ แต่หากศาลทหารไม่ยอมรับ ทาง นศ.บอกว่าพวกเขาจะมีมาตรการอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปเช่นกัน อย่างไรก็ตาม คดีนี้ทีมทนายไม่รู้สึกหนักใจในการต่อสู้คดี แต่ถ้าจะมีเรื่องหนักใจก็คือการที่ทีมทนายถูกคุกคาม รวมทั้งการที่พ่อแม่ของ นศ.ที่ถูกทหารไปหาที่บ้านเท่านั้น ซึ่งทาง นศ.ได้ฝากมาว่าเรื่องนี้พ่อแม่ไม่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของ นศ.แต่อย่างใด

มวลชนทยอยร่วม “โพสต์อิสรภาพ”

ช่วงเย็นที่ทางเดินสกายวอล์ก หน้าสถานีรถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติ สี่แยกปทุมวัน กลุ่มพลเมืองโต้กลับนัดหมายมวลชนที่เห็นต่างกับ คสช.รวมตัวกันทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ใช้ชื่อ “โพสต์อิสรภาพ” เขียนข้อความลงบนกระดาษโพสต์อิทเรียกร้องให้ปล่อยตัว 14 นักศึกษากลุ่มเอ็นดีเอ็ม ก่อนหน้าที่กิจกรรมจะเริ่มขึ้น พ.ต.อ.จารุต ศรุตยาพร ผกก.สน.ปทุมวัน พ.อ.สุวิทย์ เกตุศรี ผู้บังคับการกรมทหารม้าที่ 1 พ.ท.ภาสกร กุลรวิวรรณ ผบ.ม.พัน. 1 พล.ม.2 รอ. พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารรัฐธรรมนูญ นำกำลังทหารชุดนอกเครื่อง-แบบสนธิกำลังกับตำรวจ สน.ปทุมวัน นำโดย พ.ต.อ.จารุต ศรุตยาพร ผกก.สน.ปทุมวัน และตำรวจ บก.น.6 นำแผงรั้วเหล็กปิดกั้นพื้นที่หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพ สกัดกั้นมวลชนไม่ให้เข้าใช้พื้นที่ ส่วนทางเดินสกายวอล์ก ตำรวจนำแผงเหล็กกั้นกลางทางเดินปิดยึดพื้นที่ฝั่งหันมาทางหอศิลป์ฯไว้ อนุญาตให้ใช้เฉพาะพื้นที่ฝั่งศูนย์การค้ามาบุญครอง ขณะเดียวกันกลุ่มมวลชนคนค้านการรัฐประหารทยอยมารวมตัวเพิ่มขึ้น มีทั้งกลุ่มนักศึกษา กลุ่มคนเสื้อแดง มีแกนนำ เช่น นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นักศึกษา มธ. นายสมบัติ บุญงามอนงค์ แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง นางสุดสงวน สุธีสร อดีตอาจารย์มธ.นักวิชาการคนเสื้อแดง นายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา บิดานายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน

