วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จากปาก ลีซอ เข้าใจมีคนรักต้องมีคนเกลียด! หวังติดทีีมชาติไม่ขอเป็นดาราเต็มตัว

ลีซอ ธีรเทพ ขอชิมลางเล่นหนังเรื่องแรก เลิฟซัค ยังไม่ถึงขั้นติดใจแต่รู้สึกสนุกและเป็นประสบการณ์ใหม่ เผยยังไงความฝันก็ยังเป็นนักฟุตบอล และหวังกลับไปเล่นให้กับทีมชาติอีกครั้ง ไม่เคยท้อแม้จะถูกวิจารณ์เยอะ เข้าใจมีคนรักก็ต้องมีคนเกลียด ไม่ซีเรียส ปล่อยผ่าน ส่วนเรื่องความรักแฮปปี้ คนสาวนอกวงการได้ 2 ปี แต่ยังไรแพลนแต่ง...

ขอชิมลางเล่นหนังเรื่องแรก เลิฟซัค (LOVESUCKS) สำหรับนักฟุตบอลหนุ่มแห่งสโมสรฟุตบอลเพื่อนตำรวจ ลีซอ ธีรเทพ วิโนทัย ซึ่งงานนี้เจ้าตัวบอกว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ในชีวิต แต่ถ้าถามว่าระหว่างเป็นนักแสดงกับนักฟุตบอล ชอบอันไหนมากกว่ากัน เจ้าตัวก็บอกว่า...

เป็นพระเอกหนัง เลิฟซัค เป็นเรื่องแรกเลย?​ "ไม่ใช่พระเอกนะ เหมือนเป็นนักแสดงนำ" การเตะบอลของเรากับการเล่นหนังมันต่างกันยังไง? "โอ๊ย ต่างกันมากเลยครับ มันจะเป็นการทำงานที่แตกต่างกันค่อนข้างสิ้นเชิง มันมีเรื่องของฟิลลิ่งเข้ามา จริงฟุตบอลก็มีฟิลลิ่งนะ อันนี้มันต้องเป็นฟิลลิ่งที่ถ่ายทอดออกมาให้เห็นทางสีหน้า ดวงตา แววตาครับ มันค่อนข้างยาก และมันเป็นภาพยนตร์ ต้องทำการบ้านเหนื่อยหน่อย มันมีมาร์ก มีไดอะล็อกที่ต้องพูด เหมือนจะบังคับตัวเรานิดนึง ให้เราต้องเป็นตัวแสดงตัวนั้น ก็ค่อนข้างที่จะปรับตัวยากอยู่" กี่เทค? "ก็เยอะ อย่างน้อยต้องมี 3 แน่นอน" เราได้มีการไปเรียนการแสดงเพิ่มไหม? "มันก็มีเวิร์กช็อปครับ ก่อนที่จะแสดงกับครูและกับเทย่า ก็ประมาณสักอาทิตย์สองอาทิตย์ 4-5 ครั้ง แล้วค่อยมาเริ่มแสดงจริง ซึ่งก็สนุกครับ เป็นประสบการณ์ใหม่ที่เราไม่เคยทำเลย เคยแต่ดูเค้าในละคร ในภาพยนตร์ ทีนี้มาเห็นก็ยากเหมือนกัน แต่เป็นประสบการณ์ใหม่ที่เราไม่เคยทำ สนุกดีครับ"

เป็นหนังที่เราเล่นเต็มตัวเรื่องแรกเลยรึเปล่า? "ใช่ครับ หนังเลิฟซัคเป็นเรื่องแรกที่แสดงจริง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกภาพยนตร์โฆษณา มีถ่ายหนังสือ ไม่ได้แสดงจริงจังขนาดนั้น อันนี้จริงๆ เลย ก็เป็นเรื่องแรก" เราเริ่มติดใจการแสดงไหม? "ถามว่าสนุกมั้ย ก็สนุกดีครับ แต่ว่าอาชีพหลักผม คือ ฟุตบอล ถ้าสมมติจะมีอีก ก็คงต้องดูหลายๆ อย่างว่า มันเหมาะสมกับตัวเรามั้ย ถ้าเราเล่นก็อยากให้เป็นคาแรกเตอร์ของเราด้วย ให้มันดูมีอะไรหน่อย ไม่ใช่เป็นตัวอะไรไม่รู้ ก็ต้องดูอีกทีนึง ก็ยังไม่แน่ใจว่ามันมีรึเปล่า หรือว่าครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้าย เพราะว่าไม่มีใครสนใจ (หัวเราะ)"

