วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กลุ่มต้านนัดอีกวันนี้  14 นศ.ไม่พึงม.44 (ชมคลิป)

กลุ่มต้านนัดอีกวันนี้ 14 นศ.ไม่พึงม.44 (ชมคลิป)

  • Share:

ปรองดองให้แยกเข่งล้างผิด

“บิ๊กป้อม” สั่งการบ้านหน่วยมั่นคงจับตากลุ่มต้าน ขอเวลาอีกปีเศษตอนนี้อย่าเพิ่งขยับ หนุนแนวทางพูดคุยของนายกฯ ปัดส่งทหารไปข่มขู่ครอบครัวอธิการบดี มข. อ้างทำอะไรได้ไม่มาก เรือนจำจับ 14 นศ. แยกขัง ประชดโกนหัวประท้วงเชื่อ คสช.สั่งมา ลั่นไม่หวังพึ่ง ม.44 ย้ำต้องปล่อยตัวโดยไร้เงื่อนไข แอมนาสตี้ฯร่วมเกาะติด เดินเกมใช้เครือข่ายทั่วโลกกดดัน กสม.

ห่วงความปลอดภัย เรียกขอข้อมูลตำรวจ-ทหาร เอ็นดีเอ็มแถลงการณ์ประณามคุกคามข่มขู่ คณาจารย์จี้ปล่อยตัวเลี่ยงการเผชิญหน้า ชุดยกร่างฯยังยึดโควตาสตรีหนึ่งในสาม หั่นทิ้งให้สิทธิกลุ่มการเมืองส่งผู้สมัคร “เอนก” ได้ข้อสรุปปรองดองส่ง สปช. วาง 6 แนวทางกรุยสลายขั้ว แยกเข่งล้างผิด แกนนำต้องสำนึกผิดก่อน

ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปฏิเสธที่จะใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 44 นิรโทษกรรมให้กับ 14 นักศึกษากลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ล่าสุดนักศึกษาที่ถูกคุมขังทั้ง 14 คน ปฏิเสธที่จะพึ่งอำนาจตามมาตรา 44 เช่นกัน


“บิ๊กป้อม” สั่งการบ้านหน่วยมั่นคง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 ก.ค. ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานมอบนโยบายความมั่นคงแห่งชาติปี 2558-2564 โดยมี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและ ผบ.ทบ. ผบ.เหล่าทัพ นายอนุศิษฐ คุณากร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และหัวหน้าส่วนราชการ 50 หน่วยงานเข้าประชุม โดย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า รัฐบาลทำงานหนักมากในเรื่องความมั่นคง นายกรัฐมนตรีพยายามแก้ปัญหาทุกมิติ เพื่อสร้างรากฐานให้ประเทศมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน จึงขอให้ส่วนราชการได้ตระหนักและเฝ้าระวังเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และเน้นการสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน

ขอเวลาอีกปีเศษอย่าเพิ่งขยับ

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ขอให้ร่วมกันสร้างความรับรู้กับประชาชน ว่ารัฐบาลกำลังเดินตามโรดแม็ป แต่ก็ยังมีการเคลื่อนไหว ขออย่าเพิ่งออกมา รัฐบาล ขอเวลาแค่ปีเศษในการทำงาน เมื่อรัฐธรรมนูญเสร็จก็จะมีเลือกตั้ง มีรัฐบาลชุดต่อไปมาสานต่อ ขอให้ทุกคนเข้าใจว่านายกฯและตนเข้ามาทำงานไม่ต้องการใช้อำนาจไปหาผลประโยชน์ หากมีใครมากล่าวอ้างว่าโครงการต่างๆเป็นของตนให้ไปเอาตัวมา เราทุกคนเข้ามาทำงานเพื่อประเทศชาติ

หนุนแนวทางนายกฯพูดคุย นศ.

พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ถึงข้อเรียกร้องให้ปล่อยตัว 14 นักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ว่า อยากถามว่าเขาทำผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าผิดก็ต้องมาดูว่าจะดำเนินการอย่างไร ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตอบคำถามไปแล้ว ซึ่งต้องหาทางคุยกันว่าจะทำอย่างไรให้อยู่ร่วมกัน แต่ต้องเห็นใจว่าประเทศชาติกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน และนายกฯประกาศโรดแม็ปไว้ชัดเจนแล้ว ขอให้ทุกฝ่ายหยุดก่อน แล้วมาช่วยคนจนช่วยชาวนาที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ปัญหาการเมืองอย่าเพิ่งออกมา รับรองว่ารัฐบาลชุดนี้จะไม่ทำให้เกิดความเสียหาย และจะเดินหน้าปฏิรูปประเทศเพื่อส่งต่อให้รัฐบาลต่อไป

ปัดไม่มีทหารไปข่มขู่ครอบครัว

เมื่อถามถึงกระแสข่าวมีเจ้าหน้าที่ทหารไปข่มขู่ครอบครัวของ 14 นักศึกษา พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไปถามเขาว่าทหารไปคุกคามหรือไปพูดคุยด้วย ยืนยันว่าไม่มีทหารไปคุกคามใคร สื่อต้องช่วยกันคิดคำถามอย่าไปทำให้ตีกัน ขอให้ทุกคนช่วยกันทำตามรัฐบาลอย่าไปขัดแย้ง เพราะจะทำให้ไม่เกิดความปรองดอง รัฐบาลไม่อยากได้อำนาจ ทุกโครงการรัฐบาล นายกฯและตนไม่มีผลประโยชน์ ทำทุกอย่างเพื่อส่งต่อให้รัฐบาลใหม่

