วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กุมภกรรณทดน้ำ

สงครามในรามเกียรติ์นั้น ไม่ได้ต่างกับสงครามในวันนี้ อย่าง กุมภกรรณ รับอาสาทศกัณฐ์พี่ชายแล้ว ก็ตั้งใจจะรบชนะด้วยอาวุธวิเศษ คือหอกโมกขศักดิ์

แต่ฝากหอกกับพระพรหมไว้นาน ตอนที่ไปขอจากท่าน...สนิมจับเขรอะ ต้องมีพิธีลับหอก

ใครที่ไปดูโขนพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ...

ตอนศึกกุมภกรรณ...หนุมานปลอมเป็นหมาเน่า ทำลายพิธีได้...เหตุเพราะกุมภกรรณ...อยู่ที่ไหนไม่ได้ ถ้าขาดเครื่องทิ่นกลิ่นหอม

กลิ่นหมาเน่าทำลายพิธีลับหอกโมกขศักดิ์...เพราะฝ่ายพระรามรู้จุดอ่อน เรื่องความเป็นเจ้าชายยักษ์รักความสะอาด

โบราณว่าการศึกไม่หน่ายเล่ห์ เอาชนะด้วยอาวุธไม่ได้...กุมภกรรณ หันไปใช้วิธีตัดทางน้ำ

รามเกียรติ์ ตอนกุมภกรรณทดน้ำ สำนวนรัชกาลที่ 1...ฐานทัพของฝ่ายพระราม ตั้งอยู่เขามรกตปลายน้ำ กุมภกรรณแปลงกายให้ใหญ่ ไปนอนขวางต้นน้ำ

กองทัพไม่ว่าทัพยักษ์ ทัพลิง เดินด้วยท้องเหมือนกัน เมื่อไม่มีน้ำอาบน้ำกิน ทหารก็อยู่ไม่ได้

ปัญหานี้ต้องฝีมือหนุมาน ตอนทำลายพิธีลับหอก แปลงเป็นหมาเน่า ตอนนี้หนุมานยังไม่รู้ว่า ต้นเหตุจากแม่น้ำแห้ง...เกิดจากอะไร ก็แปลงกายเป็นเหยี่ยวบินไปเรื่อยๆ จากปลายน้ำไปถึงต้นน้ำ

กุมภกรรณ แม้ตัวใหญ่ แต่ก็ทดน้ำอยู่ใต้น้ำได้เนียน...จนหนุมานมองไม่เห็น

เหยี่ยวหนุมาน บินต่อไป เห็นนางกำนัล...กำลังเก็บดอกไม้หอมๆ...ก็สะดุดใจ สะกดรอยตามนางกำนัลไป จนเห็นการโปรยดอกไม้ ส่งกลิ่นหอมไปให้เจ้าชายยักษ์รักสะอาด ก็รู้ว่าอยู่นี่เอง

หนุมานแปลงกายใหญ่ กระโจนลงไปปล้ำกุมภกรรณ สู้กันพักใหญ่ กุมภกรรณแพ้หนีกลับกรุงลงกา สายน้ำก็ไหล ทัพพระรามก็ได้ใช้กินใช้อาบเหมือนเดิม

แต่รามเกียรติ์ฉบับรัชกาลที่ 2 กุมภภรรณไม่เลือกต้นน้ำ แต่เลือกยุทธภูมิในมหาสมุทร

“ครั้นถึงท้องทะเลลมยมนา จึงนิมิตกายาให้โตใหญ่ แล้วทอดองค์ลงกลางสมุทรไทย เหยียดเท้ายาวไปถึงจักรวาล จึ่งร่ายเวทย์วิธีบริกรรม ทดน้ำในท้องกระแสสาร เดชะพระเวทย์อันเชี่ยวชาญ ชลธารแห้งขอดตลอดไป”

คิดตามรามเกียรติ์...ว่า น้ำในแม่น้ำที่พระรามตั้งฐานทัพลิงก็แห้งลง เรื่องก็จบลงคล้ายฉบับรัชกาลที่ 1 หนุมานแปลงกายใหญ่ กุมภกรรณก็แพ้ไป...ตามธรรมเนียม

ผมตั้งใจอ่านเรื่องกุมภกรรณทดน้ำ เพราะนึกถึงปัญหาแล้งน้ำในบ้านเมืองเรา พูดอย่างชาวบ้าน เทวดาฟ้าดินไม่เป็นใจ ไม่ประทานฝนให้...

พูดอย่างนักวิชาการ นี่ก็เป็นปรากฏการณ์ลานีญา...จะโทษใครก็ไม่ได้

จะบอกว่า มีแพะชื่อกุมภกรรณ สมัยนี้ก็คงไม่มีใครเชื่อ

มีปัญหาเฉพาะหน้า ช่วยได้รัฐบาลท่านก็ช่วย รอเวลา...อากาศที่ร้อนๆ แล้งๆนั้น ตามหลักมันก็จะก่อฝน...อยู่บนฟ้า...ได้เวลา สิ้นเดือนกรกฎาฯ ถึงสิงหาฯ ฝนก็จะตกลงมาเอง

ตั้งความหวังเอาไว้ เดือดร้อนทุรนทุรายไป เหนื่อยใจเปล่า

แต่ปัญหาแล้งเงิน แล้งงาน ฯลฯ ส่งออกติดลบแล้วก็ติดลบอีก...นั้น ผมอยากให้รัฐบาลค่อยทบทวน...ตั้งแต่เรื่อง หาบเร่แผงลอย ริมถนน บ่อน ซ่อง ลอตเตอรี่ ฯลฯ จนมาถึงเรื่องล่า...ปัญหาประมง

อาชีพเรือประมง ต้นทางผลิตโปรตีนราคาต่ำ...สร้างก้อนเศรษฐกิจขนาดหมื่นล้านแสนล้าน ให้คนครึ่งค่อนประเทศ เป็นอาชีพเดียวที่รัฐไม่เคยเกื้อหนุนอะไรเขาเลย...ตอนน้ำแพงก็เจ๊ง ขายเรือไปกว่า 30%

น้ำมันถูกลงมา ก็ออกเรือใหม่ พอประคองตัวอยู่ได้ จู่ๆ รัฐลองวิชา...

สร้างเงื่อนไข...15 ข้ออะไรนั่น หลายข้อถ้าทั้งราชการ และชาวเรือใจตรงกัน ช่วยกัน ที่ผิดก็เป็นถูกได้ ในเวลาไม่นาน

แต่ถ้าราชการคิดว่า ทำให้ผิดๆเอาไว้ เหลือช่องไว้รีดไถทำกิน ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ก็เมื่อเรือประมงต้องจอดท่า...ออกทะเลก็ถูกจับ...ผลที่ตามมา เงินทองที่พอมีอยู่มีกิน ก็ค่อยๆหายไป เศรษฐกิจที่โรยราอยู่แล้ว ก็จะยิ่งฝืดเคือง

เรื่องประมงที่กำลังเป็นปัญหา ผมว่านะ...รัฐบาลนี่ล่ะเป็นตัวการ เป็นกุมภกรรณทดน้ำ จะอ้างฝรั่ง ฟังไม่ได้ ฝรั่งมันไม่ใช่พ่อ คุยกันได้ แต่ไม่จำเป็นต้องไปเต้นตามมันทุกเรื่อง.

กิเลน ประลองเชิง

3 ก.ค. 2558 09:35 3 ก.ค. 2558 09:35 ไทยรัฐ