จนท.ปรับแผนไม่จับ–ถ่ายรูปคู่ชื่นมื่น

กระทั่งเวลา 18.00 น. นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นักศึกษา มธ. เริ่มแจกกระดาษโพสต์อิทให้มวลชนราว 200 คนที่มาร่วมเขียนข้อความ ก่อนนำไปติด บนบอร์ดยิปซั่ม 7 แผ่นที่อยู่ฝั่งศูนย์การค้ามาบุญครอง มีข้อความเรียกร้องปล่อยตัวนักศึกษาและข้อความโจมตี คสช. โดยเจ้าหน้าที่ปรับแผนใหม่ไม่จับกุม แต่ให้ทหาร ตำรวจ นอกเครื่องแบบหลายสิบคนแฝงตัวปะปนเข้าไปถ่ายภาพกิจกรรมและใบหน้าผู้เข้าร่วมเก็บไว้เป็นหลักฐาน แม้มีมวลชนบางคนคุมอารมณ์ไว้ไม่อยู่ตะโกนไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ แต่ก็ไม่ถูกจับ นับเป็นครั้งแรกหลังมีการรัฐประหาร ที่การจัดกิจกรรมในพื้นที่รับผิดชอบของ พล.ม.2 รอ.ไม่มีการจับกุมผู้แสดงออกเชิงสัญลักษณ์แม้แต่รายเดียว โดยเฉพาะที่สร้างความฮือฮา คือเมื่อ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารรัฐธรรมนูญ ซึ่งเคยเป็นโจทก์ยื่นฟ้องแนวร่วมคนเสื้อแดงนับสิบคน ได้เข้าพูดคุยกับนางสุดสงวน สุธีสร นักวิชาการเสื้อแดงอย่างเป็นกันเอง พร้อมถ่ายภาพ ร่วมกันทำสัญลักษณ์ชูมือเหนือหัวคู่กันเป็นรูปหัวใจ หรือเรียกเป็นภาษาเกาหลีว่า “ซารังเฮโย” ด้วย

นายกฯเสียงอ่อย นศ.พลังบริสุทธิ์

เมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติตอนหนึ่งว่า เรื่องความขัดแย้งในพื้นที่ต่างๆ ต้องยุติให้ได้โดยเร็ว ต้องขอร้องทุกกลุ่ม ถ้าเราจะเอาประชาธิปไตยทันทีแก้ปัญหาทั้งหมดภายในระยะเวลาเร่งด่วน มันทำไม่ได้ทั้งสิ้น กลุ่มนักศึกษานั้นตนจะไม่ไปตำหนิ ถือว่าเป็นพลังบริสุทธิ์ น่าจะทำประโยชน์ให้บ้านนี้เมืองนี้ได้อีกมากในอนาคต ขอให้ใช้ในระยะเวลาที่ถูกต้อง อย่าไปเชื่อมั่นว่าใครมาบิดเบือน สร้างความเข้าใจที่ผิดๆ ตนไม่เคยปฏิเสธคำว่าประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง แต่ที่ผ่านมามีปัญหาก็ต้องแก้ให้ได้ก่อน จะได้ไม่ต้องไปสิ้นเปลืองงบประมาณ เสียเวลากับการควบคุมอำนาจ ฝากถึงทุกกลุ่มที่มองว่าประชาธิปไตยประเทศมีปัญหานั้น ไม่จริงทั้งหมด อยากขอให้ทุกคนเดินตามโรดแม็ป คดีที่เกิดขึ้นในปัจจุบันหากว่ายอมรับกันพูดจากันรู้เรื่อง เราจะหาทางดูแล แต่อย่าให้ต้องทำให้กฎหมายเสียหายไปมากกว่านี้เลย

ซัดนักการเมืองชี้นำกดดันประเทศ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า เรื่องการรับฟังความคิดเห็น มีการเปิดเวทีการเสนอแนะเพื่อปฏิรูปประเทศไทย เริ่มจากรายการ “เดินหน้าปฏิรูป” เริ่มออกอากาศเมื่อวันที่ 1 ก.ค. เชิญทั้ง สปช. นักวิชาการ นักการเมือง และอดีตรัฐมนตรี มาร่วมพูดคุยเป็นเรื่องๆ เพื่อมาดูว่ารัฐบาลปัจจุบันทำอย่างไร ในอดีตเป็นอย่างไร ประชาชนจะได้เป็นผู้ตัดสินว่าความคิดของใครถูกหรือผิด ไม่เช่นนั้นก็เถียงกันอยู่อย่างนี้ แล้วก็ไล่ล่าฆ่าฟันกันไม่จบเสียที จะตำหนิติติงอะไรตนไม่โกรธ แต่ต้องมีเหตุผลมาสู้หรือมายืนยัน ไม่ใช่ตนอยากสืบทอดอำนาจ เพียงแต่ต้องการให้ประเทศไทยมีที่ยืนอยู่ในโลกใบนี้ วันนี้เรื่องการกดดันจากต่างประเทศก็เบาบางลงไป เว้นแต่ว่าคนของเราเองโดยเฉพาะอดีตนักการเมือง ก็อยากถามว่าอยากเห็นประเทศไทยอยู่ตรงไหน จะเอาชนะคะคานตนโดยประเทศเสียหายแล้วได้กลับมาเป็นรัฐบาล แล้วจะปกครองบริหารใคร ในเมื่อประเทศล้มเหลวไปแล้ว