อ้อนขอโอกาสสางปมเศรษฐกิจ

ที่โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษา นักวิชาการ เพื่อให้กำลังใจนักศึกษากลุ่มประชาธิปไตยใหม่ที่ถูกคุมขังอยู่ว่า มีหลายกลุ่มที่เคลื่อนไหว บางกลุ่มมีเจตนาดี บางกลุ่มก็ต้องตรวจสอบวัตถุประสงค์ ที่สำคัญวันนี้ต้องให้เวลารัฐบาลแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ เป็นความเดือดร้อนของประชาชนจำนวนมาก เมื่อมีประเด็นอื่นเข้ามารัฐบาลก็ต้องมาบริหารจัดการแก้พร้อมกันในหลายเรื่อง กรณีของนักศึกษาก่อนจะจับกุมมีการผ่อนปรนเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นอยู่แล้ว แต่เกินขอบเขตจึงจับกุม ถ้าอยู่ในขอบเขตเราก็ไม่ทำอะไรอยู่แล้ว เพราะไม่ต้องการให้เกิดความวุ่นวาย ไปกระทบกับการแก้ไขปัญหาใหญ่ของประเทศ อยากขอร้องกลุ่มต่างๆอย่าเพิ่งเคลื่อนไหวต่อต้าน

“บิ๊กต๊อก” ย้ำเป็นคดีความมั่นคง

ที่กระทรวงยุติธรรม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า การแยกแดนคุมขังนักศึกษา เป็นไปตามขั้นตอนระเบียบของเรือนจำ และตามระเบียบ กรมราชทัณฑ์ หากเป็นคดีเดียวกันจะไม่ขังรวมกัน ซึ่งมอบหมายให้นายวิทยา สุริยะวงค์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ แจ้งสิทธิตามขั้นตอนเรื่องของกองทุนยุติธรรมในการประกันตัว หรือต้องการความช่วยเหลือหรือไม่ กลุ่มนักศึกษาทั้ง 14 ราย สามารถใช้เงินจากกองทุนยุติธรรมในการประตัวได้ ให้ญาติ พ่อ แม่ ยื่นคำร้องได้ แต่ถ้าจะไม่ประกันก็แล้วแต่ ส่วนเหตุผลไม่ประกันเพราะอะไร หรือมีเงื่อนไขอะไร เป็นหน้าที่ของหน่วยงานความมั่นคง คดีนี้เป็นคดีความมั่นคงไม่ใช่คดีทางการเมือง อยากให้เข้าใจว่าคนละประเด็น เป็นการขัดคำสั่ง คสช.

อธิการฯมข.ชี้ทำอะไรได้ไม่มาก

ด้านนายกิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ในกลุ่ม 14 นักศึกษาประชาธิปไตยใหม่ เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น 5 คน ตนคงทำอะไรไม่ได้มาก เพราะถูกจับนอกมหาวิทยาลัย และเรื่องไปถึงเจ้าหน้าที่รัฐแล้ว แต่หากนักศึกษาต้องการความช่วยเหลือก็พร้อมจะรับฟัง และช่วยเหลือเต็มที่เท่าที่ทำได้ ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ระบุจะใช้วิธีพูดคุยกับนักศึกษานั้น เห็นด้วยเป็นเรื่องดี จะได้สร้างความเข้าใจร่วมกัน ที่ผ่านมาผู้บริหารมหาวิทยาลัย ผู้ว่าราชการจังหวัด เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ได้พูดคุยกับนักศึกษากลุ่มนี้มาตลอด และทางมหาวิทยาลัยไม่ได้สั่งห้ามทำกิจกรรม เพราะกิจกรรมเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนรู้ของนักศึกษา เช่น เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา มีการจุดเทียนให้กำลังเพื่อนนักศึกษาที่ถูกจับ ตนก็ไม่ว่าอะไร แต่ต้องไม่ข้ามเส้น เช่น การเขียนป้ายประท้วง

“ถาวร” โยนไฟใส่ระบอบทักษิณ

นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. กล่าวถึงการจับกุมนักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ 14 คนว่า การแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ต้องรู้เท่าทันฝ่ายตรงข้ามที่คอยจ้องทำลายทุกวิถีทาง การดำเนินการของรัฐบาลจึงเข้าทางผู้อยู่เบื้องหลัง โดยเฉพาะระบอบทักษิณ และยังมีข่าวว่าผู้ที่ยุยงกลุ่มนักศึกษาดาวดิน กำลังชักจูงยุยงพี่น้องชาวสวนยางทุกภาคให้ออกมาเคลื่อนไหวและสร้างความปั่นป่วน เพื่อร้องไปยังองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ให้บอยคอตการซื้อสินค้าจากประเทศไทย ซึ่งเข้าทางโลกล้อมประเทศตามที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องการ ทั้งนี้นายกฯคงตามเกมระบอบทักษิณทัน จึงมีท่าทีตามที่ตนเคยเสนอไว้คือ สร้างความเข้าใจกับนักศึกษา และชี้แจงเหตุผลความจำเป็นที่ต้องปฏิรูประเทศ

ทำนาย คสช.ปรับองคาพยพใหญ่

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงกรณีหมอดูหลายสำนักทำนายว่า การที่ดาวมฤตยูจะย้ายจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษซึ่งตรงกับดวงเมือง จะมีเหตุการณ์ทำให้บ้านเมืองปั่นป่วนวุ่นวาย มีปฏิวัติซ้ำนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงภายหลังวันที่ 12 ก.ค. ว่า ตนพอมีความรู้เรื่องดวงเมือง ประกอบกับติดตามสถานการณ์การเมือง พอจะพยากรณ์ได้ว่าการปฏิวัติซ้ำ มิได้หมายความว่าจะมีการปฏิวัติจริง คงไม่มีใครมาปฏิวัติ แต่คงเป็นการปฏิวัติเพื่อเปลี่ยนแปลงตัวรัฐบาลเอง เช่น เปลี่ยน สปช.เป็นสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เปลี่ยน ครม. ยกเครื่ององคาพยพปรับจูนครั้งใหญ่ ซึ่งจะทำให้การทำงานเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าไปสู่ความสำเร็จ ถ้ายังย่ำเท้าอยู่กับที่ไม่เปลี่ยนแปลงใดๆ ดาวมฤตยูก็จะออกฤทธิ์ทำพิษให้มีการเปลี่ยนแปลง ก่อวิกฤติรุนแรง เศร้าโศก สะเทือนใจ เสียหายแก่รัฐและประเทศ จึงสรุปว่าหลังจากวันที่ 12 ก.ค. ต้องติดตามอย่ากะพริบตาว่า ดวงดาวจะออกฤทธิ์พ่นพิษให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร แม่น้ำทั้ง 5 สายจะหมุนเวียนสับเปลี่ยนหรือไม่

