วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เวทีคอนเสิร์ต...นั้น มีที่ของคนเดินตั๋ว

ในงานคอนเสิร์ตใหญ่ๆ งานประกาศผลรางวัล งานประกวดต่างๆคนหลายคนเดินถือไฟฉายชี้บอกทาง ชื่อเป็นทางการ พนักงานนำทางไปยังที่นั่ง แต่พวกเขาและคนในวงการ เรียกกันเองว่าอัชเชอร์ หนึ่งในคนจำนวนนั้น กนกวรรณ เพิ่มพูน ชื่อเล่น น้ำ

วันนี้ น้ำอายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90/5 หมู่ 1 ตำบลบางกะจะ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี เข้ากรุงเทพฯ ปี พ.ศ.2548 เรียนนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

ตอนเรียน...เพื่อนที่มาจากจันทบุรีด้วยกันชวนไปทำ บอกงานไม่ยาก แค่ดูบัตรลูกค้า นั่งอยู่โซนไหน เลขที่อะไร แล้วคอยบอกทาง งานแรกที่น้ำได้รับ ปี 2549 คือคอนเสิร์ตดงบังชินกิ ที่อิมแพค อารีนา เมืองทองธานี

ตื่นแต่เช้า อาบน้ำแต่งตัว เสื้อขาว กางเกงดำ รองเท้าดำ ตามระเบียบบริษัท พร้อมอุปกรณ์คือ ไฟฉาย ออกจากบ้านตั้งแต่บ่ายโมง สองโมงกว่าถึงที่ทำงาน ฟังพี่ๆสั่งงานเรียบร้อย 5 โมงเย็น น้ำพร้อมสำหรับหน้าที่นี้

แต่ใช่ว่าน้ำจะทำหน้าที่อัชเชอร์ ประเดิมงานวันแรก...พี่ให้ยืนหน้าประตูทางเข้างาน รับบัตรจากลูกค้า แล้วใช้ตุ๊ดตู่เจาะ เจาะบัตรแรกๆ ก็ตื่นเต้นมาก เพราะต้องเจาะให้ตรงกับจุดที่มาร์กไว้

แต่ก็ไม่มีอะไรยากเกินไป หลังบัตรมีสัญลักษณ์เป็นวงกลมให้เจาะได้ไม่พลาด

“ถ้าเจาะเกิน ก็จะโดนตรงราคาบัตร” น้ำว่า “แต่ต้องระวังอย่าโดนตรงเลขที่นั่ง แถวโซน เพราะถ้าเจาะผิดไปทับเลขที่นั่ง คนเดินบัตรข้างในจะลำบาก”

งานเจาะบัตรวันนั้น ลูกค้ามากจนไม่มีเวลาแม้จะเงยหน้าดูคน ปกติงานใหญ่ๆมักมีดาราหรือคนดังๆ พอคนเข้าไปข้างในหมด น้ำก็คอยดูคนเดินเข้าออก คอยสแตมป์ข้อมือ

จบงาน น้ำจึงรู้ว่า งานนี้ง่ายสุด สำหรับน้องใหม่

ห้าทุ่ม...จบงาน ได้ค่าแรง 300 บาท รู้สึกภูมิใจที่ได้เงินจากน้ำพัก น้ำแรง แถมได้ประสบการณ์ใหม่ๆ จนรู้สึกว่าอยากได้งานนี้ทำอีก

หลังจากนั้น เพื่อนก็ให้งาน แต่นานๆจะได้สักงาน เพราะเพื่อนมีคนของเขาอยู่แล้ว

น้ำจะได้งานก็ต่อเมื่อเพื่อนขาดคน น้ำก็ไปช่วยเสริม ตอนนั้นน้ำทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย

น้ำทำหน้าที่อยู่ตรงหน้าประตูอีกสองสามงาน จนเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องจดจำ!