สันติบาลเช็กเครือข่ายหนุนเอ็นดีเอ็ม

วันเดียวกัน พล.ต.ต.สราวุฒิ การพานิช ผบก.ส.1 ผู้รับผิดชอบด้านการข่าว มีหนังสือสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยข่าว สังกัดกองกำกับการสันติบาล ที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ ที่มีอาจารย์และนักวิชาการลงชื่อในแถลงการณ์เรียกร้องให้ปล่อยตัว 14 นักศึกษา ให้เข้าไปตรวจสอบว่ามีการแอบอ้างชื่อหรือไม่ และมีแนวคิดทางลบต่อรัฐบาลหรือไม่ พร้อมให้สืบว่ากลุ่มหรือองค์กรในประเทศที่ออกมาเรียกร้อง สนับสนุน และเกี่ยวข้อง มีประวัติ พฤติการณ์การเคลื่อนไหว ความเชื่อมโยงกับนักศึกษากลุ่มอื่นอย่างไร มีแนวโน้มการเคลื่อนไหวทิศทางไหน มีความขัดแย้งปัญหาด้านการเมืองของประเทศมากน้อยแค่ไหน มีแนวการดำเนินการต่อประเทศอย่างไร อีกทั้งให้สืบสวนการเคลื่อนไหวของ น.ส.พุทธิดา ไชยนันต์ นศ.ปริญญาโท ม.เชียงใหม่ว่ามีศักยภาพความเป็นผู้นำมากน้อยแค่ไหนด้วย

สปช.รอถกนอกรอบลงมติ รธน.

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา นายวันชัย สอนศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิป สปช.) แถลงผลการประชุมวิป สปช.ว่า ที่ประชุม สปช.กำหนดวาระการพิจารณาวาระปฏิรูป 37 วาระ ทุกวันจันทร์ถึงวันพุธ ให้เสร็จสิ้นไม่เกินวันที่ 19 ส.ค. และวันที่ 22 ส.ค.เวลา 11.59 น. กมธ.ยกร่างฯ จะส่งร่างรัฐธรรมนูญให้ สปช.พิจารณาประกอบการตัดสินใจลงมติโหวตรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 5-7 ก.ย. คาดว่าสมาชิก สปช.จะต้องหารือนอกรอบเรื่องโหวตรัฐธรรมนูญไม่เกินวันที่ 7 ก.ย.แน่นอน คาดว่าจะต้องหารือกรณี สปช.จะเสนอคำถามประชามติหรือไม่ควบคู่ไปด้วย ถ้ามีสมาชิกเสนอคำถามต้องอภิปรายและลงมติ จากนั้นจะมาลงมติโหวตรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ กมธ.ยกร่างฯขอความร่วมมือ สปช.ให้คณะ กมธ.ปฏิรูป 18 คณะ ส่งตัวแทนร่วมเป็นอนุ กมธ.จัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง และจะเชิญผู้ยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 8 กลุ่ม เข้ารับฟังคำชี้แจงว่าได้แก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ ประเด็นใดบ้าง เพราะเหตุใด

เผยสมาชิกเล็งชงขอโหวตลับ

นายวันชัยกล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ท้วงติงการแสดงความเห็นคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ก็คงต้องเพลาๆ ลงก่อน เพราะสมาชิกหลายคนบอกว่าให้รอดูร่างรัฐธรรมนูญสุดท้าย 1 เสียงของตนจะโหวตคว่ำหรือไม่ ยังไม่ขอบอกตอนนี้ แต่เห็นว่ารัฐธรรมนูญต่อให้ดีวิเศษวิโสขนาดไหน ถ้าห้วงเวลาไม่ได้ บ้านเมืองไม่สงบ จะรีบเลือกตั้งไปทำไม ถามว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีส่วนไหนที่ปราบปรามการทุจริตได้หรือไม่ ต้องรอดูตอนสุดท้าย ถ้าพบว่าเป็นของไม่ดีก็ไม่เอา อย่างไรก็ตาม ทราบว่าขณะนี้มีสมาชิกบางคนจะเสนอให้การโหวตเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นการลงมติลับ อ้างว่าจะเป็นตัวของตัวเองในการตัดสินใจ แต่ตนไม่เห็นด้วยเพราะการลงมติจะต้องเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบ

โพลร้อยละ 49 ให้ผ่านประชามติ

ด้านนายประชา เตรัตน์ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงผลสรุปจากแบบสอบถามความคิดเห็นของประชาชนในโครงการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญว่า จากการที่ กมธ.ยกร่างฯ ร่วมกับ กมธ.การมีส่วนร่วม และรับฟังความคิดเห็นของประชาชน สปช. ดำเนินการสอบถามประชาชนในโครงการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญระหว่างวันที่ 27 เม.ย.-27 พ.ค. 58 ใน 4 ภาค รวม 12 จังหวัด เก็บแบบสอบถามได้ 9,356 คน พบว่าร้อยละ 52 เห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญเหมาะสมแล้ว ร้อยละ 27 ระบุต้องปรับปรุง ภาพรวมของร่างรัฐธรรมนูญร้อยละ 60 พอใจ ร้อยละ 6 ไม่พอใจ ทั้งนี้ร้อยละ 54 ให้คะแนน 8-10 คะแนนและร้อยละ 6 ให้ 0-4 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 ส่วนถ้ามีการลงประชามติเพื่อรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ร้อยละ 49 ระบุว่ารับแน่นอน ร้อยละ 28 ยังไม่แน่ใจ และร้อยละ 3 ไม่รับ โดยจุดเด่นของร่างฯ อันดับหนึ่งคือ เรื่องความเป็นพลเมือง อันดับสอง เรื่องสิทธิเสรีภาพ และอันดับสาม เรื่องปฏิรูปและปรองดอง

ดักคออย่าย้อนนิรโทษเหมาเข่ง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯและหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงแนวทางนิรโทษกรรมของคณะกรรมการศึกษาแนวทางสร้างความปรองดอง สปช.ว่า ถ้ารัฐบาลหรือ คสช.จะเดินหน้าควรจำกัดขอบเขตนิรโทษกรรมเฉพาะผู้ชุมนุมโดยสุจริตเท่านั้น อย่าย้อนไปสู่การนิรโทษกรรมแบบเหมาเข่งให้ทั้งคดีทุจริตหรือคดีอาญาที่รุนแรงหรือมาตรา 112 อีก ควรดำเนินการในส่วนของประชาชนที่ร่วมชุมนุมก่อน เพราะมีคนจับประชาชนเป็นตัวประกัน หวังจะได้รับนิรโทษกรรมไปพร้อมๆกัน ซึ่งรูปแบบกระบวนการสำนึกผิดก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะเป็นอย่างไร หวังว่าจะมีการตัดอำนาจคณะกรรมการปรองดองฯออกจากร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้อยากให้รัฐบาลมีท่าทีชัดเจนในเรื่องนี้ และคิดต่อไปว่าถ้าจะนิรโทษฯจนถึงปี 2557 ว่าจะทำอย่างไรกับผู้ที่ถูกดำเนินคดีในปี 2557-2558 ด้วย ขอฝากถึง พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ว่าอยากให้ตัดสินใจเรื่องการออกกฎหมายให้กับประชาชนที่ชุมนุมโดยบริสุทธิ์ โดยปล่อยให้คดีอาญาที่รุนแรง หรือคดีทุจริตเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม

“บวรศักดิ์” จี้สื่อตีกรอบจริยธรรม

เมื่อเวลา 09.45 น. ที่ห้องประชุมอิศรา อมันตกุล อาคารสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติจัดสัมมนา หัวข้อ “กฎหมายใหม่พลิกโฉมสื่อไทย” โดยนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “อนาคตสื่อไทยหลังรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” ว่า วันนี้สื่อโซเชียลมีเดียไปเร็วกว่าสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อวิทยุ สื่อโทรทัศน์ เพราะมีผู้สื่อข่าวถึง 65 ล้านคน แล้วจะทำจริยธรรมกันอย่างไร ประเด็นที่ท้าทายวันนี้จึงเป็นเรื่องความเป็นอิสระเกินไปหรือไม่ของสื่อมวลชนนิรนาม หรือความไม่รับผิดชอบของสื่อมวลชนนิรนามในไลน์ เฟซบุ๊ก ขอให้ผู้ที่รับผิดชอบสื่อฯช่วยกันคิด

นายบวรศักดิ์ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราว่า ที่กังวลว่า กมธ.ยกร่างฯจะแก้ไขตามคำขอของ ครม.มากกว่าฝ่ายอื่นนั้น ไม่ได้แก้ไขตามที่ ครม.เสนอมาทั้งหมด แต่ ครม.รับผิดชอบการบริหารราชการแผ่นดิน เราก็ต้องให้ความสำคัญมากกว่าเป็นปกติ แต่ไม่ได้หมายความว่าคำขออื่นๆจะไม่สำคัญ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่คงไม่ยาวกว่ารัฐธรรมนูญปี 40 และ 50 คงจะ เหลือประมาณ 300 มาตรา

“บิ๊กตู่” เยือนญี่ปุ่นย้ำตามโรดแม็ป

สำหรับภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ซึ่งอยู่ระหว่างเข้าร่วมประชุมผู้นำลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่นครั้งที่ 7 ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเวลา 10.15 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ที่โรงแรมอิมพีเรียล โฮเต็ล พล.อ.ประยุทธ์ ได้หารือกับนายฮิโระยูกิ อิชิเกะ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) จากนั้นเวลา 11.30 น.ร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวันระหว่างผู้นำกับกลุ่มสมาชิกมิตรภาพรัฐสภาแม่โขง-ญี่ปุ่น แล้วเข้าร่วมสัมมนา Mekong-Five Economic Forum โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวสุนทรพจน์ต่อภาคเอกชนญี่ปุ่นตอนหนึ่งว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีความสงบมั่นคง การดำเนินชีวิตของประชาชน การลงทุนทำธุรกิจเป็นปกติ อยู่ในโรดแม็ปขั้นที่ 2 เตรียมเข้าสู่ขั้นที่ 3 ที่กำลังร่างรัฐธรรมนูญและจะมีการทำประชามติช่วงต้นปี 59 จากนั้นถึงจะมีการเลือกตั้ง ส่งต่อวาระการปฏิรูปประเทศให้รัฐบาลในอนาคตต่อไป

ปลื้มเข้าเฝ้าฯ จักรพรรดิรอบ 2

ต่อมาเวลา 15.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ ไปเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระจักรพรรดิอะคิฮิโตะและสมเด็จพระจักรพรรดินีมิจิโกะ ที่พระราชวังอิมพีเรียล ร่วมกับผู้นำประเทศลุ่มน้ำโขง โดย พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้อัญเชิญพระราชกระแสรับสั่งในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินีนาถ ถวายพระพรให้ทั้งสองพระองค์มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง โดยนายกฯสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานพระราชวโรกาสให้เข้าเฝ้าฯเป็นครั้งที่ 2 ในนามของรัฐบาล และชาวไทย ขอถวายพระพรให้ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงและทรงพระเกษมสำราญ จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้พบหารือกับนายทาดาโมริ โอชิมา ประธานสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่น และนายมาซากิ ยามาซากิ ประธานวุฒิสภาญี่ปุ่น ตามลำดับ ก่อนร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำที่นายชินโซ อาเบะ นายกฯญี่ปุ่น เป็นเจ้าภาพ