เรือนจำแยกขังกระจายตามแดน

วันเดียวกัน ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษฯได้แยกการคุมขังนักศึกษาชายขบวนการประชาธิปไตยใหม่ หรือเอ็นดีเอ็ม ทั้ง 13 คน กระจายออกไปอยู่ในแดนต่างๆ โดยนายพายุ โสภณ และนายภานุพงศ์ ศรีธนานุวัฒน์ ไปอยู่แดน 2 นายสุวิชชา พิทังกรณ์ นายอภิวัฒน์ สุนทรารักษ์ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา อยู่แดน 3 นายรัฐพล ศุภโสภณ นายปกรณ์ อารีกุล นายพรชัย ยวนยี อยู่แดน 4 นายรังสิมันต์ โรม นายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ นายศุภชัย ภูครองพลอย อยู่แดน 5 นายทรงธรรม แก้วพันพฤกษ์ และนายวสันต์ เสตสิทธิ์ อยู่แดน 6 ส่วนนักศึกษาหญิงยังคงอยู่ทัณฑสถานหญิงกลางตามเดิม มีผู้คุมคอยจับตาความเป็นอยู่อย่างใกล้ชิด

ผู้แทนแอมนาสตี้ฯร่วมเกาะติด

ต่อมาเวลา 10.00 น. กลุ่มคณาจารย์จากสถาบันต่างๆ อาทิ น.ส.นฤมล ทับชุมพล นายประภาส ปิ่นตบแต่ง นางพวงทอง ภวัครพันธุ์ นายพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ นายพรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ นายปิยบุตร แสงกนกกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ พร้อมด้วยนายจอห์น คอฟแลน ชาวอังกฤษ ตัวแทนองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ แอมนาสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อนๆกลุ่มเอ็นดีเอ็มและญาติ ทยอยเข้าเยี่ยม

เอ็นดีเอ็มโกนหัวประท้วงกล คสช.

กระทั่งช่วงบ่าย นักศึกษากลุ่มเอ็นดีเอ็มจึงถูกเรียกตัวจากแดนต่างๆมายังห้องเยี่ยมผู้ถูกคุมขัง ในสภาพผมบนศีรษะถูกโกนจนเกลี้ยง เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามนายรังสิมันต์ โรม นักศึกษามหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ 1 ใน 14 นักศึกษาที่ถูกคุมขังผ่านห้องขัง ระบุว่า ถูกแยกขังตั้งแต่ค่ำวันที่ 1 ก.ค. จึงเห็นพ้องร่วมกันโกนหัวประท้วง เพราะเชื่อว่าเป็นคำสั่งจาก คสช. ที่ต้องการไม่ให้นักศึกษาพูดคุยปรึกษากัน และกดดันให้ขอประกันตัว แต่ยังยืนยันเหมือนเดิมว่าจะไม่ประกัน เพราะเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ทำนั้นไม่ผิด หากจะปล่อยตัวต้องปล่อยโดยที่นักศึกษาทั้งหมดต้องไม่มีคดีมลทินใดๆ ถ้าจะเจรจาก็ขอให้อยู่ในหลักการ ที่ถูกต้อง ถึงจะยอมเจรจาด้วย

ลั่นไม่หวังพึ่ง ม.44ให้ปล่อยตัว

ด้านนายรัฐพล ศุภโสภณ 1 ใน 14 นักศึกษา กล่าวว่า ไม่รู้จะเจรจาอะไร ถ้าจะใช้มาตรา 44 มาแก้ไขปัญหาด้วยการปล่อยตัว ก็ขอปฏิเสธ ถ้าจะปล่อยก็ไม่ควรมีเงื่อนไข ส่วนกรณีที่กลุ่มอาชีวะช่วยชาติประกาศจะออกมาต้านกลุ่มเอ็นดีเอ็มนั้น ยืนยันว่าพวกตนไม่ได้เคลื่อนไหวโดยมีนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง โดยเฉพาะบุคคลที่ถูกกล่าวอ้างในชีวิตไม่เคยรู้จัก ขอให้สังคมเข้าใจว่าพวกเราไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ใคร เดิมเคยเคลื่อนไหวต้านพรรคเพื่อไทยที่จะออกกฎหมายนิรโทษกรรมแบบเหมาเข่งกลุ่มดาวดินเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิชุมชน ดังนั้น ถ้าจะมีการตั้งกลุ่มออกมาต่อต้านพวกตนด้วยเหตุผลนี้ ก็เพียงเพื่อจะหาความชอบธรรมที่จะฆ่าพวกเราเท่านั้น