วันนั้นเป็นคอนเสิร์ต ใหม่ เจริญปุระ ที่อินดอร์สเตเดียมหัวหมาก น้ำอยากเห็นข้างในคอนเสิร์ตเป็นยังไง ก็เดินเข้าไปดู ฝากตุ๊ดตู่ไว้กับเพื่อน พอกลับออกมาหน้าประตู พี่ถามหาตุ๊ดตู่ว่าอยู่ไหน น้ำรู้ว่าอยู่กับเขา พี่บอกน้ำว่า แค่ตุ๊ดตู่ยังเก็บรักษาไม่ได้ ไม่มีความรับผิดชอบ ถ้าอย่างนี้จะทำงานได้อย่างไร

น้ำว่าน้ำมีความรับผิดชอบ แต่ฝากไว้กับเพื่อน แล้วแกล้งกันทำไม เขาบอกว่าไม่ได้แกล้ง ถ้าทำงานไม่ได้ก็กลับบ้าน น้ำก็เลยถอดเสื้อฟอร์มให้เขาไป แล้วก็กลับบ้าน

เหตุการณ์นั้น สำหรับน้ำเป็นเรื่องของคนแล้งน้ำใจ รุนแรงกระทบใจ ไม่เคยลืมครอบครัวน้ำฐานะดี น้ำไม่มีปัญหาด้านการเงิน งานน้ำทำเพราะอยากจะทำ จึงละเลยงานนี้ไป สามปีต่อมา น้ำต้องกลับทำงานอีกครั้ง เพราะทางบ้านประสบปัญหาด้านการเงิน

ครั้งนี้น้ำเปลี่ยนวิธีคิด จากไม่เคยยอมใคร พยายามหางานทำเอง มีความอดทน ใจเย็นมากขึ้น เก็บอารมณ์ให้ได้ทุกอย่าง ปี 2552 น้ำไปทำงานที่เขาใหญ่ คอนเสิร์ตบิ๊กเมาเท่น ทำงานสองวันสองคืน

เป็นงานแรกที่หนัก จนต้องใช้คำว่า โหดมาก น้ำยืนรับบัตรเข้างาน เปลี่ยนเป็นสายรัดข้อมือพลาสติก ต้องติดกระดุม ไม่มีเครื่องช่วยกด คนเป็นหมื่น ทำงานสองวันสองคืน ต้องผลัดกันไปนอน แต่แทบไม่ได้นอน เพราะคนเข้ามาเรื่อยๆ แถมอากาศก็ร้อน

จบงานนั้น มือชาเป็นเดือน...กว่าจะหาย

ผ่านงานหนักงานนั้นมาได้ งานอื่นที่ได้ทำต่อไป ก็กลายเป็นงานเบา

น้ำได้ย้ายมาทำข้างใน หน้าที่ละเอียดกว่า พี่จะแบ่งคนเป็นโซนๆ ใครรับผิดชอบโซนไหน เรามีหน้าที่ดูลูกค้าโซนที่รับผิดชอบพาไปส่งยังที่นั่ง ถ้าเกิดลูกค้ามาจากโซนอื่น เราก็บอกทางให้ ที่สำคัญเราต้องจำโซนให้ได้

ถ้าลูกค้าเอาดอกไม้ให้ศิลปิน น้ำก็ต้องจดเลขที่นั่งเขาไว้ ว่านั่งตรงไหน มอบให้ใคร

“เราจะมีคิวมอบของแต่ละคน เมื่อถึงเวลา เราก็ไปตาม แต่หน้าที่พาลูกค้าไปมอบดอกไม้จะเป็นเฮด (หัวหน้า) อีกที”

กฎของอัชเชอร์ในระหว่างทำงาน นอกจากแต่งกายตามระเบียบ เสื้อขาว กางเกงดำ รองเท้าดำแล้ว ถ้าไว้ผมก็ต้องมัดผมให้เรียบร้อย ห้ามถ่ายรูปในงาน ห้ามเต้น ห้ามกรี๊ด ห้ามขอจับมือศิลปิน ทุกอย่างที่ห้ามต้องทำด้วยความสุภาพ

กฎนี้ออกมา เพราะไม่ว่าอัชเชอร์ หรือคนที่ทำหน้าที่ใด เมื่อไปอยู่ในบรรยากาศเร้าใจ...ก็มักเผลอตัวแสดงปฏิกิริยา...งานของน้ำ แม้จะเหนื่อย แต่ก็สนุกจนลืมเหนื่อย

งานของน้ำ เป็นงานชั่วคราว ทำมากได้มากทำน้อยได้น้อย ก็ทำไปจนถึงปี 2556 เพื่อนได้งานประจำ น้ำคิดว่าน่าจะเป็นจังหวะ ต้องมีทีมงานของตัวเอง เวลาได้งานงานหนึ่ง น้ำหาเด็กสำรองไว้อย่างน้อย 5 คน