สื่อยุ่นตีปี๊บญี่ปุ่นทุ่มลงทุนเต็มที่

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงโตเกียวเมื่อ 3 ก.ค. ระบุว่า ช่วงสุดสัปดาห์นี้ นายชินโสะ อาเบะ นายกฯญี่ปุ่น มีกำหนดร่วมประชุมกับผู้นำกลุ่มชาติ “แม่โขง ไฟว์” ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว เมียนมา ไทยและเวียดนาม ในนามการประชุมสุดยอดประจำปี “ญี่ปุ่น-แม่โขง” ครั้งที่ 7 เน้นความร่วมมือพัฒนาสร้างเครือข่ายระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานคุณภาพสูง ทั้งนี้รัฐบาลญี่ปุ่นเพิ่มความพยายามขึ้นอีก 1 เท่าตัว หวังลงทุนสร้างถนน เครือข่ายระบบรถไฟฟ้า และโรงผลิตกระแสไฟฟ้าเทคโนโลยีญี่ปุ่นไปสู่ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่แถบแม่น้ำโขง ขณะที่หนังสือ
พิมพ์นิคเกอิ ระบุบริษัทญี่ปุ่น 3 แห่ง ได้ลงทุนโครงการใหญ่ในประเทศไทย มูลค่า 947 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 32,000 ล้านบาท ในโครงการสร้างรถไฟเชื่อมกรุงเทพฯกับต่างจังหวัด โดยบริษัทซูมิโตโมะ รับงานก่อสร้าง บริษัทฮิตาชิ จัดการเรื่องรถไฟ 130 ขบวน และบริษัทมิตซูบิชิ จัดการดูแลเรื่องระบบกับสัญญาณต่างๆ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มลงทุนของญี่ปุ่นในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงต้องเผชิญคู่แข่งสำคัญคือจีนที่กำลังแผ่อิทธิพลในภูมิภาคนี้อย่างมาก

“วิชา” ฉะอดีต รมต.เตะถ่วงคดีเยียวยา

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่โรงแรมนภาลัย จ.อุดรธานี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “ประสานพลังการสื่อสารเพื่อขับเคลื่อนเครือข่ายต้านการทุจริตในระดับจังหวัด (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)” โดยนายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวตอนหนึ่งว่าตราบใดที่ประชาชนยังไม่เลิกแบ่งฝักแบ่งฝ่าย คอยจับผิดคนอื่น ประเทศคงไป ไม่รอด คนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ยังถูกครอบงำว่า ป.ป.ช.มีสองมาตรฐานหรือไม่ แต่ยืนยันว่า ป.ป.ช.ติดตามคดีทุกฝ่ายไม่ว่าฝ่ายใด

นายวิชาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีการแจ้งข้อกล่าวหาอดีต ครม.รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กรณีจ่ายเงินเยียวยาผู้ชุมนุมทางการเมือง ระหว่างปี 2548-2553 โดยมิชอบว่า ป.ป.ช.จะส่งหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ที่ยังไม่ได้มารับทราบข้อกล่าวหาทางไปรษณีย์ หลังจากนั้นผู้ถูกกล่าวหาจะมีเวลา 15 วัน หลังจากได้รับหนังสือทางไปรษณีย์ ต้องมาแก้ข้อกล่าวหาต่อไป โดยขอขยายเวลาแก้ข้อกล่าวหาได้ 2 ครั้งครั้งละ 15 วัน หากใครไม่มาถือว่า ไม่ติดใจแก้ข้อกล่าวหา ส่วนที่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต รมว.ไอซีที ยื่นฟ้องศาลว่าคณะอนุกรรมการไต่สวนเป็นปรปักษ์นั้น ป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นว่า เรื่องนี้ฟังไม่ขึ้น จึงให้ดำเนินการต่อไป คงอยากให้ ป.ป.ช.มีเรื่องติดขัดทำให้คดีหยุดชะงัก แต่คงไม่เป็นอุปสรรคอะไร ผู้ถูกกล่าวหาพยายามถ่วงเวลาก็ไม่มีผลในการไต่สวน