แอมนาสตี้ฯเดินเกมใช้โลกกดดัน

นายจอห์น คอฟแลน ชาวอังกฤษ ตัวแทนองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ แอมนาสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ที่เดินทางมาสัมภาษณ์ความเป็นอยู่ของกลุ่มนักศึกษาในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ กล่าวว่า ขณะนี้ทางแอมนาสตี้ ได้จัดอันดับนักศึกษากลุ่มเอ็นดีเอ็มให้เป็นนักโทษทางความคิด ถูกจองจำเพราะใช้สิทธิมนุษยชน แอมนาสตี้ เห็นพ้องที่จะมีการปฏิบัติการด่วนด้วยการแจ้งไปยังองค์กรเครือข่ายทั่วโลก ให้ทำหนังสือถึงทางการไทย ให้ยกเลิกข้อกล่าวหา และปล่อยนักศึกษาทั้งหมดโดยไม่มีเงื่อนไข โดยจะมีการออกแถลงการณ์เป็นทางการในเร็วๆนี้

ทนายงัดปมข่มขู่ยื่นศาลทหาร

นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความนักศึกษาเอ็นดีเอ็ม กล่าวว่า ได้รับร้องเรียนจากญาติและผู้ปกครองนักศึกษาหลายคนที่อยู่ในเรือนจำว่า ถูกเจ้าหน้าที่ทหารไปกดดันถึงที่บ้าน ตามกฎหมายถือเป็นการทำร้ายจิตใจผู้ที่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าที่ทำเป็นการข่มขู่หรือไปดูแลกันแน่ ในวันที่ 7 ก.ค. ที่นักศึกษาทั้งหมดต้องไปขึ้นศาลทหารเพื่อขออำนาจฝากขังผัดที่ 2 จะแจ้งเรื่องนี้ ต่อศาลทหารด้วย เพราะหากเป็นศาลอาญาจะถือว่าถูกเจ้าที่รัฐขัดขวางกระบวนการยุติธรรม ส่วนวันที่ 3 ก.ค. พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์นัดหมายขอเข้าสอบปากคำนักศึกษาทั้งหมด ซึ่งทีมทนายจะเข้าร่วมรับฟังด้วย เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย

กสม.ห่วงความปลอดภัย 14 นศ.

จากนั้นเวลา 14.00 น. นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง นำคณะเข้าเยี่ยม 14 นักศึกษา โดย นพ.นิรันดร์กล่าวว่า มีความกังวลที่มีการแยกแดนคุมขังนักศึกษาชาย เพราะห่วงเรื่องความปลอดภัย และทำให้ขาดโอกาสที่จะปรึกษาในเรื่องคดี ส่วนนักศึกษาหญิง ขณะนี้ป่วยจากอาการบาดเจ็บเดิมที่เกิดระหว่างถูกตำรวจควบคุมตัว ตอนทำกิจกรรมหน้าหอศิลป์ ทางเรือนจำจึงเตรียมส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ในวันที่ 3 ก.ค. อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามนักศึกษาทุกคนยืนยันในหลักการ ว่าสิ่งที่ทำถูกต้องตามหลักสิทธิมนุษยชน ไม่ได้เป็นไปตามข้อกล่าวหาของรัฐ จึงไม่ขอประกันตัว กสม.จะเร่งหาข้อเท็จจริง โดยวันที่ 3 ก.ค. นัดทนายและญาติเข้าให้ข้อมูล ส่วน วันที่ 7 ก.ค. นัดฝ่ายตำรวจและทหาร ไม่คิดว่ากระบวน การของ กสม.ล่าช้า เพราะไม่ต้องการเพียงแค่แถลงการณ์เหมือนองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ แต่ต้องการหาข้อเท็จจริงที่เกิดทั้งหมด ซึ่งต้องใช้เวลารวบรวม

แถลงการณ์ประณามพวกคุกคาม

ด้านนายอิทธิพล โคตะมี นักศึกษามหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ตัวแทนเอ็นดีเอ็ม อ่านแถลงการณ์ประณามการคุกคามสมาชิกกลุ่มฯ ว่า หลังการจับกุมนักศึกษายังพบว่ามีการคุกคามประชาชนต่อเนื่อง โดยชายแต่งกายคล้ายชุดทหารไปปรากฏตัว และมีลักษณะข่มขู่คุกคามนักศึกษา นักวิชาการ ประชาชนในหลายพื้นที่ มีการติดตามตัวและกดดันประชาชน จากปฏิบัติ การดังกล่าวส่งผลให้เกิดความวิตก และอ่อนไหวต่อความปลอดภัยของประชาชนที่แสดงออกอย่างสันติ ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ตระหนักดีว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาต่อเนื่อง จึงขอประณามการกระทำดังกล่าวและขอเรียกร้อง 1.ประณามปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่รัฐ และเรียกร้องให้คณะรัฐบาลทหาร ยุติการคุกคามข่มขู่ครอบครัวนักศึกษา คุกคามนักวิชาการผู้ห่วงใยศิษย์ และคุกคามประชาชน ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดๆ 2.เรียกร้องให้ประชาชน ช่วยกันปกป้องสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานในภาวะที่หลักการนิติรัฐถูกบิดเบือนอย่างถึงที่สุด เพราะทุกคนมีโอกาสถูกกระทำจากปฏิบัติการไร้ขอบเขตของเจ้าหน้าที่รัฐ ดังที่เกิดมาตลอด 1 ปี

คณาจารย์จี้ปล่อยตัวโดยไร้เงื่อนไข

ขณะที่ น.ส.นฤมล ทับชุมพล ตัวแทนคณาจารย์ อ่านแถลงการณ์ในนามกลุ่มฯว่า เพื่อผ่อนคลายสถานการณ์ตึงเครียด และหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าในบ้านเมือง ขอเรียกร้องให้ 1.รัฐบาลและ คสช. ปล่อยตัวนักศึกษาทั้ง 14 คนในทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข หากรัฐบาลจะดำเนินคดีก็พึงกระทำในศาลพลเรือน การอ้างว่าต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ไม่อาจยุติปัญหาความขัดแย้งได้ เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวมีที่มานอกวิถีทางประชาธิปไตย และไม่ได้รับการยอมรับในแง่ความชอบธรรม 2.ระหว่างที่ยังคุมขังนักศึกษาทั้ง 14 คน รัฐบาลและ ศสช.ควรปฏิบัติในฐานะผู้ต้องหาทางการเมือง ไม่ใช่อาชญากร และควรพิจารณาย้ายออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ นำไปฝากขังไว้ที่ โรงเรียนตำรวจบางเขน ดังเช่นที่เคยกระทำกับผู้ต้องหาทางการเมืองในอดีต 3.ยุติพฤติกรรมข่มขู่คุกคามคณาจารย์และประชาชน ที่ออกมาแสดงความห่วงใยนักศึกษาทั้ง 14 คน

