วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เรือถูกก.ม.คืนเดียวจับปลาได้อื้อ ประมงผิดกฎรวมตัวบีบรัฐผ่อนผัน

ส่วนประมงทำผิดกฎ รวมตัวบีบรัฐผ่อนผัน

ผู้ประกอบการเรือประมงหลายจังหวัดยังดิ้นไม่หยุด ที่ จ.ชุมพร นำเรือปิดอ่าวปากน้ำชุมพร ร้องรัฐผ่อนผันจับเรือไม่ถูกต้อง เช่นเดียวกับที่ จ.ปัตตานี และพังงา รวมตัวกดดันให้ทบทวนการบังคับใช้กฎหมาย ขณะที่เรืออวนดำใน จ.กระบี่ ที่ได้รับอนุญาตไม่สนใจ ฉวยโอกาสเรือลำอื่นจอดประท้วง นำเรือออกทะเลคืนเดียวได้ปลา 20 ตัน ขายได้เงินกว่า 2.5 ล้านบาท ด้านอธิบดีกรมการค้าภายในลุยตรวจตลาดทะเลไทย เมืองมหาชัย ยันราคาปรับขึ้นเล็กน้อย ส่วนอธิบดีกรมประมงขู่เรือลำไหนยังไม่ขออาชญาบัตรขอให้เร่งทำภายใน 15 ก.ค. หรืออย่างช้า 30 ก.ค.นี้

กรณีรัฐบาลไล่จับเรือประมงผิดกฎหมายตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมาทำให้เรือจำนวนมากต้องจอดเทียบท่า ส่งผลกระทบต่ออาหารทะเลเริ่มขาดตลาด และมีราคาแพง ขณะที่กลุ่มผู้ประกอบการประมงออกมาเรียกร้องขอผ่อนผันกฎเหล็กออกไปก่อน ต่อมาเวลา 10.00 น. วันที่ 3 ก.ค. นายพิศาล ตันติวิชยะ นายกสมาคมประมงปากน้ำชุมพร นายพิจิตร แซ่ลี้ นายกสมาคมประมงร่วมใจชุมพร และนายไตรฤกษ์ มือสันทัด นายกสมาคมประมงปากตะโก นำเจ้าของเรือประมง ผู้ประกอบการแพปลาและแรงงานประมงกว่า 200 คน นำเรือประมงประเภทอวนรุน อวนลาก อวนครอบ อวนปลากะตักกว่า 50 ลำ ที่ไม่ได้รับการจดทะเบียนต่ออาชญาบัตรทำการประมงมาจอดอยู่หน้าร่องน้ำอ่าวปากน้ำชุมพร อ.เมืองชุมพร พร้อมนำป้ายผ้าเพื่อเรียกร้องให้ผ่อนปรนมาตรการดังกล่าว โดยมีนายประจินต์ ธารศิริสิน นายอำเภอเมืองชุมพร มารับหนังสือส่งให้รัฐบาลต่อไป

นายไตรฤกษ์เปิดเผยว่า การรวมตัวครั้งนี้ไม่ได้ประท้วงกดดันรัฐบาล แต่วิงวอนขอความเห็นใจ ช่วยผ่อนปรนออกอาชญาบัตรให้ชาวประมงที่ถูกกล่าวหาใช้อุปกรณ์เครื่องมืออย่างผิดกฎหมายให้สามารถออกทำประมงได้ โดยมีเงื่อนไขในช่วงระยะหนึ่งเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวประมงที่ลงทุนเสียค่าใช่จ่ายทั้งจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือ ค่าจดทะเบียนแรงงาน พวกเรายอมรับใช้เครื่องมือทำประมงอย่างผิดประเภท ไม่ตรงกับเรือ แต่ก็ทำกันมานานหลายปีอุปกรณ์ทำประมงแต่ละลำราคาสูงตั้งแต่ 1-4 ล้านบาท พวกเรากำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบาก อีกทั้งธุรกิจต่อเนื่อง อาทิ แพปลากระตักที่ใช้ทำน้ำปลา ปลาแห้งส่งขายต่างประเทศ ไม่มีปลาทำ แรงงานทั้งคนไทยและต่างด้าวที่จดทะเบียนถูกต้องเริ่มตกงาน จึงขอความเห็นใจรัฐบาลให้ออกอาชญาบัตรได้ให้สามารถออกไปทำประมงได้ก่อน เพื่อแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายเป็นการเบื้องต้น

