วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไทยพาณิชย์ ปรับความเข้าใจ ม.ราชภัฏ-ราชมงคล ย้ำ รับนศ.ทุกสถาบันทำงาน

ไทยพาณิชย์ ปรับความเข้าใจ ม.ราชภัฏ-ราชมงคล ย้ำ รับนศ.ทุกสถาบันทำงาน

  • Share:

ไทยพาณิชย์ ประชุมปรับความเข้าใจ ม.ราชภัฏ-ม.ราชมงคล พร้อม หารือแนวทางความร่วมมือกรณีรับสมัครงาน ย้ำ นโยบายรับนักศึกษาจากทุกสถาบันเข้าร่วมงาน...

เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมประชุมในที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ กรณีการลงประกาศรับสมัครงานบนเว็บไซต์จัดหางานในตำแหน่งที่ปรึกษาทางการเงินฝึกหัด (Financial Advisor Trainee) และมีการระบุชื่อมหาวิทยาลัยจำนวน 14 แห่ง โดยธนาคารฯ ขออภัยในกรณีที่เกิดขึ้น ซึ่งเกิดจากความบกพร่องในกระบวนการทำงานภายในของธนาคารฯ และได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวแล้ว

ภายหลังการเข้าร่วมประชุมและหารือในครั้งนี้ ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล มีความเข้าใจเป็นอย่างดี และยังคงดำเนินธุรกรรมทางการเงินกับธนาคารฯ ตามปกติ นอกจากนี้ยังได้หารือถึงแนวทางความร่วมมือในอนาคตระหว่างทั้งสองสถาบันฯ เพื่อพัฒนาบุคลากรให้ได้คุณภาพและตอบโจทย์ตลาดแรงงานอย่างแท้จริง

ซึ่งนายญนน์ โภคทรัพย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ธนาคารไทยพาณิชย์ขออภัยในกรณีที่เกิดขึ้น ซึ่งเกิดจากความบกพร่องในกระบวนการทำงานภายในของธนาคารฯ และขอขอบคุณทางคณะอธิการบดีของมหาวิทยาลัยราชภัฏ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ที่ให้โอกาสและรับฟังคำชี้แจงในวันนี้ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเด็นสำคัญ คือ

1.) การประกาศรับสมัครงานในตำแหน่งที่ปรึกษาทางการเงินฝึกหัด (Financial Advisor Trainee) ที่มีการระบุชื่อมหาวิทยาลัยจำนวน 14 แห่ง ไม่ใช่นโยบายของธนาคารฯ แต่เป็นการกระทำที่บกพร่อง ซึ่งเกิดจากกระบวนการทำงานภายในของธนาคารฯ เอง และเมื่อรับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นได้มีคำสั่งให้ยกเลิกและนำประกาศฯ นั้นออกจากทุกสื่อทันที และได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว พร้อมกำชับผู้ที่เกี่ยวข้องให้ดูแลและป้องกันมิให้เกิดกรณีเช่นนี้อีก

2.) ชี้แจงปฏิเสธเกี่ยวกับเอกสารของบริษัทแห่งหนึ่งที่ระบุเกณฑ์การแบ่งกลุ่มมหาวิทยาลัยออกเป็น 3 กลุ่มซึ่งเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ในขณะนี้ ว่าเอกสารดังกล่าว ไม่ใช่เอกสารของธนาคารไทยพาณิชย์แต่อย่างใด

3.) ธนาคารฯ ยืนยันถึงนโยบายในการรับนิสิตนักศึกษาจากทุกสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ได้เข้าทำงานกับธนาคารฯ โดยไม่มีการปิดกั้นหรือแบ่งแยกสถาบันใดๆ รวมถึงผู้ที่สำเร็จการศึกษาจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏ ด้วยเช่นกัน โดยธนาคารฯ ให้ความสำคัญกับคุณภาพและคว ามสามารถเป็นหลัก ผู้ที่เข้าทำงานทุกคนล้วนมีโอกาสความก้าวหน้าในสายอาชีพตามความสามารถและผลงานของแต่ละบุคคล ซึ่งธนาคารฯ ได้ดำเนินการตามนโยบายนี้มาโดยตลอด

ทั้งนี้ นายญนน์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “ปัจจุบันไทยพาณิชย์มีพนักงานทั้งสิ้นจำนวนกว่า 22,000 คน เป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากหลากหลายสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ จากข้อมูลสถิติตั้งแต่ปี 2557 จนถึงเดือนพฤษภาคม 2558 ธนาคารฯ ได้รับพนักงานใหม่ทั้งสิ้นจำนวน 4,348 คน โดยเป็นผู้จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏจำนวน 860 คน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลจำนวน 429 คน หรือ 30% ของพนักงานทั้งหมด และในทุกๆ ปี ธนาคารฯ ได้รับผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเข้าทำงานเฉลี่ยปีละ 500 คน และผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลเฉลี่ยปีละ 300 คน”

ทางด้าน ผศ.ดร.นิวัต กลิ่นงาม อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) และ รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และนายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ร่วมกันชี้แจงว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ขอขอบคุณกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ที่ให้เกียรติและให้ความสำคัญต่อกรณีที่เกิดขึ้น ทั้งสองกลุ่มสถาบันรับคำขอโทษจากผู้บริหารธนาคารไทยพาณิชย์

โดยได้ ชี้แจงว่าการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยทุกแห่ง แม้จะมีปรัชญาที่แตกต่างกันตามประวัติศาสตร์และบริบทของแต่ละแห่ง แต่มหาวิทยาลัยทุกแห่งต่างมุ่งมั่นที่จะพัฒนาบัณฑิตให้เป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ เป็นกำลังของครอบครัว สังคม และประเทศชาติ พร้อมเป็นพลังขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ และขอยืนยันว่าการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยทั้งสองได้รับการรับรองคุณภาพตาม มาตรฐานการศึกษาที่กำกับโดยองค์กรกลาง คือ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) รวมทั้ง มีความเห็นว่ากรณีที่เกิดขึ้นเป็นกรณีตัวอย่างสำคัญ ที่แสดงว่าหน่วยงานต่างๆ ควรจะร่วมมือกันอย่างเป็นกัลยาณมิตร และให้โอกาสแก่บัณฑิตที่แม้มีโอกาสทางเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษาที่ต่างกัน ได้เพิ่มพูนศักยภาพของบัณฑิตบนพื้นฐานของความเสมอภาค เป็นการระดมพลังทุกภาคส่วนของสังคมให้ร่วมมือกันพัฒนาประเทศชาติของเราต่อไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้