จุดเทียนที่ ม.ศิลปากรสนามจันทร์

เย็นวันเดียวกันที่สะพานสระแก้ว มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ อ.เมืองนครปฐม นายคงกฤติ ไตรยวงค์ อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์ และนายพิพัฒน์ สุยะ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ นัดสมาชิกเฟซบุ๊กและนักศึกษาร่วมกันจัดกิจกรรม เรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยตัวนักศึกษา 14 คนที่ถูกควบคุมขัง จากนั้นทั้งหมดร่วมจุดเทียนเพื่อ แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ พร้อมกับนัดแสดงความคิดเห็นและแสดงออกถึงประชาธิปไตยครั้งต่อไป ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพ วันที่ 3 ก.ค. เวลา 18.00 น. ร่วมกับนักศึกษาสถาบันอื่นด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจับตา เฟซบุ๊กแฟนเพจกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ที่ล่าสุดเผยแพร่คลิปวีดิโอชุดใหม่ เชิญชวนให้คนไปร่วมชุมนุมวันที่ 3 ก.ค. ใช้ชื่อกิจกรรม “โพสต์อิสรภาพ” อิสรภาพที่ขาดหายเติมได้ด้วยมือคุณที่ทางเดินสกายวอล์ค สถานีรถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติ

“บิ๊กตู่” บินญี่ปุ่นถกผู้นำแม่น้ำโขง

อีกเรื่องเมื่อเวลา 12.30 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. พร้อมนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ออกเดินทางโดยเครื่องบินแอร์บัส 319 ของกองทัพอากาศ ไปยังท่าอากาศยานฮาเนดะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเข้าร่วมการประชุมผู้นำลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่น ครั้งที่ 7 ระหว่างวันที่ 2-4 ก.ค.2558 โดย พล.อ.ประยุทธ์ไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงอาการเจ็บคอ พล.อ.ประยุทธ์ตอบสั้นๆว่า หายแล้ว จากนั้นเดินเข้าห้องรับรองไปขึ้นเครื่องทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์มีอาการหวัดและเจ็บคอ ต้องรับประทานยามาตั้งแต่เดินทางกลับจากการประชุมผู้นำยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (ACMECS) ครั้งที่ 6 ที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา จากนั้นเดินทางไปประชุม ครม.สัญจร ที่ จ.เชียงใหม่ และลงพื้นที่พิษณุโลก

จับมือ 3 ชาติเซ็นเอ็มโอไอทวาย

สำหรับภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ญี่ปุ่น ช่วงเช้าวันที่ 3 ก.ค. จะพบหารือกับประธาน JETRO และร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวันระหว่างผู้นำกับกลุ่มสมาชิกมิตรภาพรัฐสภาแม่โขง-ญี่ปุ่น ช่วงบ่ายเข้าร่วมการประชุม Mekong-Five Economic Forum ที่จัดโดย JETRO จากนั้นเดินทางเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น และพบหารือกับนายทาดาโมริ โอชิมา (Tadamori Oshima) ประธานสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่น หารือกับนายมาซากิ ยามาซากิ (Masaaki Yamazaki) ประธานวุฒิสภาญี่ปุ่น ก่อนร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ โดยนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพ ส่วนวันที่ 4 ก.ค. ช่วงเช้าร่วมประชุมผู้นำลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่น ครั้งที่ 7 และพิธีมอบของขวัญให้กับนักฟุตบอลเยาวชนกระชับมิตรระหว่างประเทศลุ่มน้ำโขงและญี่ปุ่น และร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวันกับภาคเอกชนญี่ปุ่น ช่วงบ่ายเป็นสักขีพยานการลงนามบันทึกเจตจำนง(MOI) โครงการทวายระหว่างเมียนมา-ไทย-ญี่ปุ่น ก่อนหารือทวิภาคีกับนายกฯญี่ปุ่น และเดินทางกลับกลับถึงท่าอากาศยานทหาร 2 บน.6 ในช่วงค่ำวันเดียวกัน

ทอ.จัดระเบียบ รปภ.พื้นที่เข้ม

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า กองทัพอากาศได้จัดระเบียบมาตรการรักษาความปลอดภัย การเข้าใช้ พื้นที่ภายใน บก.ทอ.ใหม่อย่างเข้มงวด ตามข้อเสนอของกรมข่าวทหารอากาศ (ขว.ทอ.) โดยพลเรือนและบุคคลภายนอกทุกคนที่มีภารกิจและประสงค์จะเข้ามาภายในพื้นที่ บก.ทอ. ต้องแลกบัตรและแจ้งเหตุผลอย่างละเอียดชัดเจน โดยระบุว่าเนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีที่ตั้งของ บก.ทอ. หน่วยงานสำคัญๆ อากาศยานและเขตพระราชฐานอาคารที่ประทับ ฉะนั้นการเข้ามาใช้พื้นที่จึงต้องมีความเข้มงวดเข้มข้นเป็นพิเศษ โดยเริ่มมาตรการตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. จึงทำให้ทีมสำนัก ข่าวต่างๆที่ไปทำข่าวรับ-ส่ง นายกฯและบุคคลสำคัญ ต้องเสียเวลานำบัตรประจำตัวผู้สื่อข่าวไปแลกบัตรของ ทอ.ซ้ำ 2 จุด ทั้งจุดตรวจปากทางเข้า และในห้อง รับรองของ บน.6

