วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'อภิสิทธิ์' ห่วงเกษตรกร แนะรัฐเข้าช่วยเหลือ ควบสร้างรายได้

'อภิสิทธิ์' ห่วงเกษตรกร แนะรัฐเข้าช่วยเหลือ ควบสร้างรายได้

  • Share:

"อภิสิทธิ์" ยันวิกฤติภัยแล้ง น่าห่วงเกษตรกร เสนอแนะรัฐเข้าช่วยเหลือควบสร้างรายได้ เหตุนโยบายรัฐซ้ำเติมเศรษฐกิจ เพราะต้องเผชิญภาวะเงินฝืด-ของแพง...

เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 58 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีปัญหาภัยแล้งที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจชาติว่า ภัยแล้งเป็นเรื่องที่น่าห่วงที่สุด เพราะรัฐบาลยังไม่ได้คิดถึงเรื่องการขาดรายได้ของเกษตรกร จำเป็นต้องคิดเรื่องนี้ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการน้ำให้เกษตรกรใช้ในการอุปโภคบริโภค ไม่ใช่แค่พูดถึงการบริหารจัดการน้ำด้านเดียวเพราะหลายพื้นที่ไม่มีโอกาสที่จะปลูกข้าวให้ได้ผลผลิตที่น่าพอใจ เช่นในพื้นที่ลุ่ม ถ้าถูกเลื่อนการเพาะปลูกออกไป ก็ยังต้องเสี่ยงต่อปัญหาน้ำท่วมในช่วงปลายฤดูฝน ขณะที่อีกหลายพื้นที่ไม่สามารถทำนาได้เลย รัฐบาลต้องตัดสินใจให้ชัดเจนในการช่วยเหลือเกษตรกร เพื่อไม่ให้ลงทุนแล้วเกิดความเสียหายในภายหลังซ้ำอีก ส่วนมาตรการพักชำระหนี้สินของรัฐบาล แม้จะพักหนี้สินให้ 6 เดือนแล้ว แต่อีกเดือนต่อจากนั้น เกษตรกรก็ยังไม่มีรายได้ จึงต้องคิดเร่งโครงการสร้างรายได้ให้เกษตรกรโดยด่วน โดยระบุให้ชัดว่าพื้นที่ไหนไม่ให้ปลูกข้าว พร้อมกำหนดการชดเชยที่เหมาะสมให้ชาวนายัน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ตนลงพื้นที่ไปดูต้นทุนน้ำที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี พบว่าแม้น้ำแล้ง แต่ก็เป็นโอกาสที่จะเร่งทำโครงการเล็กๆ เหมือนขนมครกในพื้นที่ลุ่ม ที่ยังสามารถกักเก็บน้ำเป็นหย่อมๆ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร โดยที่ไม่กระทบต่อภาพใหญ่ของการระบายน้ำ ที่ต้องเร่งทำทันที ก่อนที่น้ำจะมา ทั้งนี้รู้สึกแปลกใจว่า ในบางพื้นที่เหตุใดจึงยังไม่มีการประกาศให้เป็นเขตภัยพิบัติภัยแล้ง ทั้งยังไม่มีการกำหนดมาตรการชดเชยจากรัฐที่ชัดเจน ทั้งที่ข้อเท็จจริงหากใช้ระบบประกันรายได้ให้เกษตรกรก็จะมีการอุดหนุนช่วยเหลือเกษตรกรได้ทันที ไม่ว่าจะเกิดปัญหาภัยแล้งเหนือน้ำท่วม เพราะเป็นการประกันรายได้ให้เกษตรกรโดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับกลไกตลาด แต่จะเป็นหลักประกันว่าเกษตรกรจะมีรายได้ที่แน่นอน ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นที่รัฐบาลต้องเร่งเพิ่มกำลังซื้อให้เกษตรกร ไม่เช่นนั้นจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นประชานิยม เพราะมีขอบเขตจำกัดและมีระบบตรวจสอบที่ชัดเจน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ถ้ายังไม่มีการกระจายเงินลงท้องถิ่นเพื่อเพิ่มกำลังซื้อให้เกษตรกรและประชาชนก็จะเกิดภาวะฝืดเคืองยิ่งขึ้น ในขณะที่เกิดความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกมาซ้ำเติมอีก โดยขณะนี้ตัวเลขเงินเฟ้อก็ติดลบ ยอดส่งออกสินค้าไปต่างประเทศเดือน พ.ค.ล่าสุดก็ติดลบ จึงน่าเป็นห่วงมากเท่ากับว่า ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาภาวะเงินฝืดเคืองและของแพง ขณะที่นโยบายบางเรื่องของรัฐกลับซ้ำเติมค่าครองชีพของประชาชนให้สูงขึ้น เช่น การพิจารณาจำกัดโควตานำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ หรือนโยบายพลังงาน ที่จะขึ้นภาษีแอลพีจีภาคขนส่งซึ่งจะกระทบต่อต้นทุนการผลิต ทำให้สินค้าราคาแพงขึ้นอีก ซึ่งตนเรียกร้องมานานว่า ขอให้รัฐบาลทบทวน พร้อมต้องตัดสินใจให้ความสำคัญก่อนคือ การเพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชนในภาคชนบท ให้มีรายได้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้หมุนเวียน อย่าหวังกับโครงการเมกะโปรเจกต์ว่าจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในทันที เพราะต้องใช้เวลาไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในทันที และเงินที่ลงไปก็หมุนเวียนในขอบเขตที่จำกัดด้วย.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้