เชิญลูก นพ.เหวงให้ข้อมูลสลายแดง

นายวิชากล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าคดีการสลายการชุมนุมทางการเมืองกลุ่ม นปช. เมื่อเดือน เม.ย.-พ .ค.53 นั้น ล่าสุด นพ.เหวง โตจิราการ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แจ้งว่า มีข้อมูลเพิ่มเติมในกรณีดังกล่าว เป็นข้อมูลจากคณะกรรมการร่วมชันสูตรพลิกศพที่เสียชีวิตเนื่องจากเหตุการณ์ปะทะกันในวันที่ 10 เม.ย.53 ที่มี นพ.สลักธรรม โตจิราการ บุตรชายเข้าไปร่วมในคณะกรรมการชุดดังกล่าว และอยากให้ข้อมูลดังกล่าวต่อคณะอนุกรรมการไต่สวน เพราะเห็นว่าหากรับฟังข้อมูลจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ด้านเดียวอาจไม่ครบถ้วน ซึ่งคณะอนุกรรมการไต่สวนพิจารณาแล้วเห็นว่า ให้เชิญ นพ.สลักธรรม มาให้ข้อมูล โดยคณะอนุกรรมการไต่สวนจะทำหนังสือเชิญภายใน 2-3 วันนี้

คนสนิทยัน “ป๋าเปรม” แข็งแรงดี

วันเดียวกัน พล.ท.พิศณุ พุทธวงศ์ หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษ ในฐานะนายทหารคนสนิทพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐ บุรุษกล่าวถึง กรณีที่มีกระแสข่าวทางโซเชียลว่า พล.อ.เปรมป่วยหนักว่า ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ไม่ได้เป็นอะไรทั้งสิ้น สุขภาพแข็งแรงดี ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง วันที่ 2 ก.ค. ยังเป็นตัวแทนพระองค์เชิญพวงมาลาและน้ำหลวงอาบศพบุคคลสำคัญที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏ์ วันก่อนต้อนรับรัฐมนตรีต่างประเทศอินเดียที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ และวันที่ 3 ก.ค. เวลา 15.00 น.ไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เพื่อถวายพรในโอกาสคล้ายวันประสูติ ที่พระราชวังสวนจิตรลดา ไม่รู้ว่าหวังผลอะไร มีการปล่อยข่าวลักษณะนี้เป็นประจำช่วงสถานการณ์การเมืองที่เปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว เพราะมีกลุ่มที่จ้องโจมตีมาตลอด

ด้าน พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป สนช.ในฐานะอดีตนายทหารคนสนิท พล.อ.เปรมกล่าวยืนยันว่า พล.อ.เปรม ยังแข็งแรงมีสุขภาพดีตามอายุ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 3 ก.ค. พล.อ.เปรมยังนั่งจิบกาแฟดูข่าวอย่างสบายใจดี ไม่มีอาการอะไรน่าเป็นห่วง ยังสบายดี อยากฝากขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงท่าน

รัฐบาลรู้แล้วต้นตอกลุ่มปล่อยข่าว

นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหมกล่าวว่า ฝ่ายความมั่นคงรู้แหล่งที่มาของข่าวเหล่านี้แล้ว หลายครั้งชัดเจนว่ายึดโยงกันทั้งในและต่างประเทศ ต้องดำเนินการทางกฎหมาย เพื่อไม่ให้ปล่อยข่าวตื่น ตระหนกอีก โดยหน่วยข่าวรายงานนายกฯ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง และ ผบ.ทบ.รับทราบแล้ว

คณะกรรมการสิทธิฯจับเข่าคุยผู้ปกครอง กลุ่มดาวดิน พ่อแม่เด็กโวย จนท.ทำเกินเหตุจับลูกเข้าห้องขังโดยไม่ไต่สวน ทนายท้าพิสูจน์หลักฐานคนบงการ “หมอนิรันดร์” นัด 8 ก.ค. ซักถามทหาร-ตร. พนักงานสอบสวนเข้าเรือนจำสอบปากคำ 14 นศ. 4 ก.ค. 2558 00:57 4 ก.ค. 2558 03:34 ไทยรัฐ