เคาะแล้วคงโควตาสตรีหนึ่งในสาม

ช่วงเช้าที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกมธ.ยกร่างฯ เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราในภาค 2 ผู้นำ การเมืองที่ดีและระบบผู้แทนที่ดี ซึ่งที่ประชุมมีการถกเถียงกันหนักในประเด็นการพิจารณาส่งผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และบัญชีรายชื่อ ต้องมีการหยั่งเสียงประชาชนหรือสมาชิกพรรคการเมืองในเขตเลือกตั้งหรือในภาคก่อน โดยมีเงื่อนไขว่าต้อง มีสัดส่วนสตรีไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 จนในที่สุดที่ประชุมต้องตัดสินด้วยการลงมติ ผลปรากฏว่าที่ประชุมมีมติเสียงข้างมาก 20 ต่อ 9 เสียง ให้ยังคงสัดส่วนสตรี ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 เอาไว้ตามเดิม

หั่นทิ้งประเคนสิทธิให้กลุ่มการเมือง

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นร่วมกันว่าในมาตรา 76 ควรตัดคำว่ากลุ่มการเมืองออกไป โดยให้ความเห็นว่าในเมื่อ กมธ.ยกร่างฯมีความเห็นในเบื้องต้นแล้วว่า กลุ่มการเมืองไม่สามารถส่งผู้สมัคร ส.ส.ได้ ก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องคงคำว่ากลุ่มการเมืองเอาไว้อีก และเห็นชอบให้ตัดมาตรา 75 ออก ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่กำหนดแนวทางปฏิบัติตนของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและผู้นำอื่นในภาครัฐควรกระทำจำนวน 5 ประการ และแนวทางที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและผู้นำอื่นในภาครัฐไม่ควรกระทำจำนวน 6 ประการ โดยเห็นว่าควรนำบทบัญญัติเหล่านี้ไปอยู่ในประมวลจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและผู้นำอื่นในภาครัฐแทน

โพลหนุนนายกฯคนนอกกรณีวิกฤติ

นางถวิลวดี บุรีกุล ประธานอนุ กมธ.การมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ใน กมธ.ยกร่างฯ แถลงผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนจำนวน 77,160 คน ต่อการร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งที่สอง ช่วงเดือน มิ.ย.2558 โดยความร่วมมือจากสำนักสถิติแห่งชาติและสถาบันพระปกเกล้า โดยหมวดระบบผู้แทนและผู้นำการเมืองที่ดี พบว่าเกินร้อยละ 90 เห็นด้วยที่จะมีคณะกรรมการแต่งตั้งข้าราชการด้วยระบบคุณธรรม ส.ว.มีอำนาจร่วมกับ ส.ส.ในการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและแก้ไขรัฐธรรมนูญ เกินร้อยละ 80 เห็นว่าการเลือก ส.ส.เขตให้เลือกได้เขตละ 1 คน และ ส.ส.มีอิสระจากมติพรรค ส.ว.มีจำนวนไม่เกิน 200 คน และมีสิทธิ เสนอกฎหมายได้ ในกรณีบ้านเมืองเกิดวิกฤติ ส.ส. สามารถลงมติเลือกบุคคลที่ไม่เป็น ส.ส. เป็นนายกฯได้โดยใช้คะแนนเสียง 2 ใน 3

องค์กรอิสระต้องโชว์บัญชีทรัพย์สิน

นางถวิลวดีกล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นนิติธรรม ศาล และองค์กรตรวจสอบ การใช้อำนาจรัฐ เกินร้อย ละ 90 เห็นควรกำหนดกรอบเวลาพิจารณาคดีของ ศาลให้ชัดเจน ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและกรรมการในองค์กรตรวจสอบ ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและเปิดเผยต่อสาธารณะ ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิเข้าชื่อถอดถอนกรรมการในองค์กรตรวจสอบได้ ห้ามข้าราชการอัยการดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่ใดในรัฐวิสาหกิจหรือกิจการอื่นของรัฐ หรือบริษัทเอกชน ส่วนประเด็นการปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง เกินร้อยละ 90 ระบุว่าเห็นด้วย ขณะที่การนิรโทษกรรมให้แก่ผู้เกี่ยวข้องกับการประท้วงทางการเมือง ช่วงปี 2548-2557 ที่ทำผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.ความมั่นคง ร้อยละ 52.9 เห็น ด้วย มีร้อยละ 43.9 ไม่เห็นด้วย

ชงร่างระเบียบฯยุทธศาสตร์ชาติ

พ.ต.ต.ยงยุทธ สาระสมบัติ ประธานอนุกรรมาธิการจัดทำร่างกฎหมายว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติ กล่าวว่า อนุกรรมาธิการฯมีมติให้ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติ โดยจะนำเนื้อหาในร่าง พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. ... ที่ผ่านความ เห็นชอบของ สปช. มาประกอบการยกร่างระเบียบสำนักนายกฯ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 15 วัน โดย จะประสานการร่างระเบียบดังกล่าวกับคณะกรรมการฯที่ ครม.ตั้งขึ้นอย่างใกล้ชิด เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนโดยส่วนรวม

“เอนก” ได้ข้อสรุปปรองดองส่ง สปช.