ที่ จ.ปัตตานี นายสุรัตน์ ธวัชสานนท์ แกนนำกลุ่มเรือประมงและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องประมงจังหวัดปัตตานี พร้อมผู้ประกอบการเรือประมงและอุตสาหกรรมกว่า 200 คนรวมตัวกันที่หน้าอนุสาวรีย์ ราชการที่ 5 อ.เมืองปัตตานี ก่อนเดินเข้าไปภายในศาลากลางจังหวัดปัตตานี เพื่อเข้าพบนายวีรพงค์ แก้วสุวรรณ ผวจ.ปัตตานี ยื่นหนังสื่อขอให้ภาครัฐทบทวนการบังคับใช้กฎหมายในการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย นายสุรัตน์ ธวัชสานนท์ แกนนำกลุ่มเรือประมง เผยว่า วันนี้กลุ่มชาวประมงได้รับผลกระทบในวงกว้าง จึงรวมตัวมายื่นหนังสื่อไม่ใช่ประท้วงแต่มาขอให้รัฐบาลช่วยหาแนวทางแก้ไขช่วยเหลือชาวประมง ไม่มีนอกใน ไม่มีนัยทางการเมือง เราขอความเห็นใจ วันนี้ไม่ใช่แค่เรือที่ผิดไม่ออก แต่เรือที่ถูกก็ไม่ออก เพราะไม่มั่นใจว่าสิ่งที่ถูกจะถูกกฎหมายทั้งหมด 15 ข้อที่ระบุไว้หรือไม่

เช่นเดียวกับที่ จ.พังงา กลุ่มผู้ประกอบการประมงบ้านทับละมุ กว่า 100 คน นำโดยนายบุญชู แพใหญ่ นายกสมาคมประมงบ้านทับละมุ ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เข้าพบ น.ต.เอกชัย แกล้วกล้า หัวหน้าศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือ เข้า-ออก จังหวัดพังงา บริเวณบ้านทับละมุ ต.ลำแก่น เพื่อเรียกร้องให้ผ่อนผันข้อกฎหมายบางข้อ โดยเฉพาะเรื่องของบัตรประชาชนนายท้ายเรือและบัตรประชาชนช่างเครื่องที่ภาครัฐกำหนดให้เรือประมงทุกลำต้องมีตามนโยบายการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย แต่ น.ต.เอกชัย ยืนยันว่าไม่สามารถผ่อนผันให้ได้เพราะเป็นคำสั่งอย่างเข้มงวด ทำให้ทั้งหมดเดินทางกลับด้วยความไม่พอใจและยืนยันว่าจะไม่ออกหาปลาและสัตว์น้ำโดยเชื่อว่าการหยุดออกเรือจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคหรือการส่งออกอาหารทะเลอย่างแน่นอน

ส่วนที่ท่าเทียบเรือประมง องค์การสะพานปลาภูเก็ต ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต มีเรือประมงทั้งชนิดอวนลากและอวนดำจอดเรียงรายแต่ไม่มีพ่อค้าแม่ค้ามาประมูลปลาเช่นปกติ สอบถามเจ้าหน้าที่ประจำท่าเทียบเรือทราบว่าวันนี้ไม่มีเรือเข้าเทียบท่าขึ้นปลาเลยแม้แต่ลำเดียว หลังจากมีการพร้อมใจหยุดการออกจับปลาทั้งหมด หรือหยุดกิจการตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา เพื่อรอการดำเนินการยื่นเอกสารและปรับปรุงเรือให้เป็นไปตามข้อบังคับ ส่วนเรือประมงประเภทอวนล้อมหรืออวนดำบางส่วนที่ดำเนินการถูกต้องครบถ้วนแล้ว ทยอยออกไปจับปลาในทะเลอันดามันบ้างแล้ว หลังหยุดหาปลาและขาดรายได้มาหลายวัน