น้ำสอนงานแล้ว คนไหนทำงานดี จะเรียกบ่อยๆ ถ้าทำงานไม่ดี สอนแล้วยังไม่ใส่ใจ น้ำก็ยังให้โอกาสอีกสองสามงาน ถ้ายังไม่ดีขึ้น น้ำก็จะไม่เรียกอีก

ปี 2558 น้ำขึ้นเป็นหัวหน้า เรียกว่า เฮดอัชเชอร์ ความรับผิดชอบมากขึ้น ต้องคอยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เช่น บัตรซ้ำ ลูกค้านั่งที่ผิด หรือบัตรหายแล้วนำใบแจ้งความมา งานที่เคยทำ กระทั่งกำไลของลูกค้า ก็เคยเก็บไปคืนยังจุดประชาสัมพันธ์ ประกาศให้ลูกค้ามารับคืน

จบงานคอนเสิร์ตต่างประเทศ หรือในประเทศ ทุกงานที่ทำ น้ำเก็บบัตรที่ห้อยคอไว้ จะเรียกว่า เป็นการสะสม หรือเก็บเป็นของที่ระลึก ก็เรียกได้ หยิบบัตรมาดู ก็จะรู้ว่า งานไหนสนุก หรือเหนื่อยมากน้อย

ทำงานอัชเชอร์มาเกือบ 10 ปี น้ำยังสนุก เป็นสุขกับงานนี้ ไม่จำเจ ได้เจอคนมากๆ แถมยังได้ดูคอนเสิร์ตฟรี นักร้องดังๆ ก็รักก็ชอบหลายคน ยกเว้นบี้ เดอะสตาร์ ปลื้มเป็นพิเศษ ดูคอนเสิร์ตบี้อยู่หลายครั้ง

หลายครั้งที่ดูบี้แสดงกลางเวที นอกจากอารมณ์ปลื้มปริ่มแล้ว

ไม่เคยคิดไม่เคยฝัน สักวันจะได้ขึ้นเวที...จุดหมายชีวิตของน้ำ จบนิติศาสตร์แล้ว หากสอบตั๋วทนายได้ ก็อาจไปเป็นทนาย

วันที่ 29 พฤษภาคมปีนี้ เป็นวันที่น้ำประทับใจ ไม่เคยลืม

ช่วงท้ายคอนเสิร์ต 10 ปี เอไทม์ ของพี่ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ขอบคุณทีมงานทุกฝ่าย แบ็กสเตจ (คุมเวที) ฝ่ายเสื้อผ้า ช่างแต่งหน้า ช่างทำผม ตากล้อง คนคุมเครื่องเสียง ฯลฯ และอัชเชอร์

งานอัชเชอร์ เป็นงานของน้ำ แต่ไม่ทันนึกว่าจะเป็นตัวเอง พอพี่ฉอด ประกาศเรียก “ทีมงาน” พี่คนที่ใกล้ ก็บอกให้น้ำเดินขึ้นไป

เคยดูแต่ดารานักร้อง ใครต่อใครบนเวทีมานับไม่ถ้วน ตอนที่น้ำยืนบนเวที เสียงปรบมือจากคนดูมากมาย น้ำยังคิดว่า หรือเราฝันไป เขาปรบมือให้เรา...หรือปรบมือให้ใคร

น้ำน้ำตาคลอ และเรียนรู้ว่า ความสำเร็จของงานใหญ่นั้น แม้มันเกิดจากคนหลายคน แต่รวมกระทั่งพนักงานนำทางไปที่นั่ง...คนเล็กคนน้อย คนอย่าง...น้ำ

น้ำรู้จัก พี่ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา มานาน แต่นาทีนั้นน้ำเริ่มรู้จักว่า ความยิ่งใหญ่ของคนบางคนนั้น เกิดจากการรู้จักแบ่งปัน และให้ใจ...การให้ใจ...ซึ่งมนุษย์ในสังคมนี้เริ่มจะมีให้กันน้อยลง.

ในงานคอนเสิร์ตใหญ่ๆ งานประกาศผลรางวัล งานประกวดต่างๆคนหลายคนเดินถือไฟฉายชี้บอกทาง ชื่อเป็นทางการ พนักงานนำทางไปยังที่นั่ง แต่พวกเขาและคนในวงการ เรียกกันเองว่าอัชเชอร์ ... 3 ก.ค. 2558 09:12 3 ก.ค. 2558 09:14 ไทยรัฐ