อีกด้าน นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางสร้างความปรองดอง สปช.แถลงว่า คณะกรรมการฯให้ความเห็นชอบแนวทางสร้างความปรองดอง จำนวน 37 หน้า เพื่อเสนอต่อนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. วันที่ 6 ก.ค. เพื่อบรรจุเข้าสู่วาระการพิจารณาของ สปช. หากให้ความเห็นชอบจะเสนอให้รัฐบาล คสช.หน่วยงานยุติธรรมที่เกี่ยวข้อง และ สนช.รับทราบต่อไป ขณะนี้สังคมไทยต้องการสร้างความปรองดอง ไม่ใช่แค่การปฏิรูป การกลับคืนสู่ประชาธิปไตย กรณีการจับกุม 14 นักศึกษานั้น คณะกรรมการฯมีความเป็นห่วงเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมให้ความช่วยเหลือ หากจะให้ไปร่วมเจรจาก็ยินดี เพราะเชื่อว่านักศึกษาบริสุทธิ์ไม่มีสีเสื้อ และพร้อมเป็นตัวกลางเปิดเวทีให้ทุกฝ่ายมาร่วมเสนอความเห็น

วาง 6 แนวทางกรุยทางสลายขั้ว

นายบัณฑูร เศรษฐศิโรจน์ สปช. ในฐานะคณะกรรมการศึกษาแนวทางเสริมสร้างความปรองดอง กล่าวว่า แนวทางปรองดองที่เสนอมี 6 หัวข้อได้แก่ 1.การสร้างความเข้าใจร่วมของสังคมต่อเหตุความขัดแย้ง 2.การแสวงหาและเผยแพร่ข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ความรุนแรง 3.การอำนวยความยุติธรรม การสำนึกรับผิดชอบและการอภัย เช่น การนิรโทษกรรม 4.การเยียวยาดูแลและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบ 5.การสร้างสภาวะที่เอื้อต่อการอยู่ร่วมกัน ความขัดแย้งทางสังคมที่ชัดเจนที่สุดขณะนี้ คือ กลุ่มนักศึกษาดาวดิน ซึ่งเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งที่สะท้อนออกมา ยังมีอีกหลายกลุ่มที่ยังไม่ปรากฏ 6.มาตรการป้องกันการใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง

แยกเข่งล้างผิดกลุ่มผู้ชุมนุม

นายภูมิ มูลศิลป์ คณะกรรมการศึกษาแนวทางเสริมสร้างความปรองดอง กล่าวว่า การนิรโทษกรรมเป็นหนึ่งในแนวทางการสร้างความปรองดองที่เสนอมา โดยเงื่อนเวลานิรโทษกรรมจะอยู่ในช่วงปี 2548-2557 แบ่งเป็น 2 ระดับคือ 1.ระดับผู้ชุมนุม เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ จะแยกผู้ทำผิดเป็น 3 ประเภทคือ 1.1 ผู้ทำผิดจากมูลเหตุจูงใจทางการเมือง อาจให้อัยการพิจารณาไม่สั่งฟ้อง 1.2 ผู้ทำผิดคดีอาญาโดยเนื้อแท้ เช่นฆ่าคนตาย การมีอาวุธครอบครอง 1.3 ผู้ทำผิดจากมูลเหตุจูงใจทางการเมือง และคดีอาญาโดยเนื้อแท้ในกลุ่มที่สองและสามจะต้องไปต่อสู้คดีอาญาตามกระบวนการยุติธรรมตามปกติ กระทั่งเมื่อรับโทษไประยะหนึ่งแล้ว ก็สามารถขอรับการอภัยโทษ

แกนนำต้องสำนึกผิดก่อนนิรโทษฯ

นายภูมิกล่าวต่อว่า 2.การนิรโทษกรรมระดับแกนนำ เจ้าหน้าที่รัฐระดับสั่งการ ควรทำหลังจากที่นิรโทษกรรมระดับประชาชน เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติไปแล้ว 1 ปี และจะทำได้ก็ต่อเมื่อมีข้อเท็จจริงทั้งหมดปรากฏต่อสังคมแล้ว และแกนนำต้องแสดงความสำนึกผิด รวมถึงเหยื่อต้องให้อภัย จึงจะเข้าสู่กระบวน การนิรโทษกรรม แต่หลักเกณฑ์นิรโทษกรรมจะไม่ครอบคลุมถึงคดีทุจริต คดีอาญาโดยเนื้อแท้ คดีมาตรา 112 และคดีละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง หลังจากที่มีการนิรโทษกรรมแล้วจะไปสู่ขั้นตอนการเยียวยาโดยเท่าเทียมกัน ไม่ให้เกิดความรู้สึกเหลื่อมล้ำ มาตรการเยียวยาจะมีทั้งที่เป็นตัวเงินและไม่ใช่ตัวเงิน และต้องเปิดเผยข้อมูลข้อเท็จจริงรายชื่อบุคคลที่อยู่เบื้องหลังเหตุความขัดแย้งทั้งหมดให้สังคมทราบ ภายหลังจากที่มีการนิรโทษกรรมไปแล้ว 20 ปี ตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร

ชี้ช่องใช้กฎหมายพิเศษดำเนินการ

นายภูมิกล่าวอีกว่า ช่องทางการนิรโทษกรรมให้ผู้ชุมนุมและแกนนำผู้สั่งการ สามารถทำได้โดยใช้ช่องทางกฎหมายที่มีอยู่แล้ว เช่น การที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง การอภัยโทษ รวมถึงการออกกฎหมายพิเศษ เช่น สนช.ออกเป็นกฎหมาย ครม.ออกเป็นพระราชกฤษฎีกา หรือ คสช.ใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 44 เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะได้รับสิทธินิรโทษกรรมหรือไม่ นายภูมิตอบว่า กรณี พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ในระดับแกนนำและผู้สั่งการ ถ้าจะนิรโทษกรรมได้ต้องเข้าสู่กระบวนการสำนึกผิดก่อน ส่วนคดีอาญาก็ต้องว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรม เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณมีคดีติดตัวหลายเรื่อง

ทร.เคาะซื้อเรือดำน้ำจีน 3.6 หมื่น ล.

ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดหาเรือดำน้ำว่า จากการไปดูเรือดำน้ำประเทศต่างๆ ทางคณะกรรมการกองเรือดำน้ำ กองเรือยุทธการ กองทัพเรือ จะเป็นผู้พิจารณา โดยเน้นด้านประสิทธิภาพ ราคา การใช้งาน ติดอาวุธ เพราะถ้าได้เฉพาะเรือไม่มีอาวุธแล้วจะซื้อมาทำไม จากนั้นส่งให้ ครม.พิจารณา

พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผบ.ทร. กล่าวว่า กองทัพเรือมีมติเป็นเอกฉันท์ให้จัดซื้อเรือดำน้ำจากประเทศจีนแบบแพ็กเกจ จำนวน 3 ลำ เป็นเรือต่อใหม่ ใช้เวลาต่อ 5-6 ปี งบประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท จัดซื้อแบบจีทูจี หรือรัฐบาลต่อรัฐบาล อาจผูกพันงบประมาณ 7-10 ปี ขึ้นอยู่กับ ครม.ตัดสินใจ อย่างไร ก็ตาม เมื่อเทียบศักยภาพลำต่อลำแล้วสามารถตอบโจทย์ได้ มีอาวุธครบ ดำใต้น้ำได้ 21 วัน โดยทางจีนจะสนับสนุนการฝึกอบรมพร้อมอะไหล่ถึง 8 ปี ซึ่งคณะกรรมการเดินทางไปดูเรือดำน้ำ 6 ประเทศ 14 คนให้คะแนนเลือกเรือดำน้ำจีน เลือกแบบประเทศเยอรมนี 2 คน และเลือกแบบประเทศสวีเดน 1 คน ยืนยันการตัดสินใจไม่มีอะไรซุกใต้พรม ทุกอย่างโปร่งใสไม่มีล็อบบี้จากฝ่ายการเมือง เลือกด้วยตัวเอง จึงถือเป็นความฉลาดและคุ้มค่ามากที่สุด

ซัด “บิ๊กตู่” โยนบาป 30 บาททำเจ๊ง

อีกเรื่อง น.ส.สุรีรัตน์ ตรีมรรคา ผู้ประสานงานกลุ่มคนรักหลักประกันสังคม กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ระบุว่าโครงการหลัก ประกันสุขภาพ หรือโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค เป็นผลจากประชานิยม ประชาชนได้รับประโยชน์แต่เป็นภาระงบประมาณว่า คิดว่านายกฯ มีข้อมูลไม่เพียงพอ เมื่อเทียบสวัสดิการต่างๆในสังคม อย่างประกันราคาพืชผล แต่ละปีใช้งบประมาณจำนวนมากกว่า ไม่สามารถบอกได้ว่าใช้ไปเท่าไหร่ หรือการบอกว่าทำให้โรงพยาบาลขาดทุน ก็ยังไม่มีข้อมูลชัดเจน การเพิ่มงบรายหัวยังอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เพิ่มตามค่าเงินเฟ้อ ขณะที่โรงพยาบาลยังมีปัญหาการบริหารที่มีประสิทธิภาพ บัตรทองจึงเหมือนกับแพะรับบาป อยากให้นายกฯ ค่อยๆศึกษา ถามคนที่ดูเรื่องหลัก ประกันสุขภาพ ว่าระบบนี้ไม่ได้ทำให้ประชาชนเดือดร้อน แต่เข้าถึงการบริการสุขภาพ และกลุ่มคนรักหลักประกันไม่ได้อยากเคลื่อนไหว

ยูเอ็นให้รางวัลบริการภาครัฐไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า วันที่ 6 ก.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯจะเป็น ประธานงาน UN Public Service Awards “คุณภาพการบริการภาครัฐไทย สู่ใจประชาชน” จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ (ก.พ.ร.) เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ มอบรางวัลการบริการภาครัฐแห่งชาติแก่หน่วยงานภาครัฐที่พัฒนาคุณภาพการให้บริการประชาชนที่ได้เกณฑ์มาตรฐาน และหน่วยงานที่ได้รับรางวัลให้บริการจาก UN Public Service Awards (UNPSA) ขององค์การ สหประชาชาติ โดยปี 2558 สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ได้รับรางวัลชนะเลิศ โรงพยาบาลขอนแก่น ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ จาก UNPSA องค์การสหประชาชาติ

รบ.จัดเมืองสุขภาพดี–วิถีชุมชน

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.เรณู ตังคจิวางกูร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง แถลงข่าวจัดงานมหกรรม “สุขภาพดี วิถีชีวิตชุมชน” บริเวณริมคลองผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบรัฐบาล ระหว่างวันที่ 7-26 ก.ค. น.ส.เรณูกล่าวว่า ที่ผ่านมาการจัด ตลาดข้างคลองผดุงกรุงเกษม และถนนสายวัฒนธรรม ได้รับการตอบรับที่ดี และเดือน ก.ค.นี้ จะมีกิจกรรม “เมืองสุขภาพดี วิถีชุมชน” นำเสนอสินค้าบริการสุขภาพ ที่เกี่ยวข้องกับแพทย์แผนไทย ภูมิปัญญาไทย มีสมุนไพรวางจำหน่าย ตั้งแต่วันที่ 7-26 ก.ค.นี้ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นประธานพิธีเปิดในวันที่ 7 ก.ค. พร้อมจัดให้มีการสัญจรทางน้ำเพื่อมายังตลาดคลองผดุงกรุงเกษม เริ่มต้นท่าเรือหัวลำโพงมายังทำเนียบฯ ตั้งแต่ 08.30-19.00 น. โดยไม่คิดค่าโดยสาร

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้