ที่ จ.สตูล เรือประมงที่ถูกต้องตามกฎหมายยังคงออกหาปลาตามปกติ โดยนายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ เจ้าของเรือประมงและปลาขนาดใหญ่ใน จ.สตูล ในนามบริษัทเกียรติเจริญชัยการประมง เปิดเผยว่า มีอยู่กว่า 50 ลำ เป็นเรือประมงที่ถูกต้องตามกฎหมายทั้งหมด แรงงานต่างด้าวก็ถูกต้อง จึงไม่มีผลกระทบทางธุรกิจ ที่ผ่านมาที่หยุดหาปลาเป็นการหยุดตามปกติช่วงเดือนหงาย หรือที่เรียกว่าหยุดตามประเพณี แต่นับจากวันที่ 3 ก.ค.เป็นต้นไป จะนำเรือทยอยออกทะเล แม้ว่าสมาคมประมงจังหวัดสตูล ขอความร่วมมือให้หยุด แต่เห็นว่าเมื่อเรือถูกต้องแล้วจึงไม่จำเป็นต้องหยุดเพราะต้องเลี้ยงดูลูกเรือประมงและคนงานแพปลาอีกพันชีวิต ปัจจุบันนี้เราต้องร่วมมือรัฐบาลคือทำอย่างไรก็ได้ให้อียูปลดล็อกไทยจากใบเหลือง และถ้าอียูให้ใบแดงจะเกิดผลกระทบในภาพรวมทั้งประเทศ ส่วนของตนมีเรือ 50 กว่าลำ จะได้ปลาอย่างต่ำวันละ 50 ตัน สามารถแก้ปัญหาอาหารทะเลขาดแคลนใน จ.สตูล ได้ระดับหนึ่ง

ส่วนที่ จ.กระบี่ กลุ่มเรือประมงปลากะตักปั่นไฟที่มีอยู่ทั้งหมด 7 ลำ ต่างหยุดออกเรือมาตั้งแต่มีมาตรการเข้มงวดเรือผิดกฎหมาย โดยนายก้อง–พิทักษ์ คูณอุดม อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4 หมู่ 2 ต.หนองทะเล อ.เมืองกระบี่ เจ้าของเรือปลากะตัก กล่าวว่า หยุดทำประมงระยะหนึ่งแล้ว หลังภาครัฐออกมาตรการเข้ม ทำให้ลูกจ้างประมาณ 30 คนต้องว่างงาน ต้องส่งกลับบ้านเนื่องจากไม่มีรายได้ ส่วนคนในพื้นที่หันมาจับแมงกะพรุนขาย ส่วนจะให้ตนไปทำอาชีพอื่นนั้นคงยาก เพราะทำมาทั้งชีวิต ยากที่จะเริ่มต้นใหม่ ขณะที่นายสมยศ เสกสัน อายุ 46 ปี เจ้าของเรือรุ่งนภา เผยว่า ครอบครัวกู้เงินมานับล้านบาทมาลงทุนทำประมง แต่มาวันนี้ต้องหยุดออกทะเลหาปลาทำให้ขาดรายได้ ลูกเรือที่มีเกือบ 100 คน ต้องแยกย้ายกันกลับบ้าน จึงอยากให้รัฐเร่งให้ความช่วยเหลือออกอาชญาบัตรให้

วันเดียวกัน นายเจริญชัย ศรีสุวรรณ หัวหน้าศูนย์บริหารจัดการทรัพยากรประมงทะเลฝั่งอันดามัน ไปที่แพปลาโกหงวน หมู่ 7 ต.ไสไทย อ.เมืองกระบี่ หลังทราบว่ามีเรือประมงอวนดำจับปลามงได้มากกว่า 20 ตัน เมื่อไปถึงพบเรือสาวทะเล ขนาด 40 ตันกรอส จอดนำปลาขึ้นจากเรือก่อนแช่แข็งส่งไปขายที่ จ.สงขลา นายเจริญชัยเปิดเผยว่า เรือลำดังกล่าวออกจับสัตว์น้ำช่วงเย็นวันที่ 2 ก.ค. และเข้าฝั่งในช่วงเช้าและสามารถจับปลามงเป็นปลาเศรษฐกิจสำคัญมีราคาขายส่ง กก.ละ 125 บาท ขายได้ไม่ต่ำกว่า 2.5 ล้านบาท ถือเป็นการทำประมงเหมือนถูกหวย เพราะทำงานเพียงแค่คืนเดียวและได้มากเป็นประวัติการณ์ สาเหตุหนึ่งที่จับได้มากเนื่องจากตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา ไม่มีเรืออวนลากเข้ามาทำประมงในทะเลกระบี่ เพราะถูกมาตรการควบคุมเข้มงวด ทำเรือพาณิชย์ที่มีอยู่ประมาณ 20 ลำ ทั้งหมดเป็นเรืออวนดำและทำถูกต้องตามกฎหมายออกหาปลาได้จำนวนมาก