การเตะบอลเราก็ยังเตะเหมือนเดิม? "ใช่ครับ เราก็ยังซ้อมทุกวัน ยังคงมุ่งมั่นเหมือนเดิมครับ" ตอนนี้นักฟุตบอลหน้าใหม่เริ่มเกิดใหม่ขึ้นเรื่อยๆ เราก็เหมือนเป็นนักฟุตบอลรุ่นพี่ เรามองรุ่นน้องยังไง? "ดีนะ ถือว่าเค้าโชคดีครับ เป็นยุคเป็นสมัย ก็ถือว่าเป็นช่วงเจนเนอเรชั่น อย่างของเมื่อก่อนก็เป็นรุ่นพี่ผม ก็มาเป็นผม และเป็นรุ่นน้อง ซึ่งมันเป็นเจนเนอเรชั่นใหม่ไปเรื่อยๆ เป็นตามยุคตามวัยไปเรื่อยๆ ก็ดีใจกับน้องๆ มันเป็นช่วงต่อที่แบบ ทำให้รุ่นน้องได้โอกาสดี เหมือนพวกผมทำผลงานไว้ช่วงหนึ่ง แล้วพอมาเป็นช่วงรอยต่อ ที่ผลงานมันยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แล้วน้องๆ ก็มาสร้าง เรียกศรัทธากลับมา ทำให้พวกเค้าเป็นที่รู้จักของสังคมมากขึ้น มีรายได้ มีอะไรเข้ามา ดีครับ ผมว่ามันก็เป็นยุคเป็นสมัยไปเรื่อยๆ ครับ"

อย่างตอนนี้ชื่อเสียงเราก็เริ่มดรอปลงไปแล้ว เรารู้สึกน้อยใจหรือนอยด์ไหม? "ไอ้เรื่องตรงนี้ผมเข้าใจ เหมือนเมื่อก่อนเราขึ้นมา เราก็มาแทนรุ่นพี่ เพราะฉะนั้นอย่างที่บอก มันก็เป็นยุคเป็นสมัยไปครับ ตอนนี้น้องๆ อาจจะแรงขึ้นมา เราก็จะดรอปลงไป แต่ว่ามันก็ไม่ได้ทำให้ความมุ่งมั่น หรือความกระหายของเรามันหายไป เราก็ยังคงที่จะมุ่งมั่น สร้างผลงานดีๆ ทำผลงานดีให้กับทุกๆ คน ได้ติดตามเหมือนเดิมครับ เรายังคงมีความมุ่งมั่นตรงนั้นอยู่" เราจะมีโอกาสกลับได้ไปเล่นทีมชาติเหมือนเดิมไหม?​ "ก็คงมีครับ และมันก็เป็นความทะเยอทะยานของผม ตอนนี้เค้าอาจจะสร้างทีมใหม่ แต่ผมก็เชื่อว่าศักยภาพผมยังมี ผมก็ยังมีเป้าหมายว่า เราจะพยายามกลับไปเป็นทีมชาติอีกครั้งให้ได้ เพื่อลบคำสบประมาทหลายๆ อย่าง เพราะว่าตัวผมอาจจะเป็นคนที่ถ้ามองในวงการฟุตบอล สิ่งดีๆ เราก็ทำไว้เยอะ แต่คนจะไม่ค่อยมองเท่าไหร่ คนก็จะมองในด้านลบ ซึ่งด้านลบผมก็ไม่ได้ทำนะ แต่คนเค้ามองในด้านนั้น เราก็พยายามมองว่าไม่เป็นไร ไม่ซีเรียส ก็มีทั้งคนชอบ และคนไม่ชอบ ก็แล้วแต่ว่าเค้าจะคิดยังไงกับคาแรกเตอร์แบบนี้ ในสังคมไทยอาจจะไม่ชอบก็ได้ แต่ว่าถ้ามองในตัวตนของเราจริงๆ ผมเชื่อว่า เค้าก็น่าจะเห็นในสิ่งที่เราทำดีๆ ไว้เยอะ แต่ผมก็จะพยายาม มันเหมือนเป็นการกระตุ้นไม่ให้ตัวเราหยุดนิ่ง ให้เรากลับมาให้ได้"

