วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใครๆก็อยากได้คนเก่ง

วันเสาร์สบายๆวันนี้ไปดู เรื่องร้อนในแวดวงการเงินการศึกษา ที่กำลังเป็นข่าวกันดีกว่านะครับ กรณีประกาศรับสมัครพนักงาน ที่ปรึกษาทางการเงินฝึกหัด Financial Advisor Trainee ของ ธนาคารไทยพาณิชย์ โดยระบุว่า รับสมัครผู้จบปริญญาตรีสาขาบัญชี เศรษฐศาสตร์ บริหารการเงิน และการเงินการธนาคาร จาก มหาวิทยาลัย 14 แห่ง เช่น จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ มหิดล เกษตร มศว เป็นต้น ไม่มีชื่อ มหาวิทยาลัยราชภัฏ

ทำให้ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบางแห่ง ไม่พอใจอย่างมาก ถึงขั้นจะชักชวนให้ มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) 40 แห่งทั่วประเทศ บอยคอต ไม่ทำธุรกรรมการเงินกับธนาคารไทยพาณิชย์ ฐานกีดกันไม่รับนักศึกษาของสถาบันเข้าทำงาน

ธนาคารไทยพาณิชย์ก็ชี้แจงว่า “การรับพนักงานของธนาคาร ให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพและความสามารถของแต่ละบุคคลเป็นหลัก ปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดจากการรับพนักงานตำแหน่ง Financial Advisor Trainee ซึ่งมีการ เจาะจงคุณสมบัติเฉพาะ เพราะหน้าที่ของงาน ต้องอาศัยความรู้ความสามารถเฉพาะด้าน และ ต้องสอบใบอนุญาตประกอบการทำงานอย่างเป็นทางการด้วย จึงต้องระบุคุณสมบัติที่ชัดเจน

แต่ทั้งนี้การระบุชื่อสถาบันเป็นสิ่งที่ผิดและไม่สมควร ซึ่งธนาคารขอรับผิด และขออภัยต่อความผิดพลาดดังกล่าว”

ธนาคารยังได้เผยแพร่ข้อมูลของ พนักงานธนาคารไทยพาณิชย์ มีทั้ง ราชภัฏ ราชมงคล อาชีวะ และสถาบันการศึกษาอื่นอีกมากมาย ไม่ได้กีดกันแต่อย่างใด

เรื่องที่เกิดขึ้น ธนาคารไทยพาณิชย์ผิดไหม ผมคิดว่าไม่ผิด

ในโลกแห่งการแข่งขันที่ไร้พรมแดนวันนี้ ทุกบริษัทต้องการคนเก่งเข้าทำงานทั้งสิ้น การประกาศรับสมัครของธนาคารไทยพาณิชย์ครั้งนี้ก็เช่นกัน เพียงแต่ทำเปิดเผยไปหน่อย มีการระบุชื่อมหาวิทยาลัยที่จะรับสมัคร ก็เลยกลายเป็นเรื่องขึ้นมา

แต่ บริษัทใหญ่หลายแห่ง ใช้วิธี “ตกเขียว” อย่างเงียบๆ จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ ไม่เกิน 10 แห่ง โดยเลือกนิสิตนักศึกษาที่มีผลการเรียน 3.0 ขึ้นไป แล้วให้ทุนการศึกษาจนจบ แล้วรับเข้าทำงานเลย เงินเดือนก็สูงกว่าผู้จบจากมหา-วิทยาลัยอื่น ผมขอไม่เอ่ยชื่อว่าบริษัทไหน มหาวิทยาลัยไหน เดี๋ยวเป็นเรื่องอีก

ที่ผ่านมาเราเองก็ยอมรับ ระบบการศึกษาไทยล้มเหลวทุกระดับ การจัดอันดับการศึกษาไทยจากสถาบันจัดอันดับต่างประเทศ เป็นตัวฟ้องมาทุกปี แต่ก็ไม่เคยมีการแก้ไขให้ดีขึ้น

ความจริง การเลือกมหาวิทยาลัย ของ นักเรียนที่สอบเอ็นทรานซ์ก็ถือเป็นตัวชี้วัดที่ดีอันหนึ่ง ผมเชื่อว่าเด็กไทยทุกคนก็ใฝ่ฝันที่จะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งสิ้น แม้จะได้ปริญญาเหมือนกัน แต่ได้เงินเดือนไม่เท่ากัน ฐานะบริษัทที่รับก็แตกต่างกัน นี่คือความจริงที่สังคมไทยต้องยอมรับ

ผมเห็นด้วยกับ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีกระทรวงศึกษา ที่ให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้ว่า ประเด็นสำคัญที่สุดคือ มหาวิทยาลัยราชภัฏจะต้องมองย้อนกลับด้วยว่า สาเหตุใดธนาคารถึงออกประกาศมาเช่นนั้น หรือว่ากลุ่ม มรภ.ยังไม่มีมาตรฐานเท่าที่ควร หากได้ทบทวนแล้ว การจัดการเรียนการสอนของ มรภ.ยังบกพร่องอยู่ ก็ควรแก้ไขปรับปรุงให้ได้มาตรฐาน ผมไม่ได้ว่ามหาวิทยาลัยไหนดีหรือไม่ดี แต่เมื่อเห็นธนาคารประกาศมาเช่นนั้นเราก็ต้องมองย้อนกลับมาดูสถาบันของเราเองด้วย

ในโลกแห่งการแข่งขัน ทุกบริษัทก็อยากได้พนักงานเก่ง จบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ ถือเป็นเครดิตอย่างหนึ่ง ที่สำคัญคนเก่งฝึกง่าย ผมเชื่ออาจารย์ทุกคนก็รู้ดี นักเรียนทุกคนก็รู้ดี จึงเลือกเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำเป็นอันดับต้นๆ รู้ว่าจบออกไปแล้ว มีโอกาสได้ทำงานในบริษัทชั้นนำ ได้เงินเดือนสูงกว่าทำงานในบริษัทธรรมดา

แทนที่ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ จะไปโกรธ ธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ไม่ได้ระบุชื่อ มหาวิทยาลัยราชภัฏ ในประกาศรับสมัครพนักงาน

ผมคิดว่าอาจารย์ควรคิดอย่าง รัฐมนตรีศึกษา คือ มองกลับไปที่สถาบันตัวเอง แล้วช่วยกัน พัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏให้เป็นเลิศ เพราะในโลกของการแข่งขัน การทำตัวเองให้ถูกเลือก เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ไม่ว่า คน การศึกษา หรือ สินค้า.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

3 ก.ค. 2558 09:59 3 ก.ค. 2558 09:59 ไทยรัฐ