นายวิชิต ศรีชลา นายกสมาคมประมงระยอง เปิดเผยว่า กรณีผู้ประกอบการเรือประมงจะหยุดเรือทั่วประเทศวันที่ 4 ก.ค.นั้นเป็นความคิดเห็นของแต่ละจังหวัด ส่วนสมาคมประมงระยองได้มีหนังสือขอความร่วมมือว่า เรือที่ไม่ถูกต้องหยุด เรือที่ถูกถ้าออกได้ก็ออกไป ห้ามเขาไม่ได้ เรือที่ถูกก็ออกไปทำมาหากินไป ส่วนเรือที่ออกอาชญาบัตรให้ไม่ได้ออกไปก็ต้องถูกจับปรับเป็นแสนติดคุกเป็นปีไม่คุ้มกัน จอดดีกว่ารอความชัดเจนจากรัฐบาลว่าจะมีการผ่อนผันอะไรบ้าง จะไม่มีการประท้วงเดินขบวนแต่อย่างใด

ที่ตลาดทะเลไทย ต.ท่าจีน อ.เมืองสมุทรสาคร ช่วงสายวันเดียวกัน นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน พร้อมคณะ ร่วมตรวจสอบราคาอาหารทะเล โดยนายบุณยฤทธิ์เผยว่า ตลาดทะเลไทยเป็นตลาดค้าส่งสินค้าสัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สามารถเป็นเครื่องแสดงสัญลักษณ์ว่าระดับราคาอาหารทะเลและสภาวะด้านการค้าการขาย รวมทั้งปริมาณสินค้าที่เข้าตลาดเป็นยังไงบ้าง สถานการณ์ขณะนี้ยังปกติ สินค้าเริ่มเข้าสู่ตลาดน้อยลงบ้างแต่ยังไม่ถึงขาดแคลน ในส่วนของตลาดยังปกติ ไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะเป็นช่วงปิดอ่าวไทยตอนบนถึง 31 ก.ค. ส่วนฝั่งอันดามันเพิ่งเปิดเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ช่วงนี้ปลาน้อยกว่าปกติอยู่แล้ว ส่วนราคาพบว่าสินค้าประมงขยับสูงขึ้นเล็กน้อยตามปริมาณที่ลดลง กรมการค้าภายในจะไม่ประกาศราคาควบคุมเพราะเป็นสินค้าที่มีการปรับราคาขึ้นลงตลอดเวลา แต่จะออกตรวจตราให้ปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน รวมทั้งประสานกลุ่มสมาคมผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั่วประเทศ 135 กลุ่มเพื่อดึงผลผลิตประมงน้ำจืดเข้าสู่ตลาดมากขึ้นเพื่อทดแทนอาหารทะเลไม่ให้ขาดแคลน และพี่น้องประชาชนเดือดร้อน