อย่างช่วงหนึ่งตัวเราเจอกระแสลบ? "ผมเจอกระแสลบมาเรื่อยแหละครับ มีมาตลอด มันจะมีคนอย่างนี้ คือ ผมก็เฉยๆ นะ อย่างที่มันมีคนรักคนชอบ คนที่ชอบก็ชอบ คนที่ไม่ชอบก็ไม่ชอบแหละ อยู่ที่ว่าเราจะเข้มแข็งกับมันได้ขนาดไหน ผมว่าใจผมมันแข็งพอ ของพวกนี้มันทำอะไรผมไม่ได้อยู่แล้ว" เรายังเสพข่าวพวกนี้อยู่ไหม? "เสพนะ แต่เสพผมก็ไม่ได้แคร์นะ ผมก็มองเป็นเรื่องตลกไป ผมว่ามันอยู่ที่เรามองมากกว่า ถ้าเราไปซีเรียสกับมัน ถามว่าเค้ามารู้สึกกับเรามั้ย เค้าก็ไม่ได้รู้สึกกับเรา กลายเป็นว่าเค้าสะใจซะอีก แต่เราไม่ได้รู้สึกอะไร เราก็อยู่ของเราเหมือนเดิม เราก็ยังคงแบบโลดแล่นกระดี๊กระด๊าของเราเหมือนเดิม เค้าจะยิ่งรู้สึกว่า เค้าทำอะไรเราไม่ได้"

เรื่องความรักของเราเป็นยังไงบ้าง? "แฮปปี้ ก็ดีครับ" เป็นสาวนอกวงการ? "ใช่ครับ นอกวงการ เค้าก็ทำธุรกิจส่วนตัวของเค้า" คบกันมากี่ปีแล้ว? "ก็ 2 ปีแล้วครับ แฮปปี้ดีครับ โตๆ กันแล้ว ต่างคนต่างทำงาน ดูแลกัน ก็ดีครับ ก็ช่วยเหลือกันในการทำงาน" เค้าเข้าใจเราไหม เพราะเราเป็นทั้งนักฟุตบอล นักแสดง มีเวลาให้กันไหม? "เข้าใจครับ" เวลาต้องไปเก็บตัวล่ะ?​ "ผมโทรตลอด เวลาไปเก็บตัวก็คุยกันตลอด ผมสามารถบริหารเวลาได้" ลีซอเจ้าชู้ไหม? "เจ้าชู้ผมเจ้าชู้" แล้วแฟนไม่หึงเหรอ? "ก็ผู้หญิงเค้าหึงอยู่แล้วล่ะ ธรรมดา แต่ว่าตอนนี้ผมเริ่มโตขึ้นแล้วล่ะ ธรรมดาผู้หญิง ขี้หึง" อายุเราตอนนี้เท่าไหร่แล้ว? "30 ครับ" เรามองแพลนในอนาคตเราไว้ยังไง? "ถ้ามีเดี๋ยวผมบอก" คนนี้ไหม? "คือเราไปนั่งบอกไม่ได้ว่า มันใช่หรือไม่ใช่ แต่ว่าเราก็เต็มที่ ทำให้ดีที่สุด เอาให้มันแฮปปี้ และมีความสุขที่สุด อนาคตเป็นยังไงเดี๋ยวว่ากัน ถ้ามีอะไรเดี๋ยวบอก" .

ลีซอ ธีรเทพ ขอชิมลางเล่นหนังเรื่องแรก เลิฟซัค ยังไม่ถึงขั้นติดใจแต่รู้สึกสนุกและเป็นประสบการณ์ใหม่ เผยยังไงความฝันก็ยังเป็นนักฟุตบอล และหวังกลับไปเล่นให้กับทีมชาติอีกครั้ง ไม่เคยท้อแม้จะถูกวิจารณ์เยอะ เข้าใจมีคนรัก 3 ก.ค. 2558 14:33 3 ก.ค. 2558 18:24 ไทยรัฐ