วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
6 เมืองเศรษฐีดาวรุ่ง อีก 10 ปีจะรวยที่สุดในโลก

6 เมืองเศรษฐีดาวรุ่ง อีก 10 ปีจะรวยที่สุดในโลก

  • Share:

ลืมชื่อมหานครใหญ่ๆ ที่เคยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจโลกและความเจริญ อย่างนิวยอร์ก, ลอนดอน, ปารีส, เซี่ยงไฮ้ และฮ่องกง ไปได้เลย เพราะอีก 10 ปีข้างหน้า ภายในปี 2025 จะถูกกลบรัศมีด้วยแชมป์ใหม่ 6 เมืองเศรษฐีดาวรุ่งที่ร่ำรวยที่สุดในโลก

ตามโผการคาดการณ์ของสถาบันแมคคินซีย์ โกลบอล ซึ่งใช้ดัชนีชี้วัดจากค่าเฉลี่ยรายได้ต่อหัวประชากร (GDP per capita) เพื่อจัดอันดับ 10 เมืองเศรษฐีดาวรุ่ง ในปี 2025 ยกให้ “กรุงโดฮา” มาแรง แซงทางโค้งเป็นเมืองเศรษฐีใหม่อันดับหนึ่ง เพราะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของกาตาร์ ความคึกคักทางเศรษฐกิจของโดฮาสร้างรายได้เข้าประเทศมหาศาล และหนุนส่งให้กาตาร์มีรายได้ต่อหัวประชากรสูงที่สุดในโลกถึง 145,894 ดอลลาร์สหรัฐฯ (คิดเป็นเงินไทยราว 4.96 ล้านบาท) โดยแหล่งรายได้หลักมาจากการส่งออกน้ำมันและแก๊สธรรมชาติมากที่สุดเป็นอันดับสามของโลก รัฐบาลกาตาร์ยังทุ่มงบพัฒนาระบบสาธารณูปโภคต่างๆ และการคมนาคมในประเทศอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้เมืองขยายตัวเร็วปรื๋อ และเศรษฐกิจเติบโตคึกคักเว่อร์ๆ ไม่ว่าจะเป็น การสร้างทางหลวงสายใหม่, สร้างท่าอากาศยานนานาชาติโดฮาใหม่ และวางแผนสร้างเครือข่ายรถไฟฟ้าใต้ดินหรูหราที่สุดในโลก รวยอย่างเดียวไม่พอ กาตาร์พยายามผลักดันตัวเองให้โดดเด่นบนเวทีนานาชาติ โดฮาเคยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนานาชาติ และมหกรรมการแข่งขันกีฬาหลายครั้ง รวมถึงกีฬาเอเชียนเกมส์ 2006 และในปี 2020 จะได้เป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันฟุตบอลโลก

ดาวรุ่งเมืองเศรษฐีอันดับสองของโลกอยู่ในนอร์เวย์ ได้แก่ “เมืองเบอร์เกน” เมืองนี้เป็นศูนย์กลางทางการค้าของยุโรปเหนือตั้งแต่ยุคโบราณ และหนึ่งในเมืองท่าเก่าแก่ที่สุดของโลก ก่อตั้งมานานกว่า 900 ปี เบอร์เกนมีชื่อเสียงจากการเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของประเทศอยู่แล้ว แต่จะยิ่งฉายแสงโดดเด่นระดับโลก เพราะกุมขุมทรัพย์อุตสาหกรรมสำคัญๆของประเทศไว้หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมพลังงาน, การขนส่งทางเรือ และการวิจัยทางทะเล ในนอร์เวย์ยังมีเมืองเศรษฐีดาวรุ่งที่ต้องจับตามองอีกเมืองคือ “ทรอนด์เฮม” เป็นต้นกำเนิดเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือ และการแพทย์ของประเทศ ระบบเครือข่าย GSM ก็คิดค้นขึ้นครั้งแรกที่นี่ เมื่อทศวรรษ 1980 แล้วจะแปลกอะไรที่เมืองไฮเทคจะรุ่งสุดขีดในยุคดิจิตอลครองโลก

ในภูมิภาคเอเชียก็มีเมืองเศรษฐีดาวรุ่งติดโผอยู่ถึง 3 เมือง น่าอิจฉา ชะมัดเพราะอยู่ในเกาหลีใต้ทั้งคู่ เมืองแรกคือ “เมืองซูวอน” ตั้งอยู่ ทางตอนใต้ของกรุงโซล นอกจากจะเป็นเมืองวัฒนธรรมโบราณเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของเกาหลีใต้ มี “ป้อมฮวาซอง” เป็นมรดกโลกยูเนสโก เมืองนี้ยังเป็นต้นกำเนิดของค่ายซัมซุง กลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ยักษ์ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ อีกทั้งเป็นที่ตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ฮุนได, เกีย และแอลจี อิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ “เมืองอาซัน” ทางตอนเหนือ ของกรุงโซล ก็อนาคตเจิดจรัสมาก เป็นศูนย์รวมของนิคมอุตสาหกรรมถึง 14 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงงานประกอบรถยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และโรงงานอื่นๆอีกสารพัด ด้วยทำเลที่ตั้งที่อยู่ใกล้กับท่าเรือพยองแท็ก ซึ่งเป็นจุดเชื่อมกับชายฝั่งตะวันออกของจีน เลยหนุนส่งให้เมืองอาซันผงาดขึ้นเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าทางเรือที่สำคัญระดับโลก

“เขตบริหารพิเศษมาเก๊า” จะเป็นมังกรจิ๋วที่พลิกโฉมหน้าตัวเองอย่างไม่มีวันลืมเหมือนเดิม ภายในปี 2025 สาเหตุที่ “สถาบันแมคคินซีย์ โกลบอล” กล้าฟันธง ก็เพราะเล็งเห็นถึงศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเสรีทุกทิศทุกทางของมาเก๊า เมื่อปีที่แล้วอาจสะดุดไปบ้างจากมาตรการปราบปรามการคอร์รัปชันครั้งใหญ่ของรัฐบาลจีน ฉุดรั้งให้ธุรกิจกาสิโนซบเซาทั้งเมือง และเศรษฐกิจตกต่ำลง 17% แต่คาดการณ์ว่ามาเก๊าจะพลิกฟื้นกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งในปีหน้า และถ้าจะให้รุ่งยาว ก็ต้องหาแหล่งรายได้เสริมจากทางอื่นมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ.

มิสแซฟไฟร์

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้