ส่วนนายปรีชา ศิริแสงอารำพี ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า การจำหน่ายสินค้าทะเลขณะนี้ยังเพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ และมั่นใจว่าไม่มีปัญหา แม้ปริมาณสินค้าจะลดลงบ้าง ส่วนราคาที่ขยับขึ้น เช่น ปลาอินทรีย์ ราคาขึ้นมา กก.ละ 80 บาท มาอยู่ที่ กก.ละ 250 บาท ปลากะพงขาวเพิ่มขึ้น 50 บาท อยู่ที่ กก.ละ 250 บาท ปลากะพงแดงเพิ่มขึ้น 40 บาท อยู่ที่ กก.ละ 270 บาท ปลาเก๋าเพิ่มขึ้น 100 บาท อยู่ที่ กก.ละ 400 บาท และปลาจาระเม็ด จาก 100 บาท มาอยู่ที่ กก.ละ 680 บาท ขณะที่กุ้งปลาหมึกยังจำหน่ายราคาเดิม ทั้งนี้ ผู้ประกอบการได้แก้ปัญหาสต๊อกสินค้าในห้องเย็นไว้เพื่อจำหน่าย นำเข้าสินค้าอาหารทะเลจากต่างประเทศ ส่งเสริมการเลี้ยงปลากุ้งในบ่อมากขึ้น ส่วนการส่งออกยอมรับว่าได้รับผลกระทบ แต่ก็ต้องปรับตัวและมั่นใจว่าไม่กระทบราคาอาหารทะเล เนื่องจากมีการติดตามราคาอยู่อย่างต่อเนื่อง

ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัลเมอริเดียน ถนนวิทยุ 8 กทม. สมาคมภาคเอกชนธุรกิจการประมงไทยร่วมกันจัดเสวนาความสำคัญของอุตสาหกรรมการประมงต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย โดยนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า ภาคเอกชนอุตสาหกรรมอาหารประมงเห็นด้วยกับมาตรการของรัฐบาลที่เข้มแข็งที่จะดูแลให้เรือประมงของไทยเข้าระบบทั้งหมด เพราะขณะนี้โลกมองว่าทะเลเป็นของโลกไม่ใช่ของไทย ทั่วโลกเขานำเข้าระบบทั้งหมดแต่ไทยยังเละจนติดเทียร์ 3 และการทำประมงที่ขาดการดูแลกระทั่งสหภาพยุโรป (อียู) ให้ใบเหลือง ถึงเวลาที่เรือไทยคนไทยและสังคมไทยต้องช่วยกันรักษาผลประโยชน์ของชาติที่ส่งออกปีละกว่า 100,000 ล้านบาทให้ได้ เพราะในปีหน้าสหรัฐอเมริกา แคนาดา ก็จะมาเล่นงานไทยเรื่องไอยูยูเช่นกัน

ด้านนายจุมพล สงวนสิน อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ราชการไม่ได้มองว่าชาวประมงเป็นผู้ร้าย และไม่อยากให้มองว่าวันที่ 1 ก.ค.ที่เริ่มบังคับใช้กฎหมายประมงใหม่อย่างเข้มข้นเป็นจุดจบของภาคประมงไทย แต่อยากให้มองเป็นโอกาสที่จะเกิดใหม่ที่อนาคตประมงของไทยจะสดใส เพราะปัจจุบันสิ่งสำคัญที่อียูมองก็คือการทำประมงของไทยอยู่ในภาวะโอเวอร์ฟิชชิ่ง มีการจับสัตว์น้ำเกินศักยภาพของทรัพยากรทางทะเล กรมประมงได้เก็บตัวเลขการจับสัตว์น้ำมาตั้งแต่ปี 2504 พบว่าตั้งแต่ปี 2539 มีการจับสัตว์น้ำกันเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่องมาถึงปี 2557 ที่มีการแจ้งเตือนจากอียูในเรื่องนี้และให้ใบเหลือง ดังนั้นเรือประมงที่ยังไม่มาขอออกอาชญาบัตรขอให้เร่งดำเนินการภายในวันที่ 15 ก.ค. หรืออย่างช้าวันที่ 30 ก.ค.

ประกอบการเรือประมงหลายจังหวัดยังดิ้นไม่หยุด ที่ จ.ชุมพร นำเรือปิดอ่าวปากน้ำชุมพร ร้องรัฐผ่อนผันจับเรือไม่ถูกต้อง เช่นเดียวกับที่ จ.ปัตตานี และพังงา รวมตัวกดดันให้ทบทวนการบังคับใช้กฎหมาย 4 ก.ค. 2558 00:48 4 ก.ค. 2558 03:37 ไทยรัฐ